Conan Story's Tenchirina Yaoi

ตอนที่ 9 : Story : VIII ก้าวที่อยู่กับเราไปตราบนานเท่านาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 300 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk's Amuro

 

ในระหว่างที่ผมกำลังขับรถอยู่โดยมีแอ๊บแซ็งธ์ที่ชอบเหม่อมองไปข้างนอกรถผ่านกระจกหน้าต่างรถหรือมองมาทางผม.. ดูเหมือนวันนี้จะเป็นคิวที่ชอบหันมามองผมตลอดเวลาซะแล้วสิ

 

ไม่มั่นใจนักหรอก แต่ดูเหมือนแอ๊บแซ็งธ์จะชอบจ้องไม่ผมก็ไรย์ สก็อตแทบไม่ค่อยโดนสักเท่าไหร่ ถึงมันดูคล้ายว่าโดนอีกฝ่ายจับตามองตามสั่ง

 

...แต่กลับรู้สึกพอใจซะได้ แต่ก็อดหงุดหงิดตอนที่แอ๊บแซ็งธ์จ้องไรย์เหมือนกัน... แน่นอนว่าผมไม่มีทางชอบไรย์ซะหรอก

 

แต่จะว่าไป.. เหมือนตอนนี้ทางองค์กรจะสงสัยอดีตคู่หูของผม.. สก็อตซะแล้วสิ

 

แต่ก็เตือนและแนะนำไปแล้ว สก็อตเองก็เป็นตำรวจสันติบาลฝีมือดีคนหนึ่งคงไม่ทำพลาดให้โดนจับเอาง่ายๆหรอก

 

"ติ้ง.." เสียงเมลล์ดังขึ้น เนื่องด้วยความทำงานที่มักมีคำสั่งผ่านเมลล์หรือเรื่องสำคัญทางเมลล์บ่อยๆจึงไม่แปลกที่ผมเลือกจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านระหว่างขับ แต่ก็ยังตั้งใจขับรถอยู่ดี

 

แต่เรื่องที่ผมเห็นทำให้ผมตกใจจนเผลอทำโทรศัพท์ร่วงก่อนที่ผมจะตั้งสติได้เพราะเสียงเรียกของแอ๊บแซ็งธ์แล้วรีบออกตัวขับรถไปยังที่หมายทันที

 

...ขอให้ทันทีเถอะ ผมไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว ฮิโรมิสึ... แต่สิ่งที่ผมคาดหวังเอาไว้ก็ไม่เป็นความจริงเมื่อผมได้รับรู้ความจริงเมื่อไปถึงว่าฮิโรมิสึได้ตายแล้ว..

 

...ฮิโรมิสึ.. ไรย์ แก!... ผมโกรธเขามากๆ เพราะเขาเป็นคนพรากสิ่งสำคัญไปจากผม

 

ผมทรุดตัวอยู่ตรงนั้นพร้อมกอดร่างของสก็อตที่ไร้ลมหายใจเอาไว้ แอ๊บแซ็งธ์ที่เหมือนงงอยู่ในตอนแรกแล้ววิ่งตามผมมาก็มีสีหน้าตกใจและเศร้าใจไม่ต่างกัน..

 

...ทั้งๆที่แอ๊บแซ็งธ์เวลาลอบสังหารดูเป็นคนเยือกเย็นมากแท้ๆ แต่เด็กคนนี้ยังเสียใจเลย แต่แกกลับทำอย่างนั้น... ผมคิดถึงหน้าคนที่ฆ่าเพื่อนของผม โมโรโบชิ ได

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากนั้นไม่นานผมและแอ๊บแซ็งธ์ก็ได้รับคำสั่งโดยตรงจากรัมให้ไปทำงานต่างประเทศ โดยดูเหมือนคราวนี้แอ๊บแซ็งธ์จะได้รับคำสั่งให้จับตามองผมเป็นพิเศษ เพราะผมเป็นคู่หูของสก็อตในตอนแรกก่อนจะมาทำงานเป็นทีม

 

ผมคิดว่าแอ๊บแซ็งธ์คงไม่ใช่สายเหมือนกับผมหรือสก็อต แต่เวลาผมทำตัวมีพิรุธออกไป.. ผมก็รับรู้ได้ว่าแอ๊บแซ็งธ์ไม่เคยรายงานมันกับบอสองค์กรหรือรัมเลย..

 

แต่ถึงอย่างนั้น.. หมายความว่าแอ๊บแซ็งธ์รู้แล้วจงใจปกปิดให้ผม ถ้าเป็นแบบนั้นแอ๊บแซ็งธ์อาจโดนข้อหาคนทรยศเหมือนผม

 

...ถึงแม้ตอนนั้นผมจะต้องปกป้องเขาให้ได้ก็ตาม! ผมไม่มีทางยอมเสียไปอีก.. ไม่มีทาง... และเพราะแบบนั้นผมจึงพยายามไม่ทำตัวมีพิรุธให้แอ๊บแซ็งธ์โดนหารเลขไปด้วย

 

ผมไม่กล้าถามว่าจริงๆเขาตั้งใจช่วยผมใช่ไหม.. เพราะถ้าไม่ใช่ ก็แปลว่าเป็นตัวผมเองที่ทำแผนแตก.. แต่ถึงยังไง ถ้าแอ๊บแซ็งธ์ได้รับคำสั่งให้จับตามองผมแต่ถึงไม่ตั้งใจจะช่วยปกปิดหรือตั้งใจช่วยแอ๊บแซ็งธ์ก็อาจโดนฆ่าเพราะทำผิดพลาดเช่นกัน

 

และนั่นทำให้ผมมั่นใจมากยิ่งขึ้นเมื่อไรย์ คนที่ฆ่าสก็อตโผล่หางออกมา ในฐานะที่แอ๊บแซ็งธ์เคยทำหน้าที่จับตามองจึงโดนหารเลขไปด้วย โชคดีที่รัมให้โอกาสแอ๊บแซ็งธ์แก้ตัว 'อากาอิ ชูอิจิ' หมอนี้คือตัวตนที่แท้จริงของไรย์และเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนเอฟบีไอซึ่งหางโผล่ออกมาเพราะพยายามจะจับตัวยินแต่ยินไหวตัวทัน..

 

และในภารกิจนี้แอ๊บแซ็งธ์ถูกส่งให้ไปทำร่วมกับเบลม็อท ผมอยากเข้าไปร่วมด้วยแต่รัมกลับสั่งให้ผมไปทำงานอย่างอื่นแทน

 

...แอ๊บแซ็งธ์... สำหรับผม เด็กคนนี้เป็นเด็กที่เก่งมาก ผมไม่รู้ว่าเขาตั้งใจจะทำพลาดหรือทำพลาดจริงในการตามหาอากาอิ ชูอิจิ.. ถ้าเขาตั้งใจทำพลาดก็อาจแปลได้ว่าแอ๊บแซ็งธ์ยังคงเห็นอีกฝ่ายเป็นพี่ชายอยู่

 

ซึ่งผมไม่ได้รังเกียจนักหรอก.. ก็สำหรับผมแอ๊บแซ็งธ์ยังเป็นเด็กอยู่นี่หน่า ถ้าเป็นแบบนี้ก็แปลว่าแอ๊บแซ็งธ์ไม่ใช่คนโหดร้ายขนาดนั้น.. ถือเป็นเรื่องดีซะด้วยซ้ำ

 

เพราะนี้เป็นความแค้นของผม ผมไม่อยากให้เด็กคนนั้นต้องมาข้องเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าความแค้นและความเกลียดชังแบบนี้

 

ผมอยากปกป้องเขาจากอันตรายและอยากให้เขาเป็นเด็กที่บริสุทธิ์.. ถึงแม้ตั้งแต่ต้นที่ผมพบเจอเขามา.. มือของเขาจะเปื้อนเลือดและมันไม่อาจย้อนกลับไปแก้ได้แล้วก็ตาม.. แต่อย่างน้อยในเรื่องนี้ผมก็จะกันเขาออกมา..

 

เมื่อแอ๊บแซ็งธ์ทำงานพลาด ผมก็ไม่ค่อยได้ทราบเรื่องราวจากนั้นนักเนื่องจากที่ที่แอ๊บแซ็งธ์ไปเองก็อยู่คนละประเทศกับผมแถมไม่ใช่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งการสืบข้อมูลสำหรับผมจะยากขึ้นไปอีก

 

...แถมติดต่อไม่ได้ด้วย...

 

แต่อย่างน้อยที่ผมพอรู้ก็คือแอ๊บแซ็งธ์ได้รับความโปรดปราณจากบอสองค์กรและรัมสูงมาก เพราะอย่างนั้นผมจึงคิดว่าเขาคงยังไม่โดนกำจัดเช่นเดียวกับเบลม็อทที่ทำงานเรื่องอากาอิพลาดเช่นกัน..

 

แต่ว่านะ.. อย่างน้อยก็ยังดีที่เจ้าอากาอิไม่คิดจะจับตัวแอ๊บแซ็งธ์แทนยินไปในตอนนั้น ถ้าหมอนั้นทำอย่างนั้นแอ๊บแซ็งธ์จะต้องเศร้ามากแน่ๆ

 

ไม่สิ.. หมอนั้นที่ไม่ทำคงเพราะแอ๊บแซ็งธ์ถูกสั่งมาทำงานที่ต่างประเทศด้วยพอดีต่างหาก แล้วหมอนั้นที่ถูกส่งให้ไปทำงานร่วมกับยินเลยเลือกจับยินแทน.. หมอนั้นคงไม่ได้เห็นแก่ที่รู้จักแอ๊บแซ็งธ์หรอก..

 

...เพราะตอนสก็อตมันยังฆ่าได้เลย...

 

ถ้าผมเจอแอ๊บแซ็งธ์ ผมคงควรเตือนเขาเกี่ยวกับอากาอิสินะ ไม่อย่างนั้นแอ๊บแซ็งธ์ที่เหมือนยังมองอากาอิเป็นพี่ชายอยู่แบบนี้คงได้โดนจับตัวไปแน่ๆ..

 

----------------------------------------------------------------

 

 

 

Talk's Tenchirina

 

หลังจากที่ผมเปลี่ยนชุดเรียบร้อย อามุโร่ซังก็กลับขึ้นมานั่งบนรถฝั่งคนขับ โดยทุกทีอามุโร่ซังมักจะคาดเข็มขัดให้ผมจนเหมือนเป็นไรย์นัมเบอร์ทู แต่คราวนี้เขากลับไม่ทำ คงเป็นเพราะกลัวว่าเข็มขัดจะทำผมกระทบกระเทือนอะไรสินะ? แต่ต่อให้คาดไปก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับผมหรอก

 

ก็แผลมันหายไปแล้วแบบสนิทจริงๆนี่หน่า

 

ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยในขณะที่สายตาผมโฟกัสไปที่อามุโร่ซัง อามุโร่ซังนี่น่ารักจังแฮะ.. ถ้า..

 

อา.. ไม่สิ อย่าคิดอะไรพิเรนจ์หน่าเทนชิรินะ!

 

"ติ้ง.." เสียงของเมลล์โทรศัพท์ดังขึ้น สมองของผมประมวลก่อนสรุปมาได้อย่างรวดเร็วว่าคงเป็นของอามุโร่ซังเนื่องจากผมชอบปิดเสียงโทรศัพท์เอาไว้ แล้วอีกอย่างก่อนหน้านี้ผมพึ่งทำภารกิจไปไม่มีทางที่จะเปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้หรอกหน่า..

 

...ลองคิดสภาพคุณกำลังเตรียมตัวลอบฆ่าใครแล้วเสียงเมลล์มันดังขึ้นมาสิ มันแย่เหมือนตายเพราะลื่นกล้วยแล้วโดนรถชนเลย... อามุโร่ซังที่ได้ยินก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่าน โดยอามุโร่ซังมักได้รับงานสืบข้อมูลซะมากกว่า แถมล่าสุดเหมือนโดนเบลม็อทวานให้ขับรถไปส่งจึงไม่แปลกที่อามุโร่ซังจะเปิดเสียงโทรศัพท์เอาไว้

 

อีกอย่างเมลล์หรือข้อความสำคัญมันมีเยอะนี่หน่า ลองคิดสภาพถ้ามีเรื่องสำคัญมาแล้วไม่ได้อ่านมันก็แย่เหมือนกัน ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย.. อ่า.. ส่วนเรื่องที่อามุโร่ซังอ่านขณะขับรถ ผมก็ไม่ว่าหรอก ก็เพราะมันอาจมีเมลล์สำคัญก็ได้นี่หน่า

 

และแล้วสติของผมก็ต้องกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของอามุโร่ซังที่ร่วงหล่นจากมือ อามุโร่ซังดูเครียดเอามากๆแถม..เหมือนจะร้องไห้เลยล่ะ

 

ผมรีบเรียกสติอามุโร่ซังก่อนเขาจะรู้สึกตัวแล้วพูดอะไรสักอย่างกับผมก่อนรีบขับรถเร็วขึ้นมากจนผมนึกถึงเหตุการณ์ในเดอะมูฟวี่ขึ้นมาเลย

 

อ่า.. น่าหวาดเสียว ไม่น่าเชื่อว่านี้คือคนเดียวกับที่ขับรถช้ามากๆในตอนแรก

 

เมื่อมาถึงที่หมาย อามุโร่ซังก็รีบวิ่งไปทันทีในขณะที่ผมแทบทรุดกับพื้นแล้วอ้วก แต่ก็ยั้งตัวเองไว้ได้แล้วพยุงตัวไปตามกำแพงรีบวิ่งตามอามุโร่ซังไป ระหว่างทางก็สวนกับ..ไรย์..

 

ผมเห็นอามุโร่ซังที่ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นแล้วกอดสก็อต..ที่ดูเหมือนจะตายไปแล้ว

 

สก็อตได้รับบาดเจ็บหรือ.. ไม่สิ ตอนนั้นผมดูแล้วนะ ต่อให้บาดเจ็บมันก็ไม่มีทางถึงตายนี่..

 

อามุโร่ซังก็ดูโกรธมากๆ ผมทำอะไรไม่ถูกเลย.. นี่เป็นความผิดผมใช่ไหมนะ...

 

เอ๋.. นี่มัน.. ผมแตะลงบนแก้มตัวเองเบาๆ นี่มัน.. น้ำใสๆนี่น่ะเหรอ.. น้ำตา.. แต่เพราะอามุโร่ซังมัวแต่ก้มหน้าและร้องไห้เช่นเดียวกันก่อนตามด้วยสักพักที่ฝนตกลงมา

 

...จึงอาจไม่มีใครรู้เลยว่าผมกำลังร้องไห้อยู่เช่นกัน... แต่พอคิดแล้วมันก็เศร้าเหมือนกัน.. ถึงจะไม่ได้ชอบสก็อตแต่ก็มองเขาเป็นพี่ชายแท้ๆเลย..

 

...ทำไม..สิ่งที่เรียกว่าน้ำตามันหยุดยากจังนะ... พอร้องแล้วก็รู้สึกหายใจยากขึ้นมา.. ผมพยายามกลั้นเสียงตัวเองที่แสดงความอ่อนแอ โชคดีที่อามุโร่ซังที่เสียใจเอามากๆจนผมอยากกอดปลอบส่งเสียงดังจึงกลบเสียงผมได้หมด..

 

...อยากกอดปลอบ แต่ตัวเองยังเอาไม่รอดเลย... อีกอย่าง.. อามุโร่ซังอาจจะเกลียดผมแล้วก็ได้.. แต่ถึงนี่จะเป็นโคนัน.. โลกการ์ตูนที่เนื้อบางส่วนมันเหมือนว่าผมควรรู้และกลายเป็นว่าผมรู้อนาคตไป..

 

แต่ถ้าผมใส่ใจมากกว่านี้.........

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บางที.. สก็อตก็คงไม่ตาย.. ถ้าผมฉุกคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้เร็วกว่านี้ล่ะก็...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สก็อต.. ผมขอโทษ..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภายหลังจากนั้น ผมก็ได้รับคำสั่งให้ไปทำงานต่างประเทศอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีเบอร์เบิ้นหรืออามุโร่ซังที่ได้รับคำสั่งให้ไปด้วยเช่นกัน.. ซึ่งรอบนี้.. ดูเหมือนรัมและท่านผู้นั้นจะสงสัยในตัวของอามุโร่ซัง...

 

ยังดีที่รัมออกคำสั่งให้พวกผมมาทำงานที่ต่างประเทศ เบอร์เบิ้นจึงไม่เจอเหตุการณ์อย่างยินเอาปืนจ่อหัวหรือยินฆ่าทิ้งทันทีเพราะสงสัยในตัวของเขา...

 

เพราะผมกับอามุโร่ซังถนัดคนละอย่างกันจึงมีหลายครั้งที่ไม่ได้ทำงานร่วมกัน ผมกลัวว่ายินจะใช้โอกาสเวลานั้นในการฆ่าอามุโร่ซัง แต่ก็ถือว่าดีแล้วที่ถูกสั่งมาอย่างนั้น

 

หลังจากอยู่กับอามุโร่ซังมานาน มีอย่างหนึ่งที่ผมทราบก็คืออากาอิหรือชูซังเป็นคนฆ่าสก็อต.. ไม่สิ.. นี่มันเป็นสิ่งที่อามุโร่ซังคิด.. เพราะถ้าผมจำไม่ผิดล่ะก็ สก็อตฆ่าตัวตายเพราะถูกจับได้ว่าเป็นตำรวจสันติบาล.. แต่ถึงอย่างนั้นที่อามุโร่ดูแค้นในตอนนั้นก็คือแค้นชูซังสินะ..

 

ไม่น่าล่ะ ถ้าจำไม่ผิดตอนที่ดูเหมือนอามุโร่ซังจะไม่ชอบชูซังหน่อยๆ อ่า.. พออยู่มานาน ถึงแม้ผมจะเห็นอามุโร่ซังทำตัวน่าสงสัยซึ่งผมที่รู้ความจริงอยู่แล้วก็แอบช่วยปิดบังอยู่เงียบๆ..

 

ประจวบเหมาะกับที่วันหนึ่งชูซังทำตัวให้โดนจับได้จึงกลายเป็นคนทรยศทันที ผมที่ก่อนหน้านี้รับหน้าที่จับตาดูชูซังจึงต้องเข้าไปเกี่ยวข้องในการตามล่าร่วมกับเบลม็อทอย่างช่วยไม่ได้

 

...แล้วสุดท้ายผมก็จงใจที่จะทำภารกิจนี้พลาด...

 

โดยปรกติสำหรับองค์กรชุดดำหากทำพลาดสิ่งที่จะตามมาคือความตาย.. แต่คงเพราะไม่รู้ว่าท่านผู้นั้นกับรัมถูกใจอะไรผมจึงไว้ชีวิต แต่ก็แลกด้วยการถูกสั่งงานชนิดโขกสับอีกครั้งหนึ่ง

 

เฮ้อ.. เอาเถอะ เพราะหากแลกกับการที่ตอนนั้นผมไม่ต้องฝืนสู้กับชูซัง.. ยังไงก็คุ้มอยู่แล้ว.. แต่เรื่องเศร้าอีกเรื่องหนึ่งคือโทรศัพท์ผมพังน่ะซิ..

 

---------------------------------------------

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 300 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

246 ความคิดเห็น

  1. #213 Jecelyn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 15:50
    น้องไม่ต้องเสียใจ น้องเเค่ทำไม่ถึงตายเขาฆ่าตัวตายเอง😂
    #213
    0
  2. #176 000012687428 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 17:10

    55555555 ตัวละครดูสับสนในตัวเองดี

    #176
    0
  3. #49 shino13 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 13:07

    น้องเริ่มมีความรูสึกแล้ววว
    #49
    0
  4. #48 polytome (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 12:25
    ขะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #48
    0
  5. #47 ผีเสื้อมายาสีแดง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 12:13
    น้องน้อยของแม่~
    #47
    0
  6. #46 Fralele (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 12:11
    น้องงงงงงง แงงงง
    #46
    0