Conan Story's Tenchirina Yaoi

ตอนที่ 7 : Story : VI ก้าวจับตามองใกล้ชิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 318 ครั้ง
    30 เม.ย. 63

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk's Tenchirina

 

ในตอนแรกที่เหมือนผมจะได้พักร้อนแล้วแต่พอส่งคำขอว่าจะทำงานร่วมกับพวกเบอร์เบิ้นไปก็กลายเป็นว่าต้องได้รับภารกิจร่วมกับพวกเขาแทนและในตอนนี้ผมก็ได้รับภารกิจเพิ่มโดยตรงจากรัม

 

นั่นคือการจับตามองไรย์ เนื่องด้วยไรย์เข้ามาโดยมิยาโนะ อาเคมิ ทางเบื้องบนหรือทางรัมจึงออกคำสั่งให้จับตามองเนื่องจากมีโอกาสที่ไรย์อาจเป็นสายแล้วหลอกใช้มิยาโนะ อาเคมิให้เข้ามา

 

ว้าว เป็นหนึ่งในงานที่ผมรู้สึกชอบมันแฮะ~❤

 

และเพราะเหตุผลจับตามองอย่างใกล้ชิดมากๆนี่แหละ ยินจึงบอกกับไรย์ว่าต้องคอยดูแลผม ฉะนั้นจึงจะให้ผมไปอยู่อาศัยด้วยอย่างไม่มีกำหนดเวลา แต่จริงๆกำหนดเวลาก็จนกว่าหางของไรย์จะโผล่หรือเขาสามารถพิสูจน์ตัวจนทางองค์กรเชื่อถือมากกว่านี้ได้แล้ว

 

ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่พอใจแต่ก็ยินยอมลึกๆเพราะอาจต้องการจับตามองผมน่ะนะ ฮึๆ

 

"คาดเข็มขัดด้วย" อีกฝ่ายบอกด้วยน้ำเสียงที่น่าจะเป็นตามปรกติของเจ้าตัว แต่ผมก็ดื้อดึงตามประสาจนอีกฝ่ายออกตัวขับรถไปด้วยความเร็วแล้วส่งสายตาเป็นเชิงบอกว่า 'ไงล่ะ จะยอมคาดเข็มขัดดีๆไหม?'

 

ให้ตายสิ พ่อหนุ่มFBIไม่อ่อนโยนเอาซะเลย แต่ก็นะ

 

"ขับเร็วแบบนั้นมันก็สนุกดีนะ หึๆ~❤" ผมแสยะยิ้มส่งไปให้ ถามว่าความเร็วระดับนั้นกลัวไหม? คำตอบคือไม่ ในเมื่อผมไม่ตายง่ายๆอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นฝีมือการขับรถระดับเบอร์เบิ้นน่ะสิ อันนั้นก็น่าหวาดเสียวอยู่..

 

แต่ถ้าแบบขับดีๆไม่เร่งรีบก็คงไม่แย่เท่าไหร่ล่ะนะ เห็นว่าเป็นสารถีประจำตัวเบลม็อทบ่อยซะด้วย แต่แบบที่ขับในภาคเดอะมูฟวี่น่ะ.. อา.. ผมไม่อยากตายเพราะช็อกหรือชักบนรถเพราะฝีมือการขับรถอันน่าหวาดกลัวนั่นหรอกนะ

 

"เธอ.." อีกฝ่ายดูหงุดหงิดขึ้นมาหน่อยแต่เมื่อเห็นผมไม่สะทกสะท้านอะไรกับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อยจึงถอนหายใจแล้วขยับมาคาดเข็มขัดให้ผมเองดีๆ ดูเหมือนพ่อหนุ่มเอฟบีไอคนนี้จะไม่พอใจตามประสาพวกตำรวจที่เห็นคนไม่ยอมคาดเบลล์สินะ

 

"ตัวหอมดีนะครับ ไรย์" ผมยิ้มมุมปากแสดงความพอใจและยั่วยวนแบบกวนๆไปให้อีกฝ่าย อีกฝ่ายชะงักหน่อยๆ แววตาวูบไหวเล็กน้อยก่อนหันหน้าไปมองข้างหน้าแล้วขับรถไปต่อก่อนที่จะมีใครมาด่าพ่อด่าแม่ข้อหาจอดรถไว้นานถึงจะจอดรถไว้ตรงข้างถนนแล้วก็เถอะ

 

บรรยากาศบนรถเงียบสงบ บนรถมีกลิ่นหอมอ่อนๆจากถุงหอมบนรถและกลิ่นของไรย์ที่น่าจับกินเป็นบ้า ให้ตายซิ..

 

"ทำไมเธอถึงเข้าร่วมองค์กร" อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆในขณะที่ขับรถตามกฎระเบียบอย่างดี โนแซง โนเบียด เยี่ยมจริงๆพ่อคุณเอฟบีไอผู้น่ารัก

 

"เหตุผลส่วนตัว" เอาจริงๆใช้คำว่าอารมณ์ส่วนตัวคงจะเข้ามากกว่า ก็แค่อยากเข้า แต่ถ้าแบบแถๆหน่อยก็คงเพราะกินได้แต่พวกเลือด เนื้อมนุษย์และน้ำเปล่า ซึ่งน้ำเปล่าไม่ได้ช่วยให้อยู่ท้องเลย และคนแบบผมคงไม่มีทางไปอยู่ในแสงสว่างได้

 

ถ้าไม่กิน ผมก็จะอดตายและคลั่ง ไม่ว่ายังไงผมก็จะต้องกินมัน ซึ่งคนแบบผมไม่มีทางที่แสงสว่างจะต้อนรับอยู่แล้ว..

 

ฮ่ะๆ..

 

อีกฝ่ายเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนมีเสียงของเมลล์ดังขึ้นมาขัดบรรยากาศความเงียบ ไรย์เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คก่อนยกยิ้มมุมปาก..

 

ดูดีแฮะ.. ทั้งๆที่ไม่ใช่สเปคแท้ๆเลย อามุโร่ซังก็ด้วย ผมแอบมองไปยังอีกฝ่ายเงียบๆก่อนสักพักอีกฝ่ายจะเก็บโทรศัพท์ลงดีๆแล้วขับรถต่อไปเรื่อยๆก่อนแล้วค่อยๆจอดรถช้าๆตรงหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง

 

"เดี๋ยวฉันมา เธออย่าไปไหนล่ะ" อีกฝ่ายว่างั้นก่อนจะดึงสายคาดเข็มขัดที่รัดเอวตัวเองออกแล้วเปิดประตูจะเดินออกไป แต่ว่านะ ผมก็ไม่ใช่เด็กดีขนาดนั้นซะด้วย

 

"ผมไปด้วย" ผมว่างั้นก่อนจะรีบปลดที่คาดเข็มขัดอย่างรวดเร็วแล้วลงจากรถเดินตามชูซังที่ตอนนี้ปลอมตัวเป็นไดอะไรสักอย่างตามไปอย่างเร่งรีบเล็กน้อยเนื่องด้วยความที่ขาสั้นกว่ามาก

 

...ให้ตายสิ นายเปรตจริงๆนะไรย์...

 

"ได.." อา.. มิยาโนะ อาเคมิงั้นหรือ รู้สึกไม่สบอารมณ์เอาซะเลย ไรย์ที่ตอนแรกทำท่าเหมือนจะห้ามผมก็เงียบลงแล้วไปสนใจอาเคมิแทนซะ..

 

...ทั้งๆที่ไม่ไล่.. แต่ไม่สนใจอย่างงี้ก็อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้...

 

เมื่ออยู่ไปก็ไม่สบอารมณ์ซะเปล่าๆผมจึงเปลี่ยนใจกลับไปยืนพิงรถของไรย์แล้วกอดอกมองไปเรื่อยแต่สุดท้ายสายตาก็ไม่วายหันไปมองต้นเหตุของอารมณ์ผมในตอนนี้

 

ไรย์ยิ้มด้วยแหละ.. ดูมีความสุขจริงๆนะ.. เริ่มรู้สึกไม่ชอบงานนี้ซะแล้วสิ อา.. อาเคมิสักวันจะออกจากองค์กรแล้วโดนเก็บสินะ?

 

อาสาฆ่าเองดีไหมนะ.. ตอนแรกก็ว่าไม่ยุ่งหรอก.. สายตาผมจ้องมองรอยยิ้มของไรย์ที่ดูมีความสุขและยกยิ้มขึ้นเองแบบไม่เสแสร้งเลย.. หรือผมจะช่วยอาเคมิดีนะ....

 

...บ้าหนา เทนชิรินะ นายจะไปหาเรื่องทำไมกันเล่า... ผมส่ายหัวพลางถอนหายใจเบาๆ ในเวลานี้เองที่รู้สึกอยากสูบบุหรี่จึงหยิบเอาบุหรี่ที่ยินเคยโยนมาให้ผมลองพร้อมกับสายตาอึ้งๆของวอดก้าที่ไม่คาดคิดกับการกระทำกับลูกพี่ตน

 

"ฟู่.." บางทีมันก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้จริงๆ พวกเขายืนคุยยิ้มแย้มกันสักพักถึงส่วนมากคนที่ยิ้มจะเป็นคนที่น่าจะใจดี โลกสวยอย่างอาเคมิก็ตาม ไรย์ยิ้มแล้วดูดีชะมัด.. เมื่อเห็นเขากำลังเดินมาทางนี้ผมก็หยิบบุหรี่ออกแล้วดับไฟมันด้วยมือจนรู้สึกร้อนๆแสบๆหน่อยๆแต่..

 

ช่างมันเถอะหนา.. ว่าแล้วผมก็โยนเศษซากบุหรี่นั่นทิ้ง ไรย์มองมาทางผม ทำไมแวบหนึ่งเห็นว่าเขาเป็นห่วงและตกใจกันนะ..?

 

จู่ๆเขาก็ก้าวเร็วขึ้นแล้วกระชากมือผมไปจนผมต้องมองดุๆด้วยความไม่พอใจ ถึงทนได้แต่ใช่ว่าไม่รู้สินะไรย์.. มันก็เจ็บเช่นกัน

 

"ไหนเธอว่าสูบบุหรี่มันไม่ดี" ผมยักไหล่หน่อยๆพลางมองสบตากับนัยน์ตาสีเขียวของไรย์

 

"อ่า.. รู้แล้ว" ผมพูดด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระพลางกอดอกมองเขานิ่งๆ เขาถอนหายใจก่อนจะหันไปมองทางด้านหลังของผมแล้วเปิดประตูรถให้ผมเข้าไปนั่งแล้วตามด้วยตัวเองที่ไปนั่งที่นั่งฝั่งคนขับแล้วสตาร์ทรถ

 

"ฉันโมโรโบชิ ได" คิดยังไงถึงตั้งชื่อตัวเองอย่างนั้นกันนะคุณเจ้าหน้าที่สืบสวนFBI อากาอิ ชูอิจิ..

 

"เทนชิรินะ" ผมตอบพลางหันไปมองเขา ก็เขาน่าสนใจกว่าวิวข้างนอกนี่หน่า

 

"นามสกุลล่ะ?" สายตาเขายังไม่หันมามอง แต่คิดว่าถ้าผมจะฆ่าเขาตอนนี้ยังไงเขาก็หันมาป้องกันตัวทันแน่ๆ แต่ผมไม่คิดจะทำแบบงั้นหรอกนะ ผมไม่อยากฆ่าเขานี่หน่า ยิ่งเขาขับรถอยู่แบบนี้ ถ้าผมทำเขารถได้เกิดอุบัติเหตุแหง่เลย

 

"อ่า.. โทษที เทนชิ รินะ" ลืมไปซะสนิทว่าตอนนี้ตัวเองคือเทนชิ รินะที่มีนามสกุลว่าเทนชิไม่ได้ไร้นามสกุลอีกแล้ว

 

"ชื่อปลอมงั้นสินะ" ผมส่ายหัวเบาๆถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้หันมามองแต่สายตาอีกฝ่ายก็มีเหลือบมาดูตลอดนั่นแหละ

 

"ไม่เชิงหรอก แต่ของคุณคือชื่อปลอมสินะ" ผมยิ้มมุมปากให้ จะว่าไปอยู่ๆไรย์มาแนะนำตัวก็แปลกหน่อยๆนะ แต่คงคาดหวังได้ชื่อของผมกลับสินะ ทั้งๆที่มีโอกาสได้ชื่อปลอมแท้ๆเลย

 

"..." อีกฝ่ายเงียบไม่ตอบ แต่ยังไงผมก็รู้คำตอบนั่นอยู่แล้ว ก็ชื่อจริงอีกฝ่ายคือ 'อากาอิ ชูอิจิ' นี่หน่า

 

เมื่อมาถึงห้องอีกฝ่าย... ห้องอีกฝ่ายเป็นห้องเช่า ผมคาดว่าอาจเป็นห้องจริงหรือห้องปลอมๆที่เช่าขึ้นมาสำหรับตบตาอาเคมิหรืออาศัยเวลาอยู่ในองค์กรชุดดำอยู่แล้ว ก็ช่วยไม่ได้นี่หน่า.. บางทีองค์กรชุดดำก็ชอบสะกดรอยตามนี่ ถ้าเอาห้องจริงโอกาสเสี่ยงโดนจับได้ก็จะยิ่งสูงน่ะซิ

 

"แอ๊ด.." อีกฝ่ายเปิดประตูห้องออกมาเบาๆ ห้องเช่าอีกฝ่ายดูเป็นห้องสไตล์เรียบๆไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์เท่าไหร่ แต่ก็พอมีโซฟาให้ผมมีแววเห็นที่นอนผมบ้าง.. อา.. ถึงได้ไม่ชอบพวกงานแฝงตัว ถ้าไม่ติดว่าได้อยู่กับไรย์น่ะนะ

 

"หวังว่าเธอคงจะไม่ค้นห้องพักฉันจนรกนะ" เมื่อเห็นสายตาผมที่กวาดมองไปทั่วห้องพักของตนเอง อีกฝ่ายก็เอ่ยปากคล้ายเอ่ยห้ามเอาไว้ อา.. ผมเปล่าคิดซะหน่อย สายตาผมมองไปทั่วอีกครั้งเพื่อมองหากล้องวงจรปิดแต่ก็พบว่าอีกฝ่ายไม่ได้ติดเอาไว้ คงกันมีคนแฮกดูข้อมูลผ่านกล้องตัวเองสินะ "ในตู้เย็นฉันไม่ค่อยได้ซื้ออะไรเข้ามาสักเท่าไหร่.."

 

ทำอาหารไม่เป็นงั้นสินะ ฮ่ะๆ พ่อคุณเจ้าหน้าที่สืบสวนตัวน้อย.. อา.. เขาตัวใหญ่กว่าผมเกือบเท่าตัวนี่หน่า แต่แรงผมเยอะอยู่แล้ว จับเขากดแล้วกินได้สบาย

 

"...มีใครบอกเธอไหมว่าสายตาน่าขนลุกน่ะ.." เขาว่างั้นก่อนเดินไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเอาชุดของตัวเขาเองมาให้ผม "จะดีมากถ้าเธออาบน้ำก่อนขึ้นเตียงฉันนะ" เขาว่าอย่างงั้นซึ่งในห้องพักของเขามีเพียงเตียงเดียวเท่านั้น เท่ากับว่าอีกฝ่ายสละเตียงนอนให้ผมไม่ก็จะให้นอนร่วมกัน ไม่ค่อยเข้าใจความคิดนักหรอกนะ แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ผมก็ไม่ขอขัดให้ต้องระเห็จหัวไปนอนโซฟาที่ดูยังไงก็คงไม่นุ่มเท่าเตียงนอนของอีกฝ่ายหรอก

 

มีแววอีกฝ่ายสละเตียงซะมากกว่าเพราะเตียงอีกฝ่ายก็ไม่ได้ใหญ่อะไรนักตามมาตรฐานเตียงนอนเดี่ยวอย่างชัดเจน

 

"อา.. มีตัวเล็กกว่านี้ไหม.." ผมที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยมีผ้าขนหนูที่อีกฝ่ายยื่นให้ก่อนผมจะเข้าห้องน้ำไปกำลังเช็คหัวอยู่ ส่วนเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายยื่นให้น่ะเหรอ เฮ้อ..

 

เสื้อน่ะหลวมจนเห็นหน้าอกผมโผล่มาแว่บๆเลยล่ะครับ.. ส่วนกางเกงรายนั้นหลวมจนใส่ไม่ได้เลยล่ะ ช่างน่าเศร้าใจ

 

อีกฝ่ายหันมองสภาพผมก่อนกระตุกยิ้มมุมปากที่ผมคิดว่าเป็นครั้งแรกที่เขายิ้มให้ผมล่ะมั้ง ซึ่งผมไม่ดีใจเอาซะเลยที่ได้รอยยิ้มของเขาเพราะเห็นสภาพอย่างนี้ของผม

 

"นั่นนะ ตัวเล็กที่สุดของฉันแล้วนะ" อา.. จะว่าไปทุกคนอาจสงสัยสินะว่ากระเป๋าสัมภาระของผมไปไหน.. คำตอบสั้นๆเลยว่าผมลืมและขี้เกียจแบก.. เอาหน่า.. เก็บพวกชุดไว้ที่นั่นเผื่อมีงานจะได้ไม่ต้องขนไปขนมานั่นแหละ

 

"อ่า.." ผมขานรับแค่นั้นก่อนกระโดดขึ้นเตียงอีกฝ่ายแล้วนอนกอดผ้าห่ม ไม่มีตุ๊กตาแฮะ เอาจริงๆคนก็เป็นตุ๊กตาได้.. ผมเผลอช้อนตามองอีกฝ่ายหน่อยๆ ฮ่ะๆ

 

"ยังเช็คผมไม่แห้งเลยนี่" รู้สึกตัวลอยก่อนรู้สึกตัวอีกทีก็โดนจับนั่งพร้อมอีกฝ่ายที่นั่งช้อนตัวเช็คผมให้ผมอยู่ วู้ว.. พวกหวงเตียงสินะ

 

แต่เตียงเขาก็เปียกจริงๆนั่นแหละ ขอโทษทีนะ ฮ่า~ สนุกจัง.. พอแบบนี้ก็เพลินดีเหมือนกัน :)

 

ราตรีสวัสดิ์นะครับ ทุกคน

 

--------------------------------------------------------

 

 

 

Talk's Shuichi

 

เมื่อรับฟังภารกิจเรียบร้อยแล้วและได้รับสมาชิกร่วมทีมเพิ่มเติมอีกคนเป็นเด็กหนุ่มที่ดูยังไงอายุก็คงไม่มีทางเกิน20ปี แต่ดูจากแววตาแล้ว.. อันตรายไม่แพ้ยินเลย

 

แน่นอนว่าเมื่อฟังจบฉันก็พร้อมที่จะขึ้นรถกลับเพื่อไปหามาซามิทันที แต่ว่ายินกลับเรียกตัวฉันไว้ก่อน รอจนสมาชิกคนอื่นทยอยเดินออกจนหมดแล้วเขาจึงเปิดปากพูดอีกครั้งพร้อมยกปืนชี้คล้ายเป็นเชิงห้ามปฎิเสธ แต่ฉันเห็นนะว่าเหมือนเขาจะเปิดดูเมลล์ในโทรศัพท์น่ะ

 

คงเป็นเมลล์คำสั่งจากใครสักคนอย่างเช่นบอสขององค์กรให้จับตามองฉันล่ะมั้ง

 

และเพราะอย่างนี้ยินถึงบอกให้ฉันดูแลแอ๊บแซ็งธ์.. ความหมายก็คือพาไปอยู่ด้วย...ซ้ำยังไม่มีกำหนดจบภารกิจอีก..

 

...รู้สึกไม่สบอารมณ์แฮะ แต่ก็ดีเหมือนกัน จะได้จับตาดูเอาไว้ เด็กคนนั้นน่ะ... ฉันมองเขาด้วยสายตาครุ่นคิด

 

ดูท่าแล้ว ถ้าฉันพิสูจน์ตัวได้เมื่อไหร่ทางองค์กรถึงจะให้ฉันแยกตัวกับเด็กคนนี้สินะ แบบนั้นเด็กคนนี้ถ้ายังอยู่ก็เปรียบเสมือนเป็นตัวบ่งบอกว่าเวลานี้องค์กรยังไม่เชื่อถือฉัน.. ต้องระวังตัวเพิ่มขึ้นซะแล้วสิ

 

"คาดเข็มขัดด้วย" เมื่อขึ้นมาบนรถแล้วฉันก็เอ่ยปากบอกเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆที่นั่งคนขับหรือข้างๆฉัน แต่เขาก็เสมองไปข้างนอกแล้วเลือกที่จะเมินเฉยฉัน.. อย่างงั้นก็ได้

 

ฉันขับรถเร็วขึ้นอย่างกับไม่เกรงใจกฎหมายหรือตำรวจญี่ปุ่นเลยแม้แต่น้อย มีแววว่าอาจจะโดนจับหรือโดนปรับได้ง่ายๆ.. ถ้าฉันยอมอยู่รอน่ะนะ เมื่อขับรถไปได้ประมาณหนึ่งฉันก็ส่งสายตาไปบอกอีกฝ่ายเป็นเชิงว่า 'ว่าไงจะยอมคาดเข็มขัดดีๆไหม? หนูน้อย'

 

"ขับเร็วแบบนั้นมันก็สนุกดีนะ หึๆ~❤" แต่เหมือนเขาจะไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อยจนฉันเกือบจะส่งเสียงหงุดหงิดหน่อยๆ แต่ความอดทนฉันก็สูงเช่นกัน ดูแล้วจะเป็นเด็กที่ดื้อนะ

 

...เฮ้อ...

 

"เธอ.." ผมถอนหายใจทั้งในความคิดและการกระทำหน่อยๆก่อนค่อยๆขยับตัวไปใส่เข็มขัดให้อีกฝ่ายซะเองดีๆ เพราะดูท่าแล้วอีกฝ่ายคงเป็นคนหัวดื้อไม่น้อย ถ้ามัวแต่ทำแบบนี้คงเสียเวลานานน่าดู

 

...เด็กน้อยเอ๊ย...

 

"ตัวหอมดีนะครับ ไรย์" อีกฝ่ายพูดหยอกฉันแบบนั้น ทำเอารู้สึกคิดถึงสิ่งที่เบลม็อทชอบทำเลยทีเดียว แต่ไม่ยักจะรู้สึกหงุดหงิดเท่า อีกฝ่ายยกยิ้มขึ้นมาซึ่งมันอยู่ในสายตาของฉันที่จับตามองอีกฝ่ายตลอด

 

...ทำไมมันดูยั่วจังนะ อ่า... ฉันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันเหความสนใจของตัวเองกลับไปที่ข้างหน้าดีๆแล้วเริ่มออกตัวขับรถต่อก่อนที่จะคิดมากไปกว่านี้ จะได้ไปหามาซามิสักที..

 

บรรยากาศบนรถเงียบสนิทจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศและลมหายใจของฉันกับเด็กหนุ่มข้างๆ จะว่าไป..

 

...กลิ่นหอมนี้... ฉันครุ่นคิดเกี่ยวกับมันหน่อยๆว่าเป็นกลิ่นหอมของตัวเด็กหนุ่มหรือกลิ่นถุงหอมที่โจดี้เป็นคนซื้อมาฝากก่อนหน้านี้

 

แต่กลิ่นหอมดีชะมัด.. ถ้าเป็นกลิ่นเจ้านี้.. คงต้องฝากโจดี้ซื้อบ่อยๆซะแล้วมั้ง

 

"ทำไมเธอถึงเข้าร่วมองค์กร" เมื่อเวลาผ่านไปอีกสักพักฉันก็ละทิ้งเรื่องกลิ่นหอมนั่นไปก่อนจะมานึกถึงเรื่องที่เคยนึกสงสัย..

 

...ยังเด็กอยู่แท้ๆเลย... ฉันยังคงมองไปที่ข้างหน้า แต่สายตาก็ไม่วายเหลือบมองเด็กหนุ่มที่ฉันว่ายังคงไม่หลับหรอก

 

ซึ่งมันก็จริง เด็กน้อยยังตื่นอยู่ ฉันลอบยิ้มหน่อยๆ แต่ว่า.. ฉันยิ้มทำไมกันนะ?

 

"เหตุผลส่วนตัว" เอาจริงๆฉันอาจจะซักถามเด็กข้างๆต่อ.. ถ้าไม่ติดว่าเขาทำแววตาเศร้าซะขนาดนั้น เศร้าซะจน.. ฉันนึกไม่ออกหรือนึกไม่ลงเลยว่าเขาจะเสแสร้งทำ...

 

...เด็กคนนี้กำลังเศร้างั้นหรือ?... ฉันคิดในใจก่อนจะปัดตกความคิดนั้นไปเล็กน้อยเพราะต่อให้เป็นเด็กก็ไม่อาจไว้วางใจได้ว่าจะไม่แกล้งทำ ยิ่งเป็นคนที่ดูเหมือนยินก็วางใจซะด้วย..

 

...หมาป่าตะครุบเหยื่อที่จมูกดีกับพวกทรยศขนาดนั้นน่ะ... แล้วด้วยความที่ฉันก็ยังไม่มั่นใจอะไรนักจึงไม่ได้เอ่ยปากปลอบออกไปนอกจากครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่ในใจ

 

บรรยากาศจึงเงียบสงบก่อนที่จะมีเสียงเมลล์ขึ้นมาทำลายความเงียบจนน่าวังเวงนี้...

 

เมื่อฉันได้ยินเสียงเมลล์ มีเพียงไม่กี่ชื่อที่ฉันนึกถึงว่าจะส่งมา แต่ชื่อแรกที่ฉันคิดก็คือ 'มาซามิ' ฮิโรตะ มาซามิ

 

ผู้หญิงที่ไม่ค่อยเหมาะกับองค์กรชุดดำแบบนี้สักเท่าไหร่.. เธอดูบริสุทธิ์เกินไป

 

ฉันค่อยๆขับรถช้าลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คเมลล์ แต่ก็ยังคงความตั้งใจขับรถกับเหลือบมองเด็กข้างๆหน่อยๆ.. เป็นเด็กดีกว่าที่คิด ไม่แอบมองเมลล์ฉันเลย แต่เหมือนจับตามองฉันเหมือนกันนี่

 

...ทำไมฉันถึงได้เผลอคิดว่าเด็กคนนี้ก็น่าเอ็นดูเหมือนกันนะ?... ฉันคิดอย่างงั้นในขณะที่อ่านเมลล์ของมาซามิพร้อมยกยิ้มมุมปากออกมาโดยไม่รู้ตัวแล้วค่อยๆขับรถไปต่อก่อนจะจอดลงหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง..

 

...โรงแรมที่มาซามิอยู่... ฉันจอดรถลงแถวนั้นแล้วเดินลงไปโดยไม่ลืมเอ่ยปากบอกกับเด็กข้างๆที่โดนสั่งให้พามาด้วย

 

"เดี๋ยวฉันมา เธออย่าไปไหนล่ะ" ฉันว่าแบบนั้นพร้อมกับเปิดประตูรถอย่างระมัดระวังไม่ให้มีรถขับมาชนฉันซะก่อน สถานที่อย่างโรงพยาบาลคงไม่น่าไปนอนเท่าไหร่หรอก

 

...อีกอย่างตอนนี้ฉันมีหน้าที่ดูแลเด็กนี้... แต่เหมือนเด็กคนนั้นจะไม่ใช่เด็กดีขนาดที่ฉันชมนะ หึ..

 

"ผมไปด้วย" เพราะว่าฉันบอกให้รออยู่เฉยๆแต่กลับขอตามมาด้วยซะ.. แน่นอนว่าฉันเดินมาประมาณหนึ่งแล้วตามด้วยเขาที่แทบวิ่งตามมาด้วยส่วนสูงที่ต่างกันมากเกินไป

 

...น่าเอ็นดูจริงๆนั่นแหละ อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เด็กคนนี้ต้องเข้าองค์กรที่โหดร้ายแบบนั้นกัน... ฉันหรี่ตามองพร้อมกับกำลังจะเอ่ยปากปฎิเสธแล้วไล่ให้อีกฝ่ายกลับไปนั่งรอดีๆ แต่มาซามิก็เดินออกมานอกโรงแรมเพื่อมาหาฉันพอดี

 

"ได.." ฉันจึงละความสนใจจากเด็กนั้นแล้วหันไปมองมาซามิแล้วพูดคุยด้วยพร้อมยิ้มออกมาอย่างไม่ต้องเสแสร้ง มาซามิเป็นคนที่บริสุทธิ์เกินจะอยู่องค์กรนี้จริงๆ.. ถ้าวันหนึ่งเรื่องความที่ฉันเป็นคนทรยศถูกเปิด เธอจะเดือดร้อนสินะ.. แต่น้องสาวของเธอ เชอร์รี่เป็นคนสำคัญขององค์กร

 

...ถ้าเป็นไปได้ก็อยากพาเธอออกมา... ฉันคิดแบบนั้นก่อนจู่ๆจะมีอีกความคิดที่อยากพาเด็กอีกคนออกมาจากที่นั้นเช่นกัน

 

ทั้งๆที่ฉันก็ไม่รู้เหตุผลที่เขาเข้าองค์กรเลย อาจจะแค่เพราะความสนุกก็ได้.. แต่พอ..นึกถึงแววตาที่เศร้าแบบนั้นแล้วก็รู้สึกแปลกๆ..

 

...เด็กๆน่ะควรเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่า เหมือนที่มาซามิยิ้ม...

 

ในระหว่างที่ฉันกำลังยิ้มและคุยกับมาซามิอยู่นั่นเอง สายตาของฉันที่ชอบเหลือบไปมองเด็กหนุ่มที่พึ่งพบเจอ.. อ่า.. เพราะจะจับตามองเลยมักจะหันเหสายตาไปมองบ่อยๆ ก่อนจะพบว่าเด็กนั่นกำลังสูบบุหรี่อยู่

 

'สูบบุหรี่น่ะมันไม่ดีหรอกนะ' ประโยคนี้มันย้อนเข้ามาในหัวฉันอีกครั้ง มันเป็นคำพูดของเด็กคนหนึ่งที่เอ่ยห้ามฉันแต่กลับทำตัวแบบนั้นซะเอง

 

...ฉันรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอีกหน่อย ทั้งๆที่เป็นคนห้ามฉันจนฉันอยากลองเลิกแท้ๆเลยนะหนูน้อย...

 

"ฟู่.." ฉันรีบเอ่ยปากลามาซามิเพราะความรู้สึกไม่สบอารมณ์กับสิ่งที่เห็นจึงไม่อยากพูดคุยกับเธอต่อเพราะกลัวเผลอไปพาลหงุดหงิดใส่แล้วรีบก้าวเท้าเร็วไปหาเด็กนั่น

 

แต่ก็พบภาพที่ทำให้ฉันต้องรู้สึกเป็นห่วง.. ฉันหมายถึงตกใจ.. ฉันรีบเข้าไปหาเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยความเร็วที่แทบจะเรียกได้ว่าฉันวิ่งเข้าไปก่อนจะกระชากข้อมืออีกฝ่ายเข้ามาหาตัวเองเพื่อดู แต่กลับพบว่ามือเล็กๆนั่นไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนใดๆ.. มีก็เพียงแต่.. รอยแดงตามข้อมือที่เกิดจากการกระชากข้อมืออีกฝ่ายเข้าหาตัวของฉัน..

 

...รู้สึกผิด...

 

...รู้สึกผิดที่เผลอจับมือเด็กคนนั้นแรงเกินไป... แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยปากขอโทษออกไปทั้งๆที่ในใจก็คิดจะพูดขอโทษ แล้วปากของฉันเองก็เอ่ยอีกประโยคหนึ่งออกไปแทนด้วยน้ำเสียงติดตำหนิและไม่พอใจที่มันมาจากตอนที่ฉันเห็นอีกฝ่ายสูบบุหรี่.. ทั้งๆที่ตอนนั้นก็ดูจะไม่ชอบบุหรี่แท้ๆ

 

"ไหนเธอว่าสูบบุหรี่มันไม่ดี" ฉันว่าอย่างนั้นพลางจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาติดตำหนิ แต่ลึกๆ..

 

...ฉันเป็นห่วง... แต่ครู่หนึ่งฉันว่าฉันคงไม่ได้ห่วงหรอก.. คงแค่กลัวเด็กน้อยคนนั้นจะเป็นแผลจนพวกยินเข้าใจผิดว่าฉันเป็นคนทำซะมากกว่า

 

"อ่า.. รู้แล้ว" เด็กคนนั้นตอบแบบนั้น ฉันรู้สึกหงุดหงิดมากยิ่งขึ้นที่เป็นห่วงเด็กคนนั้น แต่เด็กคนนั้นกลับไม่ห่วงตัวเอง

 

...ไม่สิ ฉันไม่ได้ห่วงซะหน่อย... ฉันถอนหายใจออกมาก่อนจะเปิดประตูรถแล้วบังคับให้เด็กน้อยเข้าไปนั่งดีๆโดยไม่ลืมคาดเข็มขัดให้แต่แรกเพราะอีกฝ่ายคงไม่ยอมคาดเองดีๆแล้วจึงเดินไปนั่งที่ตัวเองก่อนตามด้วยการสตาร์ทรถยนต์เพื่อกลับไปยังห้องพักของฉัน

 

...มันเป็นห้องพักที่ฉันเช่ามาสำหรับใช้ในช่วงที่แฝงตัวอยู่ในองค์กร...

 

 

"ฉันโมโรโบชิ ได" จะว่าไปคงต้องอยู่กับเด็กคนนี้อีกนานกว่าองค์กรจะยอมรับ จะให้เรียกว่าเด็กคนนั้นเด็กคนนี้ตลอดก็ยังไงอยู่.. แถมแอ๊บแซ็งธ์หรือ.. ชื่อนี้น่ะมันใช้เรียกข้างนอกไม่เหมาะซะหน่อย อย่างน้อยตราบเท่าช่วงที่ไม่ได้ทำงานอยู่

 

...ให้เด็กน้อยเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่ฉันรู้จักในนามชื่อ ไม่ใช่รู้จักในนามแอ๊บแซ็งธ์สมาชิกขององค์กร... เหมือนที่ฉันรู้จักกับมาซามิ

 

แต่.. ไม่ว่ายังไงก็คงไม่ต่างกัน

 

"เทนชิรินะ" เทนชิ.. เทพธิดางั้นหรือ เด็กผู้ชาย.. แต่เด็กคนนี้ก็หน้าสวยจริงๆนั่นแหละ

 

...ถ้าเป็นผู้หญิง ฉันอาจชอบไปแล้ว... ว่าแต่นั่น.. ฉันไม่ได้ชอบง่ายขนาดนั้นหรอก ส่วนรินะ ครอบครัวที่อบอุ่นหรือ? เป็นชื่อที่ดี.. แต่ถ้าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นจริงทำไมเด็กน้อยถึงได้เข้าร่วมองค์กรนี้กัน แล้ว..นามสกุลเขาล่ะ...

 

"นามสกุลล่ะ?" ฉันถามพร้อมคิดเรื่องนี้ไปด้วย รึเป็นเด็กที่ถูกทิ้ง.. แต่ชื่อ.. เป็นสิ่งที่เด็กน้อยต้องการงั้นหรือ...

 

...องค์กรมืดแบบนี้ไม่มีทางเติมเต็มให้เธอได้หรอกนะ... ฉันเป็นพี่ชายให้ดีไหมนะ?

 

"อ่า.. โทษที เทนชิ รินะ" อีกฝ่ายพูดตอบ แต่ฉันคิดว่าเทนชิน่าจะเป็นชื่อมากกว่านามสกุลของเขา.. ชื่อปลอมงั้นหรือ..

 

...แต่พูดถึงเรื่องพี่ชาย.. ไม่อยากเป็นให้เลย แต่เด็กน้อยก็ดูต้องการมันนะ... ฉันคิดในขณะเหลือบตามองเด็กน้อยที่มองมาทางฉันไม่วางตาเช่นกัน หรือว่าองค์กรจะเก็บเด็กน้อยคนนี้มาเลี้ยง?

 

...เลี้ยงแล้วฝึกให้เป็นนักฆ่าองค์กร.. เป็นเรื่องที่เป็นไปได้แล้วใช่ว่าฉันจะไม่เคยเจอ... แต่ไม่เคยคิดจะสนใจมาก่อน

 

"ชื่อปลอมงั้นสินะ" เด็กน้อยคนนั้นส่ายหัว แต่จะให้เรียกเทนชิมันก็แปลกๆจริง ถึงแม้เด็กคนนี้จะสวยสมชื่อเทพธิดาก็ตาม ส่วนรินะ.. ถ้าฉันเป็นครอบครัวให้เด็กคนนี้เมื่อไหร่จะเรียกแล้วกัน...

 

...ก็ชื่อจริงแปลว่าฉันต้องสนิทกับเด็กน้อยคนนี้ก่อนน่ะสิ...

 

"ไม่เชิงหรอก แต่ของคุณคือชื่อปลอมสินะ" เด็กคนนั้นทายถูก ฉันเงียบแล้วตั้งใจขับรถต่อ เด็กคนนี้ดูฉลาดไม่น้อย ฉันควรระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น ถึงจะดูอายุไม่เกิน20ด้วยซ้ำ แต่เด็กคนนี้กลับดูเหมือนผู้ใหญ่มากกว่านั้น

 

เมื่อมาถึงห้องของฉัน ฉันก็จัดการเปิดประตูพร้อมทั้งยื่นกุญแจสำรองให้เด็กน้อยคนนั้น ดูเหมือนฉันจะคิดถูกที่ไม่เคยเก็บข้อมูลไว้ในห้องนี้เลยและนั่นเป็นเหตุผลที่ฉันไม่จำเป็นต้องติดกล้องไว้ในห้องนี้

 

"หวังว่าเธอคงจะไม่ค้นห้องพักฉันจนรกนะ" ฉันมองสายตาที่มองไปทั่วของเด็กน้อยที่ฉันคิดว่าคงได้รับคำสั่งให้จับตาดูฉันแล้วจึงพูดออกมาแบบนั้น เพราะมันไม่มีข้อมูลก็จริง แต่ถ้าห้องรกขึ้นมาก็คงต้องเหนื่อยเก็บกวาดน่าดู

 

...แค่งานองค์กรกับงานเอฟบีไอพร้อมกันก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน...

 

"ในตู้เย็นฉันไม่ค่อยได้ซื้ออะไรเข้ามาสักเท่าไหร่.." ฉันบอกอย่างนั้นเป็นเชิงบอกว่าฉันมักไปกินอาหารข้างนอกหรือไม่ชอบทำอาหารกินเอง เพื่อให้เด็กน้อยรับรู้ไว้ก่อนว่าเธออาจต้องไปกินอาหารข้างนอกไม่ก็ซื้อกลับมาทำเอาเอง ซึ่งอีกฝ่ายก็มีอายุพอสมควรถึงจะเป็นเด็กน้อยในสายตาฉันก็ตาม

 

...หวังว่าครัวฉันคงไม่พังเหมือนที่ฉันเคยทำ...

 

"...มีใครบอกเธอไหมว่าสายตาน่าขนลุกน่ะ.." ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร แต่สายตาที่มองมามันทั้งน่าขนลุกแล้วก็.. อ่า.. ช่างมันเถอะ ถึงเป็นเอฟบีไอแต่ไม่อยากข้องเกี่ยวกับข้อหาพรากผู้เยาว์หรอก.. หรือยินจะเกี่ยวพันธ์เรื่องนี้กับเจ้าหนูนี้กันนะ

 

...ไม่สบอารมณ์อีกแล้วสิ... ฉันคิดอย่างหงุดหงิด สายตาของฉันลอบสังเกตแทบทุกการกระทำของเจ้าหนูพร้อมทั้งเดินไปหยิบชุดของตัวเองที่เป็นขนาดเล็กที่สุดไปให้ แต่ดูแล้วยังไงก็คงหลวม..

 

"จะดีมากถ้าเธออาบน้ำก่อนขึ้นเตียงฉันนะ" ฉันว่าอย่างงั้นพร้อมกับยื่นชุดซึ่งดูแล้วก็เป็นเชิงไล่เจ้าหนูนั่นไปอาบน้ำ อืม.. ฉันจะได้ตรวจสอบห้องด้วยว่าไม่เผลอทิ้งหลักฐานอะไรของตัวเองไว้

 

ส่วนเรื่องที่ให้เจ้าหนูนั่นนอนบนเตียงด้วยกันน่ะหรือ ก็เพราะเจ้าหนูนั่นตัวเล็กแล้วอีกอย่างดื้อๆแบบนั้นคงไม่ยอมนอนโซฟา แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ทางองค์กรจะไว้วางใจฉัน จะให้ฉันที่เป็นเจ้าของห้องไปนอนโซฟาก็ยังไงอยู่แล้วซื้อเตียงเพิ่มก็เปลื้องเงินซะด้วย

 

อ่า ฉันกลายเป็นคนขี้งกไปแล้วสิ หึ..

 

ยอมเป็นคนขี้งกฉันว่าก็ไม่ได้แย่อะไรนะ แถมถ้านอนด้วยกันแล้วเจ้าหนูจะแอบไปไหนหรือค้นห้องของฉัน ฉันจะได้รู้ด้วย ดีซะอีก

 

"อา.. มีตัวเล็กกว่านี้ไหม.." ฉันที่เห็นเด็กนั่นจะไปอาบน้ำก็ยื่นผ้าเช็ดตัวไปให้ ผ่านไปไม่นานนัก..

 

...ก็นานอยู่เหมือนกัน... เด็กน้อยคนนั่นก็ออกมาด้วยสภาพล่อแหลม เสื้อหลวมจนจะเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว.. แถมดูท่าจะไม่ได้ใส่กางเกงฉันซะด้วย

 

...ขาว ชมพู... ถ้าวันหนึ่งฉันเห็นเด็กคนนี้ถูกพาดหัวข่าวว่าถูกผู้ชายหรือผู้หญิงข่มขืนฉันจะไม่แปลกใจเลย

 

...แต่ถ้าใครกล้าทำ ฉันจะฆ่ามันทิ้ง... เฮ้อ ฉันถอนหายใจหน่อยๆพลางตอบอีกฝ่ายกลับไปเกี่ยวกับเรื่องชุดของฉัน "นั่นนะ ตัวเล็กที่สุดของฉันแล้วนะ"

 

"อ่า.." ตัวเล็กจริงๆ แต่ว่านะ ผมยังไม่แห้งแบบนั้น..

 

...ไม่ได้หวงห่วงเตียงหรอก แต่เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา... ฉันดึงเอาคนที่นอนนัวเนียอยู่กับผ้าห่มขึ้นมาแล้วเช็ดหัวให้เบาๆ

 

...กินอะไรบ้างไหมเนี่ย? ตัวเบาชะมัด... หรือว่าฉันควรฝึกทำอาหาร.. มีหวังเด็กคนนี้คงได้ตัวเล็กกว่าเดิม หึๆ.. เด็กน้อยจริงๆ ทั้งๆที่โดนสั่งให้จับตามองฉันแต่กลับหลับง่ายๆแบบนี้

 

ฉันเช็คผมเด็กน้อยคนนั้นจนคิดว่าแห้งสนิทแล้วจึงจัดท่านอนให้ดีๆ จะว่าไป.. แวะไปทำธุระก่อนแล้วค่อยกลับมาแล้วกัน เด็กน้อยคงเพลียไม่น่าตื่นง่ายๆ

 

--------------------------------------------------------------------------------------

 

...แต่หารู้ไม่ว่าเด็กคนน้อยคนนั้นกลับรู้ตัวแล้วปรือตาขึ้นมอ...

แต่ก็เลือกที่จะหลับตาลงต่อไป

...ก็เพราะเด็กน้อยคนนั้นรับรู้ความจริงตั้งแต่แรกแล้ว...

แต่ก็เลือกที่จะช่วยอีกฝ่ายปกปิดความจริงที่ว่านั่นเอาไว้...

 

--------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

แถม

 

ฉันกลับมาจากการทำงานของทางเอฟบีไอ

เด็กน้อยคนนั้นที่ฉันต้องรับหน้าที่ดูแลก็ยังคงหลับอย่างสงบจนน่าเอ็นดูแบบแปลกๆ

 

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วฉันก็ใส่ชุดสีโทนเข้มกางเกงขายาวสำหรับใส่นอน

ฉันล้มตัวนอนข้างๆแล้วปิดเปลือกตาลง

 

และเมื่อยามเช้า

ฉันที่มักตื่นเช้าเป็นประจำก็พบกับร่างของเด็กคนหนึ่งที่นอนกอดอยู่บนตัวของฉัน

อา.. รอยกัดเต็มคอฉันเลย เด็กคนน้อยคนนี้ขี้ละเมอสินะ

 

เฮ้อ.. คงต้องใช้เสื้อคอเต่าสูงๆซะแล้ว ยิ่งเป็นช่วงหน้าร้อนซะด้วย

 

--------------------------------------------------------

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 318 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

246 ความคิดเห็น

  1. #211 Jecelyn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 12:07
    น้องร้ายนะคะ อย่าเชื่อสิ่งที่เเสดงออกมาง่ายๆนะ555 รอยที่คอจงใจจ๊ะ555
    #211
    0
  2. #38 MuayLove (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 17:46

    รออ่านต่อน้าาาาาา
    #38
    0
  3. #37 klki (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:33

    ต่ออีกคร้าาาาา
    ชอบมากกกกกกกกกกก
    มาต่อเร็วๆๆๆนะคร้าาาาาา
    #37
    0
  4. #36 ผีเสื้อมายาสีแดง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 02:51

    อากาอิอย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น555
    อิหนูมันร้ายกว่าที่นายคิด!
    #36
    0
  5. #34 P.T.Miria (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 21:20
    คุณอากาอิคะ อย่าโดนตาใสๆและของน้องหลอกค่ะ! น้องเขาจ้องกินคุณอยู่นะ!!
    #34
    0
  6. #33 Fralele (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 19:16
    ถึงกับเละเลยหรอ5555555
    #33
    0
  7. #32 My Lords (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 18:30
    ไม่คิดเลยว่าจะทำครัวเละได้พอตัดภาพไปตอนเป็นคุณสุบารุแล้วนึกภาพไม่ออกเลย555 แต่รอตอนต่อไปอยู่น่ะ แล้วก็รอฉากทำงานร่วมกันอยู่น่ะ
    #32
    0
  8. #31 shino13 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 18:15
    ชูนายเคยทำครัวพังเลยหรอออออ
    #31
    0
  9. #30 CQ Pang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 18:09
    fufufufu
    #30
    0