Conan Story's Tenchirina Yaoi

ตอนที่ 22 : Story : XXI ก้าวแห่งการล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 210 ครั้ง
    18 มิ.ย. 63

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk's Tenchirina

 

เช้าวันอากาศสดใสของผมถึงแม้อากาศสดใสที่ว่านั่นจะไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ผมดีขึ้นจากความขุ่นมัวเนื่องด้วยต้องตื่นเช้าไปขึ้นขบวนรถไฟด่วนเบลทรีก็ตาม

 

"กินอะไรหน่อยไหมครับ?" อามุโร่ซังพูดขึ้นมาในขณะทำหน้าที่เป็นคนขับรถที่ดีประจำตัวผม "เขาว่ากันว่าถ้ากินของหวานจะช่วยทำให้อารมณ์ดีน่ะ"

 

"พอดีผมคงกินของหวานพวกนั้นไม่ได้.." ถ้าเป็นพวกช็อกโกแลตผมย่อมกินไม่ได้อยู่แล้ว แต่จะว่าไป..

 

รสเลือดมันก็ช่วยคลายเครียดได้ดีไม่น้อย ยิ่งเป็นเลือดของอามุโร่ซังหรือชูซังที่ผมว่ามันรสชาติดีกว่าของคนอื่นเป็นพิเศษ

 

...กินบ่อยจนติดใจหรือไงนะ...

 

"จริงด้วย อามุโร่ซัง" ผมพูดขึ้นมาพลางค่อยๆเปิดซิบกระเป๋าเป้หนังสะพายสีดำคู่ใจออกเพื่อหยิบเอาน้ำผลไม้สำหรับบำรุงเลือดให้คนข้างกาย

 

"หือ..ขอบคุณนะ" ประจวบเหมาะกับที่รถยนต์ญี่ปุ่นคันสีขาวของอามุโร่ซังมาถึงสถานที่ที่จะเป็นจุดล่าเชอร์รี่...เชอร์รี่บรั่นดีในวันนี้

 

อามุโร่ซังรับมันไปพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่มักมอบให้ผม มันไม่ใช่รอยยิ้มที่แสดงให้รู้สึกสุภาพหรือเฟรนลี่เท่าไหร่นักในสายตาผม แต่มันกลับอบอุ่นเอาซะมากๆ

 

...เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมต้องเผลออมยิ้มตามแทบทุกที... อีกฝ่ายเจาะหลอดแล้วดูดน้ำผลไม้กล่องที่ผมยื่นให้แทบทันทีหลังจากที่รับมาโดยไม่ตรวจสอบแม้แต่น้อยว่าผมจะแอบวางยาพิษอะไรลงไปรึเปล่า?

 

...ถึงผมจะไม่มีทางทำมันก็ตามเถอะ...

 

ในระหว่างที่อีกฝ่ายดื่มน้ำผลไม้ที่ผมยื่นให้ ผมก็ก้มหน้าก้มตาเช็ดข้าวของที่ผมเอามา.. เบลม็อท ถ้าจำไม่ผิดยัยนั้นเหมือนเมลล์มาให้อามุโร่ซังไปรับ แต่แน่นอนว่าผมก็เป็นคนเมลล์ไปบอกเธอด้วยเช่นกันว่าให้มาเอง

 

ผมเปล่าหวงซะหน่อย.. ก็แค่เธออยู่ไกล.. ไม่สิ เรียกว่าคนละทางจากห้องพักของพวกเราเท่านั้นเอง ซึ่งมันจะค่อนข้างเสียเวลาผมในการต้องเดินทางแบบนั้น

 

"ติ้ง.." เสียงโทรศัพท์ของอามุโร่ซังดังขึ้นไม่ดังนักก่อนที่เจ้าตัวจะหยิบมันขึ้นมาอ่านช้าๆ สีหน้าของอามุโร่ซังระหว่างอ่านไม่ได้แสดงออกถึงความเคร่งเครียดนักบ่งบอกให้รู้ถึงเนื้อความในเมลล์ไม่ใช่อะไรที่ร้ายแรง

 

...ยอมรับว่าหลังจากเหตุการณ์ของสก็อตแล้ว... ก็แอบกลัวเวลาอามุโร่ซังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านเมลล์แล้วทำหน้าเครียดหน่อยๆล่ะนะ

 

"ผู้หญิงคนนั้นมาแล้วล่ะครับ" สักพักพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมหมวกแล้วขึ้นรถของพวกเรามา

 

"ไง แอ๊บซินธ์ เบอร์เบิ้น ไม่เจอกันตั้งนานนะ" ยัยนั้นขยับมือมาคล้องคอผมเอาไว้โดยมีเบาะที่นั่งกั้น ผมค่อยๆแกะมือยัยนั้นออกพร้อมเอาเครื่องดักฟังที่ยัยนั้นแอบมาติดออกไปด้วย

 

"ปิ๊ด.." ผมบีบทำลายเครื่องดักฟังอันนั้นออกพร้อมมองหล่อนด้วยสายตาว่าคิดจะทำอะไร

 

"อย่ามองฉันด้วยสายตาอย่างนั้นสิแอ๊บซินธ์" ยัยนั้นยิ้มแล้วทำสีหน้าเหมือนว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด "ฉันแค่อยากลองทดสอบความระวังตัวของเธอก็เท่านั้นเอง"

 

"ก็ถ้าเธอไม่ระวังตัวจนถูกติดเครื่องดักฟังขึ้นมา งานในครั้งนี้ก็คงยุ่งแน่" เบลม็อทยอมขยับไปนั่งดีๆด้วยท่าทางที่น่าหมั่นไส้

 

...จริงๆในตัวละครฝั่งหญิงผมค่อนข้างชอบเธอมากที่สุดล่ะมั้ง... แต่ยอมรับว่าพอมาเจอเธอกลับตัวแล้วอยากเอาปืนจ่อหัวเธอตามยินขึ้นมา..

 

ผมติดนิสัยยินมารึเปล่านะ?

 

"หยุดพูดมากดีกว่า ถ้าตกรถไฟขึ้นมาจะแย่เอา" ผมพูดขึ้นก่อนเปิดประตูรถออกไปและแทบทันทีก็ตามด้วยอามุโร่ซัง จะว่าไปก่อนหน้านี้พวกโซโนโกะเหมือนชวนกันมาที่นี้นะ ซึ่งตอนนั้นผมปฎิเสธออกไปด้วยเพราะไม่อยากตื่นเช้าเพียงเพราะแค่มานั่งรถไฟที่แถมภาระอย่างการต้องทำภารกิจเป็นนักสืบหาความจริงอะไรนั่น..

 

...หวังว่าพวกเธอจะปลอดภัยในแผนการของเรา... จริงๆแผนการของเราก็ไม่ได้อันตรายอะไร...ล่ะมั้ง

 

ผมก็แค่ไม่อยากเสียเพื่อนไปจนต้องหาใหม่ก็เท่านั้นเอง ยิ่งไม่เป็นมิตรกับผู้คนอยู่ ไม่อยากต้องมานั่งเอาปืนจี้ขู่รอบที่สองสำหรับการหาเพื่อนสไตล์ผมหรอกนะ

 

"อ้าว รินะ ไหนนายบอกว่าจะไม่มานี่?" ขณะที่เดินเข้าขบวนรถไฟด่วนเบลทรีแล้วกำลังเดินสำรวจเส้นทางอยู่ก็พบโซโนโกะที่เอ่ยทักขึ้นมา อา.. ข้างๆผมเป็นอามุโร่ซัง ส่วนเบลม็อทน่ะเหรอ?

 

...อย่างที่ยินเคยบอกนั่นแหละ... พวกมากความลับ อา.. โอเค ผมตอบดีๆก็ได้ ยัยนั้นคงไม่แคล้วไปห้องพักก่อนแล้วเพื่อแปลงโฉมไปเป็นชูซังเวอร์ชั่นโดนไฟไหม้หรอก

 

"ผมกับอามุโร่ซังได้รางวัลมาน่ะ" ผมตอบกลับไปตามบทที่อามุโร่ซังเคยบอกเผื่อเอาไว้ให้ผมเมื่อวาน.. ก็ที่ไปห้องตอนนั้นก็ไปเพื่อพูดคุยเรื่องนี้แหละ..

 

...ส่วนที่เหลือ...

 

"อ๊ะ จริงด้วย สวัสดีค่ะ คุณอามุโร่" โซโนโกะที่เคยเจออามุโร่ซังก่อนแล้วตอนที่เราไปร้านปัวโรต์พูดขึ้น อามุโร่ซังก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

 

"สวัสดีครับ" ยิ่งมอง.. อามุโร่ซังก็ตัวสูงจริงๆนั่นแหละ

 

...ดูเหมือนผมจะไม่ได้เตี้ย แต่เป็นอามุโร่ซังกับชูซังที่สูงกันไปเอง...

 

"สวัสดีค่ะ คุณอามุโร่" รันที่เดินตามหลังโซโนโกะมาหน่อยๆพูดขึ้น

 

"ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวไปห้องของพวกผมก่อนนะครับ" อามุโร่ซังยิ้มพร้อมกับกุมมือผมเบาๆแล้วพาเดินออกไป เอาจริงๆพวกเราไม่ได้ไปห้อง แต่ไปสำรวจลาดราวสำหรับแผนการในครั้งนี้ต่อ

 

"ดูเหมือนจะมีคนคอยดูแลอยู่ในแต่ละโบกี้นะ" ผมพูดขึ้นมาด้วยเสียงเบาๆขณะเดินสำรวจกันไปกับอามุโร่ซัง

 

"ครับ คงต้องระวัง" อามุโร่ซังพูดก่อนจะจูงมือผมเข้ามาภายในห้อง ผมค่อยๆวางกระเป๋าเป้สะพายลงบนเบาะที่นั่ง ห้องที่ผมกับอามุโร่ซังอยู่จัดว่าเป็นห้องที่ไม่ใหญ่นัก แต่ยังไงในเมื่อผมกับอามุโร่ซังมีแพลนว่าจะไม่ค่อยอยู่ติดห้องนัก มันก็เลยไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปสนใจอะไร ผมจัดการหยิบอุปกรณ์แต่งหน้าขึ้นมาจากภายในกระเป๋าเป้สะพายที่มีช่องลับอยู่มากมายตามประสากระเป๋าทำแบบพิเศษสำหรับเรื่องพวกนี้โดยเฉพาะ

 

ผมวางอุปกรณ์แต่งหน้าไว้ดีๆบนโต๊ะที่ทางขบวนรถไฟนี้มีไว้ให้ ใช้เวลาไม่นานนัก ผมก็แปลงโฉมเสร็จสิ้นอย่างง่ายดายพร้อมมีสีหน้าอึ้งๆของอามุโร่ซังที่เห็น..

 

อา.. แต่งหญิง

 

วิธีแปลงโฉมที่ง่ายที่สุดก็คือการแต่งเป็นตัวตนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ก็ลองคิดสภาพคนที่พูดหยาบคายตลอดทุกประโยคมาปลอมเป็นคนที่มีคาแรคเตอร์เรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้สิ คงยากที่จะมีคนคิดว่าทั้งสองเป็นคนๆเดียวกัน

 

ตัวตนที่ผมปลอมไปเป็นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่จัดว่าตัวสูงมาก เนื่องด้วยเพราะว่าโดยพื้นฐานแล้วผมก็เป็นคนตัวสูงอยู่แล้ว.. แต่ผมก็แต่งเป็นผู้หญิงที่สูงกว่าตอนผมเป็นผู้ชายน่ะนะ..

 

อา.. มันจะไม่เนียนก็เพราะส่วนสูงนี่แหละ

 

"สวยมากครับ.." อามุโร่ซังพูดขึ้นมา แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ผมดีใจสักเท่าไหร่ในเมื่อผมเป็นผู้ชาย.. ถึงทั้งๆที่เป็นอย่างนั้นก่อนแต่งหน้าก็..

 

...เฮ้อ... เอาจริงๆผมก็ตาคมดุเหมือนพวกชูซังนี่แหละ แต่เหตุไฉนมันอยู่บนใบหน้าผมกลับกลายเป็นสวยไปได้นะ..

 

"อามุโร่ซัง ผมเป็นผู้ชายนะครับ" ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดหน่อยๆ

 

"ขอโทษครับ" อามุโร่ซังพูดพร้อมหัวเราะเบาๆแล้วขยับมือมาลูบหัวผมก่อนจะขยี้มันเบาๆจนยุ่งเหยิง เพราะอามุโร่ซังมีส่วนสูงที่มากกว่าผมพอสมควรจึงทำให้สามารถลูบหัวผมแบบนี้ได้ง่ายๆถึงแม้ตอนนี้ผมจะมีความสูงที่เพิ่มขึ้นจากรองเท้าส้นสูงก็ตาม

 

...หวังว่าจะไม่เจอคนระหว่างทางจริงๆนะ... ดูท่าจากส่วนสูงตอนผมแต่งหญิงแล้วจะรอดยากมากจริงๆ

 

แต่สุดท้ายผมก็เปลี่ยนใจไปแต่งหน้าใหม่กลับเป็นลุคผู้ชายตามเดิมที่มีใบหน้าออกเถื่อนๆแทนเพราะดูจากเวิร์คมากกว่าให้แต่งหญิงที่มีส่วนสูงเฉียดร้อยแปดสิบเซนติเมตรแบบนี้ โดยผมใช้อุปกรณ์ที่ไปหาซื้อมาสำหรับทำให้ไหล่และหน้าอกดูใหญ่ขึ้นจากปรกติรวมทั้งหาของมาทำให้ช่วงเอวของผมหนาขึ้นด้วย

 

เรียกว่าแต่งแทบทั้งตัว.. แต่งหญิงง่ายกว่าจริงๆแม้ตัวผมจะมีกล้ามมากกว่าผู้หญิงปรกติไปหน่อยๆก็เถอะ

 

...เฮ้อ... ไปไม่รอดสักสายเลย

 

เสร็จแล้วผมก็ไปหยิบอุปกรณ์จำเป็นที่ใช้ในแผนการล่อเชอร์รี่ออกมา ผมเก็บมันลงในกระเป๋าเป้อีกใบที่เตรียมเผื่อเอาไว้แล้วสาวเท้าอย่างว่องไวออกไปวางสิ่งของในกระเป๋านั่นประจำยังจุดหมายต่างๆทันที

 

"เป็นยังไงบ้างครับ?" อามุโร่ซังพูดขึ้นพร้อมใบหน้าขึ้นสีแดงหน่อยๆ ผมในตอนนี้ถอดชุดและเอาพวกสรรพสิ่งของออกมาก่อนจัดการทำลายหลักฐานนั่นทิ้งซะ

 

"ร้อนขึ้นเยอะเลยล่ะ" ผมชะงักไปหน่อยๆแต่ก็ยินยอมให้อีกฝ่ายที่เช็ดเหงื่อให้ผม อามุโร่ซังยังคงเป็นนักสังเกตการณ์ที่ช่างอ่อนโยนและใส่ใจเสมอ

 

"ดูเหมือนจะมีเรื่องวุ่นวายขึ้นแถวๆห้องของพวกคุณรันนะครับ" อามุโร่ซังพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่เขามักใช้พูดกับผมแทบตลอดเวลา

 

"อ่า.." รู้สึกจะมีเรื่องขึ้นมา แต่ผมไม่ได้ไปสนใจสักเท่าไหร่และฉวยโอกาสเอาช่วงเวลานั้นไปจัดการติดตั้งอุปกรณ์สำคัญเอาไว้เงียบๆแทน

 

"ออกไปดูหน่อยไหมครับ?" ผมพยักหน้าให้เบาๆแล้วก็โดนคนที่ตัวสูงกว่าจูงมือออกไป

 

เท้ายาวของผมและอามุโร่ซังก้าวไปเรื่อยๆโดยอามุโร่ซังยังคงกุมมือซ้ายของผมเอาไว้ไม่ปล่อย

 

"คุณอามุโร่ รินะ" รันที่เห็นพวกผมทักก็ขึ้นมา เป็นอามุโร่ซังที่ยิ้มให้

 

"ครับ เมื่อกี้ผมเห็นอาจารย์โมริที่ตู้เสบียงด้วยล่ะครับ" อามุโร่ซังพูดอย่างสุภาพตามประสา จะว่าไป.. โคโกโร่นิทรางั้นหรือ..

 

...ไม่ยักจะจำได้แฮะ เดี๋ยวค่อยถามล่ะกัน... ผมกอดอกมองอย่างเคยชิน ถ้าชูซังชอบเอามือซุกกระเป๋ากางเกงแล้วผมก็ชอบกอดอกเหมือนกัน

 

"จะว่าไป อาจารย์โมริงั้นหรือ?" โซโนโกะหันไปถามรันพร้อมเอามือป้องปากเหมือนกระซิบ แต่น้ำเสียงเธอก็หาได้เบาไม่..

 

...อืม.. เด็กๆนี่ตัวเล็กแถมทำให้หลบง่ายด้วยสินะ... ผมจ้องมองเชอร์รี่ด้วยสายตาปรกติ พยายามเก็บจิตสังหารให้มิดที่สุดแต่เธอก็ดูจะผวาเมื่อสบกับดวงตาสีแดงเลือดของผม เธอขยับเกาะรันเอาไว้แน่นขึ้นกว่าเดิมจนรันหันมอง แต่เธอก็ส่ายหัวเบาๆ

 

...คงไม่อยากให้คนนอกอย่างรันต้องมาเดือดร้อน...

 

"เป็นลูกศิษย์ของคุณพ่อที่เคยเล่าให้ฟังไง" รันตอบโซโนโกะด้วยน้ำเสียงปรกติ ...อืม... คงไม่แคล้วไปเป็นเพื่อหาข้อมูล

 

...ขึ้นชื่อว่านักสืบก็ดูจะมีข้อมูลอยู่ไม่น้อย...

 

"จะว่าไปได้ยินเหมือนว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นนะครับ พวกคุณรันพอจะรู้เรื่องรึเปล่า?" อามุโร่ซังพูดถามขึ้นมาก่อนที่รันจะทำท่าเหมือนกระซิบพูด..

 

...แต่น้ำเสียงสำหรับผมก็ว่ามันไม่เบาอยู่ดีนั่นแหละ...

 

"ยินดีที่ได้รู้จักนะ.." ผมยกยิ้มมุมปากขึ้นมาแล้วมอบให้กับผู้ใหญ่ในร่างเด็กน้อยที่ดูหวาดกลัวผม เธอสะดุ้งขึ้นมาแล้วไม่ตอบกลับอะไรผม

 

"อ่า.. วันนี้เด็กคนนี้เขารู้สึกไม่ค่อยดีน่ะ" รันพูดขึ้นมาพลางลูบหัวคนที่ส่วนสูงน้อยที่สุดในกลุ่มเบาๆ ผมยกยิ้มให้บางๆ

 

"สงสัยดวงตาของผมคงน่ากลัวไปสำหรับเด็กๆน่ะ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงติดเศร้าอย่างไม่ตั้งใจนิดๆ.. เรื่องดวงตาค่อนข้างเป็นเรื่องที่ทำให้ผมเศร้าได้ประมาณหนึ่ง

 

...ช่างเถอะ... มันเป็นอดีตไปแล้ว

 

อามุโร่ซังบีบมือผมแน่นขึ้นอย่างให้กำลังใจคล้ายบอกว่าผมยังคงมีเขาอยู่ตรงนี้ สายตาของผมเหลือบไปมองยังคนที่ยืนอยู่ข้างหลังบานประตู

 

...ชูซัง... เขาเองก็กำลังมองผมด้วยสายตาที่เหมือนอามุโร่ซังใช้มองผมในตอนนี้

 

...ถึงผมจะเป็นนักฆ่า แต่ผมก็ไม่ได้อ่านสายตาใครเก่งนัก... แต่ก็ไม่ถึงกลับอ่านไม่ออกสักทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมนั่งไขว่ห้างมองอามุโร่ซังที่เปิดประตูเหมือนเพื่อไปมองดูอะไรสักอย่างก่อนกดส่งข้อความไป

 

...ไม่แคล้วส่งให้เบลม็อท...

 

"ผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะยืนยันมาแล้วว่าเชอร์รี่อยู่บนรถไฟนี้จริงๆ" ผมเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่าง.. มืดสลัว

 

...เพราะผ่านอุโมงค์...

 

"ครับ หวังว่ามันจะเป็นไปตามแผนโดยดี" อามุโร่ซังพูดพลางขยับเข้ามาใกล้ผมแล้วยื่นห่อขนมหน้าตาคุ้นเคยให้ผม

 

"เดี๋ยวนี้พกไว้ด้วยหรือ?" ผมรับมาก่อนกินมันเข้าไปเงียบๆ.. เรื่องยาพิษหรือพวกตระกูลสิ่งแปลกปลอมย่อมทำอะไรผมไม่ได้..

 

...ก็บอกแล้วว่าร่างกายผมไม่ค่อยรับสิ่งอื่นนอกจากสามอย่างนั่นสักเท่าไหร่... แถมคนให้เป็นอามุโร่ซัง..

 

ขนาดอาหารที่เปรียบเสมือนยาพิษสำหรับผม ผมยังเคยยอมกินมาแล้วเลย

 

"ถ้าให้เธอกินผม เธอก็คงไม่ยอม" อามุโร่ซังลูบหัวผมเบาๆ "อีกอย่างถ้าเธอไม่กินอะไรเลยจะไม่มีแรงเอาด้วยนะ" อามุโร่ซังยกยิ้มอบอุ่นพลางยื่นมือมากุมมือผมเอาไว้แล้วออกแรงดึงเบาๆให้ผมลุกขึ้น

 

ผมค่อยๆลุกขึ้นตามแรงดึงของคนตัวสูงกว่า อีกฝ่ายค่อยๆจูงมือผมไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

 

"ถ้าอาจารย์โมริโพสต์ท่าแบบนั้นก็แปลว่าไขออกแล้วสินะ" อามุโร่ซังพูดขึ้นโดยข้างหน้าของเขามีบรรดาฝูงชนอยู่มากมายที่รุมล้อมร่างของโคโกโร่เอาไว้ สายตาผมเหลือบไปมองยังจุดที่แม้เพียงครู่เดียวแต่ก็เห็นถึงอะไรวิบวับคล้ายแสงยามส่องกระทบกับเลนส์แว่น "ปริศนาของชั้นหนึ่งห้องบี"

 

โคโกโร่นิทรา.. เจ้าของร่างที่แท้จริงซึ่งไขคดีคงไม่พ้นเจ้าหนูชินอิจิตัวกระเปี๊ยกที่ใช้อุปกรณ์สิ่งประดิษฐ์ของด็อกเตอร์อากาสะ..

 

สิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดคงไม่แคล้วว่าทำไมยังไม่โดนจับได้เพราะหลบซ่อนไม่เนียนเอาซะเลย.. และคราวนี้ผมคาดว่าเขาคงซ่อนอยู่แถวๆหลังกำแพงนั่น ถ้ามองจากมุมกระจกตรงนั้นก็อาจเห็นเข้าได้อยู่..

 

โคโกโร่..สิ่งที่น่านับถือที่สุดในตัวของเขาคือการโดนยาสลบเป็นร้อยเข็มแล้วยังไม่เป็นอะไร..

 

...ถ้าใครเป็นนักทดลองล่ะก็... ผมอยากจะแนะนำให้พาเขาไปตรวจสอบหรือวิจัยเป็นคนแรก

 

...พูดแล้วก็นึกถึงเชอร์รี่ที่เป็นเป้าหมายในภารกิจครั้งนี้ซะจริง... เธอคงอาจคิดว่าผมจะฟ้อง.. ทั้งๆที่ผมอยู่เฉยๆแท้ๆเลย

 

...เธอทำพลาดเองนะเชอร์รี่... ถ้าเธอสังเกตพวกเด็กเหล่านั้นให้ดีกว่านี้ เธอคงไม่ต้องมามีจุดจบแบบนี้หรอก..

 

ฮึ... แต่ข้างกายเธอก็มีเจ้าหนูแว่นนั่นนี่หน่า ผมหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเผลอจ้องเจ้าชินอิจิตัวกระเปี๊ยกมากเกินไปจนเขาสะดุ้งแล้วมองผมด้วยสายตาระแวง ไม่แคล้วว่าเชอร์รี่คงแจ้นบอกเขาเรียบร้อยแล้วว่าได้กลิ่นองค์กรจากผม

 

เพราะในหัวของผมคิดพิลึกเกี่ยวกับการจับตัวใครสักคนไปทดลองอยู่ฆ่าเวลา... และตอนนี้เองคดีก็ดูจะคลี่คลายแล้วเช่นกัน

 

...ก็ดี... ผมไม่ใช่อามุโร่ซังที่สนใจเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่

 

หากอามุโร่ซังเปรียบดั่งนักสืบ ผมก็คือฆาตกรดีๆนี่เอง แต่เรื่องตกลงร้ายก็คือนักสืบที่ว่านั่นคล้ายเป็นผู้ช่วยของฆาตกรอย่างผม..

 

"ไปคุยกับตำรวจเถอะครับ" ผู้ชายคนหนึ่งในบรรดาเหล่าฝูงชนก่อนหน้านี้พูดขึ้น

 

"นี่! เดี๋ยวสินั่นควันอะไรน่ะ?" คราวนี้เป็นผู้หญิงที่พูดออกมา ดูเหมือนเบลม็อทจะกดมันแล้วสินะ

 

"เฮ้ยนี่อย่าบอกหน่าว่า.." ใครสักคนพูดขึ้นก่อนอามุโร่ซังจะพูดให้คนอื่นใจเย็น

 

"ใจเย็นครับ เดี๋ยวผมไปดูมาให้ครับ" อามุโร่ซังพูดขึ้นก่อนวิ่งไป.. ถึงจะรู้ก็เถอะ แต่ไม่ชอบเอาซะเลย..

 

ถ้าเป็นระเบิดของจริง.. เขาก็คงไปอยู่ดี

 

...เพื่อปกป้องคนอื่น...

 

"อ๊ะ.. ไฟไหม้..ไฟไหม้ครับ" อามุโร่ซังตะโกนออกมา "ทุกคนรีบหนีไปที่ตู้ด้านหน้าเถอะครับ" แกล้งแสดงได้เนียนจังแฮะ

 

ทุกคนเริ่มชุลมุนกัน ชินอิจิเวอร์ชั่นตัวกระเปี๊ยกตะโกนเรียกโคโกโร่ให้ตื่นและบอกพวกคุณยาย..

 

...ผมหรี่ตามองเล็กน้อย... ช่างเถอะ

 

ไม่นานนักเสียงประกาศแจ้งเตือนก็ดังขึ้น ทำงานได้ไวดี เชอร์รี่.. รีบๆมาเร็วเข้าสิ ผมรอคุณอยู่เลยนะ :)

 

"แค่กๆ.." ตอนแรกผมกับอามุโร่ซังก็ทำท่าวิ่งตามคนออกไป แต่เมื่อคนเริ่มมากขึ้นก็แอบกลับมายังตู้เดิม

 

...ผมไอออกมาเล็กน้อยเพราะไม่ชอบควัน... นี่คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมไม่ค่อยชอบบุหรี่เอาซะเลย

 

"ไหวไหมครับ?" น้ำเสียงนุ่มๆเอ่ยถามผมอย่างเป็นห่วงแม้ในเวลานี้ ผมพยักหน้าเบาๆ

 

"แค่กๆ..แค่ก.." เสียงไอดังขึ้นในจุดหมายข้างหน้านี้ ดูเหมือนมีคนที่ร่างกายไม่ชอบมันยิ่งกว่าผมนะ

 

...ผมยกยิ้มบางๆ...

 

"เชอร์รี่คงรอเราอยู่" ผมและอามุโร่เร่งฝีเท้าขึ้นจนมายังจุดมุ่งหมายอย่างรวดเร็ว

 

"สมแล้วที่เป็นลูกสาวของเฮส แองเจิ้ลเหมือนกันมากทีเดียว" ผมไม่ยักจะรู้จักแฮะ แต่เดาแล้วก็คงเป็นแม่ของเชอร์รี่นั่นแหละ "ยินดีที่ได้รู้จัก"

 

...สีหน้าอามุโร่ซังเปลี่ยนไปแล้วแฮะ... ผมกอดอกยืนมองอยู่ข้างๆ

 

"เบอร์เบิ้น คือโค๊ดเนมของผม" คล้ายๆการให้เกียรติก่อนฆ่าด้วยการบอกชื่อตัวเองรึเปล่านะ?

 

...เป็นเรื่องที่ผมไม่คิดจะทำมันสักเท่าไหร่... คนตายรู้ชื่อของเราไปก็เท่านั้น

 

แต่อามุโร่ซังดูเหมือนจะต้องการแค่จับตัวผู้หญิงคนนี้ไปสินะ.. แต่ดูอย่างเบลม็อทแล้ว.. คงมีความแค้นระหว่างผู้หญิงอะไรสักอย่าง..

 

...แน่นอนว่าผมที่เป็นผู้ชายคนหนึ่งย่อมไม่เข้าใจมันซะหรอก... ดีไม่ดียัยนั้นอาจทำบ้าอะไรขึ้นมา..

 

...ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย... มือของผมกดส่งข้อความไปหายัยนั้นว่าพบเจอเชอร์รี่แล้ว

 

"เบอร์เบิ้นโค๊ดเนมนี้จำได้บ้างไหมครับ แต่ผมพอเคยเจอครอบครัวคุณมาบ้างล่ะนะครับ" อามุโร่ซังรู้จักกันงั้นหรือ.. ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะจับเป็น.. เอาเถอะ.. เชอร์รี่ถือเป็นระดับสูงด้านการวิจัยอาจได้รับการไว้ชีวิตก็ได้...

 

...ละมั้ง...

 

"อ้อ.. รู้จักสิ สมาชิกองค์กรที่เป็นคู่ปรับกับโมโรโบชิ ไดคนรักของพี่สาวฉัน พี่ฉันเคยเล่าให้ฟังว่าพวกคุณสองคนเกลียดกันมากเลยนี่" ผมเม้มปากแน่นเมื่อได้ยินชื่อนี้.. ผมลอบสังเกตท่าทีของอามุโร่ซังแล้วเลื่อนสายตาไปยังร่างของเชอร์รี่

 

...จะว่าเป็นตัวปลอม... แต่ก็รู้เรื่องไม่น้อย

 

"ครับ เขาเป็นสุนัขของเอฟบีไออย่างที่ผมสงสัยจริงๆน่ะนะ ตอนที่ได้ข่าวว่าถูกฆ่าตายหลังจากทรยศองค์กรผมก็ยังเชื่อไม่ลงเลย" ผมเกลียดตัวเองเล็กน้อยที่รู้สึกว่าเรื่องที่ผมได้ยินกลับทำให้ผมรู้สึกแย่แปลกๆ

 

...ผมไม่เข้าใจ...

 

"ผมก็เลยปลอมตัวเป็นเขา ไปโผล่ใกล้ๆคนรอบตัวของเขาพักใหญ่เพื่อดูปฎิกิริยาก็เลยทำให้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นตายไปแล้วจริงๆน่ะครับและคนที่ช่วยให้ผมปลอมตัวเป็นเขา ก็เป็นเพื่อนของผมที่ปลอมตัวเป็นเขาในวันนี้" ผมหลับตาลงเล็กน้อย

 

"ที่เธอมาอยู่ตรงนี้ ก็แสดงว่าความกลัวที่มอบให้คุณมันได้ผลมากสินะ หึ..เอาล่ะ" อามุโร่ซังเริ่มขยับตัว

 

"ยกมือขึ้นแล้วไปด้วยกันเถอะ" เขาหยิบปืนพกออกมา "ไปที่ตู้เก็บของ.. หลังตู้ที่แปด"

 

เขาพูดบอกกับเชอร์รี่ก่อนหันมาบอกผมด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย..

 

"แอ๊บแซ็งธ์.. ผมจะพาตัวผู้หญิงคนนี้ไปเอง" เขาพูดพร้อมค่อยๆขยับตามเชอร์รี่ที่ไปยังสถานที่ที่เขาสั่ง "เธอไปที่ตู้หน้ากับคนอื่นเถอะ เดี๋ยวถ้าพวกคุณรันหาไม่เจอจะสงสัยแย่.."

 

ผมเม้มปากเบาๆก่อนตัดสินใจใช้ปืนพกที่เก็บไว้ในเสื้อตัวเองยิงไปที่ขาของเชอร์รี่ท่ามกลางสายตาตกใจของอามุโร่ซัง

 

"ขอโทษทีนะเบอร์เบิ้น.. ผมเป็นพวกต้องการอะไรที่แน่นอน" เชอร์รี่ทรุดลงแต่พวกเราก็ยังคงนิ่งไม่ไปพยุงเธอ "ไม่ถึงกับตายหรอก.. ผมแค่ยิงเฉี่ยวๆเท่านั้น" ถึงกระนั้นเลือดของเธอก็ไหลออกมาไม่น้อย

 

"ลุกขึ้นมา.." ผมพูดเสียงเย็นในขณะที่เชอร์รี่ค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นมา เหตุผลที่ผมยิงเธอเพื่อลดโอกาสที่เธอจะขัดขืนก็เท่านั้น..

 

...ถ้าตายก็เรื่องของเธอ... เบอร์เบิ้นและเชอร์รี่ค่อยๆขยับกายไปยังที่หมายในขณะที่ผมก็สาวเท้ากลับไปยังตู้หน้าตามคนอื่น

 

...เมื่อผมมาถึงยังตู้หน้าได้ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงระเบิด... ไม่ใช่สิ่งที่คาดเดายากนัก เบลม็อท.. ยัยนั้นคงเล็งโทษตายให้เชอร์รี่สถานเดียว

 

ผมเป็นห่วงอามุโร่ซังเล็กน้อยแม้ในใจจะเชื่อว่าเขารอดมาได้เพราะฝีมือและยัยนั้นคงจงใจให้ไม่โดนอามุโร่ซังอยู่แล้ว..

 

...ผมมองลอดผ่านประตูหน้าต่างของห้องพักส่วนตัวแห่งหนึ่ง... เหตุผลนั่นเป็นเพราะยัยนั้นเจาะจงกดระเบิดตอนที่ขบวนรถไฟถูกตัดออกจากกันแล้ว ตามแผนที่วางเอาไว้ว่าอามุโร่ซังจะทำให้เชอร์รี่สลบอยู่ในห้องเสบียงแล้วเขาจะระเบิดทางเชื่อมทิ้ง

 

...และก็เป็นอย่างที่ผมเชื่อ... อามุโร่ซังเมลล์มาว่าเห็นเชอร์รี่ถูกระเบิดตายไปต่อหน้าต่อตา..

 

...เหตุผลเพราะเกิดระเบิดขึ้นทำให้มีการหยุดจอดที่สถานีหน้าทันที... มันก็ดี.. ผมไม่มั่นใจว่ายินจะไม่คิดทำอะไรบ้าๆตามเบลม็อทอีกคน

 

---------------------------------------------

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 210 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

246 ความคิดเห็น

  1. #226 Jecelyn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 22:29
    ไม่อยากเป็นพี่น้องค่ะอยากเป็นเมีย

    ปล.น้องรุงเเรงมากค่ะ! ยิงขาเลยก็ได้นะเฉี่ยวๆมันไม่สะใจอ่า
    #226
    0
  2. #200 littlefoolmoon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2563 / 14:05
    ถถถถถถถถ อุส่ารอโมเม้นก็คิด
    #200
    0
  3. #140 For_Mr-Loki (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 21:48

    อุแง คิดว่าจะได้เห็นโมเม้นกับพี่คิดซะอีก 555

    #140
    1
    • #140-1 zeroyaoi3(จากตอนที่ 22)
      19 มิถุนายน 2563 / 22:03
      โมเม้นยิงปืน--
      #140-1
  4. #139 Jousei_0211 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 21:44
    วงวารคิดนะ โดนยิงไม่พอยังต้องหนีจากระเบิดอีก ถถถ
    #139
    3
    • #139-1 zeroyaoi3(จากตอนที่ 22)
      19 มิถุนายน 2563 / 22:03
      มีแต่คนสงสาร(?)คิดมากจริงๆ
      #139-1
    • #139-3 zeroyaoi3(จากตอนที่ 22)
      20 มิถุนายน 2563 / 13:19
      คิด : ฉันไปปล้นอะไรบ้านเธอรึไง!?
      #139-3
  5. #138 klki (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 20:08

    ต่อคร้าาา

    รออ่านตอนต่อไปอยู่น้าา
    #138
    0
  6. #137 nep7 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 16:56
    จอมโจรคิดถถถถถถ วงวาร
    #137
    0
  7. #136 สายน้ำสายหนึ่ง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 16:44
    วงวารพ่อจอมโจร555
    #136
    0
  8. #135 581412 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 16:38
    อยากอ่านต่อออ
    #135
    0
  9. #134 P.T.Miria (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 14:00
    อมกกก น้องยิงเชอร์รี่! จะไม่โดนตาชูโกรธใช่มั้ยนิ
    #134
    2
    • #134-1 Mook_2546(จากตอนที่ 22)
      18 มิถุนายน 2563 / 14:35
      น่าจะเป็นจอมโจรคิดที่ปลอมตัวเป็นเชอร์รี่มากกว่าไหม
      #134-1
    • #134-2 Tisalnohc(จากตอนที่ 22)
      18 มิถุนายน 2563 / 14:47
      จอมโจรคิดถูกยิง ฮื่ออออ เซ้ามาก 555
      #134-2
  10. #133 Fralele (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 12:41
    งุ้ยยยย อยากอ่านฉากของชูจังงงงง
    #133
    0
  11. #132 shino13 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 12:30

    นอกจาชูและอามุโร่น้องไม่สนใจใครทั้งนั้นนน
    #132
    0