Conan Story's Tenchirina Yaoi

ตอนที่ 15 : Story : XIV ก้าวลงจากเครื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,642
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    10 มิ.ย. 63

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างสูงในชุดของพนักงานร้านกาแฟปัวโรต์กำลังตั้งอกตั้งใจทำงานพร้อมมีรอยยิ้มสุภาพและท่าทีที่เฟรนลี่ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคน

 

---------------------------------------------

 

 

 

Talk's Amuro

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมทำงานพิเศษในฐานะของพนักงานร้านกาแฟปัวโรต์ซึ่งอยู่ใกล้สำนักงานนักสืบโมริ โคโกโร่นิทรา..

 

หลังจากที่รินะต้องไปทำงานตามคำสั่งของบอสองค์กร.. ทั้งๆที่กำลังจะได้ไปเรียนเหมือนเด็กทั่วๆไปแท้ๆเลย..

 

...ผมยังจำความรู้สึกของมือผมที่กำพวงมาลัยนั้นแน่นตอนรู้เรื่องได้... และผมก็เศร้าที่เห็นเด็กคนนั้นร้องไห้

 

...รินะที่ผมแทบไม่เคยเห็นน้ำตาของเขากำลังร้องไห้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมทำแซนวิสแล้วเอาไปฝากพวกคุณโมริและผมก็สังเกตเห็นว่าดูเหมือนจะมีคนมาจ้างวานคุณโมริ

 

...แน่นอนว่าผมขอตามไปด้วย... โชคดีที่วันนี้ผมมีงานที่ร้านปัวโรต์ถึงเที่ยงพอดีจึงทำให้สามารถตามไปได้โดยไม่ต้องขอลางานกับเจ้าของร้าน

 

งานที่คุณโมริถูกจ้างมาคือการหาว่ากุญแจนี้เป็นของตู้ไหนซึ่งคุณโมริบอกว่ามันเป็นงานง่ายๆที่ได้เงินดี

 

"ถ้าจะตามไปด้วยก็คงต้องขอคิดเงินค่าสอนหน่อยล่ะนะ" คุณโมริพูด ผมยังคงมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า

 

"แน่นอนครับอาจารย์โมริ" ก่อนหน้านี้ผมฝากตัวเป็นลูกศิษย์คุณโมริเขาด้วยเหตุผลในการหาข้อมูล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณโมริบอกว่าผู้ว่าจ้างขอเปลี่ยนสถานที่นัดพบ แต่เมื่อพวกเราไปแล้วกลับไม่พบใคร.. ต่อให้รอนานเท่าไหร่เขาก็ไม่มาสักที..

เมื่อเมลล์ตามเขาก็เหมือนจะไม่ได้อ่านเลยจึงสันนิฐานว่าอาจจะปิดเครื่องหรือว่าแบตหมดและอาจไม่เห็นข้อความตอบตกลงเปลี่ยนร้านของคุณโมริ พวกเราตกลงกันว่าจะกลับไปยังสำนักงานนักสืบของคุณโมริเผื่อว่าผู้ว่าจ้างจะไม่เห็นเมลล์และไปยังสถานที่นัดพบเก่า

 

ผมเดินเข้าไปในสำนักงานก่อนจะสังเกตเห็นถ้วยน้ำชาอยู่ในตู้.. แต่ที่น่าแปลกคือมันยังเปียกอยู่เลย ซึ่งคุณรันคงไม่ทำแบบนี้แน่..

 

เมื่อคุณโมริบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำก็มีเมลล์จากผู้ว่าจ้างมาอีกครั้ง ผมสังเกตที่ประตูห้องน้ำก่อนพบความผิดปรกติ..

 

เมื่อพวกเราเดินออกมาข้างนอกห้องนั้นแล้วผมจึงอธิบายถึงข้อสังเกตที่ผมพบโดยมีเจ้าหนูนักสืบพูดออกมาด้วยเหมือนกัน

 

...ฉลาด...

 

หลังจากนั้นที่พวกเราเข้าไปในห้องสักพักก็ได้ยินเสียงปืนมาจากในห้องน้ำเมื่อเปิดเข้าไปแล้วก็พบว่ามีผู้หญิงที่ถูกจับมัดด้วยเทปกาวอยู่และผู้ชายที่มีปืนอยู่ในมือซึ่งคล้ายว่าเขาจะฆ่าตัวตายไป..

 

...ตามตัวของผู้หญิงคนนั้นไม่มีคราบเขม่าดินปืนงั้นหรือ...

 

ผมซักถามผู้หญิงคนที่ถูกจับมัดก่อนหน้านี้ แต่เมื่อถามถึงเรื่องพี่ชายของเธอ เธอกลับไม่ได้ตอบอย่างรวดเร็วนัก..

 

...ไม่ได้ยินงั้นหรือ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พวกเราไปยังห้องพักเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมโดยระหว่างนั้นโทรศัพท์มือถือของคุณรันก็มีสายเข้ามา

 

...สัญญาณติดขัดงั้นหรือ... ผมรีบเดินไปคว้าโทรศัพท์มือถือของคุณรันเอาไว้แล้วกดวางสายของคุณรันทิ้งพร้อมส่งสัญญาณให้เงียบ

 

"ผมว่าอาจมีเครื่องดักฟังอยู่แถวๆนี้ครับ" ผมพูดเสียงเบาหลังจากนั้นคุณรันก็ถามขึ้นมาว่าผมรู้ได้ยังไงก่อนที่จะเป็นคุณโมริที่อธิบายให้ฟัง

 

"ช่วยเปิดเพลงดังๆทีนะครับ" ผมบอกกับคุณรันเพื่อใช้สำหรับหาเครื่องดักฟัง พวกเราเดินตามหาเครื่องดักฟังจนมาถึงภายในห้องนอนซึ่งมีกลิ่นเหม็นมาก..

 

...กระเป๋าเดินทาง... คุณโมริบอกให้ผมหลบออกมาก่อนแล้วตามด้วยคุณโมริที่หยิบเอากระเป๋าเดินทางออกมาแล้วค่อยๆเปิดกระเป๋านั้นออก..

 

...ศพ!...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...เจ้าหนูนักสืบถูกจับตัวไป... แล้วผมก็ได้รู้อะไรดีๆจากคุณรันเรื่องของด็อกเตอร์อากาสะ

 

"อ้อ..อย่างนั้นก็ดีเลยครับ" ผมพูดกับคุณรันโดยพยายามตีสีหน้าและน้ำเสียงให้ปรกติเพื่อไม่ให้ใครจับพิรุธได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมกำลังขับรถของผมตามหาตัวเด็กหนุ่มนักสืบโดยมีคุณรันนั่งอยู่ข้างๆและข้างหลังเป็นคุณโมริ โคโกโร่

 

...ระหว่างที่ผมขับ ผมเห็นรถสีแดงคันหนึ่ง... ซึ่งมันอาจเป็นเรื่องปรกติและไม่น่าสนใจเลย

 

...ถ้าผู้ชายคนที่ขับรถนั้นไม่ได้เปิดประตูรถออกมาแล้วทำท่าทางจะทำอะไรสักอย่าง... ผมสังเกตท่าทางของเขาอยู่สักพักก่อนหันเหความสนใจกลับไปที่เป้าหมายแรกและรีบบอกคุณโมริกับคุณรันแล้วคว้าเอวคุณรันให้ขยับเข้ามาใกล้ๆเนื่องจากสิ่งที่ผมจะทำ

 

...ขับรถไปขวาง... ผมขับรถไปขวางทางรถที่เป็นเป้าหมายเอาไว้ อืม.. รถที่จับตัวเจ้าหนูไป

 

...ถึงแม้มันจะเหมือนว่าจะเป็นเจ้าหนูเองที่ยอมตามไปก็ตาม...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้เป็นตอนเช้า แต่ผมก็ต้องตื่นขึ้นมาด้วยเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ ผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนคว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู

 

'เทนชิ รินะ'

 

...หื้ม... ผมขมวดคิ้วหน่อยๆก่อนมองไปยังเวลาที่แสดงอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ เมื่ออยู่ไปด้วยกันสักพักผมก็เปลี่ยนไปตั้งชื่ออีกฝ่ายแบบปรกติที่ไม่ใช่โค๊ดเนมสำหรับการตั้งชื่อเพื่อป้องกันคนอื่นมาเห็นเข้า

 

"ครับ.. จะรีบไปรับ" ผมยิ้มขึ้นมาเมื่อรับรู้ว่ารินะกลับมาแล้ว..

 

ผมรีบลุกจากเตียงอย่างรวดเร็วแล้วคว้าเอาผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป.. เมื่ออาบน้ำเสร็จผมก็ออกมาพร้อมผ้าขนหนูที่พันรอบเอวเอาไว้ก่อนจะเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าหยิบเอาชุดออกมาแล้วเร่งรีบใส่ชุดอย่างรวดเร็ว

 

ผมตรวจตราภายในห้องให้เรียบร้อยก่อนแล้วจึงเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมปิดประตูและล็อกให้เรียบร้อยก่อนจะเดินลงจากตึกแล้วเปิดประตูขึ้นรถของผม

 

ผมเช็คเกียร์แล้วจึงสตาร์ทรถก่อนจะเปลี่ยนเกียร์แล้วออกตัวขับไปยังที่หมายอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อมาถึงยังที่หมายผมก็พบว่ามีร่างคุ้นเคยที่ยืนรออยู่ก่อน ร่างนั้นค่อยๆขยับกายเข้ามาใกล้แล้วจึงเปิดประตูรถของผมออกก่อนตามด้วยขยับตัวเข้ามาภายในแล้วจึงปิดประตูดีๆ ผมหันไปยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างที่ผมมักจะทำเป็นประจำ..

 

"ยินดีต้อนรับกลับครับ.. รินะ"

 

---------------------------------------------

 

 

 

Talk's Tenchirina

 

"อ่า.. กลับมาแล้วนะ" ผมมองรอยยิ้มอันอบอุ่นของอามุโร่ซัง.. เมื่อมองไปสักพักก็รู้สึกถึงความร้อนบนใบหน้าจึงหันเหสายตาออกไปนอกหน้าต่าง..

 

...อามุโร่ซังน่าสนใจกว่าตั้งเยอะ...

 

"ใส่ชุดนี้ลงจากเครื่องเลยหรือครับ?" น้ำเสียงของเบอร์เบิ้นคล้ายติดหยอกล้อเนื่องจากผมใส่ชุดนักเรียนซึ่งจริงๆตอนแรกผมก็ใส่ชุดปรกตินั่นแหละ..

 

แต่พอเครื่องบินลำที่ผมนั่งกลับมายังประเทศญี่ปุ่นใกล้ถึงที่หมาย ผมก็ค่อยเดินไปเปลี่ยนเป็นชุดนักเรียนมัธยมปลายเทตัน.. อา.. ไม่ชินเอาซะเลย

 

...รู้สึกอายแฮะ... ให้ตายสิ..

 

"..." ผมไม่ตอบกลับอะไรอามุโร่ซังไปพลางหยิบเอาหมอนรองคอมาใส่แล้วทำท่าทางเป็นหลับ หูของผมได้ยินเสียงของอามุโร่ซังที่หัวเราะเบาๆแต่ไม่อาจเล็ดลอดหูของผมไปได้ ผมขยับหัวจนเหมือนจะมุดหมอนหน่อยๆ

 

...แอร์เย็นแฮะ... เหมือนอามุโร่ซังจะรู้ใจหรือเพราะนิสัยช่างสังเกตของเจ้าตัวถึงได้หรี่แอร์ให้แทบทันทีโดยไม่ตรงบอก

 

แต่เมื่อผมแกล้งหลับไปสักพักกลับกลายเป็นว่าผมหลับจริงไปซะงั้น.. กับคนอื่นผมไม่เป็นแบบนี้หรอกนะ..

 

...แต่กับอามุโร่ซังผมไว้ใจ...

 

รู้สึกตัวตื่นอีกทีก็คงเป็นตอนที่อามุโร่ซังเขย่าตัวปลุกผมเบาๆพร้อมยกยิ้มอ่อนโยนให้ผม ผมมองรอยยิ้มนั้นอยู่นานก่อนจะขยับใบหน้าไปใกล้อีกฝ่าย..

 

...อามุโร่ซังหน้าแดงแล้ว... ผมหลุดหัวเราะและยิ้มออกมาบางๆ

 

"เอาคืนที่แกล้งผมน่ะอามุโร่ซัง" ผมพูดพร้อมขยี้ตาเบาๆแต่กลับถูกอีกฝ่ายห้ามด้วยการกุมมือผมเอาไว้ซะก่อน..

 

เป็นการกุมมือเบาๆและไม่ได้ออกแรงบีบอะไรแต่ก็สามารถจับมือของผมเอาไว้ได้โดยไม่หลุดไปไหน

 

...ก็เพราะเขาคืออามุโร่ซัง...

 

"อย่าขยี้ตาสิครับ" อามุโร่ซังพูดด้วยน้ำเสียงติดดุๆและท่าทางที่จริงจังและแววตาที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงของเขา..จนผมสามารถสัมผัสได้

 

...อามุโร่ซังเวลาจริงจังเพราะเป็นห่วงผมนี่... ...น่ารักชะมัดเลย...

 

"อ่า.. มีเผลอบ้างหน่า" ผมพูดตอบอามุโร่ซังออกไป.. ดวงตาของผมจ้องมองนัยน์ตาสีฟ้าสวยของอามุโร่ซังซึ่งฉายความเป็นห่วงผม

 

"ถ้างั้นผมคงต้องคอยอยู่ห้ามแล้วล่ะครับ.." อามุโร่ซังพูดพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นก่อนขยับมือที่กุมแขนผมไว้มาลูบหัวผมเบาๆ "รินะ.. ให้ใช่ไหมครับ?"

 

...ให้ตายสิ เล่นพูดด้วยสีหน้าลูกหมาแบบนี้.. ใครมันจะไปปฎิเสธลงกัน!...

 

"อ่า.." ผมขานรับเบาๆ "นายพูดแล้วนะ อามุโร่ซัง.."

 

"ครับ" ผมมองตาอีกฝ่ายที่ไม่มีท่าทีจะโกหกเลยแม้แต่น้อยก่อนที่จะพยักหน้าเบาๆ อามุโร่ซังผละมือที่ลูบหัวผมออกช้าๆแล้วหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู "ใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนแล้วนะครับ.. ตั้งใจเรียนนะ"

 

"อ่า.." โรงเรียนที่อามุโร่ซังกับชูซังอยากให้ผมมาน่ะมันเป็นยังไงกันนะ?..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...หวังว่าจะสนุก...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ทุกคน วันนี้ครูมีเรื่องจะมาประกาศ.. มีนักเรียนที่พึ่งย้ายเข้ามาใหม่" ผมที่ยืนรออยู่ข้างนอกห้องได้ยินเสียงของครูสาวประจำห้องดังลอดออกมา

 

...อา.. ดูเหมือนจะวุ่นวายน่าดูนะชีวิตโรงเรียนน่ะ...

 

"ใครคะครู!?" "ผู้หญิงหรือผู้ชายครับ!?" "สวยไหมครับจารย์?" นั่นไง.. เค้าลางความวุ่นวายล่ะ ผมส่ายหัวเบาๆพลางยกมือขึ้นนวดขมับหน่อยๆกับเสียงที่ค่อนข้างดังซึ่งมีต้นเสียงมาจากภายในห้องซึ่งอีกไม่นานผมจะต้องเข้าไปและใช้ชีวิตอยู่ในนั้นอีกนาน

 

"ใจเย็นๆก่อนนะคะทุกคน เงียบๆก่อนนะ.." ในที่สุดหูของผมก็ได้รับการพักผ่อนขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อครูสาวเริ่มทำหน้าที่สร้างความเงียบสงบในห้องเรียนอันดูน่าจะวุ่นวายนั่น..

 

"เอาล่ะ นักเรียนใหม่เข้ามาได้!" น้ำเสียงของเธอดังขึ้นกว่าเดิมคงเพื่อให้มันดังออกมาเพื่อให้ผมสามารถได้ยินอย่างชัดเจน

 

ผมครุ่นคิดเรื่องที่ควรทำไว้ในใจก่อนคว้าหมับเข้าที่ประตูและเลื่อนเปิดมันแล้วตามด้วยก้าวเดินเข้าไปอย่างมั่นคง

 

...ผมไม่ตื่นเต้นง่ายๆหรอก... เมื่อผมมายืนยังจุดที่คิดว่าควรยืนแล้วสายตาของผมก็กวาดมองไปทั่วตามภาษานักฆ่าที่มักจะเฝ้าระวังเวลาเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆว่าจะมีใครดักซุ่มโจมตีหรือไม่?

 

สายตาของผมไปสะดุดกับเรือนร่างผมอันเป็นเอกลักษณ์ของรันและหญิงสาวที่มีความเป็นลูกคุณหนูอย่างโซโนโกะจัง ผมจับตามองเธอเงียบๆ สีหน้าพวกเธอดูตกใจและหวาดกลัวโดยเฉพาะโซโนโกะจังที่มีอาการหนักกว่ารัน

 

...ใบหน้าของโซโนโกะนั้นซีดเผือก... แต่ผมก็สนใจได้อยู่ไม่นานนักครูประจำชั้นหรือเซนเซย์ก็ขยับเข้ามาสะกิดให้ผมแนะนำตัว

 

...สมองของผมค่อยๆประมวลถึงวิธีการแนะนำตัวซึ่งดูเป็นมิตรซะหน่อย... ไอ่ตัวผมก็เป็นคนไร้มนุษย์สัมพันธ์ซะด้วย..

 

แล้วไอ่สมองของผมก็นึกถึงภาพคนๆหนึ่งขึ้นมา ...อามุโร่ซัง...

 

ผมยิ้มบางๆพร้อมก้มหัวให้เซนเซย์เล็กน้อยอย่างขอบคุณที่ช่วยเตือนให้ผมรู้ว่าควรแนะนำตัว.. ถ้าเป็นอามุโร่ซังล่ะก็..

 

"สวัสดีนะครับ ผมชื่อเทนชิ รินะครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับทุกคน.." ผมพูดพร้อมยกยิ้มอ่อนโยนและเป็นมิตรอย่างเฟรนลี่เหมือนที่มักเห็นอามุโร่ซังทำบ่อยๆ

 

"ฝากทุกคนดูแลเด็กใหม่ด้วยนะคะ.. แล้วก็คุณซึซึกิไหวไหมคะ?" เซนเซย์พูดกับทุกคนก่อนที่จะเปลี่ยนไปสนใจโซโนโกะจังเพราะสีหน้าที่ซีดเซียวของเธอ แต่เมื่อโซโนโกะจังก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ถึงแม้ว่าโซโนโกะจังจะบอกว่าไม่เป็นอะไรแต่ดูเหมือนท่าทางเธอจะไม่น่าเชื่อถือนักเซนเซย์จึงเอ่ยถามโซโนโกะว่าจะไปห้องพยาบาลหรือไม่?

 

"อ่ะ..เอ่อ.. ไม่เป็นไรค่ะอาจารย์" แต่เมื่อลูกศิษย์สาวยืนยันนักในที่สุดเซนเซย์ก็เลยตัดสินใจจะพูดคุยเรื่องถัดไป

 

"คุณโมริคะ" เซนเซย์พูดพร้อมมองไปยังรัน แต่รันยังคงไม่ตอบท่าทีของเธอคล้ายสติไม่อยู่กับตัวจนเซนเซย์เรียกครั้งที่สองก็ยังไม่ตอบรับ เพื่อนข้างๆจึงขยับกายไปช่วยกันเรียกสติเธอ

 

"ค่ะ..คะ!?" รันมีสีหน้าตกใจเมื่อรู้สึกตัวแล้วขยับตัวลุกขึ้นยืนแทบทันที

 

"เฮ้อ.. คุณโมริกับคุณซึซึกิเป็นอะไรกันคะ? ถ้าไม่ไหวก็ไปห้องพยาบาลกันนะคะ!" ตอนแรกก็พูดด้วยน้ำเสียงดุๆแต่หลังๆเซนเซย์ก็พูดอย่างเป็นห่วงแทนแล้วจึงหันมาคุยกับผมต่อ "คุณเทนชิคะ ที่นั่งคุณคือข้างๆคุณโมริ.. ที่ที่ว่างอยู่ค่ะ"

 

มีคนหลายคนที่ส่งเสียงห้ามเซนเซย์ออกมาเพราะมันเป็นที่นั่งของพ่อนักสืบมอปลายคุโด้ ชินอิจิ แต่รันกับโซโนโกะที่ส่วนมากควรส่งเสียงห้ามมากกว่าใครกลับเงียบและมีสีหน้าไม่สู้ดีนักจนหญิงสาวที่ดูออกทอมบอยหน่อยๆมองทั้งสองคนอย่างเป็นห่วงและหันมามองผมอย่างจับตามอง

 

...น้องสาวของชูซังสินะ... จะว่าไปชูซังคงรักน้องสาวไม่น้อย.. เพราะชูซังดูพยายามไม่ให้น้องสาวของเขาไปเกี่ยวข้องกับชุดดำเลย

 

"นายน่ะ ไปทำอะไรพวกรันหรือเปล่า?" เธอหันมาคุยกับผมเมื่อผมเดินไปนั่งลงเรียบร้อยแล้ว แต่ผมยังไม่ทันได้ตอบเซนเซย์ก็ดุเธอขึ้นมาซะก่อน ทำให้เธอต้องหันกลับไปมองเซนเซย์

 

เซนเซย์เมื่อเห็นว่าทุกคนคงพร้อมที่จะรับฟังแล้วจึงเริ่มการโฮมรูมต่อไป เมื่อถึงเวลาที่เซนเซย์คาบถัดไปมาแล้วเซนเซย์ประจำชั้นจึงเดินออกไป

 

เวลาผ่านพ้นไป ซึ่งผมก็ได้ทำตัวเป็นเด็กดีตั้งแต่วันแรกที่มาเรียนเลยทีเดียว..

 

...ไม่ได้ฟังเซนเซย์แต่ละคนสอนสักนิด... ฮ่ะๆ มัวแต่เหม่อมองท้องฟ้าไปหน่อยนี่หน่า แต่โรงเรียนนี่มันน่าเบื่อกว่าที่คิด.. เอาซะคิดถึงการฆ่าฟันเลยแฮะ..

 

...ผมคงไม่เหมาะจริงๆนั่นแหละ... อย่างที่ที่เคยมีคนพล่ามบอกเอาไว้..

 

รู้สึกตัวอีกทีก็โดนฝูงชนมารุมล้อมซะแล้วสิ พวกเขาต่างระดมคำถามกันมาดุจเป็นนักสืบกัน.. ปรกติสถานที่ที่เรียนว่าโรงเรียนเป็นอย่างนี้งั้นหรือ

 

"พวกนายหยุดสิ นี้มันเวลาพักนะ เดี๋ยวเด็กใหม่ก็ไม่ได้กินข้าวกันพอดี" น้องสาวของชูซังเท้าเอวมองมายังฝูงชนที่ยืนล้อมผมเอาไว้ เมื่อทุกคนได้ยินที่น้องสาวของชูซังพูดก็เริ่มขยับแหวกออกจากกัน "นายน่ะ ไปกินข้าวด้วยกันไหม?"

 

...หน้าตาเหมือนชูซังอยู่นะ... ถ้าชูซังเป็นผู้หญิงจะแบบนี้หรือเปล่านะ ฮ่ะๆ

 

แต่ก่อนผมจะตอบตกลงไปก็มีรันกับโซโนโกะที่มาขอตัวผมไปกับพวกเธอซะก่อน น้องสาวของชูซังดูมีสีหน้างุนงงก่อนจะเกาหัวตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"มีอะไรงั้นหรือ.." ผมพูดขึ้นมาเมื่อพวกรันพาผมมายังดาดฟ้าของโรงเรียนแล้ว อืม.. ประตูผมก็ปิดเรียบร้อย

 

"นายมีจุดประสงค์อะไรกันแน่?.." เป็นโซโนโกะที่ดูเข้มแข็งขึ้นมาจากตอนแรกพูดขึ้นโดยกุมมือของรันไว้แน่น แต่แม้เธอจะดูเข้มแข็งแต่แววตาเขาว่ามักจะเป็นหน้าต่างของหัวใจ

 

...ดวงตาของเธอฉายความกลัวออกมา...

 

"ผมแค่ต้องการมาเรียนเท่านั้น" ผมกอดอกแล้วพิงประตูมองไปยังพวกเธอทั้งสองคน

 

"ทำไมล่ะ" รันเม้มริมฝีปากเล็กน้อยพร้อมขยับตัวมาบังโซโนโกะเอาไว้

 

"ไม่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องปรกติที่เด็กต้องมาเรียนงั้นหรือ?" ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบติดจะออกเย็นชานิดๆ "หรือว่าเธอชอบที่จะเห็นผมเป็นเด็ก.."

 

"ที่ฆ่าคนกัน?" ผมเลิกคิ้วหน่อยๆ แววตามองสบไปยังรันเป็นพิเศษ

 

"ม่ะ..ไม่ใช่นะ!" รันรีบตอบออกมาเสียงดัง แววตาของรันยังคงเหมือนเดิม แววตาที่แม้มีความหวาดกลัวแฝงอยู่ภายในแต่ก็ตัดสินใจที่จะยืนหยัดปกป้องคนสำคัญ..

 

"ทั้งๆที่คนนั้นอาจจะไม่ใช่คนดีแท้ๆ.. ทำไมเธอถึงปกป้องพวกเขาล่ะ?" ผมถามขึ้นมาพลางปิดเปลือกตาลงเล็กน้อย ...เวลาตื่นเช้าแล้วมันช่าง...

 

...เฮ้อ...

 

"การปกป้องใครสักคนจำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ?" รันตอบขึ้นมา ผมไม่เห็นเข้าใจมันสักนิด

 

"แปลว่าต่อให้เป็นคนที่เธอไม่รู้จัก.. แต่ถ้าปกป้องได้เธอจะทำงั้นหรือ?" ผมพูดด้วยใบหน้าที่ติดจะว่างเปล่า มันมีคนแบบนั้นจริงๆหรือ.. ไม่เข้าใจ.. ...ไม่เข้าใจเลย...

 

...ว่าแต่ทำไม.. เหมือนผมมักชอบเผลอคิดว่าการฆ่าทิ้งซะเป็นเรื่องที่ถูกต้องกันนะ... อะไรคือสิ่งที่ถูกสิ่งที่ผิดกันนะ... ไม่เข้าใจเลย

 

"ใช่!" น้ำเสียงหนักแน่นและมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองกล่าวออกมา ให้ตายสิ มีคนแบบนี้จริงๆงั้นหรือ..

 

...จะว่าไป... อามุโร่ซังก็คงไม่ต่างสินะ ถ้าเพื่อชีวิตของคนอื่นแล้ว ชีวิตของตัวเองจะเป็นยังไงก็ไม่สนงั้นหรือ..

 

...เจ็บจังเลย... ไม่อยากเสียไปเลย.. ทำไมต้องเสียคนสำคัญไปด้วยนะ ถ้าสักวันอามุโร่ซังต้องการปกป้องใครสักคนจนแลกกับชีวิตตัวเอง

 

"ธะ..เธอร้องไห้" รันมีสีหน้าคาดไม่ถึงแล้วทำท่าจะเดินเข้ามาแต่โซโนโกะจังก็รั้งเธอเอาไว้ซะก่อน

 

"เธอพูดเองนะ.." อามุโร่ซังกับชูซังดูอยากให้ผมเหมือนเด็กคนอื่นที่ปรกติ.. เด็กปรกติ.. เรียน.. และมีเพื่อน.. "งั้นเธอมาเป็นเพื่อนของผม.."

 

"ไม่อย่างนั้นผมจะฆ่าทุกคนทิ้งซะ.." ผมพูดขู่ออกมาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก "อย่าคิดจะทำอะไรไร้สาระ.. เพราะต่อให้จนมุม.. แต่ถ้าแค่คนเดียวล่ะก็... ผมย่อมสามารถพรากเขาตามผมมาได้.."

 

"นายพูดว่าอะไรนะ..!?" โซโนโกะมีสีหน้าตกใจและคาดไม่ถึงพร้อมบีบมือรันแน่นขึ้นซึ่งไม่รอดพ้นจากสายตาของผม

 

"ถ้าพวกเธอไม่เป็นเพื่อนกับผม..."

 

"ฉันตกลง!" รันพูดขึ้นขัดซะก่อนตามด้วยสีหน้าตกใจและเบิกตากว้างของโซโนโกะที่เหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาแล้ว เธอพูดแล้วว่ารันหน่อยๆว่ามันอาจเป็นกับดัก

 

"ฝากตัวด้วยล่ะกัน......." ผมยังคงจ้องมองด้วยแววตาว่างเปล่า

 

...เป็นเรื่องที่เข้าใจยากยิ่งกว่าเรื่องใดๆที่ผมเคยเจอมา...

 

---------------------------------------------

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

246 ความคิดเห็น

  1. #219 Jecelyn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 18:43
    อย่าเศร้าเลยน้อง ถ้าใครจะมาทำอามุโร่หรือชู น้องก็จะดการฆ่ามันซะ
    #219
    0
  2. #197 littlefoolmoon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2563 / 00:41
    อยากได้เพื่อนหรอกลูก มาหาเดี้ยนมะ จะเป็นให้ได้ทุกอย่างเลย //หอมหัว
    #197
    0
  3. #86 For_Mr-Loki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 22:14

    พึ่งดูคดีตอนต้นตอนมาพอดีเลย 555+ วาปๆ

    _รินจัง~~ เริ่มมีความคิดแบบคนทั่วไปแล้ววว แต่ต่อให้รินจังจะยังคงฆ่าคนอย่างไร้้ความรู้สึกผิด เราก็ยังรักรินจังอยู่ดี 😀

    #86
    0
  4. #85 ผีเสื้อมายาสีแดง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 21:29
    น้องมากอดมาลูกกก
    #85
    0
  5. #84 irene612 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 20:59

    เป็นการ Make friend ที่โหดมาก
    #84
    0
  6. #83 shino13 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 20:51

    น้องขอเป็นเพื่อนดีๆสิลูกกก555
    #83
    0
  7. #82 klki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 20:43

    กำลังซึ้งเลย ฮืออออน้องงง มาอัปตอนต่อไปเร็วๆน้าาา สู้ๆๆ
    #82
    0
  8. #81 KUB29198 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 18:40

    มาต่อเร็วน๊าาาา
    #81
    0