Conan Story's Tenchirina Yaoi

ตอนที่ 10 : Story : IX ก้าวกลับมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 307 ครั้ง
    14 พ.ค. 63

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องบินลำยักษ์สีขาวของสายการบินหนึ่งกำลังค่อยๆร่อนลงจอดไปยังที่ที่เตรียมความพร้อมเอาไว้

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูของเครื่องบินลำนั้นก็เปิดออกพร้อมกับมีร่างพนักงานและผู้โดยสารหลายคนต่างค่อยๆทยอยออกมาจากตัวเครื่องบิน รอจวนจนผู้โดยสารในเครื่องบินลำนั้นลงไปเกือบจะครบแล้ว ร่างโปร่งในเสื้อผ้าอาภรณ์สีดำสนิท เรือนผมสั้นประบ่า นัยน์ตาสีแดงฉานที่ใต้ตาข้างขวามีรอยสักเลข918ประดับอยู่ก็เดินลงมาเช่นกัน

 

---------------------------------------------

 

 

 

Talk's Tenchirina

 

นับจากวันที่ผมทำภารกิจผิดพลาดไปนั้น ผมก็ถูกรัมและท่านผู้นั้นออกคำสั่งโขกสับใช้งานมากมายเลยทีเดียว..

 

...เอาเถอะ... ร่างกายของผมค่อยๆขยับไปตามทางที่เป็นเป้าหมาย ผมพึ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศอีกครั้ง.. กลับมาเยือนยังประเทศญี่ปุ่นที่อามุโร่ซังรักนักรักหนา..

 

มือบางของผมกระชับสายกระเป๋าเป้สะพายในมือแน่น.. กระเป๋าเป้ชั้นดีที่ตามผมมาตั้งแต่โลกก่อน อุปกรณ์ที่ช่วยกันเรื่องปัญหาตรวจจับอาวุธผ่านเครื่องตรวจสแกน..

 

...ถึงจะไม่ได้ช่วยเรื่องน้ำหนักของสิ่งของแต่ก็นับว่าไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงผมนัก... ผมมองไปยังข้างหน้า หลังจากเดินลงจากเครื่องบินแล้วตรงไปตามทางเดินตามปรกตินั้นไม่นานก็พบเจอกับรถปอร์เช่สีดำ 365A

 

ผมยกยิ้มมุมปากหน่อยๆก่อนเปิดประตูข้างหลังเข้าไปนั่งไขว่ห้างข้างๆยินพร้อมเอ่ยปากทักทาย "ไม่เจอกันตั้งนานนะ ยิน วอดก้า และ...คีย์"

 

ยินหันมามองผมหน่อยๆในขณะที่คีย์นั่งเงียบมากส่วนวอดก้าเองก็นั่งเหงื่อตก.. เป็นภาพที่จะว่าคุ้นเคยก็ได้เลย

 

"ได้ข่าวว่าแกทำงานพลาด" คงจะหมายถึงเรื่องชูซังสินะ ผมยังคงยกยิ้มมุมปากค้างไว้ไม่ได้มีสีหน้าสะทกสะท้านหรือรู้สึกอะไรมากมายกับเรื่องดังกล่าวที่อีกฝ่ายพูดออกมา

 

"อากาอิ ชูอิจิ หมอนั้นมันเก่งกว่าที่คิดน่ะซิ" ถึงในใจผมจะเรียกว่าชูซังแต่ปากก็ต้องพูดอีกอย่างก่อนจะโดนปืนจ่อหัวแล้วลั่นไก..

 

...ช่วยไม่ได้ ต่อให้ไม่ตาย แต่มันเอาออกยากนะ... ถึงหมู่นี้ผมจะเริ่มเอาลูกกระสุนออกจนชินแล้วก็ตาม

 

"ตัวที่แผลหายได้อย่างแกมีหน้ามาพูดแบบนี้งั้นหรือ?" ผมยักไหล่ใส่แล้วกอดอกหลับตาลง รับรู้ได้ถึงปลายกระบอกปืนที่จ่อหัวตัวเองอีกครั้ง เฮ้อ.. ไม่ได้โดนมาสักพักแล้วซิ ปืนจ่อหัวแบบนี้น่ะ

 

"กับลูกปืนฉันน่ะไม่ค่อยถูกโฉลกเท่าไหร่" ผมพูดตอบกลับไปก่อนเป็นยินที่เหมือนเหนื่อยหน่ายใจในตัวผมแล้วลดปืนลง

 

"ไม่ยอมทำตามคำสั่งแบบนี้ระวังถูกเก็บเข้าสักวันล่ะแก" ผมตาโตหน่อยๆอย่างเสแสร้งพร้อมยกมือปิดปาก ฮ่ะๆ การแสดงผมดีใช่ไหมล่ะครับ?

 

"ยินเป็นห่วงผมหรือ?" ผมเอามือออกให้อีกฝ่ายสามารถสังเกตเห็นได้ว่าตัวผมกำลังยิ้มอยู่ และก็เป็นอีกครั้งที่อีกฝ่ายมองแล้วส่งเสียงด้วยความไม่พอใจออกมา ผมที่หยอกล้อยินแล้วฟังเขาบ่นพอสมควรแล้วจึงเริ่มเข้าเรื่อง "ว่าแต่ไหงนายกับวอดก้ามาเป็นสารถีให้ผมกันล่ะ เบอร์เบิ้นไปไหนกัน?"

 

"หึ.. เจ้านั้นก็เหมือนเบลม็อทนั่นแหละ พวกมากความลับ ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันอยู่ที่ไหน" ยินพูดพร้อมหัวเราะหึออกมา "แต่ว่าไปตอนนี้เบอร์เบิ้นกับเบลม็อทก็ทำงานร่วมกันนี่"

 

"ใช่ แต่ผมมาแล้วคงต้องขอท้วงตัวคู่หูของผมกลับจากเบลม็อทเขาน่ะนะ" ผมพูดพร้อมยิ้มอ่อนโยนอย่างเสแสร้งชัดเจน ให้ตายสิ ไปติดมาจากไหนกันนะช่วงนี้ อา.. "ได้ข่าวว่าคีย์พิสูจน์ตัวเองด้วยการฆ่าเจ้าอากาอิ ชูอิจิที่แม้แต่ตัวผมเองก็เผลอปล่อยให้หลุดรอดไปได้นี่" ผมพูดออกมาอย่างสังเกตการณ์

 

ถ้าตามที่ผมรู้มา ชูซังจะต้องยังไม่ตายแน่.. แต่ปลอมตัวเป็นโอกิยะ สึบารุสินะ

 

"ใช่ ฉันดีใจจนเนื้อเต้นเลยล่ะ แต่ว่านะ..เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ธนาคารในเมืองเบกะพบคนลักษณะคล้ายเจ้าอากาอิ ชูอิจิน่ะสิ" คนคล้ายกันงั้นหรือ เบลม็อทเล่นพิเรนจ์?

 

...การเช็คว่าตายจริงๆไหมโดยสังเกตปฎิกิริยาของพวกFBIสินะ... อา.. น่าเสียดายที่ผมกลับมาไม่ทันช่วงแย่งคีย์ ไม่งั้นคงได้เจอชูในตอนที่ตัดผมสั้นแล้ว

 

ก็ชูซังในภาพลักษณ์แบบนั้นคือเวอร์ชั่นที่ผมชอบที่สุดนี่หน่า ช่างน่าเสียดาย แต่ทำไงได้ล่ะ ที่ผมโดนกดขี่ใช้งานขนาดนั้นก็เพราะจงใจทำพลาดเพราะไม่อยากสู้กับชูซังนี่หน่า ...ยัยเบลม็อทจิ้งจอกพันหน้าขี้ฟ้องชะมัด...

 

"แล้วนายจะทำยังไงล่ะ ยิน?" ผมถามแบบนั้นออกไป ยินยกยิ้มเหี้ยมขึ้นมาก่อนชี้ปืนไปทางนั่งข้างๆคนขับอันเป็นที่ที่มีเรือนร่างบางของคีย์.. สายลับจากCIAสินะ หึ..

 

"ฆ่าเจ้าผีอากาอิอีกครั้งพร้อมกับหนูที่ทรยศยังไงล่ะ" ยินว่าอย่างนั้นก่อนสั่งให้วอดก้าไปยังห้างเบกะ ผมที่พอรู้แผนอยู่คร่าวๆว่าถ้าชูซังตัวปลอมหรือก็คืออามุโร่ซังตามในหนังออกมาเมื่อไหร่จะให้เคียนติยิงสไนเปอร์ทันที.. ถึงไม่มั่นใจนัก แต่ผมคาดเดาว่านั่นคืออามุโร่ซังนะ?

 

ซึ่งผมขออาสาเข้าไปดูข้างใน ไม่ใช่อะไรหรอก.. ก็แค่อยากแกล้งอามุโร่ซังที่ฉายเดี่ยวอยู่ก็เท่านั้นเอง ฮึ..

 

โดยผมอ้างว่าเพราะผมโตขึ้นมานับจากวันที่ชูซังเจอผมจึงมีโอกาสที่เขาจะจำไม่ได้ แต่แน่นอนว่าเจ้ายินย่อมไม่ยอม และคนดื้ออย่างผมก็ไม่ฟังเขาเช่นกัน ผมใช้ความสามารถส่วนตัวของผมเพียงครู่เดียวก็มาถึงยังหน้าห้างอันเป็นเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ถ้าจำไม่ผิดชั้นที่เกิดเหตุการณ์ที่มีพวกชูซังอยู่จะเป็นชั้นที่ขายเกี่ยวกับพวกอุปกรณ์การกีฬาของห้างเบกะ.. ถ้าผมจำไม่ผิดในความทรงจำสมัยดูโคนันของผม

 

อา.. จำได้ไม่กี่ตอนเท่านั้นแหละ หลักๆก็ตอนที่ผ่านมาแล้ว ตอนนี้กับตอนที่เฉลยเรื่องของชูซังนั่นน่ะ

 

"กริ้ง.." เสียงของโทรศัพท์เครื่องสีดำสนิทของผมดังขึ้นมา มันเป็นสายของยินนั่นเองที่โทรมา เมื่อผมกดรับสายของเขาอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากเพิ่มพูนความรู้สึกหงุดหงิดที่อีกฝ่ายมักระบายด้วยการลั่นไกปืนใส่ผม.. แต่ได้กัดกินเล็กๆน้อยๆคืนก็คุ้มอยู่นะ? :)

 

เมื่อผมรับสายของยินเรียบร้อยแล้ว หูของผมก็ได้ยินเสียงของยินลอยเข้ามาในหูอย่างรวดเร็ว ถ้อยคำที่อีกฝ่ายเอ่ยล้วนเป็นคำสั่งที่มีเนื้อหาใจความต้องการให้ผมกลับไปยังรถของตนซะ แต่แน่นอนว่าคนดื้ออย่างผมย่อมไม่ยอมทำตามเอาง่ายๆ ผมพูดปฎิเสธโดยไม่แม้แต่จะคิด แต่ผมก็บอกกับยินว่าจะปลอมตัวประมาณหนึ่งไม่ให้อากาอิ ชูอิจินั้นจับได้

 

...แต่ไม่มีสัจจะในหมู่โจรนี่หน่า... สุดท้ายผมก็ไม่ได้ปลอมตัวอย่างที่พูด ก็ทำไงได้ล่ะ.. ผมอยากสังเกตปฎิกิริยาของSilver Bullet.. พ่อคุณFBIของผมอย่างชูซังน่ะสิ ขอโทษทีล่ะกันนะ ยิน

 

เมื่อผมมาถึงยังชั้นเป้าหมายเป็นแน่แท้โดยสามารถสังเกตได้จากตามแถวๆตรงบันไดเลื่อนที่มีถุงสีแดงอยู่ตามในเนื้อเรื่อง ผมเปิดโทรศัพท์เล็กน้อยให้มันขึ้นหน้าจอล็อกเพื่อดูเวลาสากล ณ. ขณะนี้

 

เมื่อดูเวลาเรียบร้อยจนเป็นที่พอใจสำหรับตัวผมแล้ว ผมก็ก้าวเดินต่อไปเพื่อหาเป้าหมายของผม

 

"อ่า.. ยังไม่เจอเลย" เป็นเสียงของผมที่เอ่ยตอบคำถามยินไป โดยก่อนหน้านี้ที่คุยเรื่องที่ผมจะแฝงตัวเข้ามาดูลาดราวในนี้นั้นผมยังไม่ได้วางสายอีกฝ่ายไป ส่วนยินเองเมื่อไม่สามารถบังคับผมให้ทำตามคำสั่งอย่างที่ต้องการได้ก็เลยยอมทำใจใช้งานให้ผมแฝงตัวอยู่ในนั้นตามที่ผมต้องการซึ่งอีกฝ่ายก็ดูรู้ว่าที่ผมทำเพราะส่วนหนึ่งที่คือต้องการเล่นสนุก.. และนั่นทำให้ยินไม่พอใจเป็นพิเศษ

 

...แต่เอาไว้เป็นคราวหน้าถ้าผมจะรังแกนายจะทำเบาๆล่ะกันนะยิน...

 

"ผมว่าอย่าไปแตะต้องมันดีกว่านะครับ เพราะว่าบางทีมันอาจจะเป็นระเบิดก็ได้" ผมได้ยินเสียงผู้ชายที่ค่อนข้างมีอายุคนหนึ่งพูดขึ้นมา อา.. ดูเหมือนเหตุการณ์จะเริ่มต้นขึ้นแล้วนะ ผมพูดคุยกับยินอีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายการสนทนาแล้วเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋าดีๆส่วนตัวผมเองก็ขยับกายมายืนกอดอกมองเหตุการณ์สืบสวนอยู่ห่างๆโดยไม่คิดจะเข้าไปช่วยแม้แต่น้อย..

 

...ผมสายฆ่าทิ้งมากกว่ามาทำตัวเป็นนักสืบแบบนี้น่ะ... ถ้าให้เลือกทางเดินของผมล่ะก็.. คงเป็นสายที่อาจจะสืบแล้วพอรู้ว่าใครเป็นคนทำจะไม่มานั่งบอกความจริงหรือจับคนๆนั้นเข้าคุกแต่เป็นการฆ่าทิ้งซะให้จบๆ

 

...แต่จับทรมานก็น่าสนุกดี... ก็ตายง่ายๆมันจะไปสนุกอะไรนี่หน่าจริงไหม?

 

อืม.. คุโด้ ชินอิจิเวอร์ชั่นเป็นเด็กตัวกระเจี้ยกก็น่ารักดีนะ ส่วนโมริคนพ่อนี่ดูน่าหมั่นไส้ชะมัดเลย.. อา.. นั่นก็โมริ รัน..

 

...ถ้าเห็นผมอีกครั้ง เธอจะจำได้หรือเปล่านะ... ผมลูบใต้ตาข้างขวาผมเบาๆ เอกลักษณ์ขนาดนี้คงยากที่จะลืมล่ะมั้ง ฮ่ะๆ.. ถ้าเธอเห็นผม เธอคงกลัวน่าดู หึ :)

 

...แบบนี้สิ ยิ่งน่าสนุก คนต่อไป... แกล้งเชอร์รี่คนนั้นดีไหมนะ?

 

ฮ่ะๆ อา.. หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมผมถึงไม่กลัวที่ทิ้งลายนิ้วมือเอาไว้ในตอนนั้นสินะ คำตอบน่ะหรือ.. ถึงรู้ว่าผู้ร้ายเป็นใครแต่จับไม่ได้ก็เปล่าประโยชน์

 

...ผมเองก็ใช่ว่าจะยอมโดนจับได้ง่ายๆเหมือนกัน... แต่คิดๆดูแล้วถ้าในตอนนั้นผมไปตีสนิทพวกรันคงอาจได้เล่นสนุกในแบบอื่น...

 

แต่ว่านะ.. ก็ช่างมันเถอะ ผมไม่อยากเสียใจในเรื่องที่กลับไปเปลี่ยนอะไรไม่ได้อย่างนั้นซะหน่อย มือของผมค่อยๆล้วงหยิบเอาชิ้นส่วนเนื้อมนุษย์ที่ห่อไว้ในถุงขนมคลับคล้ายเป็นเพียงห่อลูกอมขึ้นมากิน

 

...ถึงจะคล้าย แต่คนที่รู้จักผมย่อมรู้ว่ามันไม่ใช่... ผมยกยิ้มขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีขึ้นเมื่อปลายลิ้นของผมสัมผัสได้ถึงรสชาติอันหวานหอมที่คุ้นเคยอย่างเลือด.. ซึ่งมันเป็นเลือดเนื้อของใครสักคนที่ผมไม่รู้หรอกนะ

 

ก็คงเป็นสักคนที่ผมฆ่าทิ้งไปตามคำสั่งหรือฆ่าเล่นเพื่อความสนุก เอ๊ะ.. หรือรวมพวกที่ผมทรมานเล่นๆด้วยนั่นรึเปล่านะ อา.. ผมเองก็ไม่ต่างกับยินที่ไม่จำชื่อกับหน้าของคนที่ฆ่าทิ้งไปหรอกนะ ก็มันเยอะจนจะเปลื้องพื้นที่ในสมองเอาน่ะซิ

 

"อืม.." แต่จะว่าไปห้างนี้ผมควรเรียกว่าอะไรดีนะ? ละหลวมหรือเปล่าเอ่ย? ทั้งระเบิดและเนื้อคนย่อมสามารถมีอยู่ในที่นี้ได้อย่างง่ายดาย

 

...มุมปากงั้นหรือ... ผมมองคนตรงหน้า "อากาอิ ชูอิจิ.."

 

...ตัวปลอม... น่าจะเป็นอามุโร่ซังสินะ ชูซังเวอร์ชั่นถูกไฟคลอกและเป็นใบ้จนพูดไม่ได้.. จะว่าไป ผมเองก็เคยพูดเรื่องสก็อตกับอามุโร่ซังแล้วเหมือนกัน..

 

สำหรับอามุโร่ซัง.. สก็อตยังคงเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อเขาเสมอ.. และผมเองก็ไม่มีหลักฐานในเรื่องนี้ เดิมเพียงพูดถึงเรื่องนี้ อามุโร่ซังก็เศร้าแล้ว... ยิ่งเรื่องของชูซังแน่นอนว่าเขาย่อมไม่เชื่อ

 

เมื่ออามุโร่ซังได้ยินผมที่เรียกชูซังออกไป แววตาของเขาวูบไหวไปครู่หนึ่งก่อนฉายความเกลียดชังแล้วกลับมานิ่งเฉย แต่นั่นก็ไม่รอดสายตาผมไป

 

อา.. มุมปาก เขาชี้อีกแล้ว ผมขยับนิ้วของตัวเองมาสัมผัมบริเวณมุมปากตนก่อนจะรับรู้ว่ามันเปื้อนเลือดจากขนมเนื้อมนุษย์ที่กินรองท้องไปเมื่อสักครู่ เมื่อรับรู้ดังนั้นแน่นอนว่าผมย่อมจัดการเช็ดมันอย่างรวดเร็วก่อนที่คนอื่นจะมาเห็น..

 

...ถึงแม้เห็นไปก็คงคิดว่าเป็นซอสมะเขือเทศก็เถอะ... แต่กันไว้ก่อนแก้ก็เป็นเรื่องที่ควรนะ? อา.. จะว่าไปชูซังกับอามุโร่ซังก็รับรู้ความจริงเรื่องของร่างกายผมที่กินเนื้อมนุษย์แล้ว แต่ชูซังรู้เร็วกว่าเพราะต้องอาศัยอยู่ด้วยกันเนื่องจากคำสั่งให้จับตาดูชูซังสมัยเป็นไรย์อย่างใกล้ชิด.. ยิ่งเขาไม่รู้เพราะอะไรถึงได้ขยันให้ผมกินอาหาร..

 

...อาหารแบบคนปรกติที่ผมกินมันไม่ได้...

 

แล้วเพราะฝืนกินมันบ่อยๆจึงทำให้ผมหิวง่ายกว่าปรกติจนกระทั่งในวันหนึ่งนั้นเอง ความลับของผมที่มีต่อชูซังจึงแตกจนได้.. ส่วนของอามุโร่ซังน่ะเหรอ เขารู้ในช่วงที่ไปทำงานต่างประเทศด้วยกันแล้วผมต้องเสแสร้งทำเป็นจับตามองอามุโร่ซังตามคำสั่งทั้งๆที่ความจริงก็รู้เรื่องว่าอามุโร่ซังนั้นเป็นสายลับเหมือนกันกับชูซังซึ่งผมก็แอบช่วยปกปิดไว้เงียบๆเช่นเดียวกัน

 

"ไม่เจอกันนานนะ" ผมยิ้มให้พร้อมพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเบาราวกับกระซิบ ซึ่งในสถานการณ์ตอนนี้หลายคนไม่ได้สนใจมองคนอื่นนัก ส่วนมากคนเหล่านั้นเลือกที่จะใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกับครอบครัว

 

อีกฝ่ายเงียบไม่ตอบกลับอะไรผม อามุโร่ซังที่ปลอมตัวเป็นชูซังล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมก้มหน้าลงหน่อยๆก่อนสักพักจะเดินเร็วออกไปซึ่งผมเลือกที่จะไม่เดินตามไปแล้วกอดอกยืนมองไปทางฝูงชนที่อามุโร่ซังเข้าไปรวมกลุ่มกับคนในนั้น อา.. สายตาของผมกวาดมองไปทั่วจนพบเข้ากับร่างสูงหนาของนักศึกษาระดับปริญญาโท.. โอกิยะ สึบารุ ถ้าผมจำข้อมูลของชูซังที่ปลอมตัวไม่ผิดน่ะนะ

 

มุมปากของผมยังคงยกยิ้มขึ้น ผมยังคงยืนอยู่นิ่งๆแล้วมองไปยังชูซังที่ปลอมตัวอยู่เงียบๆ เป็นการจับตามองที่คุ้นเคยและผมเองก็เคยทำมันบ่อยๆ ถึงจะไม่คุ้นกับร่างกายที่เปลี่ยนไปจากการแปลงโฉมที่ยูกิโนะแม่ของคุโด้ ชินอิจิช่วยก็ตาม

 

เรื่องนี้เดาไม่ยากหรอก.. ในเมื่อแม่ของชินอิจิเป็นคนที่มีความสามารถในการแปลงโฉมเหมือนกับที่เบลม็อทมีนี่หน่า

 

"กริ้ง.." เสียงของโทรศัพท์ผมดังขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่ได้ดึงดูดสายตาของผู้คนนักเนื่องจากในที่นี้เองก็มีหลายคนที่โทรหาญาติพี่น้องหรือแม้กระทั่งเป็นฝ่ายที่ถูกโทรหามาเองและโดยส่วนมากแล้วเป้าสายตาของคนในชั้นนี้จะเป็นจุดที่คุโด้ ชินอิจิเวอร์ชั่นร่างเด็กยมฑูตไปไหนมีแต่คนตายนั่นซะมากกว่า ก็เล่นขู่ว่าถ้าหาตัวคนส่งเสื้อยืดสีแดงไม่เจอจะจุดระเบิดนี่หน่า หลายๆคนในชั้นก็เลยมองแกมกดดันให้หาตัวคนร้ายให้เจอน่ะสิ

 

"โมชิ~ โมชิ~" ผมกรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยเสียงลากยาวจนติดน่าขนลุกหน่อยๆ "อ่า.. คนที่หน้าคล้ายอากาอิ ชูอิจิน่ะเหรอ? อื้ม เหมือนเห็นอยู่ในชั้นนี้นะ" ผมได้ยินเสียงยินกดตัวเซิร์ฟตี้ปืนพกเล่นไปมาลอดผ่านเข้ามาในโทรศัพท์พร้อมเสียงแก้ตัวของคีย์

 

"แต่ผมว่านายรอให้เห็นกับตาก่อนล่ะกัน" ผมช่วยพูดให้ก่อนที่คีย์จะถูกยินยิงทิ้งก่อนที่เบลม็อทจะมาเฉลยตัวจริงของร่างอากาอิ ชูอิจิที่เป็นอามุโร่ซังที่ปลอมตัวมาตรวจดูปฎิกิริยาพวกเอฟบีไอ

 

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะเหรอ?" ผมพูดทวนคำถามที่ยินพูดถามขึ้นมาในโทรศัพท์ก่อนค่อยๆเล่าด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อนเหมือนไม่อยู่ในเหตุการณ์นี้ "มีคนเอาระเบิดมาวางไว้แล้วขู่ว่าถ้าหาคนที่เจ้าตัวต้องการไม่เจอจะระเบิดชั้นนี้ทิ้งน่ะสิ ฮ่ะๆ ห้ามลงห้ามเรียกตำรวจซะด้วยนะ" ผมพูดออกมาเท่าที่จำไม่ผิดจากตอนที่ดูโคนันตอนนี้ไป โชคดีจริงๆที่เกิดสนใจในชื่อตอนนี้ขึ้นมาเลยเปิดดูน่ะ

 

...แต่แน่นอนอยู่แล้วว่าในเมื่อมันเป็นเพียงระเบิดควันด้วยซ้ำทำไมผมจะต้องกลัว... ผมยังคงกอดอกคุยโทรศัพท์กับยินก่อนสักพักจะวางสายกับยินไปโดยไม่ลืมพูดให้ยินใจเย็นๆสักหน่อย

 

แต่ยินที่ว่าใจร้อนแล้วก็ยังสู้เคียนติในตอนนี้ไม่ได้ ดูท่าแล้วเคียนตินี่พร้อมจะลั่นไกปืนทุกเมื่อเลยล่ะมั้ง?

 

"หื้ม.." สายที่ไม่ค่อยโทรเข้ามานักของกอร์นเองก็โทรมาพร้อมเล่าให้ฟังว่าเห็นพวกตำรวจกับหน่วยกู้ระเบิดแอบเข้ามาแล้ว ผมกอดอกเหลือบมองลงไปแถวๆบันได อา.. เห็นตั้งนานแล้วล่ะ แต่พวกนั้นก็ไม่กล้าเข้ามาอยู่ดี

 

...ตำรวจมาตอนจบของแท้เลยมั้ง เอาเถอะ ต้องเข้าใจว่าเขากลัวคนร้ายกดระเบิดน่ะสิ... เพราะถ้าเล่นบุกเข้ามาแล้วคนร้ายกดระเบิดจริงๆก็คงแย่

 

แต่จะว่าไป.. รันไม่ยอมบอกข้อมูลตำรวจเกี่ยวกับเรื่องเราสินะ..? เพราะดูเหมือนตำรวจที่รับผิดชอบคดีจะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับผมและตามสืบเท่าที่มีนั่นก็คือลายนิ้วมือ..

 

...เรื่องลายนิ้วมือน่ะ ตอนผมแฮกข้อมูลสร้างตัวตนน่ะใช้เป็นลายนิ้วมือปลอมในส่วนของผมไป ฉะนั้นไม่มีทางซะหรอกที่จะหาเจอ ถ้าไม่ยอมบอกลักษณะผมแล้วประกาศตามล่าน่ะ...

 

เวลาผ่านไปสักพักผู้คนก็เริ่มพูดกดดันโมริคนพ่อมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะนั้นเองที่ชินอิจิในร่างเด็กตัวกระเปี้ยกก็สามารถรู้เรื่องราวที่แท้จริงจนหมดแล้ว และได้ยิงเข็มนาฬิกายาสลบใส่โมริคนพ่อพร้อมพูดเฉลยความจริงดังกล่าว เมื่อเรื่องราวคลี่คลายลงแล้วคนก็เริ่มทยอยออกจากชั้นนี้ไป

 

ผมมองไปยังชินอิจิที่เหมือนจะวิ่งตามอามุโร่ซังไปแต่บังเอิญมีโจดี้เจ้าหน้าที่สืบสวนFBIมาขัดไว้ซะก่อน

 

แต่แล้วสักพักก็เป็นตัวของโจดี้ซะเองที่รีบวิ่งตามชูซังตัวปลอมไป ผมเองก็ค่อยๆเดินตามไปเช่นกัน แต่ถึงแม้ผมจะเดินอย่างไม่เร่งรีบนัก แต่เนื่องจากเรื่องราวพึ่งคลี่คลายคนจึงเยอะมาก โจดี้เองก็เสียเวลาแทรกตัวเพื่อออกตามหาอามุโร่ซังอยู่เช่นกัน แต่ที่ไม่หลงกับเธอ คงต้องขอบคุณที่เธอกำลังตะโกนเรียกชูๆล่ะมั้ง? แล้วหลังจากนั้นไม่นานโจดี้ที่มัวแต่สนใจจะรีบไปห้ามอามุโร่ซังไม่ให้ออกไปจากห้างเพราะมีเคียนติเตรียมตัวยิงอยู่ก็ชนเข้ากับโอกิยะ สึบารุหรือก็คือชูซังตัวจริงที่ปลอมตัวอยู่

 

"ขอโทษครับ ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ" ชูซังพูดพร้อมยื่นมือไปหาโจดี้ ผมมองด้วยสายตาสงบนิ่ง เนื่องจากโจดี้ที่ล้มลงไปจึงทำให้บริเวณนั้นคนโล่งขึ้นจึงสามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้ง่ายๆอย่างน้อยก็ง่ายกว่าในสถานการณ์ที่คนเบียดกันจนผมหงุดหงิดน่ะนะ

 

"แต่ว่า จริงๆพวกเราก็ผิดด้วยกันทั้งคู่ คราวหน้าคุณหัดควรระวังคนรอบข้างบ้างนะครับ" ผมกระตุกยิ้มมุมปาก ด้วยความหูดีถึงแม้จะน่าปวดหูกับเสียงคนอื่นๆไปบ้างแต่ก็ทำให้ผมสามารถได้ยินสิ่งที่ชูซังพูดอย่างชัดเจน แต่สักพักโจดี้ก็รีบตามอามุโร่ซังออกไป ผมมองชูซังอยู่สักพักก่อนสาวเท้าเดินวนกลับไปหาโมริ รันเพื่อถามเรื่องที่ค้างคาใจ

 

"โมชิ โมชิ คิดถึงฉันหรือยิน?" ระหว่างที่ผมกำลังเดินไปรันนั้นเองโทรศัพท์เครื่องสีดำประจำตัวผมก็ดังขึ้น ผมจึงกดรับสายพร้อมกวาดสายตามองชื่อเจ้าของเบอร์เล็กน้อย แต่พอได้ยินว่าเป็นน้ำเสียงของยินผมจึงเปลี่ยนเป็นคำพูดทักทายปนแซวยินแทนและแน่นอนว่าผมย่อมได้ยินเสียงแสดงถึงความหงุดหงุดดังมาจากปลายสายด้วยอย่างแน่นอน แต่สักพักอีกฝ่ายก็ยอมสงบลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นตามเดิมแต่เพิ่มคือมันแฝงไปด้วยความดีใจเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องของชูซังที่ว่าอากาอิ ชูอิจิที่เราเจอเป็นอามุโร่ซังที่ชอบฉายเดี่ยวโดยได้รับอนุญาตจากท่านผู้นั้นแล้วและได้ยินเสียงของเคียนติในมือถือของยินที่ส่งเสียงโวยวายคล้ายเสียสติไปซะแล้ว อ้อ.. ยินใช้โทรศัพท์วอดก้าโทรมาหาผมน่ะนะ~❤

 

"อ่า เป็นอย่างงั้นงั้นหรือ" ผมพูดอย่างนั้นทั้งๆที่รู้ความจริงอยู่แล้วเพราะไม่อยากโดนเจ้ายินบ่นหรอกนะ ถึงจะตลกและสนุกหน่อยๆแต่บางทีก็เริ่มเบื่อแล้วเหมือนกัน เมื่อยินได้พูดในสิ่งที่ต้องการเสร็จแล้วก็เป็นตาผมบ้างที่พูดให้ยินกลับไปก่อนเพราะผมมีธุระส่วนตัวที่จะต้องไปจัดการก่อนจะวางสายโทรศัพท์

 

---------------------------------------------

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 307 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

246 ความคิดเห็น

  1. #214 Jecelyn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 16:22
    ว้ายยยยยรันต้องกลัวเเน่เลยอ่า น้องอย่าเเกล้งเเรงนักล่ะ
    #214
    0
  2. #53 irene612 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 15:48

    ช่วงถามตอบกับโมริ รัน
    ข้อแรกจำผมได้มั้ย?
    ข้อสองทำไมไม่บอกตำรวจเรื่องผมล่ะ
    ข้อสุดท้ายขอกินได้มั้ย
    555+ รำคาญโจดี้สุดในเรื่องเอาแต่ตะโกนเรียกชูๆๆ
    #53
    0
  3. #52 shino13 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 15:16

    มีธุระอะไรน้าา
    #52
    0
  4. #51 polytome (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 15:10
    จะรออ่านค่ะเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #51
    0
  5. #50 Fralele (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 15:02
    น้องคือแกล้งสุด55555555
    #50
    0