NC

คำเตือนเนื้อหา

เนื้อหาของเรื่องนี้อาจมีฉากหรือคำบรรยายที่ไม่เหมาะสม

เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรใช้วิจารณญานในการอ่าน

กดยอมรับเพื่อเข้าสู่เนื้อหา หรือ อ่านเงื่อนไขเพิ่มเติม
ปิด
ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    [ Fic Fate ] พระเอกเหรอ เหอะ! ของแบบนั้นใครจะอยากได้กัน!!

    ลำดับตอนที่ #3 : ศึกที่ท่าเรือ

    • อัปเดตล่าสุด 21 ก.ค. 66


    หลังจากที่ชินจิได้ไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ที่น่าจะเก็บอาวุธที่รับมือเผื่อกรณีจอกศักดิ์สิทธิ์เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาที่ส่งผลร้ายแรงต่อมนุษยชาติได้ แล้วมายังภูเขาเอนโซบนวัดริวโด

    ถึงเขาจะไม่เก่งเท่าแคสเตอร์แต่หากมีพลังมานาไม่จำกัดใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมดหรอก

    อย่างน้อยๆก็สามารถสร้างอาณาเขตในระดับ B ได้ล่ะนะ

    โดยระหว่างทางตัวของชินจิก็ไปขโมยของจากร้านขายอาวุธในเมืองฟุยุกิ และขนหนังสือสำหรับการเรียกอสูรรับใช้มาด้วย คิดว่ามีประโยชน์ในการสอดแนม แม้ว่าเขาจะเป็นสถานะครึ่งมนุษย์ครึ่งเซอร์แวนต์แล้วก็ตาม แต่ไม่อาจล่องหนกลายเป็นมานาได้

    แล้วได้สิ่งหนึ่งมาก็เริ่มทดลองบางอย่างแล้วจากนั้นก็นอนพักผ่อนเอาแรง เนื่องจากทั้งคืนแทบไม่ได้พักเลยนั่นเอง

    ในขณะที่เขาหลับอยู่นั้นเขาก็ได้เห็นความฝัน

    ไม่สิ มันเป็นความทรงจำช่วงชีวิตของเซอร์แวนต์ที่อยู่ในร่างกายของเขา

    ช่วงชีวิตของชายหนุ่มที่ได้สูญเสียครอบครัวตั้งแต่เกิด แล้วถูกรับเลี้ยงโดยเหล่าภูต แล้วออกเดินทางเพื่อพิจสูจน์ราชาอัศวิน อาเธอเรีย เพนดราก้อน เขานั้นประทับใจตัวของกษัตริย์แรกเห็นการแสดงศักยภาพในสงครามต่างๆในบริทาเนีย โดยไม่มีเพียงแค่พลังอย่างเดียวเท่านั้น ความเชื่อมั่นที่ไม่มีวันสั่นคลอง

    เขาได้ร่วมต่อสู้กับราชาอัศวินนับไม่ถ้วน แล้วได้เป็นอัศวินโต๊ะกลม ทักษะต่อสู้ของล้วนน่าเกรงขามโดยใช้เพียงกิ่งไม้ด้ามเดียวในการเอาชนะศัตรู และปกปิดตัวตนเพื่อความต้องการเพื่อน จนได้รับศักดิ์ว่าเป็นอัศวินโต๊ะกลมที่แข็งแกร่งที่สุด

    แต่แล้วก็เกิดเรื่องบาดหมางกันว่าด้วยเขานั้นได้ตกหลุมรักวินิเวียร์จนได้กำเนิดตัวของกาลาฮัท แล้วทำให้ตัวของนางได้ถูกประหารลง ความเจ็บปวดเสียใจและโกรธแค้น แล้วได้กลายเป็นผู้ก่อตั้งกบฏร่วมกับมอร์เดร็ดเพื่อส้งหารอาเธอเรีย

    ในวาระสุดท้ายของเขานั้นได้เสียใจหลังจากทราบข่าวการตายของราชา เขาได้ตกอยู่ในความสิ้นหวังและหนีออกมาด้วยความบ้าคลั่ง

    แล้วนี่คือเหตุผลว่าทำไมตัวของเขานั้นถึงถูกอัญเชิญในฐานะเบอเซิกเกอร์

    อัศวินที่แข็งแกร่งที่สุด อัศวินแห่งทะเลสาบ แลนสล็อต

    _________

    ชินจิค่อยๆลืมตาขึ้นมาพร้อมกับลุกขึ้นมาอย่างงัวเงียก่อนทำหน้าเศร้าหมองพอได้เห็นช่วงชีวิตของอัศวินสมบูรณ์แบบในอุดมคติ ต้องเสียใจมากแค่ไหนถึงได้กลายเป็นเบอเซิกเกอร์กัน

    เป็นไปได้เขาเองก็อยากจะคุยกับเขาสักครั้ง แม้ว่าไม่อาจมีโอกาสให้ทำแบบนั้นแล้วก็ตาม

    ชินจิลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวมองภายนอกที่กลางคืนแล้ว ก็เริ่มเตรียมตัวไปยังสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ท่าเรือโดยแลนเซอร์กำลังเชื้อเชิญเหล่าวีรชนอยู่

    " เอาล่ะ งั้นมาลองเลยแล้วกัน " พูดจบเจ้าตัวก็ได้มองตราบัญชาของตัวเอง

    " ข้าขอสั่งการกายหยาบของข้านี้ ด้วยตราบัญชา!! " พูดจบตราบัญชาของเขาก็ได้ส่องแสงสีขาวปกคลุมร่างของของเขา แล้วรูปร่างของเขาก็ได้แปรเปลี่ยนไป

    ในร่างของอัศวินที่สง่างามและอันน่าเกรงขามสีขาวที่ปกคลุมไปด้วยเงาสีดำปกปิดรอบตัวของเขาในเต็มวัยขอวีรชนนี้

    ชินจิได้แปลงร่างเป็นแลนสล็อตไปแล้วนั่นเอง

    " เอาล่ะ ดูสิว่าหากมีมานาไม่จำกัดจะอยู่ในร่างนี้นานแค่ไหนกันนะ " ชินจิเอ่ยในร่างของเขาก่อนทดสอบร่างกายของแลนสล็อตไปด้วย

    แล้วทดสอบการเปิดใช้งานโฮกุของตัวเอง

    ชินจิน่าจะใช้ผลของฟอร์ ซัมวันส์ กลอรี่ มิอาจใช่ความรุ่งโรจน์ของตน ที่ใช้ปกปิดสถานะของตัวเองที่แม้แต่ตัวของอาเธอเรียและกิลกาเมช ไม่อาจดูค่าสเตตัสของเขาได้

    ในแง่กำลังรบตัวของเขามีความได้เปรียบที่ศัตรูไม่รู้ข้อมูลอะไรในตัวของเซอร์แวนต์ตนนี้เลย แม้แต่มาสเตอร์คนก่อนอย่างคาริยะก็ตาม

    จากนั้นตัวของเขาก็ได้พุ่งตัวไปลงจากวัดริวโดเพื่อไปสนามรบสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ท่าเรือโดยใช้มอเตอร์ไซด์ขับไปยังสถานที่แห่งนั้นในร่างอัศวินสีขาวที่ปกคลุมด้วยโฮกุเงาสีดำสะดุดตาเกินไปจึงจำเป็นต้องกลายร่างใครสักคนเพื่อปลอมตัวผลของโฮกุ ต่อให้ถูกแอสซาสซินจับตามองอยู่ แต่ด้านกำลังของคลาสแล้วสู้ไปก็ตายฟรีเปล่าๆ

    ณ ที่ท่าเรือ ตัวของแลนสล็อตได้ยืนอยู่ตรงจุดมุมอับสายตาเฝ้ามองการต่อสู้ของเซเบอร์ อาเธอเรีย เพนดราก้อน ได้ต่อสู้กับแลนเซอร์ เดียร์มุด

    ผลการต่อสู้นั้นตัวของอาเธอเรียได้เสียท่าให้แก่เดียร์มุดที่ใช้โฮกุหอกคู่เกโบกล์กับเกเดียร์ก ผลคือทำให้แขนซ้ายของเธอได้รับบาดแผลไม่อาจรักษาได้

    จากนั้นไม่นานก็ได้มีกระแสไฟฟ้าปรากฏตรงหน้าของเหล่าวีรชนทั้งสองระหว่างทั้งสอง

    " นามข้าคือราชาผู้พิชิต อิสกันดาร์ ในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ ข้าได้รับอัญเชิญในคลาสไรเดอร์ หึๆๆ " อิสกันดาร์ยิ้มหัวเราะเปิดตัวอย่างองอาจไม่เกรงใจ

    " คิดบ้าอะไรอยู่กันเจ้าบ้า " เวเวอร์โวยวายหลั่งน้ำตาออกมาบนรถขนศึกและถูกดีดหน้าโดยชายหนุ่มร่างยักษ์ไปตามระเบียบ

    " อิสกันดาร์ " เคย์เนธได้เอ่ยขึ้นเมื่อรู้ว่าเซอร์แวนต์ที่ปรากฏออกมาเกือบจะได้เป็นเซอร์แวนต์ของเขาแล้ว เหมือนตัวของเวเวอร์จะคิดถูกที่ขโมยสื่อนำอัญเชิญของเขาไปในหอนาฬิกา ไม่งั้นคงมีปัญหากันภายในก่อนจะเริ่มสงครามแน่นอน

    " พวกเจ้าที่ถูกรับเลือกแล้วปรารถนาต่อจอกศักดิ์สิทธิ์ แต่ก่อนหน้านั้นข้าจะมีคำถามพวกเจ้าจะเข้าร่วมกองทัพของข้าแล้วยอมมอบจอกศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ข้าหรือไม่!  " อิสกันดาร์เอ่ยขึ้นเพื่อหาพันธมิตรจากสงครามครั้งนี้ " ฉะนั้นแล้วข้าจะยินดีต้อนรับพวกเจ้าในฐานะมิตรสหาย แล้วแบ่งปั่นความสนุกสนานในการพิชิตโลกกันและกันด้วย " 

    เดียร์มุดส่ายหน้าเบาๆ " จะยอมรับข้อเสนอเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ข้าจะมอบจอกศักดิ์สิทธิ์ให้แก่นายเหนือหัวคนใหม่ที่ข้ากล้าสาบานเพียงผู้เดียว หาใช่ว่าจะเป็นเจ้า ไรเดอร์! "

    " อย่าบอกนะว่า เพื่อที่จะพล่ามคำพูดไร้สาระเช่นนั้น ถึงกับต้องเข้ามาแทรกแซงการต่อสู้ของข้าและแลนเซอร์อย่างงั้นรึ ในฐานอัศวินแล้วยากจะให้อภัย " อาเธอร์เองก็อารมณ์เสียไม่ต่างกันที่ถูกขัดจังหวะการต่อสู้ของอัศวินที่เต็มไปด้วยเกียรติยศ

    " ข้ายินดีให้ต่อรองนะ~~~" อิสกันดาร์แคะหูเบาๆโดยไม่รู้สึกรู้สาที่สองวีรชนไม่พอใจ

    "" เหลวไหล! "" อาเธอเรียและเดียร์มุดตะคอกใส่ 

    " อีกอย่าง ข้าอยู่ในฐานะราชาแห่งบริทาเนีย ไม่มีทางที่จะไปเป็นข้าร้บใช้ต่อราชาองค์ใดได้หรอก " อาเธอเรีย

    " โห...ราชาแห่งบริทาเนียเหรอ ช่างน่าตกใจเสียจริง ไม่นึกว่าตัวจริงจะเป็นเพียงแค่สาวน้อยนะเนี่ย " อิสกันดาร์ประหลาดใจที่เจอราชาต่างยุคสมัยถูกอัญเชิญในศึกครั้งนี้ด้วย

    " หึ งั้นเจ้าลองลิ้มรสชาติดาบของสาวน้อยคนนี้มั้ยล่ะ ราชาผู้พิชิต " อาเธอเรียทำหน้าไม่พอใจก่อนชี้ดาบต่อหน้าอิสกันดาร์

    อิสกันดาร์รู้เลยว่าสองคนนี้ไม่มีทางยอมร่วมมือกับเขาแน่นอน

    ชินจิที่มองเวเวอร์ด้วยสายตาเวทนาสงสาร เนื่องจากคนที่เข้าร่วมสงครามด้วยเหตุผลที่งี่เง่าที่สุดในครั้งที่ 4 มันคือตัวของเวเวอร์ เวลเว็ตนั้นเอง เพื่อที่จะให้ผู้ใหญ่ในหอนาฬิกายอมรับในตัวของเขา

    " เอาเถอะ ถ้าเช่นนั้นแล้วเหล่าคนที่ซ่อนตัวอยู่ในบัดนี้จงปรากฏต่อหน้าข้า หากไม่เช่นนั้นล่ะก็จงรับคำสบประมาทของข้า ราชาผู้พิชิต อิสกันดาร์ผู้นี้ไปซะ!!! "

    ในช่วงพริบตานั้นร่างของไอริสฟิลนั้นได้ล้มลงจนวีรชนทั้งสามและเหล่ามาสเตอร์ต่างกันหันมามองกัน

    ได้เผยร่างของชายหนุ่มผมสั้นสีน้ำเงินนัยน์ตาสีแดงในชุดเสื้อคลุมสีดำชุดสูทสีน้ำตาลทั้งเสื้อและกางเกงสแล็คผู้เนคไทสีฟ้าในวัย 20 ปี 

    Pixiv Id 5470381

     

    " คำพูดนั้นนายพูดจริงมากแค่ไหนกัน ราชาผู้พิชิต " ชินจิที่อยู่ในร่างของโซเคนในวัยหนุ่มโดยใช้โฮกุของแลนสล็อตที่สามารภปลอมแปลงเป็นใครก็ได้

    " ไอริสฟิล! " อาเธอเรีบรีบพุ่งตัวเข้าไปหาตัวของชินจิ

    ตัวของชินจิก็ได้โดดหลบทันทีแล้วยืนหลบห่างๆจากพวกเธอ

    " เจ้าเป็นอะไรมั้ย? "

    " โดนแย่งไปแล้ว " ไอริสฟิลที่ค่อยลุกขึ้น

    อาเธอเรียรีบหันไปมองที่ตัวของชินจิที่ในมือ ถือปลอกดาบอวาลอนอยู่

    " ขอโทษทีนะ ก็ไม่ตั้งใจจะลอบกัดหรอก แต่พอดีต้องการสิ่งนี้น่ะ " พูดจบตัวของชินจิได้เอาปลอกดาบยัดใส่ร่างกายของตัวเอง " ว่าไงครับ ราชาผู้พิชิต "

    " แน่นอนว่าข้าเปิดใจรับเพื่อนพ้องได้เสมอ แต่หากเจ้าไม่เผยร่างจริงออกมาข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน " อิสกันดาร์พร้อมเปิดอกรับพวกพ้องอย่างใจกว้างแม้ว่าการกระทำเมื่อครู่จะหยามเกียรติไปบ้าง แต่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้หมายชีวิตของมาสเตอร์ของเซเบอร์เลย 

    " อะไรกัน สำเร็จขึ้นมาจริงๆเหรอเนี่ย " เวเวอร์และประหลาดใจที่มีคนบ้าจี้ยอมเป็นลูกน้องของอิสกันดาร์มาจริงๆ

    ชินจิยกยิ้มออกมาก่อนเผยร่างอัศวินชุดเกราะสีขาวที่ปกคลุมเงาสีดำในร่างเต็มวัย

    " เบอเซิกเกอร์!! " อาเธอเรียรีบตั้งการ์ดปกป้องไอริสฟิลทันที

    คาดไม่ถึงเลยว่าเบอเซิกเกอร์จะปรากฏตัวออกมาแบบนี้ ถึงจะพอจับจากพลังมานาที่สัมผัสออกมาว่าคนตรงหน้าคือเซอร์แวนต์

    แถมยังจากบทสนทนาเมื่อครู่ก็ทำให้ทุกคนในท่าเรือต่างรู้เลยว่าเบอเซิกเกอร์ตนนี้นั้นมีสติครบถ้วนอยู่

    หากเซอร์แวนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดคือเซเบอร์ แต่ว่านั้นมันแค่กรณีที่ตัวของเบอเซิกเกอร์ที่อยู่ในสภาพจิตใจไม่ครบถ้วนดี

    เบอเซิกเกอร์จะกลายเป็นตัวตนที่อันตรายที่สุดไปในอัตโนมัติแทนเซเบอร์ไปทันที

    แต่ถึงกระนั้นทำไมเธอกลับรู้สึกคุ้นตากับอัศวินตนนี้นัก และนึกไม่ออกเลยว่าเป็นใคร หรือว่าผลของโฮกุของอีกฝ่ายกัน เธอถึงจำไม่ได้กัน

    " โห~~~เบอเซิกเกอร์งั้นเหรอ ยังงี่นี่เอง ตกลง ขอพร้อมเปิดใจรับสหายทุกเมื่อ " อิสกันดาร์เท้าคางด้วยสีหน้าสนใจต่อตัวของชินจิ เพราะเบอเซิกเกอร์ที่สามารถคุยได้เหมือนคนปกติหาได้ยากมาก

    ชินจิที่ยอมรับข้อเสนอของอิสกันดาร์ ถ้าพูดกันตามตรงแล้วตัวเลือกอิสกันดาร์มาเป็นพวกถือว่าตัวเลือกไม่ได้แย่ แถมมาสเตอร์เป็นเวเวอร์ที่ตามสถานการณ์ไม่ทันด้วยด้วย แลเป็นคนที่ทรยศยากหากเขาไม่จะหักหลังซะเองล่ะนะ

    " คิริสึงุ เอายังไงดี " ไมยะถามในขณะที่ซุ่มดูจากระยะไกล

    " รอดูไปก่อน " คิริสึงุนิ่งไปสักพักก่อนตอบกลับ เขาเองก็อยากจะยิงมาสเตอร์ท่ไม่เป็นมืออาชีพอยู่หรอก แต่ทว่าที่น่าหนักใจกว่านั้นคือ เบอเซิกเกอร์ที่มีสติเนี่ยล่ะ รับมือยากแน่ แถมดันขโมยปลอกดาบอวาลอนจากไอริสฟิลด้วย ไหนจะอาเธอเรียที่บาดเจ็บจากแลนเซอร์อีก ถ้าหากจะมีเรื่องกับเบอเซิกเกอร์ตอนนี้ที่มีเซอร์แวนต์ร่วมตัวกันล่ะก็ ไม่ดีแน่

    ไหนจะมีแอสซาสซินที่กำลังจับตามองอยู่ทั้งๆที่น่าจะตายไปตั้งแต่วันแรก

    แต่ว่าจากการให้คำของไอริสฟิลยังไม่มีเซอร์แวนต์ตนไหนแพ้เลยสักคน

    แม้ว่าเขาจะไร้ขีดจำกัดล่างที่สุดยังไม่ทำอะไร มาสเตอร์คนอื่นก็ย่อมไม่กล้าขัดขวาง ในคืนนี้กำลังจะจบลงด้วยดีโดยที่ตัวของชินจิได้พันธมิตรมาเพิ่มอีกคน แต่ทว่า...

    " เหอะ...ในคืนนี้ถึงกับมีไอ้พวกนอกคอกที่แอบอ้างตัวเองว่าราชาตั้งสองคน ช่างน่ารังเกียจจริงๆ " ในตอนนั้นเอง ราชาแห่งโคมไฟถนน กิลกาเมชก็โผล่มาแล้วยืนบนโคมไฟตามฉายาของเฮียแก

    จากนั้น สายตาของชายหนุ่มผมบลอนทองก็จ้องเขม็งมายังที่ชินจิในร่างแลนสล็อต 

    " ที่สำคัญเลย....แก ไอ้ตัวตลก!!! แกเป็นประชาชนของข้า แล้วกล้าดียังไงถึงไปสาบานตนเป็นข้ารับใช้ของไอ้พวกพันธุ์ทางที่แอบอ้างว่าราชากัน!!! " กิลกาเมชเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย

    อ่า~~~~แบบนี้ถ้าจะยากแล้วแหะ ลืมไปว่ามีราชาจอมเผด็จการคนนี้ไปเสียสนิทเลย

    สงครามนี้ช่างยุ่งยากตามชื่อของมันจริงๆเลย พับผ่าสิ

    ______

    สัปดาห์นี้เอาไว้แค่นี้ก่อนนะ เพราะพึ่งคิดสดๆร้อนๆเลย กำลังได้ที่ สัปดาห์เจอหน้าเจอปืนครับผม~~~

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    นักเขียนเปิดให้แสดงความคิดเห็น “เฉพาะสมาชิก” เท่านั้น
    ×