ตอนที่ 9 : บทที่ ๙ ชายชุดดำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4249 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62

“เจ้าว่าอะไรนะ!” องค์หญิงแคว้นจ้าวแทบไม่เชื่อหูของตน ชาวบ้านที่นี่ช่างอวดดี ทรนงตนเกินไปแล้ว กล้าดีอย่างไรมาสั่งให้นางที่เป็นถึงองค์หญิงทำการคำนับต่อหน้าฝูงชน

“ข้าบอกให้เจ้าคำนับข้า” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงเย็นเฉียบแฝงไปด้วยความดุดัน รอบกายแผ่ไอเย็นยะเยือกออกมาราวกับจะแช่แข็งคนตรงหน้า นัยน์ตาสุกสว่างสุขุมนุ่มลึก ยืนสง่าผ่าเผยทรงอำนาจจนผู้คนต้องยำเกรง

“หญิงสารเลวเช่นเจ้ากล้าสั่งข้าอย่างนั้นหรือ รนหาที่ตายนัก!” องค์หญิงแววตาเกรี้ยวโกรธถลึงตามองลู่หนิงเหมยอย่างเกลียดชังเข้ากระดูกดำ

“ว่าที่พระชายารองแล้วอย่างไร กล้ามายืนชี้หน้าต่อว่าข้าที่มีศักดิ์เป็นถึงสตรีที่จะแต่งเป็นพระชายาเอกของไท่จื่อเช่นนี้ องค์หญิงแคว้นจ้าวก็ช่างวางอำนาจบาดใหญ่จนข้าเกรงว่าผู้คนคงหมดวาจาจะกล่าวชมเจ้าแล้ว”

องค์หญิงชะงักค้าง ฝูงชนที่ได้ยินก็ตกตะลึงงึงงันไม่แพ้กัน พอพินิจมองลู่หนิงเหมยอย่างละเอียดถึงได้นึกขึ้นได้ว่าสตรีนางนี้ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าธรรมดา แต่เป็นผ้าเนื้อดีของชนชั้นสูง อีกทั้งรูปโฉมก็ยังงดงามกว่าองค์หญิงแคว้นจ้าวมากนัก

คนที่เคยเห็นลู่หนิงเหมยที่จวนของท่านราชครูมาบ้างก็ส่งเสียงร้องอย่างนึกขึ้นได้ ทำให้ทุกคนเชื่อสนิทใจว่านางคือพระคู่หมั้นจริงๆ

เหล่าชาวบ้านต่างส่งสายตาตำหนิติเตียนไปให้องค์หญิงแคว้นจ้าวที่ไม่มีมารยาทกล้าต่อว่าคู่หมั้นที่ฮ่องเต้ทรงมอบสมรสพระราชทานให้กับไท่จื่ออย่างลู่หนิงเหมยได้ลงคอ ชื่อเสียงอันเลวร้ายของนางแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง

“จะ เจ้าโกหก!” หญิงชาวบ้านจะมาเป็นว่าที่พระชายาเอกของรัชทายาทได้อย่างไรกัน! ถึงแม้ความงามของนางจะเลิศล้ำเกินบรรยายแต่นางก็ไม่คิดว่าฮ่องเต้จะทรงพระราชทานหญิงชั้นต่ำเช่นนี้ให้บุตรของโอรสสวรรค์ได้

นางเดินทางมาถึงที่นี่เพราะเสด็จพ่อส่งนางให้มาทำตัวสนิทสนมกับองค์รัชทายาท เพื่อเป็นพระชายารองของเขา อีกทั้งจดหมายของเสด็จพ่อที่เขียนไว้ว่าจะยกนางให้เป็นอนุของหยางเจินนั้นอยู่ในมือนาง พรุ่งนี้นางจะขึ้นไปถวายแด่ฮ่องเต้ด้วยตัวเอง

ในอนาคตนางจะได้มีศักดิ์เป็นถึงพระสนมเอก หากคิดแผนกำจัดฮองเฮาได้ ตำแหน่งมารดาของแผ่นดินจะต้องตกเป็นของนางอย่างแน่นอน!

นางไม่มีทางเชื่อหรอกว่าสตรีโง่งมที่โอหังและอวดดีผู้นี้จะเป็นว่าที่ฮองเฮาในภายภาคหน้า!

“ข้ามิอาจกล่าววาจาโป้ปดให้เสียเกียรติของตน หากเจ้าไม่เชื่อ ข้าจะสั่งให้คนไปตามรัชทายาทมาที่นี่ประเดี๋ยวนี้” ลู่หนิงเหมยยกยิ้มอย่างผู้ที่อยู่เหนือกว่า มีอำนาจในมือมีหรือที่นางจะไม่ใช้ประโยชน์จากมัน นางก็ไม่ใช่คนใจดีอะไร

ใบหน้างามขององค์หญิงแคว้นจ้าวแปรผันเป็นแดงก่ำด้วยความโมโหสุดขีด ใบหน้าเช่นนี้ก็สร้างความรื่นรมย์ให้ลู่หนิงเหมยไม่น้อย

“งั้นเจ้าก็ไปพารัชทายาทมาสิ ข้าถึงจะเชื่อเจ้า!”

“ทหาร! ส่งคนเข้าวัง ทูลให้รัชทายาทมาหาข้าโดยด่วน บอกเขาว่ามีอนุจากแคว้นจ้าวกำลังชี้หน้าต่อว่าข้าอยู่กลางตลาด ไม่ให้ความเคารพนับถือข้าที่เป็นถึงคู่หมั้นคู่หมายของเขาแม้แต่น้อย”

“ขอรับ คุณหนูลู่!”

แค่คำตอบรับของทหารผู้นั้นองค์หญิงก็รับรู้ได้ทันทีว่านางผู้นี้ไม่ได้โกหก ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ต่างส่งสายตารังเกียจเดียจฉันท์มาให้นางทุกทิศทาง ช่างน่าเจ็บใจยิ่งนัก

“ไม่ต้องแล้ว! ข้าเชื่อเจ้าแล้ว” องค์หญิงรีบกล่าววาจาอย่างร้อนรน หากองค์รัชทายาทมาจริงๆนางคงไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน

“ในเมื่อเจ้าก็ปักใจเชื่อข้าแล้ว เหตุใดเจ้าถึงยังไม่รีบคำนับข้าอีกเล่า” ลู่หนิงเหมยมีแววตาหยิ่งยโส ท่าทีไม่ยอมหักยอมงอของนางทำให้องค์หญิงแคว้นจ้าวเห็นแล้วต้องข่มอารมณ์กัดฟันตัวเองเสียงดังกรอด

“ถึงข้าจะบอกว่าข้าเป็นว่าที่พระชายารอง แต่ก็ยังไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ข้าไม่มีความจำเป็นจะต้องคำนับเจ้า!”

องค์หญิงฝืนยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้เชิดหน้าถือตน ไม่ก้มหัวให้ใครง่ายๆ ลู่หนิงเหมยเห็นก็แสยะยิ้มร้ายจนอีกฝ่ายรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี

“หากเป็นเช่นนั้น องค์หญิงก็อย่าได้กล่าวว่าตนเป็นว่าที่พระชายารองอีกจนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากราชสำนัก มิเช่นนั้นผู้คนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าองค์หญิงแอบอ้างเบื้องบนได้ เหมือนกับตอนนี้ที่องค์หญิงมิได้มีอันใดเกี่ยวข้องกับรัชทายาทแต่อ้างว่าเป็นพระชายารอง…”

“นั่นสิ ยังไม่ได้รับประกาศจากราชสำนักก็วางอำนาจเสียใหญ่โต...”

“...ถึงจะเป็นองค์หญิงแต่กลับกล้าต่อว่าคู่หมั้นของรัชทายาทเช่นนี้ จิตใจคับแคบเกินคน”

“องค์รัชทายาททรงฉลาดปราดเปรื่อง ไม่มีทางชอบพอหญิงไร้มารยาทเช่นนี้หรอก...”

“ที่นี่แคว้นเยี่ยนหาใช่แคว้นจ้าว นางยังกล้ากระทำการราวกับที่นี่เป็นแผ่นดินของตนช่างน่า...”

เสียงครหามากมายเปรียบดั่งลูกศรแหลมคมพุ่งตรงมาที่องค์หญิงแคว้นจ้าวอย่างล้นหลาม สร้างความอับอายไม่น้อยให้กับนางและเหล่าบ่าวไพร่ของนางจนพวกนางทนไม่ไหวหันกลับไปขึ้นรถม้าแล้วเคลื่อนตัวออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว

ลู่หนิงเหมยแอบหันหลังไปเบะริมฝีปากเล็กน้อย นี่น่ะหรือว่าที่อนุของเจ้าลูกหมา!

นางคงทำให้การมาเยือนเมืองหลวงแคว้นเยี่ยนเป็นครั้งแรกขององค์หญิงเป็นที่น่าประทับใจจนยากจะลืมเลือนเสียแล้วกระมัง

“ขอบคุณคุณหนูลู่มากที่ช่วยข้าน้อยไว้ ข้าน้อยไม่มีสิ่งใดตอบแทน ที่มีติดตัวอยู่ก็มีแค่ขนมอิ่วก้วยเท่านั้น หากคุณหนูไม่รังเกียจช่วยรับขนมกล่องนี้ไว้ด้วยเถอะนะขอรับ” สองตายายยื่นขนมอิ่วก้วยที่บรรจุใส่กล่องเอาไว้ให้ลู่หนิงเหมยด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ

ลู่หนิงเหมยเห็นก็ระบายยิ้มหวานตรึงใจก่อนจะรับขนมมาจากมือสองตายายโดยไม่มีทีท่ารังเกียจอะไร

“กล่าวเกินไปแล้ว เรื่องแค่นี้ข้าไม่ถือเป็นบุญคุณอันใด ตายายมีน้ำใจมอบขนมกล่องนี้ให้ข้า ข้าก็จะกินมันให้อร่อย”

“คุณหนูลู่งดงามทั้งกายและใจหาใครเปรียบไม่ได้จริงๆ” สองตายายยิ้มแก้มแทบปริ

“ข้ามีธุระ คงต้องขอตัวก่อน”

“เชิญ ตามสบายเถอะขอรับ ข้าน้อยไม่ขอรบกวนแล้ว”

ลู่หนิงเหมยยิ้มจางๆก่อนจะหันหน้ากลับเข้าไปในร้านเครื่องเขียนขึ้นชื่อของเมืองหลวงพร้อมกับแกะขนมอิ่วก้วยในมือกินทีละชิ้น

สองตายายที่เห็นลู่หนิงเหมยกินขนมของตนโดยที่ไม่รังเกียจก็ดีอกดีใจเป็นอย่างมาก สายตาชื่นชมจากฝูงชนที่มีต่อลู่หนิงเหมยยิ่งทวีคูณขึ้นอีกหลายเท่านัก

ทุกการกระทำของลู่หนิงเหมยอยู่ภายใต้สายตาของบุรุษชุดดำห้าถึงหกคนที่นั่งจิบชาอยู่ในโรงเตี้ยมใกล้ๆ

ตอนแรกพวกเขาไม่ได้สนใจนางมากนัก แต่ใครจะคิดเล่าว่าอยู่ๆลู่หนิงเหมยจะแอบหันหน้ามาเบะปากงามตรงทางที่พวกเขานั่งอยู่พอดิบพอดี

นางกล้าหักหน้าองค์หญิงแคว้นจ้าวด้วยท่าทางที่ดูรื่นรมย์ไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด กริยาที่ทั้งดื้อรั้น ขี้พยศเหล่านั้นของนางเรียกรอยยิ้มจากพวกเขาได้ทั้งกลุ่ม

“นางโตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว” บุรุษชุดดำผู้หนึ่งเอ่ยเสียงเรียบ

“เวลาช่างผ่านไปเร็วนัก ก่อนที่นางจะอายุครบสิบเจ็ดปีเราต้องเร่งพาตัวนางกลับเมืองหลวงแคว้นเฉาเว่ยให้จงได้” บุรุษชุดดำอีกคนกล่าวน้ำเสียงจริงจัง สายตามองไปยังร้านขายเครื่องเขียนเงียบๆ

“วันนี้ข้าจะลอบเข้าไปพูดคุยกับท่านราชครูอย่างจริงจังเสียที ไม่อาจรั้งรอได้นานกว่านี้ หากนางเข้าพิธีอภิเษกสมรสที่จะจัดขึ้นต้นเดือนหน้าเรียบร้อยแล้วข้าเกรงว่าการพาตัวนางไปคงมิใช่เรื่องง่ายดายนัก” ชายชุดดำอีกคนกล่าว

“ที่พวกเจ้าพูดมามันก็ถูก แต่ข้าคิดว่าตอนนี้พวกเจ้าคงมิอาจมีชีวิตรอดไปลักพาตัวว่าที่เจ้าสาวของรัชทายาทได้แล้วกระมัง” ชายหนุ่มชุดดำหน้าตาดีที่นั่งจิบชาอยู่โต๊ะข้างๆเอ่ยขึ้น

ซูเหิงเร้นกายจับตามองกลุ่มคนชุดดำพวกนี้มาสักพักแล้ว แต่ไม่มีวี่แววว่าพวกเขาจะกระทำการปองร้ายนายหญิงเลยแม้แต่น้อย เขาจึงเข้ามานั่งจิบชาข้างๆฟังบทสนทนาของพวกเขาแทน และเขาก็ได้ยินเนื้อความทั้งหมด

เหล่าชายชุดดำมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเมื่อบทสนทนาถูกผู้อื่นสอดแทรก ไม่คิดว่าองครักษ์เงาวังไท่จื่อจะติดตามลู่หนิงเหมยมาด้วย หากรู้แต่แรกพวกเขาคงระมัดระวังตัวมากกว่านี้

ชื่อเสียงเรื่องความร้ายกาจนั่นไม่ใช่เพียงข่าวลือ พวกเขาจึงไม่อยากต่อกรกับคนของรัชทายาทเสียเท่าไหร่นัก

“พวกข้าจิบน้ำชากันเสร็จแล้ว ขอลา!”

เหล่าชายชุดดำทำท่าจะลุกหนี แต่เงาหลายสายก็พุ่งเข้ามาปรากฎตัวรอบทิศทาง เป็นเหล่าองครักษ์เงาวังไทจื่อไม่ผิดแน่!

“พวกข้าไม่ได้มีปัญหาอันใดกับพวกเจ้า ช่วยหลีกทางด้วย!”

“คิดจะพาตัวนายหญิงของข้าไปซะไกลถึงแคว้นเฉาเว่ย รัชทายาทได้ยินคงอยากถลกหนังพวกเจ้าด้วยมือของพระองค์เองเป็นแน่ ข้าก็ไม่ได้อยากจะจับพวกเจ้าหรอก แต่ถ้าปล่อยไปข้าคงถูกถลกหนังเสียเอง” ซูเหิงกล่าวเสียงเรียบ

“.......” เหล่าชายชุดดำ

“เอาเถอะ ข้ามีข้อเสนอสองทางเลือกให้พวกเจ้า”

“ข้อเสนออะไรรึ?” เหล่าชายชุดดำถามเสียงไม่เป็นธรรมชาติ หากเลี่ยงได้เขาก็ไม่อยากต่อสู้เลยสักนิด วรยุทธขององครักษ์เงาวังไท่จื่อสูงส่งสมคำล่ำลือ ถ้าต่อกรกันจริงๆพวกเขาแค่ห้าหกคนจะรับมือได้อย่างไร

ซูเหิงเห็นก็ยกยิ้มนิดๆอย่างผู้อยู่เหนือกว่า หยิบชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น

“ข้อที่หนึ่งเจ้าจะยอมไปกับข้าดีๆ หรือข้อที่สองต้องให้ข้าใช้กำลังจับกุมตัวเจ้าไป”

“.........” เหล่าชายชุดดำ

สองทางเลือกที่เขากล่าวมาแตกต่างกันตรงไหน สุดท้ายก็เพื่อจับพวกเขากลับไปสอบสวนที่วังไทจื่ออยู่ดี

“ข้าข้อปฏิเสธทั้งสองข้อ!” เหล่าชายชุดดำเตรียมต่อสู้ แต่ก็ต้องชะงักจนเหงื่อไหลซึมไปทั่วแผ่นหลังเมื่อได้ยินซูเหิงกล่าวต่อเสียงดุดัน

“ตัวเลือกนี้ไม่อยู่ในเงื่อนไข คงต้องมีคนตายแล้วกระมัง...”

 









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.249K ครั้ง

9,198 ความคิดเห็น

  1. #8314 Ammiee_Ammiee (@Ammiee_Ammiee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 15:02
    มันมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างงงง
    #8314
    0
  2. #3492 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 22:17
    ชอบรูปประกอบจังค่ะ
    #3492
    0
  3. #2736 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:05

    ไม่ยอมหักยอมงอ = ยอมหักไม่ยอมงอ ?


    #2736
    0
  4. #2074 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:57
    อย่าพึ่งฆ่าาาาา
    #2074
    0
  5. #2073 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:52
    อำนาจบาดใหญ่=อำนาจบาตรใหญ่
    #2073
    0
  6. #1512 Sukanya Paileeklee (@poonchanit) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 08:34
    คนติดตามนางเอกต้องเกี่ยวข้องกับพ่อนางเอก รีบฆ่าเขาทำม้าย
    #1512
    0
  7. #846 Goldenhouse (@Goldenhouse) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 10:39
    ถ้ารีไรท์ คงต้องเพิ่มบทสาวใช้ด้วยนะคะ ตามยุคสมัยคุณหนูต้องมีสาวใช้ติดตาม และเรียกว่าองค์รัชทายาท ไม่ใช่องค์ชายรัชทายาทหรือเรียกชื่อตรงๆ ส่วนคนทั่วไปเรียกนางเอกได้แค่คุณหนูลู่ ไม่ใช่พระชายาค่ะเพราะยังไม่แต่ง และจะไปกร่างใส่องค์หญิงต่างแคว้นไม่ได้ด้วยค่ะ เพราะเป็นแค่ลูกขุนนาง เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ
    #846
    0
  8. #727 นา ตา (@kob99) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 01:21
    นางเอกไม่ได้เป็นสายลับบ้าบออะไรทั้งสิ้น ตอนนี้คาแล็กเตอร์นางเอกคือ สาวขี้วีน เอาแต่ใจ วางอำนาจ ลูกคุณหนูข้ามมิติ
    #727
    0
  9. #672 ploy-beauty27245 (@ploy-beauty27245) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 12:26
    นางยังไม่เป็นชายาเน้อ จะรีไรท์ใช่มะ
    #672
    0
  10. #357 Amarry (@Amarry) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 19:56
    ตลกอ่า คนที่วางอำนาจไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคือนางเอกรึเปล่า ถึงจะมาจากต่างเมืองก็ฐานะสูงกว่านางเน้อออ นั่นองค์หญิงลูกฮ่องเต้ นี่คุณหนูลูกขุนนาง 555555 อะไรเนี่ย 5555555
    แล้วอะไรคือ พระชายา อะไรคือวางอำนาจเบอร์นั้น งงไปหมด ยศว่าที่ไท่จื่อเฟยสูงกว่าคุณหนูทั่วไปตรงที่ทุกคนต้องให้เกียรติแต่ก็ยังไม่สามารถแสดงอำนาจอย่างกับเป็นเมียที่ตกแต่งร่วมเตียงเรียบร้อยได้เน้ออออ นี่อะไรอะเป็นเมียมียศพระชายาแล้วหรอ ก็ไม่นะ 55555555 เป็นแค่ว่าที่พระชายารึเปล่า แต่ก็ทำเหมือนเป็นพระชายาเต็มตัวทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่มียศนั้น เฮ้อออออออ
    #357
    0
  11. #313 tntn03 (@tntn03) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 09:35
    อำนาจบาดใหญ่ = อำนาจบาตรใหญ่

    ค่ะ
    #313
    0
  12. #102 p-c-y-n-s (@p-c-y-n-s) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 06:56
    ปะเดี๋ยวนี้ = ประเดี๋ยวนี้
    เดียจฉัน = เดียจฉันท์
    #102
    0
  13. #89 EMBEVRON (@sich02) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 21:55
    องครักษ์เงาโหดมากกก สืบความก่อนมั้ยยย อย่าเพิ่งฆ่ากั๊นนนน ดูฝั่งนั้นก็ไม่ได้ร้ายกาจ อย่าตายเลย แต่นางเอกเราเด็ดมาก แสบเหลือเกิน 555555
    #89
    0
  14. #77 Phingthing (@Phingthing) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 15:14
    เฉาเว่ยมีสัมพันธ์อันใดกับนางเอกกันนะ
    #77
    0