ตอนที่ 80 : บทที่ ๗๙ ล้มหมากบนกระดาน (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39595
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3503 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62


สองวันที่ผ่านมาคณะทูตได้เผยแพร่ความรู้ต่างๆ ของแคว้นที่พัฒนาแล้วให้กับเหล่าองค์หญิงองค์ชายและประชาชนที่ให้ความสนใจ

ฮ่องเต้เรียกประชุมขุนนางหารือเกี่ยวกับเรื่องเปิดแคว้น ซึ่งพระองค์ก็ได้พูดคุยกับคณะทูตแคว้นเยี่ยนด้วยตัวของพระองค์ ปรึกษาหาวิธีแก้ไขปัญหาที่อาจจะตามมาหลังจากประกาศเปิดแคว้นอย่างละเอียด

เดิมทีลู่หนิงเหมยคิดว่าพวกเขาจะไว้ใจคณะทูตแล้วเสียอีก แต่ผิดคาด ยังคงมีองครักษ์เงาหลายคนที่คอยจับตาดูพวกนางอยู่ทุกฝีก้าว และมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นคนของวั่งซู

ทุกครั้งที่เจอกันเขามักจะมองนางด้วยสายตาแปลกประหลาด และเย็นชากับนางมากกว่าคนอื่นๆ คงจะไม่ไว้ใจนางเป็นอย่างยิ่ง

เอาเหอะ หากเขาไม่สร้างปัญหาให้กับนางก่อนก็แล้วไป นางก็ใช่ว่าจะรั้งอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตเสียเมื่อไหร่กัน

ลู่หนิงเหมยเอาผ้ามาปิดบังรูปโฉมแล้วออกมาเดินเล่นตามตลาดกลางเมือง

เป้าหมายคือตะลุยหาของกินอร่อยๆ แคว้นที่ปิดตายมานานถึงเพียงนี้ ทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ล้วนสร้างขึ้นด้วยความปราณีตงดงาม ใส่ใจทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

แน่นอนว่าอาหารการกินของพวกเขาก็ย่อมมีวิธีการทำที่พิถีพิถันมากเป็นพิเศษ

เสียดายที่หยางเจินไม่ได้มากับนางด้วย หลังจากที่เขาทำนางเอวเคล็ดจนหนำใจ เขาก็ออกไปตามหาศาสตราวุธแห่งวิญญาณพร้อมกับจินหยวนและองค์ชายหย่งหวง

นางที่ตื่นสายก็เลยไม่ได้ไปกับพวกเขา จึงออกมาเดินเล่นชื่นชมบรรยากาศที่ล้อมไปด้วยภูเขาสูง กลิ่นอายธรรรมชาติทำให้เลือดลมในกายสูบฉีดไปทั่วทั้งร่าง

ลู่หนิงเหมยเดินเอามือไพล่หลังท่าทีสุขุมเยือกเย็น

อย่างน้อยภายนอกก็มองเห็นเป็นเช่นนั้น...

ทว่าจริงๆแล้วลู่หนิงเหมยกำลังใช้มือนวดหลัง ในใจก่นด่าสามีตัวเองยาวเหยียด

เขาไม่ผ่อนปรนให้กระดูกของนางได้พักแม้แต่น้อย น่าสงสารร่างกายนี้ยิ่งนัก!

ลู่หนิงเหมยสบถ ก่อนจะเดินไปซื้อขนมเซาปิ่งมาหนึ่งชิ้น กัดคำโตแล้วก็ต้องยิ้มกริ่มเมื่อรสชาติละมุนนุ่มลิ้นกลมกล่อมแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก

ที่นี่นอกจากสุราจะเลิศรสแล้ว ขนมหวานกับอาหารก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน หากอยู่ต่อนานกว่านี้อีกสักหน่อย นางคงน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นหมูโดยไม่ต้องสงสัย

ลู่หนิงเหมยกัดเซาปิ่งอีกคำใหญ่ๆ ก่อนจะเหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณหกขวบยืนกลืนน้ำลายมองนางด้วยความหิวโหย

เสื้อผ้าที่เด็กคนนี้สวมใส่ก็ไม่ใช่เสื้อผ้าที่สามัญชนคนธรรมดาจะหาซื้อได้ อีกทั้งยังมีสีสันสดใสบ่งบอกฐานะของราชวงศ์

ฐานะไม่ธรรมดา เหตุใดถึงได้มายืนทำหน้าตาเช่นนั้นใส่นางเล่า

ลู่หนิงเหมยหันไปซื้อเซาปิ่งอีกหนึ่งชิ้นแล้วเดินไปนั่งยองๆ ยื่นเซาปิ่งให้เด็กน้อย พลางกล่าว “ข้าให้เจ้า”

ดวงตากลมโตน่ารักของเด็กน้อยเบิกกว้างขึ้น แก้มขาวเนียนมีสีเลือดฝาดห้อยย้วยออกมาจนน่าหยิก จมูกนิดปากหน่อย ใสบริสุทธิ์จนคนมองนึกเอ็นดูขึ้นมาจางๆ

“ขอบคุณพี่สาว” เด็กน้อยก้มหัวหงึกๆ มือเล็กรีบเอื้อมมาหยิบเซาปิ่งไปกินจนแก้มที่มีเยอะอยู่แล้วพองออกมาเป็นก้อนกลมป่อง

“เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่คนเดียวได้เล่า” ลู่หนิงเหมยเอ่ยถามอย่างสงสัย ไม่มีคนติดตามมาด้วยหรืออย่างไร

“ข้าพลัดหลงกับพี่ชาย ยังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้าเลยหิวมาก โชคดีที่พี่สาวใจดียกเซาปิ่งชิ้นนี้ให้ข้าได้ประทังชีวิต” เด็กน้อยกล่าวน้ำเสียงใสซื่อแล้วก็ก้มหัวหงึกๆ ราวกับจะขอบคุณนางอีกรอบ

ที่แท้ก็หลงทาง!

“เจ้าชื่ออะไร” ลู่หนิงเหมยกล่าวถามสีหน้าเรียบเฉย หากรู้ชื่อแซ่นางก็สามารถไปส่งเด็กคนนี้ที่บ้านได้

“ข้าชื่อฉู่เย่วอิง พี่ชายเรียกข้าว่าอิงอิง” อิงอิงตอบเสียงใส ดวงตากลมโตมีประกายหยาดน้ำเอ่อคลอเมื่อนึกถึงพี่ชายขึ้นมา “พี่สาวช่วยข้าตามหาพี่ชายได้หรือไม่ พี่ชายจะต้องเป็นห่วงข้ามากแน่ๆ”

ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้ว แซ่ฉู่เป็นแซ่ขององค์จักรพรรดิ มิใช่ว่าอิงอิงผู้นี้เป็นองค์หญิงหรอกหรือ จากพระสนมนางใดกัน

“วางใจเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปหาพี่ชายเอง” ลู่หนิงเหมยดึงแก้มอิงอิงอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะอุ้มอิงอิงน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน

“พี่ชายก็ชอบดึงแก้มข้าเหมือนกับพี่สาวเลย แก้มข้าช้ำหมดแล้ว” อิงอิงทำหน้าเหมือนจะร่ำไห้ออกมา ปากน้อยๆ เริ่มเบะคว่ำ...

ลู่หนิงเหมยยกยิ้ม แก้มเยอะขนาดนี้ ใครเห็นก็ย่อมรู้สึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน จะไม่ให้หยิกให้ดึงได้อย่างไร

“ว่าแต่พี่ชายเจ้าชื่ออะไร”

“ข้าเรียกเขาว่าพี่ชาย...” ใบหน้ากลมๆของอิงอิงพองขึ้น คิ้วขมวดเข้าหากันก่อนกล่าว “แต่คนอื่นเรียกเขาว่าไท่จื่อ”

ไท่จื่อ หืม...

วั่งซูน่ะหรือ!

ใบหน้างดงามปานล่มเมืองของลู่หนิงเหมยพลันเปลี่ยนกลายเป็นดูไม่ได้ขึ้นมาทันที เหมือนนางรู้สึกผิดพลาดมากที่ตกปากรับคำองค์หญิงน้อยผู้นี้ว่าจะตามหาพี่ชายให้

เขาคงไม่อยากจะเห็นหน้านางสักเท่าไหร่ นางเองก็เช่นกัน

พาองค์หญิงไปส่งที่หน้าวังไท่จื่อก็พอแล้วกระมัง อย่างน้อยเหล่านางกำนัลก็สามารถดูแลองค์หญิงต่อจากนางได้

“ข้าจะพาเจ้าไปส่งที่วังของพี่ชาย” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงนิ่งสนิท

“ข้าทำให้พี่สาวลำบากหรือไม่ พี่สาวไม่ต้องกังวลหากข้าเจอพี่ชาย ข้าจะให้เขาตกรางวัลให้พี่สาวอย่างงาม” อิงอิงกล่าว ใบหน้ากลมๆ ฉายความวิตกกังวลอย่างชัดเจน

“ข้าไม่ต้องการสิ่งใด” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงเรียบ

“มิได้ พี่สาวช่วยเหลือข้า ข้าย่อมตอบแทนบุญคุณ”

“เรื่องเล็กน้อยเท่านี้ ข้าไม่คิดว่าเป็นบุญคุณอันใด เจ้าก็อย่าได้กังวลหรือพยายามทำอะไรเพื่อตอบแทนข้าเลย”

นางยังไม่อยากเดือดร้อน...

“พี่สาวไม่ต้องกลัวพี่ชายของข้านะ ถึงเขาจะหน้าดุ แต่แท้จริงแล้วใจดีมาก” อิงอิงที่นึกว่าลู่หนิงเหมยเกรงกลัวพี่ชายของตนจึงเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อน

ลู่หนิงเหมยได้ยินเช่นนั้นก็แอบยกยิ้มเย้ยหยันขึ้นมาจางๆ

ใจดีอย่างงั้นหรือ?

หึ! ใจดีกับผีน่ะสิไม่ว่า!

ลู่หนิงเหมยอุ้มองค์หญิงน้อยเดินกลับเข้าวังอย่างจนใจ ระหว่างทางก็แวะซื้อขนมร้านนู้นทีร้านนี้ทีกว่าจะถึงวังไท่จื่อก็ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม

นางส่งองค์หญิงน้อยให้กับเหล่านางกำนัลเสร็จก็ไม่รั้งอยู่ที่วังไท่จื่อนาน รีบเดินกลับเรือนพักตัวเอง ถอยห่างออกมาโดยเร็วที่สุด ราวกับเห็นผี

แต่คาดไม่ถึงว่าวั่งซูจะมาหานางที่เรือนพักอย่างอุกอาจ แถมยังมานั่งจิบน้ำชาด้วยใบหน้าเบื่อโลก นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายชัดถึงความสูงส่งทนงตนเหนือผู้คน

“ข้าเอาขนมเฉียวกั่วมาให้เจ้า” เขายื่นกล่องขนมส่งมาตรงหน้านาง กล่าวต่อ “ตอบแทนที่เจ้าพาอิงอิงมาส่ง...”

“ขอบพระทัยเพคะ” ลู่หนิงเหมยยิ้มเย็น ปรายตามองกล่องขนมอย่างเย้ยหยัน

ขนมเฉียวกั่วเป็นขนมแห่งความเฉลียวฉลาด เขาเอามาให้นางเช่นนี้ จะบอกว่านางโง่งมจนต้องกินมันเพื่อเสริมสติปัญญาอย่างนั้นหรือ?

เขี้ยวลากดินเสียจริง

“อิงอิงบอกว่าเจ้าชอบกินของอร่อย ข้าก็เลยเลือกมาให้เจ้าโดยเฉพาะ” วั่งซูยกยิ้มดูแคลนหนหนึ่ง แน่นอนว่าความหมายของขนมนางย่อมรู้ดี

ความจริงเขาเห็นนางอุ้มอิงอิงตั้งแต่อยู่ที่ตลาดกลางเมือง มือหนึ่งอุ้มน้องสาวของเขาไว้ อีกมือก็ถือขนม เดินวุ่นวายอยู่ในตลาดพักใหญ่กว่าจะกลับมาส่งอิงอิงที่วังไท่จื่อ

เขาจะไม่สนใจเลยเลย หากข่าวที่คนของเขานำมาบอกทีหลังมันทำให้เขาเดือดร้อนจนต้องมากล่าวเตือนนางถึงที่นี่ 

ขนมเฉียวกั่วก็เหมาะสมกับนางแล้ว

“พระองค์มีอะไรก็พูดมาเถอะเพคะ” ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วเข้าหากัน นางมองวั่งซูอย่างไม่ไว้ใจ

แค่ของตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ เขาไม่จำเป็นต้องเดินทางมามอบให้นางเองกับมือด้วยซ้ำ และคงไม่จำเป็นต้องมานั่งเหน็บแนมนางว่าโง่เขลาเบาปัญญาเช่นนี้

หากนางไม่ได้เผลอทำอะไรที่มันโง่งมลงไปจริงๆ

“ดี! งั้นข้าจะไม่อ้อมค้อม” วั่งซูยกชาขึ้นมาจิบ “หยุดตามหาศาสตราวุธแห่งวิญญาณเสียเถอะ”

ลู่หนิงเหมยชะงักสีหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหรี่สายตาเล็กลงพินิจใบหน้าคมสันอย่างแคลงใจ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะล่วงรู้ได้เร็วเพียงนี้ 

ไท่จื่อผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย

“ถึงพระองค์จะส่งคนมาจับตาดูพวกหม่อมฉันทุกฝีก้าว แต่หม่อมฉันก็ไม่คิดว่าพระองค์จะรู้เรื่องนี้ได้รวดเร็วนัก พระองค์เก่งกาจเหลือเกินเพคะ”

หยางเจิน จินหยวนแล้วก็หย่งหวงล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ พวกเขาต้องสลัดองครักษ์เงาที่ตามติดได้อย่างง่ายดาย แต่วั่งซูกลับล่วงรู้ได้นั้นช่างน่าอัศจรรย์

“ใครส่งคนจับตาดูพวกเจ้ากัน” วั่งซูยิ้มเย้ยหยันจนน่าหมั่นไส้ พลางกล่าวว่า “นั่นไม่ใช่คนของข้า”

ไม่ใช่คนของเขา!

ลู่หนิงเหมยได้ยินก็ขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันแน่น จะเป็นไปได้อย่างไร หากไม่ใช่คนของรัชทายาทแล้วจะเป็นคนของใครกัน ฮ่องเต้รึไง?

วั่งซูเห็นแววตาใต้ผ้าปิดหน้าของลู่หนิงเหมยฉายความประหลาดใจขึ้นมาจางๆ เขาก็อดแค่นหัวเราะออกมาไม่ได้ “โง่เง่า พวกเจ้ามีอันใดให้น่าติดตามอย่างนั้นหรือ“

ลู่หนิงเหมยไม่สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนมแม้แต่น้อย นางอยากจะรู้ว่าเป็นใครที่ส่งคนมาจับตาดูพวกนางเสียมากกว่า “หม่อมฉันโง่เขลานัก พระองค์ที่ฉลาดปราดเปรื่องช่วยบอกหม่อมฉันได้หรือไม่ว่าองครักษ์เงาพวกนั้นเป็นคนของผู้ใด”

วั่งซูมองท่าทางเย็นชาของลู่หนิงเหมยแวบหนึ่ง ในใจเกิดความรู้สึกสับสนขึ้นอย่างไร้เหตุผล เผลอคิดว่านางจะอ้อนขอคำตอบจากเขาเหมือนที่อ้อนสามี...

ไร้สาระจริงๆ เขาไม่ควรยกนางขึ้นมาวางไว้ในใจให้รู้สึกอดสูเช่นนี้เลย...

สลัดความคิดไม่เข้าเรื่องออกจากหัวได้ วั่งซูก็กระตุกยิ้มอวดดี พลางกล่าวเสียงเรียบอย่างเอาการเอางานว่า “รุ่ยอ๋อง”

ลู่หนิงเหมยได้ยินก็ยิ่งทวีความแปลกประหลาดใจออกมามากขึ้น ก่อนจะสงบลงแล้ววิเคราะห์ความเป็นไปได้ จากนั้นสีหน้าของนางก็เย็นชาขึ้นหลายส่วน

“หมากกระดานนี้พวกหม่อมฉันไม่อยากเกี่ยวข้องเพคะ” ลู่หนิงเหมยตอบเสียงแข็ง ข่าวที่ฮ่องเต้แคว้นฉินกล่าวเตือนหยางเจินมาดูท่าจะเป็นจริงเสียแล้ว

ใครจะชิงบัลลังก์มังกรก็ชิงไปสิ เกี่ยวอะไรกับพวกนางกัน

“ข้ามิใช่คนดึงพวกเจ้าเข้ามา” วั่งซูครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อว่า “ข้าแค่มาเตือนให้พวกเจ้าล้มเลิกการค้นหาศาสตราวุธแห่งวิญญาณเสีย หากรุ่ยอ๋องล่วงรู้เข้า เขาจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ในการสังหารพวกเจ้าโดยไม่ต้องสงสัย เจ้าคงพอมองออกกระมังว่าเขาคิดจะวางเบี้ยบนกระดานเช่นไร”

เหตุใดนางจะมองไม่ออกเล่า รุ่ยอ๋องอยากแย่งชิงบัลลังก์มังกร เลยวางพวกนางไว้เป็นไพ่ไม้ตายสุดท้าย

หากเขาไม่สามารถกำจัดรัชทายาทได้ แค่ลงมือสังหารพวกนางซะรัชทายาทก็จะเดือดร้อนอย่างมหาศาล

คณะทูตที่มีทั้งองค์ชายหย่งหวงแห่งแคว้นฉี ไท่จื่อแคว้นเฉาเว่ยและแคว้นเยี่ยน หากตกตายขึ้นมา แคว้นฉู่แห่งนี้คงต้องอวสานตัวเองออกจากสารบบโลกแล้ว

ทั้งสามแคว้นจะกรีฑาทัพบุกเข้ามาทำลายที่นี่จนพังพินาศ ไม่ให้เหลือแม้แต่เศษหินบนภูเขาเลยด้วยซ้ำ

อีกทั้งแคว้นฉู่ไม่อนุญาตให้คนที่ถือครองศาสตราวุธแห่งวิญญาณชิ้นนั้นออกจากแคว้นเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นสมบัติโดยชอบธรรมของแคว้น

หากจินหยวนถูกมันเลือกให้เป็นเจ้าของจริงๆ แน่นอนว่าพวกนางได้เจอปัญหาใหญ่หลวง ใครจะคิดล่ะว่ามันจะมีกฏแคว้นแบบนี้อยู่ด้วย!

หนีออกมาความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นก็จะต้องสั่นคลอน จะรั้งอยู่ต่อก็จะกลายเป็นหมากให้รุ่ยอ๋องใช้เดินบนกระดาน เป็นอย่างที่วั่งซูกล่าวเอาไว้จริงๆ

พวกนางกำลังเล่นอยู่กับไฟ หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวอย่างโง่งม

“แล้วพระองค์รู้ได้อย่างไรว่าพวกหม่อมฉันตามหาศาสตราวุธแห่งวิญญาณ” ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วอย่างข้องใจเป็นที่สุด

“เดาเอา” รัชทายาทวั่งซูกล่าวสีหน้าเรียบเฉย

“.........” ลู่หนิงเหมย

พระองค์ก็คาดเดาได้แม่นยำนัก! ไม่อยากให้นางรู้ก็บอกมาตรงๆเถอะ จะเล่นลิ้นทำไมกัน!

“แล้วพระองค์รู้ไหมเพคะว่าเหตุใดผ่านมากว่าร้อยปีแล้วยังไม่มีคนในแคว้นคนใดได้ถูกศาสตราวุธแห่งวิญญาณชิ้นนั้นเลือกให้เป็นเจ้าของ” ลู่หนิงเหมยเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างเย้ยหยัน

“เพราะเหตุใดเล่า?”

“เพราะศาสตราวุธแห่งวิญญาณเป็นอาวุธแกร่งกล้าที่สุดในปฐพี คนที่มันเลือกต้องเป็นคนที่มีความสามารถ มิใช่ผู้ที่หดหัวอยู่แต่ในกระดองไม่ออกจากแคว้นเช่นนี้ มันเลือกคนแคว้นฉู่แล้วจะมีประโยชน์อันใด ในเมื่ออย่างไรมันก็จะถูกกักขังไม่ให้ออกไปสู่โลกภายนอกอยู่ดี สู้มิเลือกผู้ใดไม่ดีกว่าหรือเพคะ”

วั่งซูได้ยินก็หนังตากระตุกอย่างรุนแรง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายประกายเย็นชาออกมาจนอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว “หึ! เจ้ารู้ได้อย่างไร”

ลู่หนิงเหมยแค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อย พลางกล่าวเสียงเย็นๆว่า “หม่อมฉันก็แค่เดาเพคะ”




อิงอิงน้อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.503K ครั้ง

10,354 ความคิดเห็น

  1. #3990 Kt-kaewta (@Kt-kaewta) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 22:23
    55 ถึงขั้นเอวเคล็ดเลย
    #3990
    0
  2. #3989 Omiao (@onphima) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 21:59
    อิงอิงน้อยน่ารัก
    #3989
    0
  3. #3985 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 20:50

    กวนมากวนกลับไม่โกงจ้าา5555
    #3985
    0
  4. #3983 mmmm2816 (@mmmm2816) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 20:14
    นางเอกคือกวนตีนมากแม่ ไอเลิฟ55555
    #3983
    0
  5. #3981 ณัฐวดี (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 18:39

    ขอบคุณมากคะ

    #3981
    0
  6. วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 18:18
    เดากันไปมา 555
    #3979
    0
  7. #3977 Panaloyy (@Eurasiss) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 18:00
    อิงอิงงงง เข่ออ้ายเหลือเกินลูกกก แก้มนั่นเป็นกระติกเชียว พี่ชายไท่จื่อของหนูคงหมั่นเขี้ยว ดีไม่ดี ซิสค่อนแน่ๆ 5555555
    #3977
    0
  8. #3976 Vic whiskey (@Futuremylove) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 17:01
    ยอมรับเลยค่ะว่าเพิ่งรู้ว่าไรท์เป็นคนเขีนนิยายเรื่องหัวโจก ในธัล เมื่อ2ปีก่อน 555 ตกใจมาก -เราตอนแรกก็ง่าทำไมนามปากกาคุ้นๆ เปิดเข้าไปก็ร้องอ๋อขึ้นมาทันที สนุกมากๆค่า
    #3976
    0
  9. #3975 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 16:13

    คือนางแอบชมตัวเองว่าเป็นคนมีความสามารถ เพราะนางก็ได้ครองศาสตราวุธแห่งวิญญาณงี้.. ล่ะการตอบกลับของนางคือน่าถวายเท้ามากอ่ะ กวนเกิ้น 555555555

    #3975
    0
  10. #3974 16321632 (@16321632) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 15:55
    อิอิน่ารักอะ นางเอกสานกินหรอเนี้ยะ 555
    #3974
    0
  11. #3973 Koy Jung (@46014601koy) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 15:31
    แสบสรวงไหมหล่ะ ไท่จื่อวังซู
    #3973
    0
  12. #3972 montrera (@montrera) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 15:30

    อิงอิง น่ารัก

    #3972
    0
  13. #3971 little_thank (@littlethank) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 15:20
    สงสารไท่จือไม่มีคู่ ไรท์ใจดีหาคู่เพิ่มไหม
    #3971
    0
  14. #3970 Bayu (@Bayu) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 15:16
    อีบุ๊กมีมั้ยค่ะ
    #3970
    0
  15. #3967 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 12:59

    ขอบคุณค่ะ

    #3967
    0
  16. #3965 Jirapanonpitak (@Jirapanonpitak) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 11:43
    นางเก่งรอบด้านจริงๆมีแต่คนชอบนางดีดี
    #3965
    0
  17. #3964 PK Py PURI (@Spooky123) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 11:35
    ด่ามาด่ากลับ แฟร์กันทั้งคู่เหมาะเป็นเพื่อนมากกคู่นี้ไรท์
    #3964
    0
  18. #3963 DAEDUKDIK (@JEEEEEEEED) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 11:15
    นางเอกปากได้ใจเราพี่จริง
    #3963
    0
  19. #3961 pnarinn (@pnarinn) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 10:51
    รอนะคะ
    #3961
    0
  20. #3958 AnoMaMa (@AnoMaMa) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 09:39
    กวนตรีน 55555
    #3958
    0
  21. #3956 SaowarotsToeihom (@SaowarotsToeihom) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 09:06
    กวนตีนมา กวนตีนกลับไม่โกงเนอะ

    ขอบคุนค่าา
    #3956
    0
  22. #3955 patiphanpinkham (@patiphanpinkham) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 09:03

    วอนปากแตกจริงๆนางเอกตรู 555

    #3955
    0
  23. #3954 KatYN (@KatYN) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 08:35
    จ่ะหม่อมฉันก็แค่เดาเพคะ แหมๆอิฉันล่ะอยากมองบนแทน
    #3954
    0
  24. #3952 Nm'mi (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 08:27
    สาดมาสาดกลับแถวศอกอีกหนึ่ง เราไม่โกงน้าแถมเพิ่มให้ด้วยใจดีจะตาย
    #3952
    0
  25. #3949 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 07:59
    ก็แค่เดา เหะๆ
    #3949
    0