ตอนที่ 78 : บทที่ ๗๗ ประลองบุปผางาม (๕)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4306 ครั้ง
    16 มิ.ย. 62

ลู่หนิงเหมยยกยิ้ม นางในชาติเก่ามีงานอดิเรกอย่างหนึ่งกับเพื่อนร่วมทีมก็คือการยิงธนู

ในทุกๆวันที่ยังไม่ได้รับภารกิจ นางกับเพื่อนๆจะมาแข่งยิงธนู ใครแพ้จะต้องเลี้ยงอาหารคนที่ชนะหนึ่งสัปดาห์

วิธีการยิงธนูหลากหลายรูปแบบนางก็เคยยิงมาแล้ว ถึงแคว้นฉู่จะมีวิธีฝึกยากเย็นเพียงใด หากตั้งสมาธิดีๆก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง

“องค์หญิง แบบนี้ใช้ได้แล้วหรือยัง” ลู่หนิงเหมยกระโดดลงมาจากหลังม้าด้วยท่าทีเกียจคร้าน

องค์หญิงซูฟางมองนางอย่างไม่พอใจเท่าใดนัก แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าฝีมือไท่จื่อเฟยนั้นไม่ธรรมดา เกรงว่าการประลองต่อไปนางคงประมาทไม่ได้

“ถือว่าเสมอกัน ตัดสินแพ้ชนะที่การประลองสุดท้าย”

“อ่อ เช่นนั้นข้าขอพักสักครู่ได้หรือไม่” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงเรียบ

“หึ! แค่นี้เจ้าก็เหนื่อยแล้วรึ” น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นมาลอยๆ

“สตรีแคว้นเยี่ยนส่วนใหญ่ถนัดสายบุ๋นมากกว่าบู๊ ข้าจะไปถึกทนดั่งเช่นทหารผ่านศึกได้อย่างไร พอมีฝีมือติดตัวนิดหน่อยก็ถือว่าดีมากแล้ว” ลู่หนิงเหมยกล่าวอย่างถ่อมตน

หยางเจินที่นั่งร่ำสุราอยู่อีกฝั่งได้ยินก็แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ 

ปกติลู่หนิงเหมยมิใช่คนถ่อมตัวอะไรมากมาย พอนางกล่าววาจาเช่นนั้นออกมาแทนที่ผู้คนจะชื่นชมกลับรู้สึกหมั่นไส้นางมากขึ้นไปอีก

ถนัดสายบุ๋นมากกว่าบู๋?

มีฝีมือนิดหน่อยพอติดตัว?

นางกล้าพูดเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร ในเมื่อทุกคนก็ได้เห็นฝีมือนางด้วยตาตัวเองแล้ว นี่เรียกถ่อมตัวเพื่อยั่วโทสะชาวบ้านชาวช่องมากกว่ากระมัง

องค์หญิงซูฟางคล้ายจะหมดความอดทน นางมองลู่หนิงเหมยอย่างแค้นเคืองใจอย่างถึงที่สุด 

จากสตรีที่เคยเป็นอันดับหนึ่งต้องมาถูกคนต่างแคว้นแย่งชิงตำแหน่งนั้นไป แน่นอนว่าต้องมีความรู้สึกเกลียดชังเป็นธรรมดา

ลู่หนิงเหมยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น นางเดินตรงดิ่งไปหาสามีของตน พร้อมกับแบมือเล็กๆ ยื่นไปตรงหน้าเขา ไม่นานหยางเจินก็เอื้อมไปหยิบสุราไหสีขาวนำมันมาวางไว้บนมือของนาง

ลู่หนิงเหมยยกไหขึ้นดื่มดับกระหาย ความร้อนของสุราแผดเผาทำให้พวงแก้มขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตหวานฉ่ำยั่วยวนจิตใจผู้คน

ความรู้สึกคล้ายว่าจะเมาแต่ก็ไม่เมา ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วมุ่นอย่างหงุดหงิดใจเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆสามีด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า

วันนี้นางดื่มเหล้าเข้าไปเยอะจริงๆ หากจะโทษก็ต้องโทษที่ผู้คนที่นี่นั่งชมการประลองไปด้วยร่ำสุราไปด้วย แล้วจะไม่ให้นางดื่มได้อย่างไร

แถมสามีของนางก็หยิบยื่นเหล้ารสชาติเยี่ยมยอดประเคนให้ถึงมือเช่นนี้ นางก็รู้สึกอยากจะเมามายให้สาแก่ใจตัวเองเสียจริง

“นี่” ลู่หนิงเหมยหยิบกิ่งไม้ยาวๆ หันไปเขี่ยไหล่วั่งซูอย่างขวัญกล้าเทียมฟ้า เขาหันมองนางด้วยสายตาเย็นชาทันที

“อะไรของเจ้า!” กล้าดีอย่างไรเอากิ่งไม้มาเขี่ยไหล่เขาเหมือนกับเขี่ยขยะ น่าจับบีบคอเสียให้ตายคามือ...

วั่งซูขมวดคิ้วสีหน้าไม่สบอารมณ์มากนัก ทว่าเขาก็คร้านจะถือสาหาความกับคนเมา

“สุราแคว้นฉู่อร่อยเกินไป มอมจนหม่อมฉันเมามาย หม่อมฉันไม่ประลองแล้วได้หรือไม่เพคะ” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงไม่ดังไม่เบานัก

“ไม่ได้” วั่งซูกล่าวทันควัน

“เพราะเหตุใด” ลู่หนิงเหมยเลิกคิ้วขึ้นถาม 

หยางเจินเห็นภรรยาของตนเริ่มเมาแล้วก่อเรื่องจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา

“อาเหมย เป็นเจ้าที่ดื่มมันลงไปเอง จะโยนความผิดไปที่สุราได้อย่างไร” หยางเจินส่ายหน้าไปมา นัยน์ตาพยัคฆ์มองสตรีตัวน้อยที่นั่งข้างๆอย่างขบขัน “เจ้าก็แค่ขี้เกียจลงไปสู้กับองค์หญิง...”

“ข้าเมาแล้วจริงๆนะ!” ลู่หนิงเหมยกล่าวพึมพำ ก่อนจะหันไปมองบุรุษตัวสูงแปดฉื่อ “นี่ไท่จื่อวั่งซู พระองค์ก็เห็นว่าหม่อมฉันเมา...”

น้ำเสียงของลู่หนิงเหมยหวานเยิ้มเหมือนคนกำลังเมาสุราจริงๆ วั่งซูถอนหายใจแต่ก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด พลางกล่าวเสียงดุว่า “ถึงเจ้าจะเมาจนเดินเองไม่ได้ เจ้าก็ต้องลงไปประลอง...”

“คนเมาจะสู้ได้อย่างไร พระองค์จะให้หม่อมฉันลงไปตายหรือ”

“ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายหรอก...” วั่งซูกล่าวเสียงแผ่วเบา ความรู้สึกแปลกประหลาดเกิดขึ้นในใจ

ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ยังไม่ทันจะได้คิดถึงความหมายของคำพูดนั้น นางก็ถูกแขนแกร่งของหยางเจินโอบกอดไว้เสียก่อน ฝ่ามือหนาที่จับไหล่นางเอาไว้กระชับแน่นจนนางรู้สึกเจ็บขึ้นมาจางๆ

ลู่หนิงเหมยมีสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้กล่าววาจาใดออกมา นางวางไหสุราที่เพิ่งดื่มไปจนหมดลง แล้วคว้าสุราในมือหยางเจินมาแทน

“เจ้าคงจะถูกใจสุราแคว้นฉู่เป็นอย่างมาก” หยางเจินกล่าวเสียงเข้มขึ้น นัยน์ตาพยัคฆ์ทอประกายอำมหิตเจือจาง ก่อนจะพลันหายไปในพริบตา “ประลองเสร็จแล้วค่อยกลับมาดื่มไม่ดีกว่าหรือ”

หากนางเมาจนขาดสติ การเคลื่อนไหวช้าลง และความสามารถของประสาทสัมผัสลดต่ำ อาจจะทำให้นางบาดเจ็บกลับมาได้

ลู่หนิงเหมยนั่งหน้ามึนเล็กน้อย วางไหสุราในมือลงอย่างง่ายดาย หากดื่มต่อมีหวังนางได้ลงไปนอนให้องค์หญิงซูฟางสับเล่นเป็นหมูแน่

“สุดหล่อ หากข้าชนะท่านจะให้อะไรข้า” ลู่หนิงเหมยหันไปกระซิบเสียงเจ้าเล่ห์

หยางเจินได้ยินก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนยกยิ้มมุมปากอย่างสง่างาม “ตามที่เจ้าต้องการ...”



ลู่หนิงเหมยลงมายืนประจันหน้ากับองค์หญิงซูฟางด้วยท่าทางเงียบสงบ ทว่าในใจกลับฮึกเหิมเป็นอย่างมากกับคำว่า ‘ตามที่เจ้าต้องการ...’ ของสามี

ในหัวกำลังคิดภาพเป็นฉากๆ นางอยากจะจับหยางเจินมัดติดกับเตียงแล้วทรมานเขาให้สาสมกับที่เขาชอบเอารัดเอาเปรียบนางนัก!

ฟึ่บ!

เสียงแหวกอากาศของดาบทำให้ลู่หนิงเหมยหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเอง แล้วยื่นมือออกไปรับดาบที่องค์หญิงซูฟางโยนมาให้

ร่างบางยืนเซเล็กน้อยเพราะฤทธิ์สุรา สร้างความกระวนกระวายใจให้กับเหล่าบุรุษที่นั่งชมการประลองเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาเทหมดหน้าตักให้กับสตรีแคว้นเยี่ยนไปเรียบร้อยแล้ว

ลู่หนิงเหมยยกมือขึ้นมาเกาแก้มนุ่มนิ่ม พลางกล่าวอย่างหน้าด้านว่า “องค์หญิงออมมือให้ข้าด้วย...” เหมือนข้าจะเมา...

ซูฟางได้ยินเช่นนั้นก็อยากจะพุ่งดาบใส่ลู่หนิงเหมยประเดี๋ยวนี้ ยังจะกล้าขอให้นางออมมือให้อีกงั้นหรือ สตรีผู้นี้จะถ่อมตัวไปถึงไหนกัน!

ทันทีที่ทหารองครักษ์สะบัดมือให้สัญญาณ นัยน์ตาสุกสว่างของลู่หนิงเหมยก็พลันเปลี่ยนกลายเป็นอำมหิตเย็นชา ดาบในมือออกกระบวนท่ามั่นคงหนักแน่นเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารแรงกล้า

จากสตรีที่ยืนเงียบสงบคล้ายเมาคล้ายไม่เมา บรรยากาศรอบตัวของนางก็เปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน อีกฝ่ายที่ประเมินความสามารถของนางเอาไว้แล้วจึงออกกระบวนท่าตั้งรับได้อย่างว่องไว

ทั้งสองร่างกลายเป็นเงาสองสี ไอสังหารพุ่งชนกันจนเกิดคลื่นลมกระโชกรุนแรงส่งผลทำให้สิ่งของรอบกายเกิดรอยแตกร้าว

ประกายไฟจากการปะทะดาบส่องแสงวิบวับอยู่กลางอากาศ เพียงแค่เสี้ยวอึดใจกระบวนท่านับร้อยก็ปรากฎขึ้นต่อสายตา

ผู้คนที่นั่งดูชมต่างก็ตกตะลึงอึ้งค้าง การต่อสู้ที่ดุดันรุนแรงเช่นนี้ พวกเขาไม่เคยได้พบเห็นมาก่อนในเหล่าอิสตรี

ฝีมือขององค์หญิงซูฟางเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งแคว้น ก็ไม่ผิดจากที่กล่าวมานัก แต่คาดไม่ถึงเช่นกันว่าสตรีต่างแคว้นจะสามารถต่อกรได้อย่างไม่เป็นรอง

เสียงดาบราวกับสายฟ้าฟาด กำลังภายในของทั้งสองก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน พลังปราณเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนผู้คนตื่นตระหนกตกใจ

ลู่หนิงเหมยเคลื่อนไหวพร้ิวปลิวกายดุจยอดหญ้า เรียวแขนตวัดปลายดาบอย่างไม่ปรานี นัยน์ตาเย็นยะเยือกราวกับจะแช่แข็งอีกฝ่ายให้ยอมจำนนท์

องค์หญิงซูฟางสั่นสะท้าน นางไม่คิดว่าลู่หนิงเหมยจะมีวรยุทธ์สูงส่ง กำลังภายในแกร่งกล้าเช่นนี้มาก่อน

น่ากลัวตรงที่ว่านางใช้พลังปราณขั้นแปดอย่างไม่ปกปิด แต่ลู่หนิงเหมยกลับยังไม่ได้เปิดเผยลำดับขั้นของพลังปราณออกมาแม้แต่น้อย

“เจ้าเก็บซ่อนพลังเอาไว้เช่นนี้จะไม่ดูถูกข้าเกินไปหน่อยหรือ! แสดงมันออกมาทั้งหมดที่เจ้ามี!” องค์หญิงซูฟางกล่าวเสียงต่ำ

ลู่หนิงเหมยได้ยินก็แสยะยิ้มราวกับปีศาจจากขุนนรก ข่มขวัญอีกคนได้อย่างง่ายดาย นางกล่าวน้ำเสียงเย็นๆ “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะให้ข้าแสดงออกมาทั้งหมด...”

คร้านที่จะมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร ปราณระดับแปดธรรมดากับปราณอสูรทมิฬชั้นสูง เมื่อเอามาเทียบแล้วองค์หญิงซูฟางมีระดับพลังเท่ากับขั้นสี่หรือขั้นห้าของนางเองนะ

นางไม่ได้หวังจะเอาชีวิตองค์หญิง เพราะการสังหารคนที่นี่ในระหว่างการตัดสินพระทัยว่าจะเปิดแคว้นดีหรือไม่ขององค์ฮ่องเต้นั้น...

มันก็ดูไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง!

ต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเอาไว้ก่อนสิถึงจะถูก!

ในขณะที่การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด อยู่ๆก็มีพลังปราณสายหนึ่งลอบโจมตีมายังด้านหลังของลู่หนิงเหมยอย่างรวดเร็ว

ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วเรียวเข้าหากัน เบี่ยงตัวหลบพลังปราณไร้ลักษณ์สายนั้นอย่างหวุดหวิด

ทว่ามันกลับเฉียดผ่านใบหน้าของนาง ส่งผลทำให้แก้มขาวเนียนมีบาดแผลเล็กน้อย ผ้าปิดหน้าเป็นรอยขาดแหว่งอย่างไม่น่าให้อภัย

กล้าลอบทำร้ายอย่างนั้นหรือ...

นัยน์ตาของลู่หนิงเหมยเย็นเฉียบ ไอสังหารที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายดำมืดแผ่ออกมาราวกับปีศาจจากขุมนรก

ความชั่วร้ายอันมืดมิดกดดันให้บรรยากาศเย็นลง ผู้คนนับร้อยหายใจติดขัดและอดตื่นกลัวมิได้ ราวกับองค์หญิงได้เผลอล้ำเส้นของสตรีนางนี้ไปเสียแล้ว

องค์หญิงซูฟางเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับกลิ่นอายลึกลับที่น่าขนลุกขนพอง นางถอยเท้าหนีไปด้านหลังโดยไม่รู้ตัว ยิ่งสบตากับนัยน์ตาเย็นยะเยือกของอีกฝ่ายนางก็รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงไขกระดูก

ลู่หนิงเหมยเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน เพียงพริบตาเดียวนางก็หายวับไปราวกับภูตผี ท่ามกลางความมึนงงของทุกคน นางปรากฎตัวอีกทีก็ยืนเอาดาบล็อคคอองค์หญิงซูฟางจากทางด้านหลังเสียแล้ว

น้ำเสียงอำมหิตโหดเหี้ยมดังขึ้นข้างหูของอีกฝ่าย “ใบหน้าคือสิ่งเดียวที่ข้าไม่ยินยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลาย...”

ซูฟางได้ยินก็ตื่นตระหนก ครั้นจะขยับก็ยังไม่กล้า เหล็กเย็นๆ สัมผัสกับผิวหนัง มันค่อยๆบาดลึกลงมาอย่างโหดเหี้ยม ต้นคอขาวมีโลหิตไหลซึมออกมาราวกับว่าหากดาบกดลงไปลึกกว่านี้เพียงนิด นางก็คงจะสิ้นใจตายโดยไม่ต้องสงสัย

องค์หญิงซูฟางกลั้นลมหายใจอย่างหวาดกลัว เป็นครั้งแรกที่นางได้เผชิญหน้ากับความเป็นความตาย นางผู้ที่ไม่เคยไว้ชีวิตคู่ต่อสู้ ตอนนี้แทบร่ำไห้อยากให้ลู่หนิงเหมยไว้ชีวิตตัวเอง

ทว่าศักดิ์ศรีและเกียรติยศยังค้ำคอนางอยู่ ต่อให้รู้สึกกลัวเพียงใด ชั่วชีวิตนี้นางก็ไม่มีทางร้องขอชีวิตจากใครเด็ดขาด!

แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังไม่พร้อมที่จะตาย!

ลู่หนิงเหมยพยายามสะกดข่มความกระหายเลือดของตนลงไปให้มิดชิด เพียงชั่ววูบนางก็เกือบจะพลั้งมือสังหารองค์หญิงผู้นี้ไปเสียแล้ว

แต่ถึงจะได้สติกลับมานางก็ยังอยากจะปาดคอขาวๆนี่ให้ขาดสะบั้นอยู่ดี

ด้วยอารมณ์กับความคิดที่ขัดแย้งกัน ลู่หนิงเหมยจึงได้แต่กัดฟันก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ

ทว่าลู่หนิงเหมยก็ไม่ลืมที่จะใช้ดาบด้านคมสร้างรอยแผลรอยใหญ่ทิ้งไว้บนลำคอขององค์หญิงซูฟางให้หลาบจำ

“องค์หญิงรู้หรือไม่ สำหรับข้าสิ่งที่ยากที่สุดคืออะไร...” ลู่หนิงเหมยเลิกคิ้วถาม กดดาบฝังลึกลงบนผิวขาวช้าๆ ทรมานให้อีกคนรู้ซึ้งถึงความรู้สึกก่อนถูกสังหาร ว่ามันน่ากลัวและสยดสยองเพียงใด

องค์หญิงซูฟางค่อยๆส่ายหน้า ริมฝีปากซีดขาว

“ไม่รู้หรือ? งั้นข้าจะบอกให้ก็แล้วกัน มันก็คือการยั้งมือตัวเองไม่ให้เข่นฆ่าผู้คน...” ลู่หนิงเหมยแค่นหัวเราะเล็กน้อย กล่าวต่อว่า “ข้าไว้ชีวิตคู่ต่อสู้เช่นเจ้ามันไม่ได้หมายความว่าข้ามีเมตตา อย่าได้เข้าใจผิดคิดว่าข้าสังหารใครไม่เป็น!”

ลู่หนิงเหมยผลักองค์หญิงซูฟางที่กำลังอกสั่นขวัญแขวนให้ล้มลงไปกับพื้นอย่างแรง ก่อนจะกระชากผ้าปิดหน้าที่ขาดแหว่งออกแล้วเหวี่ยงใส่หน้าองค์หญิงอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด

“อับอายหรือไม่ที่เจ้าแพ้คนเมาเช่นข้า...”

“.......” องค์หญิงซูฟางเม้มริมฝีปากอย่างเจ็บปวด

“ความจริงแค่สาวใช้ของข้าก็เพียงพอแล้วที่จะเอาชนะเจ้าได้...”

ลู่หนิงเหมยพูดสั้นๆ น้ำเสียงเย้ยหยัน นางหมุนตัวเดินออกจากลานประลอง

ท่ามกลางสายตาผู้คนที่ตกตะลึงในความงามของนางจนลืมหายใจ ลืมสิ้นทุกสิ่งอย่าง ลืมกระทั่งเมื่อครู่นางเลือดเย็นเพียงใด

แม้แต่วั่งซูก็ยังรับไม่ได้กับรูปโฉมที่งามสะท้านฟ้าสะเทือนแผ่นดินราวกับสวรรค์จงใจรังสรรค์ปั้นแต่ง

สวยงามเหมือนสตรีสูงศักดิ์ทั่วไปเขายังพอรับได้บ้าง แต่โฉมสะคราญล่มเมืองเช่นนางเขาให้อภัยใบหน้านี้ไม่ได้จริงๆ

ท่ามกลางบรรยากาศที่ผู้คนตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง โฉมงามที่ทำให้พวกเขาอึ้งค้างก็มีสีหน้าบึ้งตึง บ่งบอกว่านางกำลังอารมณ์ไม่ดี

“ทิ้งเหล้าทำไมกัน เสียของๆ!” ลู่หนิงเหมยหันไปกล่าวน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ เมื่อเห็นเหล่าบุรุษทั้งหลายเหม่อลอยจนปล่อยไหสุราในมือให้หกลงพื้นเละเทะไปหมด

น่าหงุดหงิด! อยากฆ่าคนก็ไม่ได้ฆ่า ยังต้องมาเห็นเหล้าชั้นดีถูกเททิ้งอย่างกับน้ำเปล่าอีก น่าหงุดหงิดเกินไปแล้ว!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.306K ครั้ง

9,334 ความคิดเห็น

  1. #7776 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 20:47
    หนูจะเมาแล้วพาลแบบนี้ไม่ได้นะ
    จับเจินๆผูกมุมเตียงรอ
    หวังว่าจะอารมย์ดีขึ้นนะ
    #7776
    0
  2. #6961 ตาา (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 17:43

    คือไม่ควรเรียกว่าประลองบุปผางามม มันผิดธีมอย่างแรว๊งงงงงงส์ ไรท์คะมันควรเป็นชื่ออื่น​ T_T

    #6961
    0
  3. #4338 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 07:36

    พร +โท+อิ+ว = พลิ้ว

    #4338
    0
  4. #3987 chaompph (@JINDARAT85) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 21:12
    ผู้สาวขี้เหล้า555555
    #3987
    0
  5. #3951 orawanlotkaeo (@orawanlotkaeo) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 08:27

    ยังบะมีอารมณ์ห่วงเหล้าอีกน่ะอาเหมย
    #3951
    0
  6. #3867 garuwan (@garuwan) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 22:57
    อาเหมยน้อ
    #3867
    0
  7. #3864 rattnapon (@rattnapon) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 22:34
    มาต่อเถอะไรท์ รอนานมากแล้วน่ะ
    #3864
    0
  8. #3861 NatthakanWilson (@NatthakanWilson) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 21:45
    รออยู่ค่ะมาต่อเร็วๆนะ สนุกมากกก
    #3861
    0
  9. #3860 หลิน มั่ง เฉ่า (@coala10781) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 21:28
    เมาแลเวโวยวายยย
    #3860
    0
  10. #3857 un11062524H (@un11062524H) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 21:10
    มาต่อเร็วๆๆๆๆค่ะไรท์ เข้ามาดูรอบที่ 10 เเล้ว ตาปริบๆๆ
    #3857
    0
  11. #3856 ebarrrr (@ebarrrr) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 20:38
    มาต่อเร๊ววววว
    #3856
    0
  12. #3853 rinriko (@rinriko) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 19:28
    ขอบคุณ
    #3853
    0
  13. #3849 Nickynoii (@Nickynoii) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 18:17
    หูววว ห่วงเหล้ามากมาย
    #3849
    0
  14. #3847 Amore12 Amore (@amore12amore24) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 18:05
    ขอสูตรเหล้าไปหมักที่แคว้นเลย
    #3847
    0
  15. #3843 กิ้ก (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 16:13

    หห่วงเหล้ามากกว่าห่วงหน้าอี้กกก

    #3843
    0
  16. #3842 Panaloyy (@Eurasiss) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 14:45
    สงสารวั่งซูเลยเว้ยเฮ้ย ถ้าเห็นแค่ตายังหลงรัก เล่นเปิดผ้าออกหมด อื้อหือ วั่งซูหาเรื่องหันคมดาบเข้าหาไท่จื่อของชุ้นแน่ อ้ายยยย!
    #3842
    0
  17. #3840 kan_wang (@kan_wang) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 14:36
    อยากเห็นแล้วว่าสามีจะโดนนางทำอะไรรร 555
    #3840
    0
  18. #3839 8794716 (@8794716) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 14:19
    สนุกตัวใหญ่เท่าบ้าน5555
    #3839
    0
  19. #3838 ยัยอ้วนกินจุ (@0830719626) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 14:13
    เมาแล้วของขึ้น นี่ยังปล่อยของออกมาไม่หมดเลย5555+
    #3838
    0
  20. #3837 Leklek (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 14:09

    รอคร่าาา สนุกมาก

    #3837
    0
  21. #3836 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 13:49

    นี่ขนาดยังไม่ได้เรียกใช้แส้คนยังอึ้งขนาดนี้ 555555 รอค่าาาาาาาาา

    #3836
    0
  22. #3834 SanruthaiPh (@SanruthaiPh) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 13:02
    เดี๋ยวววววว นี่คืออะไร จะเสียดายเหล้าเกินไปแล้ววววว 55555
    #3834
    0
  23. #3833 TonMuay (@TonMuay) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 12:40
    ขอสูตรกลับไปหมักเองที่แคว้นเลย5555555
    #3833
    0
  24. #3831 t00308054 (@t00308054) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 12:32
    ชอบค่ะสนุกดีอ่านแล้วไม่เครียด
    #3831
    0
  25. #3828 pnarinn (@pnarinn) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 10:31
    รอนะคะ
    #3828
    0