ตอนที่ 70 : บทที่ ๖๙ แคว้นฉิน (๔)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31957
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3275 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62


ในระหว่างที่ลู่หนิงเหมยกำลังชื่นชมกับภาพตรงหน้าอย่างสุนทรีย์ อยู่ๆ ก็มีชายชุดดำนับสิบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยไอสังหารกระโจนตัวข้ามกำแพงเข้าไปในวังหลวงตอนกลางวันแสกๆ พวกเขาเร้นกายหายไปกับสายลม พร้อมกับความมึนงงบนใบหน้าของลู่หนิงเหมย

นั่นมัน...

มือสังหาร!

พวกเขาเข้าไปลอบสังหารฮ่องเต้หรือ? โจ่งแจ้งเสียขนาดนี้เรียกว่าลอบสังหารได้อีกหรือไม่?

ลู่หนิงเหมยกำลังลังเลว่าจะเข้าไปในวังดีไหม ไม่ทันได้คิด เสียงระฆังก็ดังขึ้นทั่วทั้งวังหลวง พร้อมกับเสียงทหารตะโกนโวยวายได้ยินแว่วๆ ดังว่า ‘ไฟไหม้’

ควันสีดำลอยขึ้นออกมาทั่วทั้งวังหลวง นางกำนัลกรีดร้องอย่างตื่นตระหนกตกใจ เหล่าทหารวิ่งมาตักน้ำในทะเลสาบเพื่อนำไปดับไฟโดยเร็ว เพียงพริบตาภาพที่เคยเงียบสงบก็กลายเป็นโกลาหลวุ่นวาย

มือสังหารที่ลอบเข้าไปในตอนแรกก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมาง่ายๆ เห็นได้ชัดว่าจงใจก่อความวุ่นวาย แล้วอาศัยช่วงชุลมุนเข้าไปปลงพระชนม์ฮ่องเต้

ความขัดแย้งภายในแว่นแคว้นนางก็คร้านจะใส่ใจนัก กังวลเพียงอย่างเดียวว่ามันจะส่งผลกระทบต่อการสร้างเส้นทางสายไหมของนางหรือไม่

ลู่หนิงเหมยถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายตัวเอง ก่อนจะทะยานกายเข้าไปในวังหลวงอย่างรวดเร็ว

ปลายเท้าแตะหลังคาของแต่ละตำหนักด้วยความพริ้วไหว จิตตั้งมั่นจับสัมผัสไอสังหารว่าอยู่ที่ใด จนมาถึงตำหนักเล็กๆ ตำหนักหนึ่งที่ด้านในเหมือนจะมีการปะทะเกิดขึ้น หน้าตำหนักมีร่างของเหล่านางกำนัลและขันทีนอนจมกองเลือดอยู่

ลู่หนิงเหมยร่อนตัวลงไปแล้วเลื่อนประตูหน้าตำหนักให้เปิดออก เห็นชายชุดดำสองคนนอนตาย อีกแปดคนกำลังรุมสังหารฮ่องเต้อย่างเหี้ยมโหด

ดูจากการเคลื่อนไหวของฮ่องเต้ เหมือนเขาจะถูกวางยา ถึงได้ตอบรับกระบวนท่าสังหารได้เชื่องช้านัก สีพระพักตร์ก็ซีดขาวจนผิดปกติ แค่หลบการโจมตีของอีกฝ่ายยังทำได้ยากยิ่ง

ชายชุดดำคนหนึ่งเห็นการมีอยู่ของลู่หนิงเหมย เขาพุ่งเข้ามาหวังจะสังหารเพื่อปิดปากคนที่เห็นเหตุการณ์

ลู่หนิงเหมยยิ้มเย็นก้มลงไปหยิบดาบที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ก่อนจะพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วไม่ทันที่อีกฝ่ายจะรู้ตัวนางก็มายืนอยู่ด้านหลังชายชุดดำคนนั้นแล้ว เขาหันกลับมามองนางอย่างตกใจ ก่อนจะสัมผัสได้ว่าที่ต้นคอถูกตัดผ่าน เลือดสีแดงสดค่อยๆ ไหลซึม พร้อมกับศีรษะของเขาที่เลื่อนหล่นตกลงมาบนพื้นกลิ้งไปมา

เสียงกรีดร้องของสตรีนางหนึ่งดังขึ้น ลู่หนิงเหมยจึงได้เห็นการมีอยู่ของพระสนม 

บนโต๊ะสำรับยังมีจอกเหล้าที่หกเลอะเทอะอยู่ สีของน้ำสุราที่หกออกมาก็ดูจะผิดแปลกไป 

ร่องรอยเพียงเท่านี้ลู่หนิงเหมยก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าเป็นผู้ใดที่กล้าวางยาฮ่องเต้ 

ที่แท้ก็เป็นสตรีของพระองค์เองที่คิดร้ายต่อราชบัลลังก์

ชายชุดดำสามคนแบ่งออกมารุมสังหารลู่หนิงเหมย ส่วนอีกสี่คนยังคงปะทะกับฮ่องเต้ ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะออกกระบวนท่าสังหารเข้าต่อสู้ด้วยความเย็นยะเยือก

ทุกครั้งที่ดาบวาดผ่าน โลหิตสีแดงก็จะกระเด็นออกมาราวกับดอกไม้ไฟสีสวย เพียงไม่นานนางก็สามารถบั่นหัวชายชุดดำจนหมด ทางฮ่องเต้เองก็เช่นกัน

“เจ้าเป็นใคร” ฮ่องเต้ตรัสถามสีหน้าฉงน ลู่หนิงเหมยจึงดึงผ้าโพกหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มงดงามสะกดสายตาผู้คน

“เป็นเจ้า!” ฮ่องเต้ตรัสแล้วถอนหายใจอย่างโล่งพระทัย 

นึกไม่ถึงว่าไท่จื่อเฟยจะมีวรยุทธ์ และยังสามารถสังหารผู้คนได้โดยไม่หวาดกลัวเหมือนเหล่าสตรีทั่วไปที่ทำเป็นเพียงนั่งกรีดร้อง

ลู่หนิงเหมยยกยิ้มย่อตัวคำนับ “ถวายพระพรเพคะฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

ฮ่องเต้หนังตากระตุก อดคิดในใจไม่ได้ว่านางกำลังเย้ยหยันเขาอยู่หรือไร เขาที่เพิ่งถูกลอบสังหาร นางกลับมากล่าวถวายบังคมเช่นนี้...

“ตอนแรกก็คิดว่าวังหลังของฝ่าบาทอาจจะมีสตรีที่เป็นกิ่งดอกซิ่งยื่นออกนอกกำแพง ไฉนกลายเป็นฝ่าบาทที่เลี้ยงดูงูพิษไว้ข้างกายได้เล่าเพคะ” ลู่หนิงเหมยกระตุกยิ้ม

ฮ่องเต้ได้ยินก็กระอักเลือดออกมาทีหนึ่ง เขาหันมองหน้าพระสนมที่นั่งหลบมุมตัวสั่นด้วยใบหน้าเรียบเฉย พร้อมกับยกยิ้มเจิดจ้า “เราก็นึกว่านางเป็นดอกไม้งามมาโดยตลอด ที่แท้เป็นเราที่ตามืดบอดแยกไม่ออกเองว่าใครคือบุปผาใครคืออสรพิษ...”

กล้าวางยาพิษเขา เขาก็ไม่คิดจะปล่อยไว้เช่นกัน

ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของฮ่องเต้ ลู่หนิงเหมยจึงไม่ทันได้คิดอะไร ทว่าอยู่ๆ ฮ่องเต้ก็ขว้างดาบในมือออกไปอย่างแรง มันพุ่งตรงปักเข้ากลางอกพระสนมองค์นั้นจนมองแทบไม่ทัน หันไปอีกทีพระสนมก็เบิกตากว้างกระอักเลือดออกมาแล้วสิ้นใจโดยไม่หลับตาลง

ลู่หนิงเหมยเผลอใจสั่นเล็กน้อย สายลมที่พัดผ่านทำให้หลังต้นคอเสียววาบ 

แม้จะแอบตกใจไปบ้าง ลู่หนิงเหมยก็ยังคงยืนนิ่งไม่สะท้านสะเทือน ราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงภาพที่นางคุ้นชิน

แต่การที่ฮ่องเต้สามารถสังหารคนได้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเช่นนี้ จะว่าเลือดเย็นก็ดูจะน้อยไปนัก!

“เราทำให้เจ้าตกใจหรือไม่” ฮ่องเต้ยิ้มๆ

ลู่หนิงเหมยส่ายหน้าไปมา ความอำมหิตของฮ่องเต้องค์นี้นางก็สัมผัสได้ตั้งแต่เมื่อคืนที่เขาถูกลอบสังหารแล้ว เกรงว่าพระหัตถ์ของพระองค์จะเข่นฆ่าผู้คนมาไม่น้อยเลยทีเดียว

“พิษในร่างกายของพระองค์ไม่เป็นอะไรแล้วหรือเพคะ”

“เราใช้พลังปราณขับมันออกมาได้ เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล...” ฮ่องเต้จ้องลู่หนิงเหมยแล้วยิ้มตาหยี “แล้วเจ้าเล่า เข้ามาที่นี่ได้ยังไง”

ลู่หนิงเหมยรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มของฮ่องเต้ที่ดูจะไม่เป็นมิตรสักเท่าใดนัก นางจึงกล่าวตอบเสียงเรียบ “หม่อมฉันเห็นมือสังหารแอบลักลอบเข้ามาในวัง ก็เลยตามพวกเขาเข้ามา...”

“เป็นเช่นนี้เอง” ฮ่องเต้ผ่อนคลายสีพระพักตร์ลงเล็กน้อย “ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเหลือเรา”

“เพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ว่าแต่พระองค์ไม่มีองครักษ์เงาคอยคุ้มกันหรือเพคะ” ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

“เราถูกลอบสังหารทุกวัน องครักษ์เงาของเราก็ตกตายไปไม่น้อย ที่เหลืออยู่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย” ฮ่องเต้กล่าวด้วยสีหน้าใสซื่อไร้เดียวสา

สีหน้าบริสุทธิ์เช่นนี้ก็ทำให้ผู้คนหลงเชื่อสนิทใจ 

แต่ท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดของเขากลับขัดแย้ง ลู่หนิงเหมยเลยไม่เข้าใจความคิดของฮ่องเต้องค์นี้เท่าใดนัก

ตอนนี้พระองค์ก็ไม่มีคนคอยปกป้องอารักขาอย่างนั้นหรือ?

ถูกลอบสังหารทุกวัน ไยถึงไม่เร่งรีบหาตัวการแล้วกำจัดทิ้งเสียเล่า

ไยถึงได้มายืนยิ้มราวกับไม่มีอันใดเกิดขึ้นเช่นนี้ได้

“ต่อไปพระองค์จะทำเช่นไร ไม่มีทั้งองครักษ์ อีกทั้งยังไว้วางพระทัยใครไม่ได้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่เกินหนึ่งเดือนพระองค์ก็คงเสด็จไปจุติที่สรวงสวรรค์แล้วเพคะ”

ฮ่องเต้หัวเราะออกมาเมื่อได้ยินพลางกล่าว “เจ้าก็ยังกล้ายืนแช่งเราต่อหน้าเรา ขวัญกล้ายิ่งนัก”

“หามิได้เพคะ” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงเรียบ

“เจ้าอย่าได้กังวล เรามีวิธีจัดการในแบบของเรา” ฮ่องเต้เดินเอามือไขว้หลังด้วยท่าทางสบายใจ “พรุ่งนี้เราจะเริ่มกวาดล้างคนชั่วออกจากแผ่นดิน เจ้าก็เที่ยวชมเมืองตามสบายเถอะ เราไม่อยากให้แขกบ้านแขกเมืองอย่างพวกเจ้าต้องลำบากใจ วันนี้เราลงนามเป็นพันธมิตรกับแคว้นเยี่ยนแล้ว เราคาดหวังกับถนนเส้นนี้มากว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่...”

“พระองค์จะไม่ทรงผิดหวังแน่นอนเพคะ”

“ดี! เราก็จะรอดูเช่นกัน”

ลู่หนิงเหมยเดินคุยกับฮ่องเต้ เห็นควันไฟเริ่มเจือจางลงกว่าตอนแรกมากแล้ว ก็ถอนหายใจออกมา “วังของพระองค์คงต้องรีบซ่อมแซมโดยเร็ว”

“จริงๆ เราคิดจะสร้างวังใหม่มาตั้งนานแล้ว ถูกเผาไปซะได้ก็ดี จะได้ไม่ต้องเปลืองแรงรื้อถอน” ฮ่องเต้ตรัสเสียงเรียบ

“........” ลู่หนิงเหมย

เอาเหอะ ความคิดของฮ่องเต้องค์นี้นางก็คร้านจะคาดเดาแล้ว แปรปรวนไปหมด คงจะมีเพียงแค่ไม่กี่คนที่เข้าใจพระองค์อย่างถ่องแท้

เดินมาได้สักพักนางก็เห็นหยางเจินร่อนตัวลงมาจากฟากฟ้า เขาลงมายืนตรงหน้านางพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงขึ้นมาทันที

“เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่กับฮ่องเต้เขี้ยวลากดินผู้นี้ได้” หยางเจินกล่าวอย่างไม่เกรงใจ ฮ่องเต้ที่ได้ยินก็แสยะยิ้มรับไม่โต้เถียงแต่อย่างใด

“ข้าจะเล่าให้ท่านฟังทีหลังก็แล้วกัน มีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงใส

“เช่นนั้นก็ดี” หยางเจินกล่าวก่อนจะดึงลู่หนิงเหมยให้ไปยืนอยู่ข้างกายเขา ก่อนที่จะหันไปมองฮ่องเต้สีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ พลางว่า “ตามที่ตกลงกันเมื่อเช้านี้...”

ฮ่องเต้ได้ยินก็ยกยิ้มก่อนจะหยิบกล่องเล็กๆ สีน้ำเงินออกมาจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้หยางเจิน

ลู่หนิงเหมยไม่ทันได้ทำความเข้าใจ ซูเหิงก็ปรากฎตัวออกมาจากกลางอากาศพร้อมกับถุงผ้าสีดำขนาดใหญ่ เขาโยนมันลงไปบนพื้น ส่งผลให้ของที่อยู่ด้านในกลิ้งออกมา

ลู่หนิงเหมยหรี่สายตาเล็กลงทันทีเมื่อเห็นศีรษะคนนับสิบคนอยู่ในถุงดำนั่น เลือดสีแดงไหลเยิ้มกลิ่นคาวคละคลุ้งจนผู้คนอยากจะอาเจียน

หยางเจินไปสังหารใครมาให้ฮ่องเต้กัน? 

แล้วในกล่องเล็กๆ ที่ฮ่องเต้ให้มาคืออะไร? 

สามีนางไปตกลงอะไรกับฮ่องเต้เมื่อเช้านี้? 

ลู่หนิงเหมยมีสีหน้าง้ำงอขึ้นทันที ในหัวมีแต่คำถามอยู่เต็มไปหมด

“หมดธุระแล้ว กระหม่อมขอตัวลา” หยางเจินกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะคว้าเอวลู่หนิงเหมย อุ้มนางทะยานขึ้นท้องฟ้า ไม่สนใจผู้ใดอีก

“ท่านไปทำอะไรมา” ลู่หนิงเหมยอดถามไม่ได้

“เจ้าควรบอกข้าก่อนว่าเจ้าเข้าไปทำอะไรที่นั่น” หยางเจินกล่าวเสียงเข้มขึ้น ลู่หนิงเหมยจึงเล่าทุกอย่างให้เขาฟังอย่างละเอียด หยางเจินจึงมีสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย

“ตอนนี้ท่านจะบอกข้าได้หรือยังว่าท่านไปทำอะไรมา”

หยางเจินก้มหน้าลงมามองลู่หนิงเหมยแวบหนึ่ง ก่อนกล่าว “สังหารเสี้ยนหนามของฮ่องเต้เพื่อแลกกับของบางสิ่ง”

“ฮ่องเต้รู้ตัวการที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารแล้วหรือ?” ลู่หนิงเหมยเลิกคิ้วขึ้น

“รู้นานแล้ว พระองค์แค่อยากเล่นสนุกกับพวกนั้นแก้เบื่อก็เท่านั้น พอเริ่มไม่สนุกพระองค์ถึงได้เริ่มกำจัดทิ้ง...”

“พระองค์ไม่มีแม้แต่องครักษ์เงาคอยคุ้มกันมิใช่หรือ?”

“เจ้าเชื่อฮ่องเต้เขี้ยวลากดินผู้นั้นได้อย่างไร?” หยางเจินขมวดคิ้วเข้าหากัน พลางว่า “หากเจ้าไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือก่อน ยืนดูอีกสักพักเจ้าก็จะได้เห็นองครักษ์เงาฝีมือดีของพระองค์ปรากฎตัว”

ลู่หนิงเหมยรู้สึกว่าตัวเองโง่เขลาขึ้นเล็กน้อย จะว่าไปที่หยางเจินพูดก็มีเหตุผล 

ฮ่องเต้องค์นี้เข้าใจยากยิ่งนัก แต่ก็มองออกว่าเขาไม่ใช่คนโง่ที่ถูกลอบสังหารหลายครั้งหลายคราแล้วไม่คิดที่จะลงมือทำอะไร

ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้ว พระสนมนางนั้นอย่างไรเล่า นึกจะฆ่าทิ้งก็ฆ่าโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

แล้วเขาจะโกหกนางทำไมกัน? คิดจะหยอกนางเล่นรึไง? นางไปเป็นเพื่อนเล่นของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ สมควรตายนัก!

ใบหน้าไร้เดียวสาก่อนหน้านี้ของฮ่องเต้ผู้นั้นก็ปรากฏขึ้นในหัว ทำให้ลู่หนิงเหมยก่นด่าในใจด้วยความหงุดหงิด

เป็นนางที่ไม่ทันคิดให้ดี เห็นเป็นสหายของสามีก็นึกว่าไม่จำเป็นต้องระแวดระวัง

“แล้วท่านไปตกลงอะไรเอาไว้”

“แลกกับหยกชิ้นหนึ่ง สังหารคนที่อยู่เบื้องหลังการลอบปลงพระชนม์ทั้งหมด”

ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้ว พระองค์ให้หยางเจินลงมือทำเพราะหยางเจินมีสิ่งที่ต้องการจากเขาอย่างนั้นหรือ...

มิใช่กระมัง ฮ่องเต้ไม่ได้ไร้เขี้ยวเล็บ หากเขาคิดจะกำจัดคนพวกนั้นจริง ย่อมกำจัดไปนานแล้ว ไม่ใช่เล่นสนุกจนถึงป่านนี้

หยางเจินเห็นสตรีตัวน้อยทำหน้าครุ่นคิดก็ยิ้มขึ้นจางๆ “เป็นข้าที่อยากได้หยกชิ้นนั้นมาก จึงไปขอซื้อกับพระองค์ แต่พระองค์คิดจะมอบให้ข้าโดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใด”

“ท่านไม่ชอบรับของมาฟรีๆ เพราะไม่อยากถือเป็นหนี้บุญคุณ ถึงได้เสนอตัวไปสังหารคนเหล่านั้นแทนเพื่อแลกหยกใช่หรือไม่!” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงใส

“ฟรีๆ...” หยางเจินขมวดคิ้วก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเป็นคำศัพท์จากภาษายูโรเซียที่นางเคยสอน “อืม เป็นเช่นนั้น”

“เหตุใดถึงอยากได้หยกชิ้นนั้นนักเล่า?” ลู่หนิงเหมยอดกล่าวถามไม่ได้ หยางเจินร่อนตัวลงพื้น ปล่อยให้ลู่หนิงเหมยยืน ก่อนจะหยิบกล่องสีน้ำเงินออกมา

มือหนาเปิดฝากล่องออก เห็นเป็นแผ่นหยกสีแดงเข้มทอแสงประกายราวกับเปลวไฟที่มีชีวิต ตัวหยกถูกแกะสลักเป็นรูปมงกรตัวน้อย ห้อยไว้กับเชือกไหมสีทองงดงามและสูงส่ง

หยางเจินหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะถือวิสาสะผูกมันไว้กับเสื้อด้านในของลู่หนิงเหมย ก่อนกล่าว “นี่คือหยกเพลิงกิเลน ในปฐพีนี้มีเพียงสามชิ้นเท่านั้น พลังในกายของเจ้าเป็นธาตุเย็น เมื่อใดที่พลังในกายของเจ้าเกิดปะทุขึ้นมา หยกชิ้นนี้จะช่วยสะกดข่มมันลงได้ไม่มากก็น้อย...”

“หยางเจิน ท่าน...” ลู่หนิงเหมยหัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อรู้ว่าเขาไปสังหารคนเหล่านั้นเพื่อหยกชิ้นนี้ทำไม

“ข้ายกมันให้เจ้า...”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.275K ครั้ง

10,058 ความคิดเห็น

  1. #6219 Goldfxsh (@namo-m) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 22:40
    ฟีลแบบ ฮือพี่น่ารักจัง แทนที่จะเร่งให้น้องรีบไปแคว้นถ่ายพลังแต่ไม่อยากขัดที่นางจะแวะหลายแคว้นเลยหาของมาถ่วงเวลาให้ แงงงงง
    #6219
    0
  2. วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 01:09
    มีแค่สามชิ้น แต่ฮ่องเต้ยอมยกให้เนี่ยนะ?
    #3555
    0
  3. #3551 Petcharat (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 00:12

    น่ารักจังเลย

    #3551
    0
  4. #3550 maalii (@pinkkyprang) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 00:09
    อ่านแล้วซึ้ง น้ำตาจะไหลเฉยเลยย ซึ้งในความรักที่พี่เจิ้นมีให้น้องงงงง
    #3550
    0
  5. #3190 150221 (@150221) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 10:13
    อูยสามีจะน่ารักไปไหนเนี่ย
    #3190
    0
  6. #3185 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 09:52

    เข้มข้นขึ้นทุกตอน

    #3185
    0
  7. #3160 wnnsr00 (@hang_over) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 01:11
    ฆ่าคนทั้งอำเภอเพื่อเอาหยกมาให้เธอชิ้นเดียวน่ะรูหม้าย
    #3160
    0
  8. #3098 SweetEnough (@SweetEnough) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 17:48
    ฮืออออ ไทจื่ออน่ารักอะไรเช่นนี้
    #3098
    0
  9. #3053 kp_girl (@kp_girl) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 15:01
    น่ารักอะไรปานนั้น ไทจื่อ
    #3053
    0
  10. #3031 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 11:58

    ไท่จื่อช่างน่ารักอะไรเช่นนี้ ฟินสุดๆ เลยค่ะ

    #3031
    0
  11. #3030 หมูแดง (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 11:30

    หยางเจินอ่ะน่ารักม๊ากกกกกกกกกกกกกกยกให้เป็นสามีแห่งชาติ

    #3030
    0
  12. #3029 หมูแดง (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 11:29

    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะฟินเว่อร์รีบกลับมาต่อน๊าาาาาาาาาาาาไรร์ขารอแบบใจจดใจจ่อเลยนะ

    #3029
    0
  13. #3025 fa_sky (@fasky) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 10:45
    นี่สินะ การมีหลัวดี
    #3025
    0
  14. วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 09:22
    สามีน่ารัก
    #3024
    0
  15. #3022 Saminmime (@Saminmime) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 08:36

    รอนะคะ
    #3022
    0
  16. #3021 aomsunday9 (@aomsunday9) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 08:34
    หวาน เหม็นกลิ่นความรักคู่นี้ 555 รอนะคะ
    #3021
    0
  17. #3020 นามข้าว่าพ่นไฟ (@guidchue) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 08:29
    โอ้ยยยจิกเนื้อขูดเลือด กรี๊ด
    #3020
    0
  18. #3019 noo_parekapoom (@noo-pare) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 08:29
    จ้าาาาาา
    #3019
    0
  19. #3018 NupoohPanisara (@NupoohPanisara) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 08:04
    เหม็นฟามรัก
    #3018
    0
  20. #3017 Omiao (@onphima) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 08:00

    หยางเจินทำดีมาก 5555 รอค่ะ
    #3017
    0
  21. #3015 oopipphuket (@oopipphuket) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 07:43
    สายเปย์
    #3015
    0
  22. #3012 Nortty (@Nortty) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 07:17

    อร้าย รักเมียมว๊ากกกกกก
    #3012
    0
  23. #3011 Telllyou (@nineny3059) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 07:10
    ไม่ไหว

    หยุดยิ้มไม่ได้!!!
    #3011
    0
  24. #3010 NongZaRa (@NongZaRa) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 07:06
    อ่านแล้วทำไมเขิล ว้าาาา😂
    #3010
    0
  25. #3009 June_Thi_Cha (@June_Thi_Cha) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 06:45
    หลัวตัวอย่างเลยพี่เจินน
    #3009
    0