ตอนที่ 62 : บทที่ ๖๑ แผนเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44459
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3709 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62




 เวลาผ่านไปชั่วครู่ องค์รัชทายาทก็อุ้มพระชายาออกมา ทั้งสองสวมอาภรณ์สูงศักดิ์ส่งความสง่าให้เปล่งประกายเจิดจรัสน่าเคารพยำเกรง

ลู่หนิงเหมยที่ถูกอุ้มอยู่ก็มีสีหน้าเรียบเฉย แม้แววตาจะแอบซ่อนประกายขุ่นเคืองใจเอาไว้ แต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็น

ใครจะคิดเล่า ว่าพอลุกขึ้นออกจากเตียงเพียงก้าวเดียว ร่างของนางจะล้มลงไปกองอยู่กับพื้นอย่างน่าอนาถเช่นนั้น เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งร่างกาย สามีตัวดีก็เอาแต่นั่งหัวเราะเยาะนาง กว่าเขาจะเดินมาช่วย นางก็โกรธจนบิดหูเขาไปทีสองที

นางกำนัลต่างยืนก้มหน้าก้มตา พระชายาถึงกับเดินไม่ได้ต้องให้องค์รัชทายาทอุ้มออกมาเพียงนี้ ศึกรักเมื่อคืนคงหนักหนาเอาการ

หยางเจินไม่สนใจ เขาพาลู่หนิงเหมยไปคารวะน้ำชาให้ไทเฮากับฮองเฮา ข่าวลือสิบศึกในหนึ่งราตรีก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งวังหลวง ยิ่งมาเห็นภาพที่องค์รัชทายาทโอบอุ้มพระชายาอย่างทะนุถนอมตอนออกมาจากห้องหอ ไหนจะช่วยกันประคองเดินออกมา ก็ยิ่งทำให้มูลข่าวหนาแน่นเข้าไปอีกหลายส่วน 

แม้แต่ฮ่องเต้ยังทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก บุตรชายที่ไม่เคยเหลียวแลสตรีนางใด บัดนี้ก็มีชายาแต่งสตรีเข้าวังไท่จื่อแล้ว พระองค์ก็หมดห่วง อีกทั้งบุตรชายยังแสดงออกถึงความรักใคร่ ลู่หนิงเหมยคงมีน้ำหนักในใจของหยางเจินไม่น้อยเลย

หลังจากนั้นไม่นาน ฮ่องเต้ก็ทรงมีรับสั่งให้ลากขุนนางกบฏออกมาประหารต่อหน้าประชาราษฎร์ และประกาศราชโองการขับไล่ชาวฮั่นออกจากแผ่นดิน

ลู่หนิงเหมยให้คนไปสอบถามบางอย่างจากอัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ย เมื่อรู้ความแล้วนางกับหยางเจินก็มานั่งมองการประหารตรงหน้าด้วยท่วงท่าเย็นชาทั้งคู่

ฝ่าบาทแค้นเคืองขุนนางกลุ่มนี้อย่างถึงที่สุด จึงได้สั่งการให้เริ่มประหารครอบครัวของพวกเขาเสียก่อน ให้พวกเขาสำนึกผิดบาปที่เป็นต้นเหตุให้ครอบครัวของตนต้องมารับโทษตายเก้าชั่วโครต

ฉินฮุ่ยแทบคลั่ง ส่งเสียงร้องอย่างทุกข์ทรมานใจเมื่อเห็นบุตรสาวที่ตนรักดั่งแก้วตาดวงใจถูกตัดหัวอยู่ตรงหน้า ความเสียใจฉายชัดจนผู้คนอดสงสาร ทว่าพอนึกถึงเรื่องที่เขาได้กระทำก็สาปแช่งให้ลงไปเกิดในนรกภูมิ

ลู่หนิงเหมยมองขุนนางที่เริ่มถูกตัดหัวไปทีละคนสองคนด้วยสายตาเย็นเฉียบ นัยน์ตาสุกสว่างมีแต่ความว่างเปล่า ไม่ว่าจะยุคปัจจุบันหรือยุคโบราณ นางล้วนเห็นคนตายมานับไม่ถ้วน

มิใช่ว่านางไม่เคยหวาดกลัว

มิใช่ว่านางไม่เคยรู้สึก

นางเริ่มมาจากความกลัว ค่อยๆก้าวเดินมาจนถึงจุดหนึ่ง จุดที่นางเรียกว่าชินชา...

หากมิได้กระทำสิ่งใดผิด ต่อให้ต้องตายก็หาได้กลัวไม่ นางคิดเช่นนี้เสมอมา

บางคนอาจหัวเราะเยาะและกล่าวว่านางยังไม่เคยเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย นางยังมิเคยตายจะพูดอย่างไรก็ย่อมได้ ทว่าใจนางกลับรู้ดีกว่าผู้ใด นางตายมาแล้วครั้งหนึ่งเพื่อประเทศชาติ เพื่อกำจัดสิ่งโสมมที่เรียกตัวเองว่าองค์กรมืด จริงๆ ก็แค่ขยะกองโตที่เน่าเหม็นของสังคม

จะยุคไหนๆ ก็มีขยะเหล่านี้ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลัง เป็นดุจเงาตามตัวที่ไม่อาจสลัดทิ้ง นางเกิดใหม่ครั้งนี้จะไม่ยอมตายง่ายๆ เพียงเพราะคนผิดบาปพวกนี้แน่นอน!

และก็ต้องตามหาคนที่วางแผนให้ลู่หนิงเหมยคนก่อนต้องตกตายให้จงได้!

จากที่ให้คนไปสอบถามหาความจริงจากฉินฮุ่ยในคุกหลวง ปรากฎว่าเขาไม่ได้เป็นคนวางแผนเอาอาหารที่นางแพ้ผสมลงไปในสำรับวันนั้น วันที่นางหยุดลมหายใจ

มีความเป็นไปได้สูงว่าคนที่อยากจะฆ่านางจริงๆ ยังคงอยู่ ทว่าซ่อนตัวอยู่ในที่มืดอย่างมิดชิดหาตัวจับได้ยากยิ่ง ใช้เวลาคิดเท่าใดก็คิดไม่ออก

ในความทรงจำเก่าๆ ก็ไม่เห็นว่าเจ้าของร่างเดิมจะไปสร้างศัตรูที่ไหนได้ น่าแปลกใจจริงๆ

ตอนนี้แคว้นเยี่ยนได้ประกาศทำสงครามกับแคว้นจ้าวอย่างเป็นทางการแล้ว เพราะองค์ชายเฉียนหลงพาองค์หญิงเฟยฮวาหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย องค์ชายสี่จึงต้องเตรียมไพร่พลจำนวนมากเพื่อออกสู่สนามรบ

แม่ทัพเย่วเฟยวิ่งวุ่นวายหลายทาง ทั้งจัดการขับไล่ชาวฮั่นที่เหลืออยู่ออกจากแคว้นตามพระประสงค์ของฮ่องเต้ ทุกหย่อมหญ้าในผืนแผ่นดินนี้จะต้องไม่มีชาวฮั่นแม้แต่คนเดียวได้ย่างเหยียบเป็นอันขาด

ชาวฮั่นระหกระเหินหนีไปคนละทิศละทาง ไม่มีแคว้นไหนยินดีต้อนรับและช่วยเหลือพวกเขาอีก เพราะกลัวว่าจะเกิดการกบฏซ้ำรอยเก่าเหมือนที่แคว้นเยี่ยนต้องประสบพบเจอ

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์กว่าทุกอย่างจะลงตัวและเงียบสงบ ชาวบ้านเร่งเพาะปลูกเก็บเป็นเสบียงอาหารหนุนทัพสามแสนคนที่องค์ชายสี่เคลื่อนย้ายไป

ไม่นานนักก็มีกำลังทหารจากแคว้นเฉาเว่ยเข้ามา หยางเจินกับลู่หนิงเหมยและจินหยวนจึงออกไปตรวจดู และเพื่อเป็นการทดสอบฝีมือ หยางเจินกับลู่หนิงเหมยจึงตกลงกันให้เหล่าทหารทมิฬสามแสนคนไปเสริมทัพให้กับองค์ชายสี่ และมอบหมายให้แม่ทัพเย่วเฟยเป็นคนสั่งการแทน

ป้ายสั่งการทหารถูกแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งแม่ทัพเย่วเฟยเก็บเอาไว้ อีกส่วนหยางเจินกับลู่หนิงเหมยถือครอง สงครามจบสิ้นเมื่อใดให้แม่ทัพเย่วเฟยนำกลับมาคืน

นับเป็นภัยสงครามอันใหญ่หลวงที่แคว้นจ้าวต้องเผชิญชะตากรรมแสนลำเข็ญเช่นนี้ ทหารรวมทั้งหมดหกแสนคนก็เพียงพอที่จะกวาดล้างแคว้นจ้าวจนย่อยยับพังพินาศ ยังไม่รวมที่แคว้นจ้าวกำลังทำสงครามชายแดนทางทิศเหนือกับแคว้นฉีอยู่ก่อนแล้ว

มีศึกทั้งเหนือทั้งใต้เช่นนี้ องค์ชายเฉียนหลงที่กระหายสงครามคงพอใจแล้วกระมัง

“ท่านพี่ข้าอยากทำการค้ากับแคว้นเฉาเว่ย เปิดเส้นทางสายไหมให้แต่ละแคว้นทำมาค้าขายกันดีหรือไม่” ลู่หนิงเหมยหันไปกล่าวกับจินหยวนอย่างจริงจัง

“หากเป็นระหว่างแคว้นเยี่ยนกับแคว้นเฉาเว่ยก็ย่อมได้ แต่จะให้แคว้นที่เป็นทางผ่านอย่างแคว้นฉิน กับแคว้นฉู่เปิดเส้นทางให้ด้วยค่อนข้างลำบากนัก” จินหยวนกล่าว

“มันก็ไม่แน่ การค้าขายมากขึ้น เงินทองก็ยิ่งหลั่งไหลเข้าแคว้นมากขึ้น หากลองส่งราชทูตไปเจรจา ก็ยังพอมีโอกาสที่จะสร้างเส้นทางสายไหมสำเร็จ” หยางเจินกล่าว

หากการค้าขายระหว่างแคว้นสำเร็จ ปัญหาเรื่องเสบียงอาหารไม่เพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด เหล่าชาวบ้านจะได้ไม่ต้องแบกรับภาระทางด้านสงครามมากจนเกินไป

“แคว้นฉินยังพอเป็นไปได้ แต่แคว้นฉู่ค่อนข้างยากนัก...” จินหยวนขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น

แคว้นฉู่เป็นแคว้นเล็กๆ ก็จริง แต่ก็แข็งแกร่งไม่เป็นรองใคร ด้วยเพราะทำเลที่ตั้งมีภูเขาสูงล้อมรอบ เป็นดั่งปราการธรรมชาติที่โอบอุ้มปกป้องพวกเขาเอาไว้ และยังเป็นแคว้นปิดที่ไม่ต้อนรับผู้คน

“ตอนที่ข้าเดินทางมาจากแคว้นเฉาเว่ย ข้ายังต้องอ้อมแคว้นฉู่เพราะไม่สามารถเดินทางตัดผ่านได้ จึงเสียเวลาไปมากพอสมควร”

“งั้นเราก็ทำเส้นทางอ้อมได้หรือไม่” ลู่หนิงเหมยเสนอแนวคิด

“ไม่ได้” หยางเจินกล่าวขึ้นมาทันที “ด้านนอกภูเขาที่ล้อมรอบแคว้นฉู่เต็มไปด้วยโจรป่า หากไม่ได้รับการคุ้มครองจากแคว้นฉู่โดยตรงจะต้องถูกพวกโจรป่าออกปล้นชิงสินค้าที่จะลำเลียงผ่านแต่ละแคว้นจนหมด...”

“แล้วจะทำเช่นไรดี” ลู่หนิงเหมยสีหน้าเย็นเฉียบ คิ้วที่ขมวดเข้าหากันเป็นปมค่อยๆคลายออกเมื่อถูกปลายนิ้วของหยางเจินจิ้มลงมาตรงกลาง

“ลองส่งราชทูตไปเจรจาก่อนเถอะ” หยางเจินกล่าว

“เราไปแคว้นเฉาเว่ยก็ย่อมผ่านเส้นทางนั้น ไม่ลองแวะเข้าไปยื่นเทียบเชิญขอเข้าเฝ้าฮ้องเต้แคว้นฉู่ดูสักครั้งเล่า...” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงเรียบ

“ไม่สมควรอย่างยิ่ง แคว้นฉู่ไม่ยอมให้เข้าไปโดยง่าย ถึงต่อให้เข้าไปได้ก็ใช่ว่าพวกเขาจะยอมปล่อยให้พวกเรากลับออกมา ทั้งข้า น้องเขยและก็น้องหญิงต่างก็รั้งตำแหน่งไท่จื่อเอาไว้บนบ่า พวกเขานึกอยากสังหารพวกเราขึ้นมาใครเล่าจะเข้าไปช่วยได้ทัน” จินหยวนมีสีหน้าเข้มขึ้น

พวกเขาล้วนไม่ใช่คนธรรมดาตัวเปล่าไร้ยศศักดิ์ ยังต้องแบกรับภาระหน้าที่มากมาย การเอาชีวิตไปเสี่ยงเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องดี

“ว่ากันว่าแคว้นฉู่มีศาสตราวุธแห่งวิญญาณชิ้นหนึ่งที่หนักมาก ไม่มีผู้ใดยกมันขึ้นมาได้แม้แต่ฮ้องเต้เองก็ยังยกไม่ขึ้น ท่านพี่ไม่อยากลองไปยกดูสักครั้งหรือ...”

ลู่หนิงเหมยยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาจางๆ นางพอรู้มาบ้างว่าจินหยวนกำลังเสาะหาศาสตราวุธแห่งวิญญาณเป็นของตัวเองสักชิ้น เพื่อเสริมบารมีตำแหน่งรัชทายาทของตัวเอง 

สำหรับแคว้นเฉาเว่ยแล้ว มันคงสำคัญอย่างยิ่งที่ทายาทผู้ปกครองแผ่นดินควรจะมีถือครอง มันสามารถป้องกันคำครหาต่างๆ ที่จะหยิบยกขึ้นมาว่าคนผู้นี้เหมาะที่จะเป็นไทีจื่อหรือไม่

นางมีแต่เขาไม่มี ย่อมมีข้อเปรียบเทียบให้เห็น เช่นนี้คงไม่ดีนัก

ทั่วทั้งปฐพีอาวุธโบราณที่มีเพียงเก้าชิ้น ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะได้ครอบครอง พวกมันเลือกเจ้าของ หากไม่คู่ควรก็ยากที่จะแย่งชิงมันไป แม้มันจะวางอยู่ตรงหน้าก็ตามที

“ข้าไม่ลอง..!” จินหยวนขมวดคิ้วหนักแน่นขึ้น ก่อนกล่าวต่อ “ไม่ลองแอบเข้าแคว้นฉู่ดูสักครั้งเห็นทีคงจะนอนตายตาไม่หลับเป็นแน่! พวกเราก็มาเตรียมคิดกันเถอะว่าจะเข้าไปได้อย่างไรกัน!”

“.......” หยางเจิน

“.......” ลู่หนิงเหมย

หยางเจินทำหน้าเอือมระอาออกมาอย่างเด่นชัด ลู่หนิงเหมยก็ไม่ต่างกันนัก เพียงแค่มีศาสตรทวุธแห่งวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จินหยวนก็พร้อมที่จะแลกชีวิตจริงๆ

“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ถ้าเข้าไปตรงๆไม่ได้ พวกเราก็ปลอมตัวเป็นชาวบ้านแคว้นฉู่เข้าไป ส่วนราชทูตก็ให้ยื่นเทียบเชิญขอเข้าพบฮ่องเต้” ลู่หนิงเหมยเสนอ

ไม่ให้อีกฝ่ายรู้สถานะของพวกนางจะดีมากกว่านัก ป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิดด้วย เพราะไม่มีผู้ใดเคยเข้าไปข้างในได้มาก่อน ผู้คนมีลักษณะนิสัยอย่างไรก็ไม่มีใครรู้

ดังนั้น ปกป้องตัวเองได้เป็นยอดคน!

“วิวทิวทัศน์ที่แคว้นฉู่ ข้าก็ยังไม่เคยได้พบเห็น มีภูเขาล้อมลอบคงจะสวยงามอยู่ไม่น้อย พวกเราก็ปลอมเป็นชาวบ้านเข้าไปแบบธรรมดา จะได้ไม่วุ่นวายแล้วก็ไม่ถูกจับตามองจนเกินไป” หยางเจินกล่าว

“ความคิดไม่เลว งั้นพวกเจ้าสองคนก็รีบไปขอราชโองการจากฮ่องเต้เถอะ จะได้ให้ราชทูตร่วมเดินทางไปพร้อมกับพวกเรา” จินหยวนกล่าว

“เช่นนั้นก็ต้องขอตัวแล้ว”

“ตามสบาย” จินหยวนยิ้มรับ

หยางเจินจับมือลู่หนิงเหมยแน่น เขาพานางกลับมาที่วังไท่จื่อ ก่อนกล่าวเสียงทุ้ม “ข้าจะไปพบฝ่าบาท เจ้าก็จัดการเรื่องวังต่อก็แล้วกัน”

“ท่านไว้ใจข้าขนาดนั้นเชียวหรือ...”

“แน่นอนว่าอำนาจที่จะจัดการเรื่องทุกอย่างในวังไท่จื่ออยู่ที่เจ้า เจ้าจะทำอย่างไรกับมันก็ได้”

“หากข้าทำวังของท่านเละเทะขึ้นมาเล่า ท่านจะว่าอย่างไร” ลู่หนิงเหมยเลิกคิ้วถาม ตาก็มองช่างฝีมือที่นางใช้ให้มาตกแต่งวังไท่จื่อใหม่ทั้งวัง

“เจ้าก็ต้องรับผิดชอบ ข้าจะตีเจ้าให้ตายคามือ” หยางเจินก้มลงมาหอมแก้มนุ่มนิ่มของลู่หนิงเหมยอย่างหมั่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทำให้ใบหน้างามขัดเขินขึ้นเล็กน้อย

“ท่านช่างโหดร้ายนัก” ลู่หนิงเหมยกล่าววาจาเสียดสี ก่อนจะบ่นพึมพำ “มิรักข้าแล้วหรือ...”

“เจ้าว่ากระไรนะ”

“เปล่า ไม่มีอันใด ท่านรีบไปพบฝ่าบาทเถอะ ข้าจะจัดการวังเอง” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงเรียบ แววตาไม่ไหววูบ หัวใจนิ่งสงบ

หยางเจินเห็นอย่างนั้นก็หมุนตัวออกไป ก้าวพ้นประตูวังแล้วถึงได้กล่าวกับตัวเองเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม “จะมิรักเจ้าได้อย่างไรกัน”

ลู่หนิงเหมยจัดการวังไท่จื่อตรงนั้นทีตรงนี้ที วิ่งวนไปมาจนในที่สุดวังไท่จื่อที่เคยเรียบง่ายไร้เสน่ห์ก็พลันเปลี่ยนกลายเป็นสวรรค์เล็กๆ ที่อุบัติขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

วิธีตกแต่งแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร งดงามดึงดูดสายตาผู้คน แม้แต่ขันทีหน้าตำหนักยังอดชื่นชมในใจไม่ได้

มีน้ำตกขนาดเล็กที่สร้างขึ้นมาเอง จำลองเหมือนของจริง แต่มีกังหันไม้ไผ่คอยรับน้ำแล้วก็ไหลเวียนไปทั่วทุกตำหนักในวังไท่จื่อ ส่งให้บรรยากาศสดชื่นเสียยิ่งกว่าอยู่บนภูเขาสูง

ดอกไม้หลากชนิดก็ถูกนำมาปลูกจัดเรียงไล่ตามสี วังที่เคยมีแต่กลิ่นอายน่ากลัว นอกจากอาวุธแล้วก็ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้ผ่อนคลายได้ บัดนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาหลายส่วน

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ลู่หนิงเหมยก็ฝึกพลังปราณอสูรต่อ พลังจากศาสตราวุธแห่งวิญญาณเป็นเหมือนเงามืดที่คอยขับส่งให้การฝึกปรือของนางรวดเร็วราวกับติดปีกบิน ตอนนี้นางก็อยู่ที่ระดับเก้าตอนต้นแล้ว ปราณจึงหนาแน่นจนผู้คนหวั่นเกรง

นางเพิ่งสังเกตเห็นว่าคำภีร์ปราณอสูรที่ได้มาจากท่านราชครูมีความพิเศษกว่าปราณอสูรทั่วไป

มันคือปราณอสูรทมิฬ!

เป็นคำภีร์เล่มเดียวของแคว้นเฉาเว่ยที่หายสาบสูญไปหลายร้อยปี นางไม่รู้ว่าท่านราชครูได้มันมาอย่างไร แต่นางก็ฝึกจนถึงขั้นเก้าแล้ว

แม้แต่ราชวงศ์แคว้นเฉาเว่ยยังหาไม่เจอมาร้อยปี แน่นอนว่าตอนนี้คงไม่มีใครได้ฝึกมันนอกจากนาง

ไม่แปลกที่จินหยวนจะประหลาดใจที่นางฝึกเพียงขั้นหกตอนปลายก็สามารถสร้างปราณเป็นมังกรทมิฬราวกับผู้ที่บรรลุวิชาปราณอสูรแล้วได้

ตอนนี้นางมาถึงระดับเก้า นางสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ในกายหนาแน่น รับรู้ได้ทันทีว่าหากบรรลุระดับสิบบวกกับพลังลึกลับที่อยู่ในกาย อาวุธวิญญาณร้ายกาจที่นางมี นางก็สามารถสังหารคนได้เป็นพันเป็นหมื่น และยังสามารถควบคุมศพที่ตายด้วยพลังปราณนี้ได้ชั่วขณะหนึ่ง

จะว่าร้ายกาจก็ไม่ผิดนัก

นางตั้งใจว่าจะฝึกจนบรรลุระดับสิบก่อนค่อยมอบคัมภีร์เล่มนี้ให้จินหยวน ถือโอกาสให้มันหวนกลับคืนสู่ราชวงศ์อย่างที่ควรจะเป็น

ทว่าขั้นสิบนั้นยากเย็นแสนเข็ญ ต้องใช้เลือดมังกรในการฝึกนางจะไปหามาจากไหนกัน นอกจากจะทำให้ไข่มังกรใบนั้นฟักขึ้นมา...

ยุ่งยากแท้

ช่างเถอะ ถึงแคว้นเฉาเว่ยแล้วค่อยฝึกก็ยังมิสาย นางยังมีเวลาอีกมากมายนัก

“ไท่จื่อเฟย กระหม่อมหาตัวคนร้ายเจอแล้วพะยะค่ะ” ซูเหิงปรากฎกายขึ้นมากลางอากาศ

“เป็นใคร” ที่บังอาจมาทำให้ลู่หนิงเหมยคนก่อนต้องตกตาย

นางสัญญาว่าจะหาตัวคนร้ายให้พบไปแล้ว แน่นอนว่านางก็จะต้องทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าของร่างเดิม

“เป็นบุตรสาวของขุนนางผู้หนึ่งพะยะค่ะ”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.709K ครั้ง

9,993 ความคิดเห็น

  1. #3156 wnnsr00 (@hang_over) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 00:49
    พี่ชอบหนูจังเลยอาเหมย
    #3156
    0
  2. #2735 noo_parekapoom (@noo-pare) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:00
    น่าตีตายยย
    #2735
    0
  3. #2697 565118 (@565118) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 19:21
    สนุกสุดๆลุ้นๆๆๆนางเอกเก่งเว่อร์ มันต้องงี้สิถึงจะมีมันส์
    #2697
    0
  4. #2696 NingSriwan (@NingSriwan) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 19:09

    เอาแล้ววว ใคร??!!!!
    #2696
    0
  5. #2690 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 17:11
    ใครอยากรู้ขุนนางผู้นั้นคือใครช่างกล้า
    #2690
    0
  6. #2687 pangyyen (@parapluipang) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 16:50
    มีเงื่อนงำอีกแว้ววว
    #2687
    0
  7. #2686 Koy Jung (@46014601koy) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 16:08
    ไว้อาลัยให้นังนั่น ชอบนางเอกยุค 4G มันต้องอย่มงนี้สิ
    #2686
    0
  8. #2684 suteera (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 15:33
    รอดูหนังหน้าบุตรขุนนางผู้นั้น
    #2684
    0
  9. #2683 nuanganong (@nuanganong) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 15:32
    ขอบคุณคะไรท์ รอตอนต่อไปคะ
    #2683
    0
  10. #2680 ffp1tgase (@mainwang) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 15:09
    สนุกมากกก อ่านรวดเดียวเลย
    #2680
    0
  11. #2677 Nantanat_neung (@Nantanat_neung) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 13:44
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #2677
    0
  12. #2670 pnarinn (@pnarinn) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 12:44
    รอนะคะ
    #2670
    0
  13. #2666 SaowarotsToeihom (@SaowarotsToeihom) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 11:46
    มีคนอยากเจ็บตัวเพิ่มอีกแล้ว
    อยากตายก้อไม่บอก

    ขอบคุนค่าา
    #2666
    0
  14. #2665 SweetEnough (@SweetEnough) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 11:18
    นังนั่นมันเป็นใครรรร
    #2665
    0
  15. วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 10:40

    รอนะคะ
    #2663
    0
  16. #2662 Saminmime (@Saminmime) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 09:47

    รอนะคะ
    #2662
    0
  17. #2659 Omiao (@onphima) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 09:20

    สนุกค่ะ
    #2659
    0
  18. #2653 munongmu (@munongmu) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 08:15
    บุตรขุนนางคนไหนอีกหนอ พ่อแม่ช่างไม่สั่งสอน
    #2653
    0
  19. #2652 Malaykham55 (@Malaykham55) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 08:05
    เป็นผู้ใดกัน รออออ
    #2652
    0
  20. #2651 piamya (@piamya) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 08:03

    สนุกมากค่ะ

    #2651
    0
  21. #2650 P_Phor (@P_Phor) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 07:45
    สนุกมากกกก ชอบๆ
    #2650
    0
  22. #2649 kornnapa (@kornnapa) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 07:44
    รอออออ
    #2649
    0
  23. #2643 kungkankk (@kungkankk) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 07:19
    สนุกกกกก รอตอนต่อไปป
    #2643
    0
  24. #2636 นามข้าว่าพ่นไฟ (@guidchue) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 06:45
    จัดการมันเลยแม่ !!!!
    #2636
    0
  25. #2631 Exoly (@Exoly) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 06:13
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกค่ะไรต์ สู้ๆนะคะ♡ การวางเรื่อง การผูกปม การดำเนินเรื่อง การบรรยาย ไรต์เตอร์ทำได้ดีมากๆค่ะ จะติดตามเรื่อยๆนะคะ♡♡♡
    #2631
    0