ตอนที่ 58 : บทที่ ๕๗ เสือหมอบมังกรซ่อน (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4440 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62



 เร็วกว่าความคิด แม่ทัพเย่วเฟยก็ทะยานตัวขึ้นไปปะทะกับหลิวชินอยู่กลางอากาศ ไม่ปล่อยให้อีกคนได้วาดตัวอักษรสีทองจนเสร็จแม้แต่น้อย

หลิวชินยิ้มเย็น เขาหันมาคว้าดาบรับกระบวนท่ากับแม่ทัพเย่วเฟยอย่างดุเดือด ผ่านไปไม่ถึงนาทีก็ปรากฏเป็นร่างเงาสองสาย กำลังภายในแกร่งกล้าปะทะกันจนแผ่นดินสะเทือน

ฝีมือของทั้งสองไม่เลวเลย ต่างก็เป็นยอดยุทธ์ที่หาได้ยากยิ่งในแผ่นดิน ทว่าแม่ทัพเย่วเฟยกลับเริ่มขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแล้วเป็นฝ่ายผละตัวออกจนผู้คนงุนงง

“เหตุใดเขาจึงทำเช่นนั้น” ลู่หนิงเหมยกล่าวถามอย่างไม่เข้าใจ

“เพราะเย่วเฟยกำลังถูกอีกฝ่ายดูดพลังปราณออกจากร่าง ฝืนสู้ต่อไปพลังปราณของเขาคงต้องถูกดูดออกมาจนหมด” หยางเจินกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะเป็นคนทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า เข้าไปหาหลิวชินด้วยตัวเอง

“ไท่จื่อ…” แม่ทัพเย่วเฟยที่เห็นหยางเจินเข้ามาก็กล่าวเสียงเข้ม

“ทางนี้ข้าจะจัดการเอง เจ้าลงไปกวาดล้างกบฏด้านล่างเสียให้สิ้นเถอะ” หยางเจินกล่าว

“พะยะค่ะ!” แม่ทัพหนุ่มรับคำ ก่อนจะร่อนตัวลงบนหลังอาชาเหล็กแล้วคุมกองทัพเดินหน้าฆ่าฟันกองกบฏที่อยู่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว

เสียงคำรามกึกก้องของเหล่าทัพที่นำโดยแม่ทัพเย่วเฟยนั้นดูน่าเกรงขามจนแผ่นดินสั่นสะเทือนไปถึงชั้นฟ้า พลทหารที่มีขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยมพุ่งตัวเข้าไปฟาดฟันห้ำหั่นศัตรูอย่างไม่คณามือ

หลิวชินขมวดคิ้ว เขาหันกลับไปวาดตัวอักษรต่ออย่างไม่ยีหระ หยางเจินเห็นอย่างนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นสูง สะบัดมือปล่อยพลังปราณหลายสายสกัดกั้นไม่ให้เขาใช้เคล็ดวิชาดูดกำลังภายในของเหล่าทหารอีก

หลิวชินที่ถูกขัดขวางก็มีสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะแสยะยิ้มเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้ 

หากเขาสังหารองค์รัชทายาทสำเร็จ ก็มิเท่ากับคว้าชัยชนะมาหรืออย่างไร

“ข้าก็ไม่ได้จัดการง่ายอย่างที่เจ้าคิด” หยางเจินกล่าวเป็นภาษาฮั่นอย่างเย้ยหยันเมื่อคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายคิดที่จะกำจัดเขาทิ้ง

“เจ้าพูดภาษาของเราได้...” หลิวชินขมวดคิ้วอย่างคับข้องใจ เหตุใดคนในวังหลวงถึงได้เข้าใจภาษาฮั่นเยอะแยะเพียงนี้ ทั้งสตรีที่รนหาที่ตายนางนั้นก็ด้วย

“เจ้าไม่เห็นข้าพูดก็อย่าได้คิดว่าพวกข้าพูดไม่ได้ คนมีปัญญาย่อมรู้ตนเองดีว่าควรแกล้งทำตัวโง่เขลาเมื่อใด...”

“หึ! ทำตัวเป็นเสือหมอบมังกรซ่อน!” หลิวชินยิ้มเยาะ ก่อนจะใส่กระบวนท่าเข้าปะทะดาบกับหยางเจินอยู่กลางอากาศ

ทุกครั้งที่พลังปราณบนดาบกระทบกัน หยางเจินก็รู้ตัวทันทีว่ากำลังถูกอีกฝ่ายดึงกำลังภายในออกจากร่าง

ปราณกลืนจันทร์เป็นเคล็ดวิชาต้องห้าม ถึงได้สาบสูญไปกว่าร้อยปี เพราะมันเป็นปราณที่ยากนักจะมีผู้ที่ต่อกรได้ เหล่าฮ่องเต้ของแผ่นดินทั่วหล้าต่างก็ร่วมมือกันกำจัดผู้ที่ฝึกปราณกลืนจันทร์จนหมดสิ้นไปนานแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะยังหลงเหลืออยู่

ลู่หนิงเหมยที่ยืนดูสามีของตนปะทะดาบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังภายในหนาแน่นกับหลิวชิน ใบหน้างดงามขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

แม่ทัพเย่วเฟยยังถูกดูดกำลังภายในจนต้องถอยหนี หยางเจินก็คงไม่ต่างกันนัก ทว่าพวกเขาปะทะกันมาได้สักพัก ก็ยังไม่มีท่าทีว่าฝ่ายไหนจะล่าถอยออกมาก่อน จนลู่หนิงเหมยอดคิดไม่ได้ว่ารัชทายาทมีกำลังภายในมากมายเพียงใดกันแน่

หลิวชินมีสีหน้าเขียวคล้ำ เขาดูดกลืนกำลังภายในอีกฝ่ายมามากมายถึงเพียงนี้ องค์รัชทายาทก็ยังไม่รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย กลับเร่งรัดกระบวนท่าเข้าหาเขาเรื่อยๆอย่างไม่หยุดหย่อน เป็นเช่นนี้เขาจะหาโอกาสสลายพลังที่ดูดกลืนมาได้อย่างไรกัน!

“พลังปราณของเจ้าก็มากมายนัก มิกลัวข้าดึงมันออกมาจนหมดหรือ” หลิวชินกล่าวสีหน้ามืดครึ้ม

“เจ้าอยากได้มากกว่านี้หรือไม่เล่า ข้าจะได้สงเคราะห์เจ้าเสียหน่อย”

“หึ ต่อให้มีเยอะมากมายเพียงใดก็ต้องมีวันหมด หากเจ้าต้องการให้ข้าดึงพลังของเจ้าออกมาจนสูญสิ้น ข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว”

อยู่ๆหลิวชินก็มีตัวอักษรสีทองร่ายล้อมรอบกายอย่างน่าอัศจรรย์ ปราณไร้ลักษณ์แผ่กระจายออกมาอย่างดุดัน ผู้คนที่อยู่ห่างไกลยังสัมผัสได้ถึงคลื่นลมรุนแรงที่ส่งมาจากตัวเขา

ลู่หนิงเหมยตระหนก มองหยางเจินอย่างเป็นห่วง เห็นเขามีสีหน้าเรียบเฉยปล่อยให้อีกฝ่ายดูดพลังของตนออกโดยไม่กล่าววาจา

ทันใดนั้น มือหนาก็ปรากฎเป็นดาบรูปร่างประหลาดขึ้น ตัวดาบเป็นสีดำแดงประดับลวดลายด้วยทองคำ แกะสลักเป็นรูปทรงโบราณน่าเกรงขาม 

ทันทีที่หยางเจินจับเข้าที่ด้ามดาบมั่น ไอสังหารแรงกล้าก็แผ่กระจายออกมาทั่วทุกทิศทาง แรงโหมกระหน่ำของสายลมพุ่งออกมาจนผู้คนเจ็บแสบใบหน้า แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะละสายตา

“นะ...นั่นมันดาบโลหิตพยัคฆ์!” ผู้คนต่างกล่าวอย่างตกตะลึง

ศาสตราวุธแห่งวิญญาณใช่ว่าจะถูกนำมาใช้ให้เห็นได้ง่ายๆ อีกทั้งผู้ถือครองมันมีเพียงเก้าคนเท่านั้นในปฐพีนี้ ไท่จื่อที่มีอาวุธเทพเคียงกาย ประชาชนย่อมนับถือและเสื่อมใสในบารมีของเขามากขึ้นไปอีกหลายส่วน

หลิวชินหนังตากระตุกถี่รัว เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงยอมให้เขาดูดพลังโดยง่าย เพราะหยางเจินถือครองศาสตราวุธแห่งวิญญาณ พลังในกายของเขาจะไม่มีวันหมดสิ้นตราบใดที่วิญญาณของเขายังมิแตกสลาย...

ยิ่งอีกฝ่ายนำดาบออกมาด้วยเช่นนี้ พลังที่เขาดูดกลืนมาก็ยิ่งรุนแรงและทวีพูนขึ้นเรื่อยๆ มันจะกัดกินร่างกายของเขาจากภายใน ต้องรีบสลายพลังโดยเร็ว!

หลิวชินสีหน้ามืดครึ้ม มือหนึ่งก็ปะทะ อีกมือหนึ่งก็ทำการสลายพัง ลู่หนิงเหมยเห็นก็ยกยิ้มขึ้นอย่างเฉียบเย็น นางเข้าใจแล้วว่าหยางเจินต้องการจะทำอะไร เขาต้องการให้หลิวชินดูดพลังเข้าไปจนตัวแตกตาย...

งั้นนางก็จะไปช่วยเข้าเสียหน่อย!

ร่างบางของสตรีชุดสีแดงทะยานขึ้นไปหาองค์รัชทายาท ก่อนจะเรียกแส้อสูรทมิฬออกมาถือไว้ในมือ

แส้อสูรสีดำเงาวับต้องตาผู้คน ดูลึกลับและน่ากลัวอย่างแปลกประหลาด ไอสังหารเย็นเฉียบแผ่กระจายโดยทั่ว แม้แต่คนที่ยืนดูอยู่บนกำแพงวังยังรู้สึกได้ถึงมัน...

“ไท่จื่อเฟยก็มีศาสตราวุธแห่งวิญญาณด้วยหรือ เรื่องจริง? นี่มันอะไรกัน!”

เสียงฮือฮาดังสนั่นหวั่นไหว นัยน์ตาแขกเหรื่อต่างแคว้นต่างเมืองที่เข้ามาดูชมก็ไหววูบด้วยประกายวาววับ อาวุธแห่งวิญญาณที่หายากยิ่งกลับปรากฎอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาถึงสองชิ้น! และทั้งสองคนนั้นก็เป็นถึงว่าที่ฮ้องเต้กับว่าที่มารดาแห่งแผ่นดินในภายภาคหน้า!

ลู่หนิงเหมยเข้าสอดประสานกระบวนท่ากับหยางเจินอย่างลึกล้ำ ทั้งสองไม่เคยต่อสู้เคียงคู่กันมาก่อนแต่กับเข้ากันได้ดีราวกับเคยสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่มานานนับครั้งไม่ถ้วน

กลายเป็นภาพคู่บ่าวสาวที่ช่วยกันห้ำหั่นศัตรูตรงหน้า ท่วงท่าพริ้วไหวงดงามจนผู้คนใจเต้นระรัวด้วยความระทึกขวัญ พวกเขาทั้งสองมีอาวุธร้ายกาจถึงเพียงนี้ แคว้นเยี่ยนคงไม่มีทางพ่ายให้กับผู้ใดได้อีก

หลิวชินมีสีหน้าเขียวคล้ำจนไม่น่าดู เขาจ้องมองลู่หนิงเหมยอย่างเครียดแค้นใจ นางก็ช่างเก็บงำเขี้ยวเล็บไว้มิดชิดนัก เสือหมอบมังกรซ่อนยังมิอาจกล่าวเทียบเคียงสองคนนี้จริงๆ น่ารังเกียจนัก!

“รุมสังหารข้าเช่นนี้ยุติธรรมแล้วหรือ” หลิวชินกล่าวขึ้นน้ำเสียงดูแคลน มือก็วาดอักษรสีทองเพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่า

“ความอยุติธรรมในโลกล้วนมีมากมาย เพิ่มอีกสักเรื่องจะเป็นไรไป” หยางเจินกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

“ในเมื่อเจ้าไม่ใช่มิตร ก็ย่อมเป็นศัตรู เมื่อเป็นศัตรู เหตุใดพวกข้าจะต้องไว้ไมตรีด้วยเล่า” ลู่หนิงเหมยแสยะยิ้ม

กระบวนท่าของร่างบางสอดประสานกับบุรุษร่างแกร่งกำยำอีกครั้ง ลึกล้ำงดงามราวกับสวรรค์ปันแต่ง แม้จะถูกดึงพลังออกไปเรื่อยๆ ก็ไม่หวั่นไหวเลยสักนิด เกิดเป็นภาพที่สะท้านฟ้าตราตรึงใจผู้คนจนไม่อาจลืมเลือน

ประชาชนและเหล่าชาวบ้านที่หลบอยู่รอให้การฆ่าฟันสงบลงก็อดออกมายืนดูไม่ได้ เห็นเป็นบุรุษดุดันราวกับจอมราชันย์กับสตรีที่สง่างามเยือกเย็นดุจราชินี ทั้งสองปรับกระบวนท่าเข้าหากัน เคียงคู่แทงดาบสะบัดแส้ขับไล่ศัตรูอย่างกล้าหาญ แววตาของเหล่าประชาก็เกิดเป็นความศรัทธาเสื่อมใสขึ้นอย่างน่าประหลาด

เห็นทหารหารชาวฮั่นเริ่มวิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง เหล่าชาวบ้านประชาชนก็ช่วยกันหยิบไม้จับอาวุธที่ล่วงหล่นเข้าไปตุบตีพวกกบฏอย่างขวัญกล้าเทียมฟ้า บางคนก็ไปช่วยคนเจ็บโดยที่ไม่ต้องมีใครร้องขอให้พวกเขาทำแม้แต่น้อย พวกเขาลุกยืนหยัดปกป้องบ้านเมืองด้วยตัวเอง

องค์ชายองค์หญิงต่างแคว้นที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็อดนึกชื่นชมไม่ได้ ขนาดสองคนนั้นยังไม่ได้ขึ้นไปยืนอยู่เหนือบัลลังก์มังกร ก็ยังสามารถทำให้เหล่าประชาราษฎร์ลุกขึ้นมาปกป้องแผ่นดินเกิดได้อย่างน่าอัศจรรย์

ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันยิ่งนัก...

หลิวชินตั้งรับอย่างกระอักกระอ่วนอยู่ในแผ่นอก พลังที่เขาดูดเข้ามายังหาโอกาสสลายมันไปไม่ได้เสียที ตอนนี้มันเริ่มจะแผดเผาจนเขาร้อนแทบคลั่ง ครั้นจะทำการสลายพลังก็ถูกลู่หนิงเหมยหวดแส้เข้ามาอย่างเลือดเย็น มือทั้งสองข้างจึงต้องทำการปะทะกับสองชายหญิงคู่นี้อย่างเสียมิได้

หยางเจินขยับมุมปากยกโค้งขึ้น เห็นอีกฝ่ายทำหน้าไม่สู้ดีนักเขาก็รู้สึกเบิกบานใจขึ้นมา ปล่อยพลังปราณสีขาวพุ่งเข้าแทงอีกฝ่ายที่เปิดช่องโหว่ให้ เลือดสีสดก็สาดกระเซ็นออกมาจากไหล่กว้างย้อมผืนฟ้าให้เป็นสีแดง

“อ้า...” หลินชินส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกแส้อสูรทมิฬฟาดที่ต้นขา ฝังลึกลงไปเกือบถึงกระดูก ไอสังหารจากแส้ราวกับยาพิษก็มิปาน มันค่อยๆ กัดกินเนื้อหนังของเขาอย่างโหดเหี้ยม

หยางเจินเองก็วาดดาบในมืออย่างมั่นคง พลังแรงกล้าพุ่งออกมาตัดผ่านไปที่แขนหลิวชินจนขาดสะบั้น รุนแรงถึงขนาดต้นไม้ที่อยู่ด้านหลังยังถูกฟันจนขาดล่วงไปหลายต้น

“พวกเจ้าสองคนอำมหิตเกินไปแล้ว!” หลิวชินกระอักเลือดออกมา สีหน้าคลั่งแค้นเป็นที่สุด หยางเจินเห็นว่าเขาไม่กลัวตายจึงได้วาดดาบตัดแขนอีกข้างของเขาออกด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนกล่าว

“ผู้ใดดุดันอำมหิตกว่า ผู้นั้นอยู่รอดสืบไป!”

“.......” ลู่หนิงเหมย

นางก็จะจำเอาไว้ด้วยเช่นกัน สัจธรรมที่หยางเจินกล่าวมาก็มีอยู่จริง ใช้ได้จริงในทุกแผ่นดินไม่มีผิด!

พอแขนทั้งสองถูกตัดออก ร่างของหลิวชินก็ล่วงหล่นลงไปกระแทกพื้นเสียงดังตุบ! มือที่จะใช้ในการสลายพลังก็สูญสิ้น ส่งผลให้พลังที่เขาเคยดูดกลืนเอาไว้เริ่มปะทุออกมา

โลหิตสีเข้มไหลออกมาจากรูทวารทั้งเจ็ด หลิวชินกระเสือกกระสนดิ้นรนอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดร่างของเขาก็ระเบิดออกจากภายใน แม้แต่ศพของเขาก็ไม่หลงเหลือ มีเพียงเลือดที่ฟุ้งกระจายกลายเป็นละอองสีแดงฉ่ำน้ำค่อยๆล่วงหล่นลงสู่พื้นดิน

พลังปราณที่เขาเคยดูดกลืนไปก็ค่อยๆไหลเวียนกลับสู่ร่างกายของผู้ที่ถูกดูดออกมา หยางเจินกับลู่หนิงเหมยก็ทำให้ศาสตราวุธหายไป แล้วค่อยๆล่อนตัวลงบนพื้นอย่างสง่างาม

“เจ้าบาดเจ็บอยู่แต่ก็ยังดื้อด้านมาช่วยข้า ข้าจัดการเองได้” เป็นหยางเจินที่ทำสีหน้าบึ้งตึง นางยังสูญเสียพลังปราณตอนที่ปะทะกับหลิวซิ่วในท้องพระโรงไม่พออีกหรือ ยังจะหาเรื่องเจ็บตัวอีกทำไม...

น่าจับตีนัก!

“ข้าจะช่วยสามีมิได้หรือ...”

“สามี...” หยางเจินกล่าวทวนคำของอีกคนอย่างเหม่อลอยไปชั่วครู่ ก่อนที่นัยน์ตาพยัคฆ์ร้ายจะมีประกายเจ้าเล่ห์แสนกลปรากฎออกมา “นี่ก็เริ่มมืดแล้ว...”

ลู่หนิงเหมยมองท้องฟ้า ก็เห็นดวงอาทิตย์กำลังจะตกสู่พื้นดิน ดวงจันทราก็ปรากฎเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ทหารชาวฮั่นก็ถูกกำราบจนหมดสิ้น เหลือแต่เพียงซากศพนับแสนที่ยังกองพะเนินเทินทึกส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งจนอยากจะอาเจียนออกมา

“เจ้าเห็นหรือไม่ท้องฟ้าเริ่มมืดจนเกือบจะเห็นดวงดาว...” หยางเจินกล่าวเสียงทุ้ม

“แน่นอนว่าต้องเห็น ตาข้ามิได้มืดบอด”

“เช่นนั้นเจ้ายังจะยืนเฉยอยู่อีกนานหรือไม่”

“ท่านจะให้ข้าทำอะไรเล่า ท้องฟ้ามืดแล้วอย่างไร ไม่มืดแล้วอย่างไร” ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แม่ทัพเย่วเฟยที่กำลังจะเดินเข้ามา เขาได้ยินบนสนทนาแปลกๆ ก็ยิ่งไม่เข้าใจองค์ไท่จื่อด้วยเหมือนกัน

“ปกติเวลานี้เราควรอยู่ที่ใดหรืออาเหมย ฟ้ามืดเช่นนี้เจ้าควรอยู่ที่ใด...”

“แน่นอนสิ ข้าก็ต้องอยู่ที่ห้องหะ หอ....” เสียงหวานใสขาดห้วงกลืนลงคอแทบจะทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ และเข้าใจความหมายของอีกคน

“กบฏก็ถูกปราบจนสิ้น ไม่เหลือศัตรูให้ต้องต่อกรอีก ทางนี้ก็ให้แม่ทัพเย่วเฟยจัดการเถอะ ส่วนเราก็ควรจะกลับไปทำเรื่องที่ควรทำมิใช่หรือ รอนานกว่านี้เดี๋ยวจะไม่เป็นมงคล..!” หยางเจินพูดอย่างมีหลักการดูน่าเลื่อมใสจนผู้คนหมดวาจาจะกล่าว

“........” ลู่หนิงเหมย

“........” แม่ทัพเย่วเฟย

ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วสีหน้าง้ำงอ งานแต่งของนางก็ไม่มงคลตั้งแต่น้ำจันทร์มียาพิษแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร แผ่นดินนองเลือดขนาดนี้ ยังจะมีอะไรให้มงคลได้อีกกัน!

เจ้าลูกหมาน้อย! ที่กล่าวมาทั้งหมดเจ้าก็แค่อยากเข้าห้องหอ...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.44K ครั้ง

9,985 ความคิดเห็น

  1. #4342 OuiNapatsakorn (@OuiNapatsakorn) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 09:45
    ใช่เรื่องมั้ยเนี่ย เข้าห้องหอมากมั้ง5555 สนุกมากเลยไรท์
    #4342
    0
  2. #3817 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 07:42

    ห้ำหั่น

    ยีหระ

    ฮ้องเต้

    ปันแต่ง

    #3817
    0
  3. #3152 wnnsr00 (@hang_over) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 23:58
    โอ๊ยยยยยย น้องจะเก่งไปไหนลูกกกกกกกก
    #3152
    0
  4. #2989 aern242539 (@aern242539) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 00:02
    เอาจริงๆนะ ไรท์ สารภาพมาซะดีๆ - ศาสตราวุทธแห่งวิญญาณ นะ ไรท์ อ่านมาจาก การ์ตูน โนเบลส จากเว็บตูน ใช่ไหม ? อย่าหลอกกัน นะ เพราะเราก็อ่านเหมือนกัน อิอิอิอิ ไรท์แต่งสนุกมากจรา สู้ๆยรา
    #2989
    0
  5. #2568 ผ่านมา (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 22:04

    ยีหระ - ยี่หระ 

    ปันแต่ง - ปั้นแต่ง

    ล่วง - ร่วง

    เครียดแค้น - เคียดแค้น

    ล่อน - ร่อน



    #2568
    0
  6. #2517 kan_wang (@kan_wang) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 19:38
    55555 ไทจื่อก็หื่นจริงงง // สนุกมากเลยค่ะไรท์ ชอบๆ รอนะคะไรท์
    #2517
    0
  7. #2508 MayMay14042549 (@MayMay14042549) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 18:55
    อุ๊แงงงงง๊ น้องหื่นน555555
    #2508
    0
  8. #2506 pnarinn (@pnarinn) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 17:03

    รอนะคะไรท์

    #2506
    0
  9. #2505 drakr (@deally) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 16:52

    นั่งรอใต้เตียงเลยคร้า 555
    #2505
    0
  10. #2504 IsadaBewbam (@IsadaBewbam) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 16:45

    สนุกกกกกกกกกกกกกกก

    #2504
    0
  11. #2502 150221 (@150221) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 16:29
    ไรท์เขียนเก่งมาก
    #2502
    0
  12. #2501 150221 (@150221) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 16:28
    ถึงเวลาเข้าหอแล้ว เย้ ดีใจด้วยนะเหมย
    #2501
    0
  13. #2500 iowatrumpet (@iowatrumpet) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 16:10
    ไร้ท์บรรยายฉากบู๊ได้ดุเด็ดเผ็ดมันมากๆค่า เยี่ยมมั่ก
    แก้นิดนึงนะคะ น้ำจัณฑ์ (น้ำเหล้า) ค่ะ ไม่ใช่ น้ำจันทร์
    #2500
    0
  14. #2499 SaowarotsToeihom (@SaowarotsToeihom) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 15:50
    ชั่งเหมาะสมกันดีจิงๆ ขอบคุนค่า
    #2499
    0
  15. #2498 Rungza4148 (@Rungza4148) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 15:50

    ไท่จื่อความโหดกะมาจบที่ความหื่น

    #2498
    0
  16. #2497 DAEDUKDIK (@JEEEEEEEED) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 15:47
    ไท่จื่อเว้ยยย หื่นจริงๆ
    #2497
    0
  17. #2496 pangyyen (@parapluipang) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 15:46

    ส่งตัวเข้าหอได้!
    #2496
    0
  18. วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 14:24
    ยังจะมีแรงเข้าหออีก 555
    #2495
    0
  19. #2492 TonMuay (@TonMuay) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 13:16
    มีความโหดนิสๆ555แถมซาดิสหน่อยๆ โอ้ย555
    #2492
    0
  20. #2491 Nnaty (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 12:37

    มันหยดดด. โหดดมาก. สนุกๆมากค่ะไรท์

    #2491
    0
  21. #2490 narisamom (@narisapantong) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 12:20
    โถ ทูลหัว5555555
    #2490
    0
  22. #2488 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 12:02
    ร้ายกาจมากกกกกก!!!! มาก ฆ่ากันตายเสร็จแล้ว ยังจะมีกระจิตกสะใจไปเข้สหอ กรี้ดดดดด รอ ตอน หน้า !!! เรื่องนี้สนุก ดีต้อใจจริมๆๆๆๆ
    #2488
    0
  23. #2486 Saminmime (@Saminmime) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 12:00

    5555555รอนะคะ
    #2486
    0
  24. วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 11:04
    แมะ!! ไม่ค่อยเลยนะเจ้าค่ะ ไท่จื่อ~~~~
    #2484
    0
  25. #2483 AYTHAI (@AYTHAI) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 10:25
    55555จะมงคลก็ต่อเมื่อเข้าหอแล้วได้ลูกล่ะมั้ง555
    #2483
    0