ตอนที่ 54 : บทที่ ๕๓ ท้องพระโรงสีเลือด (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3151 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62




“พวกเจ้าที่ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณคน คิดทำร้ายเจ้าของบ้านที่ให้พวกเจ้าเข้ามาพักอาศัยอยู่ทำมาหากิน ข้าจำเป็นต้องปรานีคนชั่วช้าเช่นนี้ด้วยหรือ!” ลู่หนิงเหมยยกยิ้ม

“พระชายาคงไม่รู้ว่าพวกข้าโดนกดขี่รังแกเช่นไร ถึงได้กล่าววาจาออกมาได้” หลิวซิ่วเอ่ยเสียงเข้ม 

ชาวฮั่นถูกข่มเหงราวกับไม่ใช่คน จริงอยู่ที่ฮ่องเต้เมตตาให้พวกเขาเข้ามาอาศัยในแผ่นดินนี้ ทว่ากลับไม่สนใจใยดีพวกเขาว่าจะเป็นอยู่เช่นไร โดนชาวเยี่ยนรังแกเช่นไร สายตาดูถูกดูแคลนที่มองมายังพวกเขานั้นก็ล้นหลามจนมิอาจจะทานทน

ลู่หนิงเหมย “เจ้าก็จะใช้ความน่าสงสารนั่นมาเป็นข้อแก้ต่างให้กับความผิดของตนที่ได้กระทำลงไป?  หลิวชินบิดาของเจ้าก็คิดเห็นเช่นนี้ใช่หรือไม่! ช่างน่าละอายใจยิ่งนัก”

“เจ้ารู้จักท่านพ่อของข้า!” หลิวซิ่วเริ่มขมวดคิ้ว มองสตรีตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ

ลู่หนิงเหมยทำเป็นมองไม่เห็น หลิวชินกับหลิวซิ่ว สองพ่อลูกชาวฮั่นก็คือคนที่แย่งชิงราชสมบัติของฮ้องเต้ได้ และสถาปนาตนขึ้นเป็นกษัตริย์ ไยนางจะไม่รู้จักเล่า บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์เชียวนะ!

“รู้จักแล้วอย่างไร ไม่รู้จักแล้วอย่างไร สุดท้ายพวกเจ้าทั้งหมดก็ต้องพ่ายให้กับทหารชาวเยี่ยน!” ลู่หนิงเหมยกล่าว

“สงครามเพิ่งจะเริ่มเจ้าก็เตรียมนับศพทหารเสียแล้ว เจ้าแน่ใจหรือว่าพวกข้าจะพ่ายแพ้? ใยเจ้าถึงได้มั่นใจนักเล่า...” หลิวซิ่วสบถออกมาอย่างดูแคลน

เอาเถอะ! นางก็คร้านจะกล่าววาจาด้วยแล้ว ด้านนอกวังก็ยังไม่สงบ สมควรที่จะจัดการทางนี้ให้จบอย่างรวดเร็ว

“รับมือ!” ลู่หนิงเหมยเอ่ย มือขาวพลิกสะบัดวาดปลายดาบไปหาบุรุษร่างสูงล่ำสัน หลิวซิ่วหรี่สายตาลงก่อนจะรับกระบวนท่าของลู่หนิงเหมย

เขาตั้งใจจะปะทะดาบกับนางแค่ไม่กี่สิบกระบวนท่าเพื่อสั่งสอนนางเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าวรยุทธ์ของนางจะสูงส่งจนทำให้เขาต้องใช้กระบวนท่ามากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านไปเพียงอึดใจก็ปรากฏกระบวนท่านับร้อยที่ถูกงัดขึ้นมาใช้

“ฝีมือเจ้าไม่เลว น่าเสียดายหญิงงามที่เก่งกาจเช่นเจ้า” หลิวซิ่วกล่าว

“หญิงงามที่เก่งกาจมิอาจทนเห็นผู้ที่อกตัญญูต่อแผ่นดินกระทำเรื่องโหดเหี้ยมได้” ลู่หนิงเหมยยิ้มเย็น กล่าววาจาเหยียดหยาม

เสียงดาบกระทบกันมีประกายไฟวิบวับกลางอากาศ ด้วยความเร็วของแต่ละกระบวนท่าลึกล้ำจึงไม่สามารถแยกออกได้ว่าใครเป็นใคร เห็นเป็นเงาสีแดงกับสีดำเท่านั้น

พลังปราณอสูรขั้นที่หกตอนปลายของลู่หนิงเหมยพวยพุ่งออกมารอบด้าน แฝงมาพร้อมพลังเย็นยะเยือกลึกลับอันน่าเกรงขาม มันเข้าปะทะปราณของอีกฝ่ายอย่างดุดัน เกิดเป็นเสียงสั่นไหวจนท้องพระโรงสั่นคลอนราวกับแผ่นดินสะเทือน

แม้แต่องค์รัชทายาทกับจินหยวนและองค์ฮ่องเต้ยังต้องชะงักเหลือบมอง พวกเขาเห็นเป็นภาพสตรีชุดแดงที่พริ้วไหวราวกับพายุร้าย ทั้งพลังปราณอสูรที่ดุดัน ไอสังหารเยือกเย็น และกระบวนท่าลึกล้ำสอดประสานกันพุ่งห้ำหั่นศัตรูตรงหน้าอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต

นอกจากนางจะไม่เป็นรองให้กับอีกฝ่ายแล้ว นางยังแสยะยิ้มราวกับอสรพิษร้ายในดงบุปผางามก็มิปาน นัยน์ตาสุกสว่างแปรผันเป็นประกายเข่นฆ่า ที่ใครเห็นเป็นต้องถูกสะกดข่มจนหวาดกลัว

อ๋องเจ็ดกับองค์ชายสี่ที่พึ่งนำกำลังทหารมาถึงก็พลันตกตะลึงอึ้งค้าง มองดูไท่จื่อเฟยปะทะกระบวนท่าด้วยพลังที่ร่ายล้อมรอบกายอย่างดุดัน

ไม่นานนักปราณอสูรสีเทาม่นก็ก่อตัวเป็นรูปมังกรทมิฬอยู่ท่ามกลางอากาศ มันพุ่งเข้าไปฉีกกระชากร่างของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วจนผู้คนมองไม่ทัน

หลิวซิ่วผงะหวังจะเบี่ยงตัวหลบทว่าช้าเกินการ เขาถูกปราณหนาแน่นอัดกระแทก เสียดแทงทะลุหน้าหลังจนต้องร่วงหล่นลงไปนอนกับพื้น เลือดไหลรินออกมาราวกับสายฝน

จริงหรือนี่ จะเป็นเป็นไปได้อย่างไร เขาพ่ายแพ้ให้กับสตรีอย่างนั้นหรือ ไม่อยากจะเชื่อ! หลิวซิ่วยังคงงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น เขากระอักเลือดออกมาอีกที ร่างกายพลันกระตุกเฉียบเย็น รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงหัวใจ เปลือกตาของเขาค่อยๆปิดลงอย่างสงบพร้อมกับลมหายใจที่ดับสิ้น

ลู่หนิงเหมยดึงพลังปราณกลับมาก่อนจะรู้สึกกระอักกระอ่วน แสบไปทั้งทรวงอกจนต้องสำลักเอาเลือดสีแดงสดออกมาด้วยเช่นกัน

“อาเหมย!”

“น้องหญิง!”

หยางเจินไม่สนใจเหล่านักฆ่าอีกต่อไป เขาปล่อยพลังปราณพยัคฆ์พุ่งเข้าตัดลำคอของนักฆ่าเหล่านั้นจนตกตายทั้งหมดได้อย่างเลือดเย็น ร่างสูงสง่าทะยานไปหาชายาของตนอย่างรีบร้อน

จินหยวนก็เช่นกัน เขาไม่สนใจองค์ชายเฉียนหลงแม้แต่น้อย หันตัวพุ่งไปหาน้องหญิงสตรีร่วมสายเลือดเพียงคนเดียวด้วยสีหน้ากังวลใจ

ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะถูกดึงไปอยู่ในอ้อมกอดที่นางคุ้นเคย เห็นใบหน้าหล่อเหลามีความตระหนก นางก็อดประหลาดใจไม่ได้ว่าหยางเจินทำหน้าเช่นนี้เป็นด้วยหรือ...

“อาเหมย เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” หยางเจินกล่าวเสียงเข้ม นัยน์ตาพยัคฆ์มีประกายอำมหิตเจือจาง ก่อนจะพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย...

“ข้าไม่เป็นอะไร ท่านอย่าได้กังวล” นางเพียงแค่ใช้พลังเกินขีดจำกัดของตัวเอง ทำให้พลังปราณอสูรในร่างเกิดความไม่เสถียร ยิ่งพอพลังลึกลับที่อยู่ในสายเลือดผสมปนเปเข้าด้วยกันแล้ว หากเมื่อครู่นางไม่รีบดึงพลังปราณกลับมาเกรงว่านางคงจะธาตุไฟเข้าแทรกเสียแล้วกระมัง...

ฝีมือของหลิวซิ่วก็ไม่ธรรมดานัก หากจะเทียบเคียงก็คงสูงกว่าองค์ชายเฉียนหลงหลายขั้น นางที่เอาชนะมาได้ก็เกือบจะต้องตกตายตามเขาไปอย่างฉิวเฉียด

ช่างร้ายกาจจริงๆ!

หยางเจินไม่กล่าววาจา ฝ่ามือหนาถ่ายเทพลังปราณบางเบาเข้าปรับสมดุจหยินหยางให้ร่างกายของสตรีตัวน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยซีดเซียวก็กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครา

“น้องหญิงกินยานี่ด้วยเถอะ” จินหยวนที่เดินเข้ามากล่าวเสียงเข้ม เขาหยิบยาลูกกลอนใส่เข้ามาในปากของนางทันควัน เม็ดยาละลายอยู่บนลิ้น ไหลกลืนลงคอก่อนที่ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนจะทุเลาลง

“น้องหญิงสำเร็จวิชาปราณอสูรแล้วหรือ” จินหยวนกล่าวถามด้วยความแคลงใจ เหตุใดนางถึงใช้ปราณอสูรสร้างเป็นมังกรทมิฬได้เล่า คนที่ทำเช่นนั้นได้มีเพียงแค่ผู้สำเร็จวิชาเท่านั้น

“ข้าเพิ่งฝึกได้ถึงแค่ขั้นหกตอนปลาย...”

“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน” จินหยวนขมวดคิ้วอย่างไม่เชื่อหู ฝึกขั้นหกแต่กลับมีปราณอสูรร้ายกาจราวกับบรรลุขั้นสิบแล้ว ต้องมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง!

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

ไม่ทันได้ตั้งตัวก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นทั่วทั้งท้องพระโรง หมอกควันสีขาวก็กระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ ร่างขององครักษ์เงาและชาวฮั่นที่ต่อสู้กันค่อยๆล่วงลงไปดิ้นรนอยู่กับพื้น ก่อนจะแน่นิ่งไร้ซึ่งลมหายใจ

“ควันพิษ!” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงเย็น

“ฝ่าบาท!” หยางเจินหันไปมองฮ้องเต้เป็นพัลวัน เขาส่งตัวลู่หนิงเหมยให้กับจินหยวนอย่างจนใจ ก่อนจะหันทะยานตัวกลับไปปกป้องบิดาของตนทันที

จินหยวนก็รู้หน้าที่ ก่อนที่ควันพิษจะมาถึงตัว เขาก็อุ้มลู่หนิงเหมยออกไปยืนนอกท้องพระโรง ปล่อยให้นางอยู่ข้างๆองค์ชายสี่กับอ๋องเจ็ด แล้วพุ่งกลับเข้าไปในม่านหมอกควันพิษอย่างไม่กลัวตาย

คนที่คิดจะสังหารหมู่ผู้คนด้วยควันพิษก็ช่างโหดเหี้ยมนัก แม้แต่คนของตนเองที่สูดดมควันพิษเข้าไปจะต้องตกตายก็ไม่สนใจ คนเช่นนี้หรือที่คิดจะมาเป็นฮ่องเต้ซะเอง

ช่างน่าขันเสียจริง!

หากฮ่องเต้แคว้นเยี่ยนสิ้นพระชนม์ แน่นอนว่าหยางเจินจะต้องรับตำแหน่งแทน ถึงตอนนั้นน้องหญิงของเขาก็คงเดินทางไปแคว้นเฉาเว่ยลำบากเสียแล้ว

เหล่าขุนนางทรราชกับอัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ยยืนหลบอยู่หลังท้องพระโรง ในมืออ้วนท้วมถือตราประทับพระราชลัญจกรเอาไว้ รอให้หมอกพิษเจือจางจนหายไป ทุกคนในนั้นก็คงต้องตกตายไปจนหมดสิ้นโดยไม่ต้องสงสัย

ฮ่องเต้ที่อยู่ด้านในสุดมีหรือจะทรงหลบหนีออกไปได้ทัน องค์รัชทายาทก็ช่างโง่งมนัก กลับเข้ามารนหาที่ตายเสียเอง

ดีจริงๆ! ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เขาจะได้ไม่ต้องหาวิธีกำจัดไท่จื่อผู้นี้ให้เสียเวลาอีก!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.151K ครั้ง

10,462 ความคิดเห็น

  1. #8335 Alamadine (@alamadine) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 21:01

    นางลืมใช้แส้ละ
    #8335
    0
  2. #6808 ElizabethKeen (@ElizabethKeen) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 01:24
    อีแส้!!!! มาเถอะะะะ555555555 มาซักตอน
    #6808
    0
  3. #4341 OuiNapatsakorn (@OuiNapatsakorn) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 09:20

    แอ็กชั่นดีอะ
    #4341
    0
  4. #3846 Goldfxsh (@namo-m) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 18:02
    ปราณอย่าทำหน้าที่เยอะเกินอาเหมยจะตายก่อนให้แส้ทำหน้าที่บ้างเถอะ
    #3846
    0
  5. #3832 Al๏n.Evil.NighT (@mitniyaya) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 12:32
    สมัยนั้นไม่น่ามีปืนนะคะ ยิงฑนูได้นกหลายตัวน่าจะดีกว่า ฮ่าๆ
    #3832
    0
  6. #3763 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 23:45

    ใย

    ห้ำหั่น

    จะเป็นเป็น

    ฮ้องเต้


    #3763
    0
  7. #3197 _Puinun (@_Puinun) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 12:32
    แส้ไปไหนอะ อัศจรรย์บรรลือมากไม่ใช่รือ
    #3197
    0
  8. #2259 150221 (@150221) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 08:24
    -พวกเลวขวางเวลาเข้าหอแล้วยังฆ่าคนบริสุทธิ์อีก จัดหนักเลยไรท์
    #2259
    0
  9. #2229 suteera (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 22:27

    คนเลวมันตายยากจริงๆ

    #2229
    0
  10. #2184 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 20:11

    คนเขลาก็ได้แค่นี้

    #2184
    0
  11. #2116 Nartrudee Muhammad (@nongbeezeeroo) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 17:26
    ค้างงงจ้าาาาา 555

    ไรท์มาแล้วเย้
    #2116
    0