ตอนที่ 53 : บทที่ ๕๒ ท้องพระโรงสีเลือด (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3156 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62


 เคล้ง! เพล้ง!

เสียงดาบปะทะกันดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ลู่หนิงรีบเดินออกไปหน้าวังไท่จื่อก็เห็นชาวฮั่นที่สวมรอยเป็นทหารองครักษ์กำลังต่อสู้กับองครักษ์เงาวังไท่จื่ออย่างดุเดือด

องครักษ์เงาวังไท่จื่อฝีมือไม่เลวนัก ทว่าพวกชาวฮั่นก็มีเยอะจนเกินไป เพื่อที่จะบุกเข้ามาในวังไท่จื่อแล้ว พวกเขาใช้กำลังพลถึงสองพันคน องครักษ์เงาที่มีเพียงไม่กี่ร้อย ไยจะเทียบเคียงกันได้เล่า

จากสถานการณ์ลู่หนิงเหมยก็คาดเดาว่าชาวฮั่นที่แฝงกายเข้ามาในวังทั้งสี่พันคนแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆโดยมีจุดมุ่งหมายต่างกันคือหนึ่งปลงพระชนม์ฮ้องเต้ สองคือสังหารองค์รัชทายาท

เพราะการก่อกบฏจะสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการมีอยู่ขององค์ฮ่องเต้และองค์รัชทายาทที่เป็นขวากหนามอันใหญ่หลวงของพวกเขา

นับว่าอัครมหาเสนาบดีวางแผนได้ล้ำลึกนัก วุ่นวายทั้งในวังและนอกวัง ผู้คนคงไม่รู้ว่าจะไปทางไหนก่อนดี

ในขณะที่กำลังยืนคิดอยู่นั้น พลังปราณสีขาวม่นก็พวยพุ่งออกมารอบทิศทาง มันมุ่งตรงไปยังชาวฮั่นที่ปะทะกับองครักษ์เงาอย่างไม่ปรานี ทะลุผ่านหน้าหลังกรีดแทงจนผู้คนไม่ทันได้รู้ตัว พวกเขาเบิกตากว้างก่อนจะล้มลงไปนอนจมกองเลือดของตัวเอง

ชาวฮั่นที่เหลือมีสีหน้าดำทะมึน พวกเขากระชับดาบเร่งเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว หมายจะเอาชีวิตบุตรแห่งโอรสสวรรค์ให้จงได้

กำลังพลมากกว่าหนึ่งพันชีวิตก็แห่กันเข้ามาจนองครักษ์เงาต้านทานเอาไว้ไม่อยู่

หยางเจินมีสีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เขาเดินออกไปนอกวังไท่จื่อด้วยท่วงท่าองอาจ ยกแขนขึ้นสะบัดมือไปทางซ้ายทีทางขวาที พลังปราณหลายสายก็พุ่งเข้าไปปลิดชีวิตพวกกบฏหยาบช้าได้อย่างเลือดเย็น...

“.......” ลู่หนิงเหมย

เพียงไม่นาน ชาวฮั่นเกือบสองพันคนก็กลายเป็นซากศพน่าอนาถ มองดูน่าสยดสยอง 

ก็รู้อยู่ว่าไท่จื่อมีฝีมือไม่ธรรมดา อัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ยก็ยังอุตส่าห์ดูเบาบุรุษผู้นี้ได้ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่

แต่นางก็เข้าใจว่าเหตุใดตาเฒ่าฉินฮุ่ยถึงได้รีบเร่งลงมือนัก คงจะได้ยินข่าวของนางแล้วกระมัง แน่นอนว่าเขาต้องตระหนักถึงจุดนี้ หากรั้งรอให้ทหารแคว้นเฉาเว่ยเดินทางมาจนถึงที่นี่ แผนการก่อกบฏของเขาก็จะสูญเปล่า

หยางเจินเดินมาจับมือลู่หนิงเหมยไว้ ก่อนจะหันไปกล่าวกับแม่ทัพเย่วเฟย “ข้าจะไปที่ท้องพระโรง ส่วนเจ้ารอให้ชาวฮั่นนำกองกำลังมาบุกประตูวังครบทั้งแปดกองธงเสียก่อน ค่อยจัดการตามที่ได้เตรียมการเอาไว้”

“น้อมรับบัญชาพะยะค่ะ” แม่ทัพเย่วเฟยกล่าวก่อนจะทะยานตัวออกไปทางทิศที่ประตูวังตั้งอยู่

“เราก็ไปกันเถอะ” ลู่หนิงเหมยกล่าวก่อนจะทะยานตัวขึ้นพร้อมกับองค์รัชทายาทมุ่งตรงไปยังท้องพระโรง

ทันทีที่พวกนางร่อนกายลงมายังพื้นที่หน้าท้องพระโรงก็เห็นชาวฮั่นสองพันกว่าคนกำลังปะทะกับองครักษ์เงาประจำตัวฮ้องเต้

อีกด้านมีการต่อสู้ที่ดุเดือดยิ่งกว่า องค์ชายเฉียนหลงกำลังปะมือกับจินหยวนอย่างดุดัน ไอสังหารรุนแรง พลังปราณสีเพลิงเข้าปะทะกับปราณอสูรไร้ลักษณ์เสียงดังปัง! กลางอากาศ ผนังโดยรอบเกิดรอยแตกร้าว แจกันประดับตกแต่งท้องพระโรงก็ถูกบดละเอียดจนกลายเป็นผุยผง

เป็นการปะทะกันที่หาดูชมได้ยากยิ่งนัก ผู้ที่มีวรยุทธ์สูงส่งทั้งสองคนต่อสู้กัน ย่อมคาดเดาไม่ได้ว่าใครจะแพ้หรือชนะ

ถึงจะน่าสนใจจนอยากจะยืนดูชมสักเล็กน้อย ทว่าลู่หนิงเหมยก็เลือกที่จะเบนสายตาไปทางอัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ย และเหล่าขุนนางคิดคดเป็นทรราชกับแผ่นดินด้วยความเย็นชา

“ส่งตราประทับพระราชลัญจกรมาเถอะพะยะค่ะ ทั้งนอกวังในวังตอนนี้ก็มีแต่ชาวฮั่นอยู่เต็มไปหมด พระองค์ทรงหนีไม่พ้นหรอก” อัครมหาเสนาบดีกล่าวน้ำเสียงดูแคลน

ฮ่องเต้ “เจ้ายังจะกล้าเสนอหน้ามากล่าววาจาเช่นนี้กับเรา เจ้าช่างชั่วช้ายิ่งนัก เสียทีที่เราแต่งตั้งให้เจ้าขึ้นเป็นอัครมหาเสนาบดี!”

อัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ย “เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงที่ทรงไว้วางใจกระหม่อม เห็นแก่ความเมตตาที่พระองค์ทรงมีให้ กระหม่อมจะส่งพระองค์ไปปรโลกอย่างสบายที่สุด เจ็บน้อยที่สุดดีหรือไม่พะยะค่ะ...”

“บังอาจ!” องค์ฮ่องเต้มีสีพระพักตร์มืดครึ้ม ก่อนที่พระองค์จะทอดพระเนตรมาทางลู่หนิงเหมยและองค์รัชทายาท เห็นพวกเขาสองคนกำลังค่อยๆกำจัดชาวฮั่นที่อยู่ด้านหลังอัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ยเข้ามาเรื่อยๆ แววพระเนตรก็มีประกายวาววับดั่งคันศร

“เราจะส่งพวกเจ้าลงนรกอย่างทรมานที่สุด...” สุรเสียงของฮ่องเต้ที่แอบแฝงได้ด้วยความดูแคลนดังขึ้น อัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ยได้ยินก็แสยะยิ้มออกมาอย่างผู้ที่อยู่เหนือกว่า

“อย่างไรหรือพะยะค่ะ ตอนนี้พระองค์มีกำลังมากพอหรือ...”

“เรายังมีไท่จื่อ...”

“รัชทายาทถ้าไม่ถูกยาพิษทำให้ตกตายตอนดื่มน้ำจันทร์ ก็คงกำลังต่อสู้กับชาวฮั่นนับพันที่บุกเข้าไปในวังไท่จื่ออยู่กระมัง!” ฉินฮุ่ยยิ้มเยาะ

“ท่านเสนาบดี ข้าหาตราประทับเจอแล้วขอรับ!” คนของอัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ยกล่าวขึ้นก่อนจะมีสีหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นองค์รัชทายาทยืนอยู่ด้านหลังผู้เป็นนาย “ทะ...ไท่จื่อ!”

อัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ยขมวดคิ้ว เขาหันไปมองด้านหลังพร้อมกับเหล่าขุนนางที่เหลือ ก่อนที่ทุกคนจะชะงักด้วยความตกใจ ก้าวถอยหลังไปสี่ถึงห้าก้าวด้วยความตระหนก

“พระองค์มาที่นี่ได้เช่นไร!” เป็นไปไม่ได้ จะต้องมีอะไรที่ไม่ถูกต้อง ชาวฮั่นที่บุกไปวังไท่จื่อก็ร่วมสองพันคน ไม่น่าจะใช้เวลาจัดการได้รวดเร็วเช่นนี้

พอมองไปที่ชาวฮั่นในท้องพระโรง ก็เห็นเพียงกองซากศพและสตรีชุดแดงนางหนึ่งที่ยืนจับดาบสังหารคนของเขาลงราวกับหั่นผักหั่นปลา

พระชายาก็มีวรยุทธ์อย่างนั้นหรือ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!

ฉินฮุ่ยมีสีหน้ามืดครึ้มขึ้น เขาหันไปส่งสัญญาณให้เหล่านักฆ่าฝีมือดีที่เขาบ่มเพาะขึ้นอย่างลับๆออกมา ชายชุดดำเกือบห้าร้อยคนก็ปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบองค์รัชทายาท เข้าปะทะกับบุตรโอรสสวรรค์อย่างไม่ลังเล

หยางเจินเห็นเช่นนั้นก็แสยะยิ้มอย่างดูแคลน เขาหยิบดาบรับกระบวนท่าของเหล่านักฆ่าได้อย่างเยือกเย็นและดุดัน

ทุกครั้งที่ปลายดาบวาดผ่าน พลังปราณแข็งแกร่งก็เฉียดผ่านผิวเนื้อส่งผลให้เลือดสดๆ สายแล้วสายเล่ากระเซ็นหล่นเปรอะเปื้อนย้อมพื้นท้องพระโรงจนเป็นสีแดงฉาน

ฉินฮุ่ยไม่สนใจองค์รัชทายาทอีก เขาสั่งคนให้เข้าไปสังหารฮ่องเต้ทันที ในเมื่อเจอตราประทับพระราชลัญจกรแล้วก็มิจำเป็นต้องเกรงใจใครอีก

ทันทีที่เหล่านักฆ่ากำลังจะเข้าไปปลิดชีพโอรสสวรรค์ ร่างบางของหลูเฟิงกับฉิงหลี่ก็ปรากฏตัวขึ้นอารักขาฮ้องเต้ได้ทันท่วงที กระบวนดาบนับร้อยกระบวนท่าถูกนำมาใช้อย่างดุดันจนผู้คนอดตกตะลึงไม่ได้ เหล่าทหารยามจวนเหวินก็เข้ามาล้อมรอบฮ่องเต้ไว้อย่างแน่นหนา ไอสังหารแรงกล้าแผ่กระจายออกมาจนเหล่านักฆ่าตื่นตระหนก

ฮ่องเต้แสยะยิ้มเย็น เขาก็ได้ยินมาบ้างว่าคนของจวนเหวินนั้นไม่ธรรมดา วันนี้ได้ประจักษ์แก่สายตาแล้ว แม้แต่สาวใช้ยังสามารถรับมือกับนักฆ่าได้ นับประสาอะไรกับทหารยาม ฝีมือของพวกเขาย่อมมิอาจดูเบา

“มัวรออะไรอยู่ เข้าไปสังหารฮ่องเต้ประเดี๋ยวนี้!” อัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ยมีแววตาเกรี้ยวโกรธ แค่สาวใช้กับทหารยามก็รับมือไม่ได้ คนเยอะแยะเช่นนี้กลับเป็นตัวไร้ประโยชน์ยิ่งนัก เสียแรงที่เขาทุ่มทุนบ่มเพาะมาตั้งนาน

เขาจะปล่อยให้เวลายืดเยื้อไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว จะต้องรีบกำจัดฮ่องเต้และองค์รัชทายาทเสียให้สิ้น ยังเหลืออีกวิธีหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าเขาจะถูกบีบบังคับจนต้องงัดวิธีนี้ออกมาใช้...

ในเวลาเดียวกัน แม่ทัพใหญ่ของกองกำลังชาวฮั่นผู้หนึ่งก็ค่อยๆเดินเข้ามาในท้องพระโรงสีหน้าดำทะมึน เห็นลู่หนิงเหมยกำลังฆ่าฟันคนของตน เขาจึงได้พุ่งปลายดาบเข้าหานางอย่างไม่ปรานี

หางตาของลู่หนิงเหมยสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหว นางเบี่ยงตัวหลบเป็นพัลวัน ก่อนจะตั้งดาบรับการปะทะ พลังปราณที่แฝงในคมดาบพุ่งกระทบกันจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

“เจ้าเป็นใคร!” ลู่หนิงเหมยกล่าวถามด้วยภาษาฮั่นอย่างขุ่นเคืองใจ ชายผู้นี้อุกอาจนัก กล้าดีอย่างไรมาลอบทำร้ายนางระหว่างต่อสู้

บุรุษร่างสูงขมวดคิ้ว นัยน์ตามองลู่หนิงเหมยอย่างประหลาดใจ เห็นชุดสีแดงที่นางสวมใส่ก็เดาได้ไม่ยากว่าสตรีงามล่มเมืองผู้นี้คือพระชายา “ข้าชื่อหลิวซิ่ว ขออภัยที่เผลอล่วงเกินพระชายา...”

ได้มาเห็นพระชายาจับดาบฟาดฟันผู้คนก็น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก ทว่านางยังพูดภาษาเดียวกับเขาได้นับว่านางมีสติปัญญาไม่เป็นรองใคร และนางก็คงยังไม่ได้ร่วมหลับนอนกับองค์ไท่จื่อกระมัง เช่นนั้นก็น่าเสียดาย หากจะให้มุกงามเม็ดนี้ถูกทำลายลง...

ลู่หนิงเหมยมีสีหน้าดำทะมึนเมื่อเห็นสายตาอีกฝ่ายมองมายังนางด้วยท่าทางราวกับว่าจะกลืนกินนางลงไปทั้งตัว จนนางอดที่จะเบ้ริมฝีปากงามออกมาไม่ได้

น่ารังเกียจเสียจริง!

“เจ้าไม่จำเป็นต้องขออภัยจากข้า” เพราะนางกับเขาก็ยืนอยู่กันคนละฟากฝั่งอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจกันอีก

ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วหันไปวาดดาบฟันชาวฮั่นต่ออย่างไม่ใส่ใจ และก็เป็นอีกครั้งที่นางถูกหลิวซิ่วเข้ามาขัดขวางอย่างไม่ใยดี

“ข้าคงปล่อยให้พระชายาสังหารคนของข้าไปมากกว่านี้ไม่ได้” หลิวซิ่วกล่าวเสียงเข้ม ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าจะปลอดภัยหากเจ้าเลือกที่จะยืนข้างข้า มาเป็นสตรีของข้าแทน...”

ลู่หนิงเหมยได้ยินก็แสยะยิ้มเย็น หลิวซิ่วผู้นี้ช่างเหิมเกริมนัก คิดจะให้นางไปเป็นชายาของตน น่าขยะแขยงเสียจนผู้คนหมดวาจาจะกล่าว!

“อย่าได้กล่าววาจาไร้ยางอายเช่นนั้น” ลู่หนิงเหมยยิ้มเย้ยหยัน นัยน์ตาสุกสว่างฉายแววดูแคลนอย่างถึงที่สุด

“พระชายาจะเข่นฆ่าชาวฮั่นที่น่ารักน่าเอ็นดูเช่นนี้ได้ลงคอ?” หลิวซิ่วเลิกคิ้วขึ้นอย่างหยอกล้อ นัยน์ตามีประกายวาววับยากนักที่ผู้คนจะได้เห็น “ข้าไม่คิดว่าพระชายาจะมีจิตใจโหดเหี้ยม”

ลู่หนิงเหมยมุมปากกระตุก ส่วนลึกของนัยน์ตามีประกายเย็นยะเยือก น่ารักน่าเอ็นดูอย่างนั้นหรือ...

กับบรรพบุรุษของเจ้าน่ะสิ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.156K ครั้ง

10,042 ความคิดเห็น

  1. #4340 OuiNapatsakorn (@OuiNapatsakorn) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 09:15
    สนุกอะไรท์
    #4340
    0
  2. #3667 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 22:09

    ฮ้องเต้

    ใย


    #3667
    0
  3. #2611 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 00:36

    ไม่เก่งเวอร์ไปเรอะ!!!!! พระเอกกับคนสองพัน พระเอกกับคนห้าร้อย ห้าร้อยคนนี้โผล่มาจากไหนก็ไม่อาจทราบ เข้าใจว่านิยาย แต่ขอความสมจริงนิดนึงค่าาา ขอบคุณค่าาา

    #2611
    0
  4. #2280 นามข้าว่าพ่นไฟ (@guidchue) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 16:52
    เจ้าลูกหมามาแล้ว ดีต่อใจจริมจริม //ขอบคุณนะ
    #2280
    0
  5. #2233 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 22:38
    ที่จริงข่าวว่าพระชายามีวรยุทธน่าจะกระจ่ายไปทั่วแล้วรึป่าวค่ะ ก็เข้าสู้สั้งสอนองค์ชายกบฏต่างแคว้นกลางเมืองคราวก่อนนี่นาาาาา.....หรือเราอ่านตกหล่นกันนะ
    #2233
    0
  6. #2221 suteera (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 22:04

    ดุเดือดมากกก

    #2221
    0
  7. #2180 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 20:06

    สุดติ่งเลยค่ะ

    #2180
    0
  8. #2134 Flung (@narakkkkkk) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 17:48

    คิดถึงไรท์
    #2134
    0
  9. #2119 覆水难收 (@savena002) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 17:30
    น่ารักน่าเอ็นดูช่างกล้าาา
    #2119
    0