ตอนที่ 50 : บทที่ ๔๙ งานมงคล (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3612 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62



 หลังจากกลับมาถึงจวนเหวิน วันรุ่งขึ้นลู่หนิงเหมยก็นั่งเขียนวิธีการทำระเบิดเชิงกลใส่ลงไปในกระดาษ รวมถึงวาดภาพประกอบด้วยเพื่อที่จะได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

ระเบิดเชิงกลเป็นระเบิดในยุคปัจจุบันที่ใช้ในการทำสงคราม วิธีการทำค่อนข้างสลับซับซ้อนแต่ก็ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไป

เพียงแค่ผสมวัสดุไวไฟและดินระเบิดลงไปในวัตถุปิดที่สามารถทนรับแรงดันความร้อนได้เป็นอย่างดี ใส่ชนวนถ่วงเวลาสี่ถึงห้าวินาทีเอาไว้ภายใน  หากดึงสลักออกเพียงอึดใจเดียว ระเบิดก็จะทำงานมีรัศมีทำลายล้างไม่ต่ำกว่าสิบห้าเมตร

ทว่ามันยังดูธรรมดาเกินไปสำหรับลู่หนิงเหมย แม้ระเบิดเชิงกลชนิดนี้จะมีอนุภาพร้ายแรงมากสำหรับคนในยุคโบราณ แต่นางยังสามารถทำให้มันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไปอีกได้ โดยการผสมสารหนูลงไปกับสะเก็ดระเบิด เมื่อระเบิดถูกใช้งาน แม้คนที่อยู่ในระยะห่างไกลโดนสะเก็ดระเบิดเพียงเล็กน้อยก็สามารถจบชีวิตลงได้อย่างฉับพลัน

เพราะสารหนูจะระเหยซึมเข้าไปในบาดแผล มันมีฤทธิ์ทำลายเส้นประสาท อวัยวะภายใน คนที่ได้รับสะเก็ดระเบิดจะค่อยๆถูกกัดกร่อนจนตกตายไปในที่สุด

ลู่หนิงเหมยเขียนวีธีทำเสร็จ นางกับเหล่าทหารยามแล้วก็สาวใช้คนสนิทได้มานั่งช่วยกันทำระเบิดเชิงกลห้าถึงหกลูก พอมั่นใจว่าหลูเฟิงกับฉิงหลี่สามารถทำได้แล้ว นางจึงได้ให้ทั้งสองไปหาองค์รัชทายาทที่วังไท่จื่อ

“ทำเสร็จอย่าลืมทำลายกระดาษแผ่นนี้ทิ้งเสีย” ลู่หนิงเหมยกล่าวเน้นย้ำเสียงหนัก หากกระดาษแผ่นนี้หลุดไปอยู่ในมือของศัตรูคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าใดนัก

“เจ้าค่ะ!” ฉิงหลี่รับคำสีหน้าจริงจังก่อนจะหมุนตัวออกไป

หยางเจินกับแม่ทัพเย่วเฟยที่กำลังนั่งหารือกันอยู่หลายชั่วยาม เมื่อได้ยินเสียงแหวกอากาศเข้ามาพวกเขาจึงต้องผงะเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมขึ้น 

อยู่ๆสาวใช้จวนเหวินสองคนก็ปรากฏตัวออกมากลางอากาศ เป็นอีกครั้งที่เหล่าองครักษ์เงาวังไท่จื่อได้แต่เหงื่อตก

หากพวกนางยังไม่เลิกโผล่มาแบบนี้อีก พวกเขาคงต้องตกงานเสียแล้วกระมังที่ไม่สามารถตรวจจับพวกนางได้แม้แต่น้อย โชคดีเหลือเกินที่องค์รัชทายาทไม่ได้กล่าวตำหนิแต่อย่างใด

“ทูลองค์รัชทายาท แม่ทัพเย่วเฟย หม่อมฉันนำสิ่งนี้มาให้เพคะ” หลูเฟิงคำนับแล้วก็วางลูกระเบิดสีดำไว้บนโต๊ะ ขนาดของมันพอดีมือ ไม่เล็กและไม่ใหญ่มากจนเกินไป

หยางเจินพยักหน้ารับรู้ ก่อนที่จะให้สาวใช้ได้สาธิตกรรมวิธีการทำอาวุธชิ้นนี้ให้ดูอย่างละเอียด

รัชทายาทกับแม่ทัพเย่วเฟยมีสีหน้าตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อได้ฟังอนุภาพของระเบิดเชิงกลพวกนี้ 

ท้ายที่สุดพวกเขาทั้งหมดจึงรุดหน้าไปยังหุบเขาที่รกล้างไร้ซึ่งผู้คน ก่อนจะทำการทดลองใช้ระเบิดเชิงกลด้วยตัวเอง

ฟิ้ว~ ตูม!

ทันทีที่แม่ทัพเย่วเฟยดึงสลักออก เขาก็ปาระเบิดไปที่หุบเขาอย่างรวดเร็ว 

เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวกึกก้องไปทั่วพื้นฟ้า หุบเขาที่เคยตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันระเบิดแตกกระจายไม่เหลือเค้าโครงเดิมแม้แต่น้อย

หุบเขานี้ถึงจะเล็ก แต่ก็มีขนาดใหญ่ไม่น้อยถ้าเทียบกับร่างของมนุษย์ เอาคนมายืนเรียงกันครึ่งร้อยยังมิอาจเทียมเท่า ทว่ามันกลับพังทลายลงอย่างง่ายดายด้วยระเบิดเพียงลูกเดียว

นัยน์ตาของสองบุรุษหนุ่มมีประกายวาววับ วิธีทำระเบิดว่าแปลกแล้ว รัศมีทำลายล้างของมันก็ทำให้ผู้คนอัศจรรย์ใจยิ่งนัก 

ไม่ต้องใช้คบเพลิงในการจุดชนวนให้เสียเวลา ใช้สอยได้อย่างสะดวกสบายแต่ร้ายกาจจนน่าหวั่นเกรง

“ว่าที่ไท่จื่อเฟยผู้นี้ทำให้กระหม่อมรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นคนโง่เขลาไปเสียแล้ว” แม่ทัพหนุ่มกล่าวจากใจจริง

เขาอยู่ในสนามรบมาเกือบทั้งชีวิต หลับนอนอยู่ในค่ายทหารร่วมสิบปี คิดมาโดยตลอดว่าตนก็มีความสามารถไม่เป็นสองรองใคร 

พอมาเทียบเคียงกับบุตรสาวท่านราชครูที่วันๆใช้ชีวิตอยู่แต่ในจวน นางกับสามารถคิดค้นระเบิดอนุภาพร้ายแรงที่ใช้ในการทำศึกสงครามเช่นนี้ได้ เวลาสิบปีของเขานั้นดูเหมือนจะไร้ค่าไปโดยปริยาย

หรือเขาต้องลองกลับมาใช้ชีวิตในจวนของตนเองดูซะบ้าง...

เผื่อเขาจะได้ฉลาดขึ้นมาหน่อย...

“อืม เจ้าก็ดูโง่เขลาอยู่บ้าง...” หยางเจินกล่าวสีหน้าเรียบเฉย ทว่าวาจากลับตอกลึกเข้าไปถึงหัวใจแม่ทัพหนุ่มจนเขาเริ่มรู้สึกว่าตนเองโง่เขลาขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว

หากเขากับองค์รัชทายาทนับถือกันเป็นสหายเพียงอย่างเดียว ไม่มองถึงยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่แน่เขาอาจจะซัดหมัดหนักๆ เข้าไปที่ใบหน้าหยิ่งๆ นั่นสักทีสองทีให้หายเคืองใจ

“รัชทายาทจะทรงทูลให้ฝ่าบาทรับทราบหรือไม่พะยะค่ะ” แม่ทัพเย่วเฟยกล่าวเสียงเข้ม 

ใบหน้าคมสันได้รูปมีแววกังวลใจอยู่ไม่น้อย ความปลอดภัยขององค์ฮ้องเต้นั้นสำคัญกว่าสิ่งใด หากฮ่องเต้ทรงเป็นอะไรไปขึ้นมา นอกจากเหล่าทหารองครักษ์จะเคว้งคว้างราวกับคนหาหลักยึดจับไม่ได้แล้ว พวกกบฏก็จะฮึกเหิมมากยิ่งขึ้นไปอีก

หยางเจินขมวดคิ้วหนาเข้าหากัน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่แสดงความรู้สึกใดๆ นัยน์ตาพยัคฆ์ร้ายมีประกายความว่างเปล่า ยากนักที่จะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“เรื่องนั้น ข้าต้องกราบทูลอยู่แล้ว เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสม”

“เวลาที่ว่านี่คือเมื่อใดหรือพะยะค่ะ”

“แน่นอนว่าก่อนพิธีอภิเษกสมรสของข้า...” หยางเจินกล่าวเสียงเรียบ 

ทุกครั้งที่เขาเข้าเฝ้าฝ่าบาท หูตาของอัครเสนาบดีฉินฮุ่ยก็จะแพรวพราวขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ เขาจำเป็นต้องทูลบอกฮ่องเต้ก่อนที่จะแห่เกี้ยวเจ้าสาวไปรับลู่หนิงเหมยเพียงไม่กี่ชั่วยาม เวลานั้นถือว่าเหมาะสมที่สุด ต่อให้อีกฝ่ายรับรู้ก็มิอาจปรับเปลี่ยนแผนการได้ทัน

ร่างสูงสง่าขององค์รัชทายาทเงยหน้าเหม่อมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิด แสงสีทองของพระอาทิตย์สาดส่องวิบวับเป็นประกายเรืองรอง สายลมบางเบาพัดผ่านตกกระทบจนเรือนผมเงางามสีดำทมิฬปลิวล่องสั่นไหวไปตามแรงลม

แม่ทัพเย่วเฟยมองภาพตรงหน้าแล้วก็ไร้ว่าจาจะกล่าว ไท่จื่อผู้นี้จิตใจเข้ายากหยั่งถึงยิ่งนัก 

แม้เบื้องหน้าความสง่าองอาจจะส่องประกายเจิดจรัสสักเพียงใด แต่จะมีใครบ้างเล่า...ที่รู้ความในใจของพระองค์

หยางเจินยืนเงียบๆ สายตาทอดมองออกไปไกล นัยน์ตาพยัคฆ์ทอแสงเปล่งประกายยากที่จะค้นพบ

เวลาจะว่าผ่านไปเร็วก็เร็วยิ่งนัก เขาต้องเตรียมการมากมายจนไม่ทันรู้ตัวก็หมดวันไปเสียแล้ว ทว่าพอนึกถึงใบหน้าจิ้มลิ้มของสตรีนางหนึ่ง เวลาที่เขาเคยคิดว่ามันผ่านไปเร็วกลับค่อยๆเชื่องช้าเหมือนจะกลั่นแกล้งให้เขาทรมานใจ

งานอภิเษกสมรสของเขากำลังจะกลายเป็นงานมงคลสีเลือด...

เง็กเซียนฮ่องเต้บนสรวงสวรรค์กำลังทดสอบเขากับลู่หนิงเหมยอยู่หรือไร 

หากเขาพ่ายให้กับศัตรูครานี้ ก็มิอาจมีชีวิตอยู่เคียงคู่กับนางในดวงใจมิใช่หรือ..

สวรรค์หนอ...สวรรค์...

ท่านช่างน่าตายนัก!

เขาจะกำราบกบฏชั่วช้าสันดานบาปพวกนั้นให้สิ้นซาก คว้าชัยชนะเอามาตบหน้าสวรรค์สักทีสองทีให้หายขุ่นเคือง 

พวกทรราชก็เหิมเกริมเสียจริง เลือกกบฏวันไหนไม่เลือก มาเลือกวันแต่งงานของเขา!

บังอาจนักนะ!




เวลาผ่านเลยไปจนในที่สุดก็ถึงวันอภิเษกสมรส ลู่หนิงเหมยตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อให้แม่สื่อได้ทำการแต่งหน้าประทินโฉม

ร่างบางอยู่ในชุดเอี๊ยมสีแดงที่ถูกตัดเย็บปักลวดลายเป็นหงส์สยายปีกงดงามอย่างวิจิตรตระการตา ผิวขาวราวหิมะขับรับโดดเด่นขึ้นหลายส่วน

เรือนผมนุ่มสลวยก็ถูกมวยขึ้นเสียบด้วยปิ่นยู่อี่สีทองอร่ามและประดับด้วยใบทับทิมที่ส่องประกายเจิดจ้าที่เรือนผม ใบหน้าจิ้มลิ้มถูกแต่งแต้มขับความงามราวกับนางพญา ลู่หนิงเหมยลืมตามองตัวเองในกระจกอีกที ก็อดทึ้งในฝีมือของแม่สื่อไม่ได้ นัยน์ตาเรียวหงส์มีประกายรอยยิ้มขึ้นจางๆ

“งามเหลือเกินเจ้าค่ะ” แม่สื่อกล่าวอย่างชื่นชม นางเป็นแม่สื่อให้กับงานมงคลมานักต่อนัก นางกล้ากล่าวได้เต็มปากว่าเจ้าสาวผู้นี้สง่างามที่สุดเท่าที่นางเคยพบเจอมา

ลู่หนิงเหมยยิ้มรับ “ข้าต้องไปไหว้บรรพบุรุษแล้ว”

“ตามสบายเถอะเจ้าค่ะ” แม่สื่อหลีกทางให้เจ้าสาวเดินไปกราบไหว้ฟ้าดินบรรพบุรุษของตน ก่อนจะรับสำรับมื้อสุดท้ายกับครอบครัวตามประเพณี

ลู่หนิงเหมยที่กราบไหว้บรรพบุรุษเสร็จ นางก็ค่อยๆเดินไปที่เรือนใหญ่ที่มีบิดาของนางนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ข้างซ้ายของท่านราชครูคือฮูหยินใหญ่ที่นางไม่ค่อยได้พบหน้ามากนัก เพราะฮูหยินใหญ่ผู้นี้มิใช่มารดาที่แท้จริงของนาง อีกทั้งสุขภาพของฮูหยินใหญ่ก็ไม่ค่อยจะดี นางอยู่แต่ในเรือนรักษาตัวไม่ค่อยได้ออกมานอกเรือนเท่าใด

วันนี้มีงานมงคลของครอบครัว ลู่หนิงเหมยไม่ได้แปลกใจที่เห็นฮูหยินใหญ่ ทว่าที่นางอดประหลาดใจไม่ได้ก็คือบุรุษรูปงามในชุดสีครามเข้มผู้หนึ่งกำลังนั่งยิ้มแป้นแล่นอยู่ทางด้านขวามือของท่านราชครู...

ใครกัน...

ใบหน้าหล่อเหลาคมสันของเขาเหมือนจะเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง ที่ไหนนะ ลู่หนิงเหมยครุ่นคิด...

ภูเขาเอ๋อเหมยซาน! ลู่หนิงเหมยทำหน้านึกขึ้นได้ ก่อนจะกล่าวน้ำเสียงไม่ดังไม่เบานัก “จินหยวน...”

เหตุใดเขาถึงได้มานั่งรับสำรับกับครอบครัวนางได้เล่า!

“เจ้าควรเรียกข้าว่าท่านพี่...” จินหยวนขมวดคิ้ว เขาเดินเข้ามาหาสตรีที่เขาอยากจะพบหน้ามาทั้งชีวิต การเกิดเป็นบุตรโอรสสวรรค์เพียงหนึ่งเดียวทำให้เขารู้สึกเปลี่ยวเหงาอยู่ไม่น้อย ได้เจอน้องหญิงของตนก็ถือว่านางสามารถคลายเหงาให้เขาได้บ้าง

“ท่านอยากตายหรือ...” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงแข็ง แม้ไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่อยู่ๆจะให้นางมาเรียกบุรุษแปลกหน้าว่าท่านพี่ได้อย่างไร คำๆ นี้ต้องใช้กับสามีนางผู้เดียวเท่านั้น!

จินหยวนได้ยินก็เอาแต่ยืนเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างประหลาดใจ นัยน์ตานุ่มลึกฉายแววขบขัน

ไหนใครเล่าที่บอกว่านางสุภาพ...

ไหนใครเล่าที่บอกว่านางอ่อนหวาน...

ไหนใครเล่าที่บอกว่านางสมกับเป็นอิสตรี...

นอกจากใบหน้างดงามล่มเมืองของนางแล้ว ที่กล่าวมาเขาล้วนมองหาไม่พบ

อิสตรีเรียบร้อยจะกล่าววาจาเช่นนี้หรือ กล่าวถามมาได้ว่าเขาอยากตายไหม ช่างน่ารักน่าชังเสียจริง!

“เจ้าไม่เรียกข้าว่าท่านพี่ แล้วเจ้าจะเรียกข้าว่าอย่างไรหรือ ในเมื่อข้าเป็นพี่เจ้า...”

ลู่หนิงเหมยมีสีหน้าไม่เข้าใจ นางหันไปมองบิดาอย่างต้องการคำตอบ ท่านราชครูจึงกระแอมไอออกมาดังๆก่อนเอ่ย “นี่คือโจจินหยวน องค์รัชทายาทของแคว้นเฉาเว่ย มีศักดิ์เป็นพระภาติยะ...”

สิ้นคำพูดลู่หนิงเหมยก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง จินหยวนผู้นี้คือลูกพี่ลูกน้องของนาง อีกทั้งยังเป็นถึงรัชทายาทแห่งแคว้นเฉาเว่ย!

คาดไม่ถึงจริงๆว่าแคว้นเฉาเว่ยจะปล่อยให้ไท่จื่อไปตกระกำลำบากอยู่บนภูเขาเอ๋อร์เหมยซานได้ หากพวกนางไม่เข้าไปพบซะก่อน เกรงว่าแคว้นเฉาเว่ยคงต้องระส่ำระสายเพราะองค์รัชทายาทสูญหายเป็นแน่!

“ทีนี้เจ้าจะเรียกข้าว่าท่านพี่ได้หรือยัง?” จินหยวนยกยิ้มทะเล้น

ลู่หนิงเหมยมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ เขาเป็นพี่ นางเป็นน้อง หากเป็นคนในครอบครัวแล้วนางก็สมควรจะเรียกเขาอย่างนั้น “ท่านพี่!!”

น้ำเสียงที่ฟังอย่างไรก็ดูออกว่าถูกกระแทกกระทั้นออกมาอย่างไม่พึงใจ จินหยวนทำเป็นไม่ได้ยินแล้วกล่าววาจาเสียงทุ้ม

“น้องหญิงของข้ากำลังจะออกเรือน ครอบครัวเราก็มากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว พวกเราก็รีบรับสำรับกันเถอะ เสด็จแม่ของน้องหญิงฝากข้านำราชโองการมาให้เจ้าด้วย ข้าจะประกาศราชโองการตอนที่น้องเขยมายื่นเทียบเชิญเจ้าสาวก็แล้วกัน”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.612K ครั้ง

8,920 ความคิดเห็น

  1. #3571 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 07:31

    ฮ้องเต้ =ฮ่องเต้

    ว่าจา = วาจา

    อดทึ้ง = ทึ่ง


    #3571
    0
  2. วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 15:34
    เรียกพี่ใหญ่น่าจะเหมาะกว่ามั้ยอ่า ท่านพี่ดูเป็นคำที่ใช้เรียกสามี
    #2800
    0
  3. #2700 noo_parekapoom (@noo-pare) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 21:41
    ท่านพี่!!
    #2700
    0
  4. #2022 นามข้าว่าพ่นไฟ (@guidchue) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 08:22
    55555555 ความแกล้งน้องก็มา
    #2022
    0
  5. #1996 punpun (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 14:01

    อ๋อๆๆท่านพี่ที่เกือบจะตายอยู่บนเขานั่นเอง

    #1996
    0
  6. #1852 jiewkhasarach (@jiewkhasarach) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 19:04
    จู่ๆจะให้เรียกท่านพี่​ ท่าช่างน่าตายนัก​ อิอิ
    #1852
    0
  7. #1845 Karaketsukhchwy (@Karaketsukhchwy) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 18:33
    อีพี่กะมาแกล้งน้อยเขยแน่ๆเลย
    #1845
    0
  8. #1830 eye_cookie (@eye_cookie) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 17:53
    รอจ้าา
    #1830
    0
  9. #1822 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 17:31

    ท่านพี่ๆๆ
    #1822
    0
  10. #1806 beebee000 (@beebee000) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 16:50

    ทำไมพูดกับพี่อย่างงั้นล่ะลูกกก
    #1806
    0
  11. #1797 piy_U (@piy_U) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 16:38
    รอนะค่าาาาาาา
    #1797
    0