ตอนที่ 46 : บทที่ ๔๕ หอคณิกา (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41892
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3311 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62


 ผ่านไปยังไม่ถึงสองวันก็มีขันทีจากราชสำนักนำราชโองการของฮ่องเต้มาประกาศหน้าจวนเหวิน

บรรดาชาวบ้านต่างมายืนมุงดูด้วยความใคร่รู้ว่าคนในจวนจะได้รับราชโองการแบบไหนกัน ดีหรือไม่ดี...

ท่านราชครูกับลู่หนิงเหมยออกมาน้อมรับราชโองการด้วยท่าทางสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ขันทีจึงประกาศเสียงชัดถ้อยชัดคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ฝ่าบาทมีราชโองการ ให้มอบข้าวสารสิบกระสอบ เมล็ดพืชสิบกระสอบ ชุดกระโปรงสีชมพู ปิ่นหยกห้าสี ชุดกำไลทองคำสิบชิ้น ชุดถ้วยบุษราคัม หยกแกะสลักรูปพยัคฆ์ ไข่มุกราตรี และผ้าไหมสิบพับให้แก่บุตรสาวของท่านราชครู ลู่หนิงเหมย เป็นของตอบแทนที่ช่วยชี้แนะแนวทางจนพระสนมเหวยกุ้ยเฟยหายจากอาการประชวรเป็นปลิดทิ้ง และฝ่าบาทยังได้เสวยขนมของลู่หนิงเหมยที่ถวายให้แก่ฮองเฮา พระองค์ทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก ทรงรับสั่งให้เขียนสูตรทำขนมอย่างละเอียด มอบให้กับโรงครัวในพระราชวัง เพื่อทำเป็นขนมในสำรับพระกระยาหารขององค์ฮ่องเต้ และเหล่าข้าราชบริพารในวังหลวง ลู่หนิงเหมย เจ้าจะรับราชโองการหรือไม่”

สิ้นสุดเสียงแหลมเล็กของขันทีหนุ่ม บรรดาชาวบ้านต่างก็ฮือฮากันไปทั่ว ลู่หนิงเหมยยิ้มรับด้วยความยินดี กล่าวเสียงหวาน “หนิงเหมยน้อมรับราชโองการ”

ขันทีหนุ่มพยักหน้าอย่างพึงใจ เขาหันไปสั่งบ่าวไพร่ให้ขนของดังกล่าวเข้าไปในจวนเหวิน ท่านราชครูก็ยิ้มแย้มหน้าบานกับความดีความชอบของบุตรสาวของตน

“ขนมของคุณหนูลู่คงรสชาติไม่เลว ฝ่าบาทถึงได้พอพระทัยยิ่งนัก” ขันทีหนุ่มกล่าวชม

“ท่านกล่าวเกินไปแล้ว” ลู่หนิงเหมยยิ้มจางๆ “ข้าจะรีบเขียนสูตรทำขนมอย่างละเอียด เชิญท่านเข้าไปรับน้ำชากับท่านพ่อของข้าระหว่างรอเถอะ”

“รบกวนพวกท่านแล้ว” ขันทีหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ เดินตามท่านราชครูเข้าไปนั่งในจวนด้วยท่าทางเป็นกันเอง มิได้ถือตนจนผู้คนรู้สึกอึดอัด

ลู่หนิงเหมยเดินกลับเข้าไปในเรือนเหมยฟ้า สั่งให้หลูเฟิงนำขนมบราวน์นี่ที่นางทำติดครัวไว้ใส่ไปพร้อมกับสำรับน้ำชาของบิดาและขันทีราชสำนักผู้นั้น ก่อนที่นางจะหันมาเขียนสูตรขนมใส่กระดาษอย่างละเอียด

ท่านราชครูกับขันทีหนุ่มพูดคุยกันตามประสาคนในราชสำนัก ถามสารทุกข์สุขดิบและปัญหาต่างๆ ก่อนที่จะได้ลิ้มลองขนมของลู่หนิงเหมย พวกเขาถึงกับกลืนลิ้นตัวเองลงคอไปเสียหลายครา

ขันทีหนุ่มขมวดคิ้ว ในคราแรกเขาคิดว่าขนมของนางคงจะอร่อยกว่าขนมทั่วไปไม่มากนัก แต่ผิดถนัด! 

มันอร่อยกลมกล่อมราวกับขนมบนสวรรค์ชั้นฟ้า ไม่แปลกที่ฝ่าบาทจะทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก

ท่านราชครูที่ได้ชิมก็มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย 

เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าบุตรสาวของตนมีฝีมือทางด้านนี้ด้วย 

หากไม่ได้ลิ้มรสลองชิมด้วยตนเองคงมิอาจปักใจเชื่อได้ง่ายๆเช่นกัน

ไหนจะราชโองการของฝ่าบาทที่บอกเป็นนัยยะมาว่านางได้แนะนำวิธีทำการรักษาอาการประชวรของพระสนมเหวยกุ้ยเฟยอีก

บุตรสาวของเขามีความสามารถถึงเพียงนี้ เขาที่เป็นคนพร่ำสอนนางมาเห็นทีนางจะเป็นศิษย์ที่เก่งเกินครูไปเสียแล้ว...

ลู่หนิงเหมยเดินเข้ามาในเรือนรับรองแขกด้วยท่วงท่าดุจนางพญาหงส์ สง่างามทรงอำนาจราวกับราชินี ในมือถือกระดาษหนึ่งแผ่น นางส่งมันให้กับขันทีหนุ่มด้วยรอยยิ้ม

“นี่คือสูตรขนมที่ข้าเขียนขึ้น หากที่โรงครัวในราชสำนักไม่เข้าใจอันใดก็สามารถไปสอบถามนางกำนัลในโรงครัววังไท่จื่อได้ พวกนางเป็นลูกมือช่วยข้าทำขนมขึ้นถวายแก่ฮองเฮา”

ขันทีหนุ่มรับมาอย่างเบิกบานใจ เมื่อคิดว่าขนมของลู่หนิงเหมยจะอยู่ในสำรับของข้าราชบริพารในวังหลวง 

เขาที่เป็นขันทีก็จะได้กินขนมรสสัมผัสยอดเยี่ยมเช่นนี้ทุกๆวัน

“เช่นนั้นข้าก็ไม่รบกวนพวกท่านแล้ว คงต้องขอตัวกลับวังก่อน” เขากล่าว

“เชิญตามสบายเถอะ” เป็นท่านราชครูที่กล่าวเสียงทุ้ม ขันทีหนุ่มจึงก้มศีรษะคำนับเล็กน้อยแล้วเดินออกจากจวนเหวินไปโดยมีลู่หนิงเหมยไปส่งถึงหน้าจวน

ข่าวลือเรื่องความดีความชอบของลู่หนิงเหมยแพร่กระจายทั่วทั้งเมืองหลวงไปไวเสียยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง 

เหล่าขุนนางต่างใช้เป็นหัวข้อสนทนาช่วงรับสำรับเช้ากันถ้วนหน้า

ในเวลาเดียวกันนั้นข่าวลือที่ฮ่องเต้ทรงเสด็จไปเยือนตำหนักคุนหนิงวันเดียวถึงสองครั้งสองคราก็แพร่สะพัดไปพร้อมๆกัน ทำเอาเหล่านางสนมในวังนั่งกันไม่ติด

เล่ากันว่าโอรสสวรรค์หันกลับไปโปรดปรานฮองเฮาเหมือนช่วงที่อภิเษกสมรสใหม่ๆก็มิปาน

หยางเจินที่ได้ยินคำรายงานจากซูเหิงก็กระตุกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย 

ฮ่องเต้ที่ทรงกลับมาใส่พระทัยฮองเฮาอีกคราคงเป็นเพราะเคล็ดลับของสตรีตัวน้อยไม่ผิดแน่

สงสัยอีกไม่นานเขาคงจะมีพี่น้องร่วมสายเลือดเพิ่มขึ้นมาอีกคนเร็วๆนี้แล้วกระมัง...

ฟุบ!

เสียงแหวกอากาศสายหนึ่งดังขึ้น รัชทายาทขมวดคิ้วเข้าหากันในขณะที่องครักษ์เงาข้างกายปรากฏตัวเพื่อคุ้มกันองค์รัชทายาทด้วยสีหน้าเย็นเฉียบ

ร่างบางของสตรีชุดขาวนางหนึ่งปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า นางก้มลงคำนับรัชทายาทอย่างนอบน้อม แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าเกรงกลัวแต่อย่างใด

ซูเหิงยกมือให้องครักษ์เงาเร้นกายไปดั่งเดิมเมื่อเห็นว่าผู้บุกรุกคือสาวใช้ข้างกายของคุณหนูลู่

หยางเจินเองก็จดจำนางได้ มุมปากกระตุกยิ้ม 

เจ้านายเป็นอย่างไรบ่าวก็เป็นอย่างนั้น สั่งสอนกันมาดีเหลือเกิน

หยางเจินส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะกล่าวถามเสียงเข้ม “เจ้ามาที่นี่เพราะเหตุใด”

“ทูลรัชทายาท หม่อมฉันนำจดหมายจากคุณหนูใหญ่มามอบให้พระองค์เพคะ” ฉิงหลี่กล่าวจบก็ส่งจดหมายเล็กๆให้หยางเจิน ก่อนจะทำการคำนับอีกครั้งแล้วเร้นกายหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

ทุกคนในตำหนักต่างมึนงง เดี๋ยวนี้สาวใช้ของลู่หนิงเหมยฝีมือลึกล้ำขึ้นมาก 

ทั้งวิชาตัวเบา และทักษะการเร้นกาย รวมถึงเพลงดาบที่ร้ายกาจไม่เป็นสองรองใคร แม้จะไม่ซับซ้อนแต่ก็มั่นคงแม่นยำยิ่งกว่าจับวาง

ทักษะพิเศษที่แปลกประหลาดเช่นนี้ อดคิดไม่ได้ว่าคุณหนูตระกูลลู่ไปเรียนรู้มาจากที่ใดกันแน่

สาวใช้ที่บุกมาถึงตำหนักกลางของวังไท่จื่อได้โดยที่องครักษ์เงาที่เร้นกายเฝ้าอยู่รอบวังไม่ทันได้รู้สึกตัวเช่นนี้ ซูเหิงถึงกับเหงื่อซึม 

ในฐานะที่เป็นหัวหน้าเหล่าองครักษ์ เขาต้องฝึกฝนอย่างเข้มงวดขึ้นเสียแล้ว

หยางเจินก้มหน้าหล่อเหลาลงมามองจดหมายในมือ เขาแกะมันออกอ่านก่อนจะมีสีหน้าเคร่งครึมขึ้นหลายส่วนจนองครักษ์เงาที่เร้นกายขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย

ชาวฮั่นปิดฟ้าข้ามทะเล ชาวเยี่ยนล่อเสือออกจากถ้ำ

ข้อความมีเพียงไม่กี่คำ แต่องค์รัชทายาทเข้าใจถึงความหมายอย่างชัดเจน 

เขาเผาจดหมายทิ้งก่อนจะรับสั่งให้ซูเหิงไปเชิญแม่ทัพเย่วเฟยมาเข้าพบ

สตรีตัวน้อยของเขาก็คงจะคาดการณ์เอาไว้แล้วเป็นแน่ว่าวันอภิเษกสมรสอาจจะเกิดเรื่องขึ้น 

ชาวฮั่นใช้กลยุทธ์ปิดบังตัวตนแล้วแฝงกายเข้ามากับเหล่าชาวบ้าน เขายังคิดไม่ตกว่าจะรับมืออย่างไร

ทว่านางกลับเสนอกลยุทธ์ล่อเสือออกจากถ้ำ  ดักแผนการรบของอีกฝ่ายได้อย่างแยบยล 

จากผู้ที่ถูกล่าในที่แจ้งอย่างพวกเขา ไม่คิดเลยว่าแผนการนี้จะทำให้พวกเขากลายเป็นผู้ล่าเสียเอง

เป็นธรรมดาของเสือเมื่ออยู่ในถ้ำย่อมอันตราย จะจับเสือได้ก็ต่อเมื่อหลอกล่อให้เสือออกมาติดหลุมพรางที่ดักไว้ด้านนอก

ชาวฮั่นอยู่ในที่มืดหลบซ่อนตัวรอจังหวะ หากก่อกบฏในวันอภิเษกสมรสของเขาจริง พวกเขาก็ควรจะใช้โอกาสนี้วางกับดักเอาไว้ มิใช่หาแต่วิธีรับมือเพียงอย่างเดียว...

ไม่นานนัก ขันทีหน้าตำหนักก็กล่าวเสียงดังขึ้น บอกให้รู้ว่าสหายของเขาได้เดินทางมาถึงแล้ว 

เขาจึงให้เย่วเฟยเข้ามานั่งจิบชาในตำหนัก ไม่ได้กังวลแม้แต่น้อยว่าการนั่งคุยกับแม่ทัพใหญ่บ่อยๆเช่นนี้จะสร้างความแคลงใจให้กับเหล่าขุนนางบางกลุ่ม

สหายพูดคุยกับสหาย มีอันใดให้แปลกใจกันเล่า เมื่อก่อนเขาก็ออกไปพบเย่วเฟยบ่อยๆ จะต้องกังวลไปใย หยางเจินครุ่นคิดอย่างไม่ใส่ใจนัก

“เรียกหากระหม่อมเช่นนี้ ทรงเปลี่ยนพระทัยอยากเสด็จไปหอคณิกากับกระหม่อมแล้วใช่หรือไม่พะยะค่ะ” มาถึงแม่ทัพหนุ่มก็หาญกล้าเทียมฟ้ากล่าววาจารนหาที่ตายอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน 

ซูเหิงที่เร้นกายอยู่ถึงกับลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ข้าจะแต่งงานแล้ว” หยางเจินยังคงกล่าวประโยคเดิมๆเหมือนเช่นเคย นัยน์ตาพยัคฆ์ร้ายฉายแววเอือมระอาใจอย่างถึงที่สุด

“กระหม่อมลืมไปเสียสนิท วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่พระองค์จะสามารถพบพระคู่หมั้นได้ใช่หรือไม่ ตั้งแต่พรุ่งนี้จนถึงวันอภิเษกสมรสก็มิอาจให้คู่บ่าวสาวพบหน้ากันได้...” แม่ทัพเย่วเฟยยกมือตีเข่ากล่าววาจา

“อืม” หยางเจินขานตอบสั้นๆ

แม่ทัพเย่วเฟยขมวดคิ้ว อืม...อย่างนั้นรึ ทรงตรัสแค่ อืม คำเดียวเยี่ยงนี้ได้อย่างไร ไม่คิดจะเสด็จไปหาว่าที่ชายารักที่จวนเหวินเสียหน่อยหรือ?

“กระหม่อมคิดว่าพระองค์จะไปหาคุณหนูลู่ เลยเสด็จไปหอคณิกากับกระหม่อมมิได้เสียอีก...” เย่วเฟยขยับยิ้มมุมปาก

หยางเจินกล่าวเสียงเรียบ “ถึงข้าจะไม่ได้ไปหานาง ข้าก็ไม่คิดจะไปสถานที่เช่นนั้นพร้อมกับเจ้า...”

“หามิได้พะยะค่ะ กระหม่อมไปเรื่องงานเรื่องการ พระองค์ทรงวางพระทัยได้” แม่ทัพหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ หยางเจินเห็นก็ขมวดคิ้ว

“เรื่องอันใด”

“กระหม่อมได้ยินว่าอัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ยแอบลอบนัดหมายหาลือกับเหล่าขุนนางที่หอคณิกาคืนนี้...” เย่วเฟยกล่าวเสียงเรียบเฉย “ไท่จื่อไม่คิดจะเสด็จไปนั่งสังเกตการณ์พร้อมกระหม่อมจริงๆหรือพะยะค่ะ”

รัชทายาทมีสีหน้าครุ่นคิด หากไปเพื่อสังเกตการณ์ยังพอที่จะยอมรับได้บ้าง 

ใกล้ถึงวันอภิเษกสมรสเข้าไปทุกที ขุนนางชั่วย่อมหารือเรื่องแผนการ วางอุบายอยู่เป็นแน่

“เจ้าคนเดียวก็เพียงพอ...” หยางเจินกล่าว

“หามิได้พะยะค่ะ พระองค์จะให้กระหม่อมไปนั่งร่ำสุราเพียงลำพังได้อย่างไร ทำเช่นนั้นย่อมถูกสังเกตพิรุธได้ง่าย...” เย่วเฟยให้เหตุผล 

หอคณิกาเป็นสถานที่รื่นเริงร่ำสุราเฮฮาสังสรรค์ เหล่าขุนนางและบัณฑิตทั้งหลายต่างไปเยี่ยมเยือนทุกราตรี 

จะให้เขาไปนั่งเงียบๆไม่มีสหายให้พูดคุยด้วยเช่นนั้น ช่างโหดร้ายยิ่งนัก!

หยางเจินถอนหายใจออกมาเบาๆ แม่ทัพใหญ่ผู้นี้น่ะหรือจะปล่อยให้ตนเป็นที่สังเกตของผู้คน 

ข้ออ้างที่กล่าวมาก็ฟังไม่ขึ้นแม้แต่น้อย มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าสหายของตนกำลังกล่าววาจาหว่านล้อมให้เขาไปหอคณิกาเสียให้ได้

ที่นั่นมีอันใดให้น่าสนใจกัน!

“ก็ได้ ข้าจะไป” หยางเจินกล่าวตัดบทอย่างไม่ชอบใจนัก แต่เขาก็รำคาญเต็มทน 

หากไม่ไปสักครา แม่ทัพเย่วเฟยคงไม่มีทางหยุดพูดคุยเรื่องนี้เป็นแน่ วันนี้ไม่ไปวันหน้าเขาก็คงถูกกล่าวชวนอีกไม่จบไม่สิ้นเสียที “ครั้งเดียวเท่านั้น”

“เยี่ยมยอด!” แม่ทัพเย่วเฟยอุทานออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะกระแอมไอดังๆเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาพยัคฆ์ร้ายที่ดูจะดุดันขึ้นเป็นพิเศษ “ว่าแต่พระองค์มีเรื่องอันใดถึงเรียกกระหม่อมมาพบหรือพะยะค่ะ”

หยางเจินยกชาขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะกล่าวถึงแผนรับมือและกลลวงต่างๆที่เขาคิดเอาไว้คร่าวๆให้แก่แม่ทัพหนุ่มฟัง

สองบุรุษหารือกันหลายชั่วยาม มองหาจุดอ่อนและจุดแข็ง แก้ไขกลยุทธ์ต่างๆให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คาดเดาแผนการของอีกฝ่ายว่าอาจจะลงมือในรูปแบบใดบ้าง เพื่อหาแนวทางป้องกันมิให้เกิดการสูญเสียมากจนเกินความจำเป็น

ด้วยความปราดเปรื่องของรัชทายาทและแม่ทัพเย่วเฟยที่เคยร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่สู้รบกันมานับครั้งไม่ถ้วน กลอุบายต่างๆได้หยิบยกขึ้นมาจนผู้ที่เร้นกายยืนฟังเงียบๆอย่างซูเหิงยังอดทึ้งและกล่าวชมในใจไม่ได้

คนที่คิดตั้งตนเป็นศัตรูกับบุรุษสองคนนี้ช่างโง่งมยิ่งนัก ไม่ได้รู้ตัวเลยกระมังว่ากำลังท้าทายสิ่งใดอยู่ น่าเวทนาเสียจริง!

ขณะเดียวกันลู่หนิงเหมยที่เพิ่งดูดซับพลังปราณจนบรรลุถึงขั้นหกตอนปลาย 

นางรู้สึกได้ถึงความเข้มข้นของปราณอสูรที่อยู่ในร่าง ผิวพรรณของนางก็ดูจะเปล่งประกายเจิดจรัสราวกับไข่มุกทะเลลึก

ร่างบางนั่งบนเก้าอี้ไม้ ใบหน้างดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดมีหยาดเหงื่อเกาะกุมอยู่เล็กน้อย เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อทหารยามที่นางส่งให้ไปจับตาดูองค์ชายเฉียนหลงกลับมารายงานความผิดปกติบางอย่าง

ทีแรกนางตั้งใจจับตาดูเขาเพื่อปกป้องตัวนางเอง เพราะนางกับเขาคงเรียกได้ว่าเป็นศัตรูคู่แค้นมิอาจอยู่ร่วมฟ้าดินกันได้แล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินข่าวแปลกประหลาดเช่นนี้

“พี่ทหารยามไม่ได้สืบมาผิดใช่หรือไม่” ลู่หนิงเหมยถามย้ำ

“ไม่ผิดขอรับ คืนนี้องค์ชายเฉียนหลงได้แอบนัดหมายกับขุนนางในราชสำนักที่หอคณิกา..” ทหารยามกล่าวเสียงเข้ม

“รู้หรือไม่ว่าขุนนางผู้นั้นคือใคร”

“ขออภัยคุณหนู ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ”

ลู่หนิงเหมยพยักหน้าก่อนจะโบกมือให้ทหารยามออกไปพักผ่อน ใบหน้าจิ้มลิ้มครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ

องค์ชายเฉียนหลงเพิ่งจะเดินทางมาถึงแคว้นเยี่ยนได้ไม่กี่วันก็สนิทสนมกับบรรดาเหล่าขุนนางในแคว้นเยี่ยนเสียแล้ว

ไม่แปลกไปหน่อยหรือ?

อีกทั้ง เขาเพิ่งจะถูกนางฟันกลางอกไปเมื่อวันก่อน แต่คืนนี้กลับสามารถถ่อสังขารไปถึงหอคณิกาได้ช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก!

นางคงต้องไปดูเสียหน่อยแล้ว!

“หลูเฟิง ฉิงหลี่” ลู่หนิงเหมยกล่าวขาน ไม่นานร่างสาวใช้สองคนก็ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า

“เจ้าคะคุณหนู”

“คืนนี้ข้าจะปลอมตัวไปหอคณิกา พวกเจ้าก็ต้องไปกับข้าด้วย...” ลู่หนิงเหมยกล่าวเสียงเรียบ

“เจ้าค่ะ!” ฉิงหลี่กับหลูเฟิงตอบรับพร้อมกัน

นางไม่มีทางไปสถานที่เช่นนั้นเพียงลำพังให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายโดยเปล่าประโยชน์ องค์ชายเฉียนหลงย่อมมีองครักษ์เงาฝีมือดีติดตามไปด้วย อย่างน้อยๆก็ป้องกันเอาไว้เสียก่อน

“จะปลอมตัวเป็นใครดีเจ้าคะ” ฉิงหลี่กล่าวนัยน์ตาเป็นประกาย 

ตั้งแต่พวกนางได้เรียนรู้สิ่งต่างๆจากนายหญิง พวกนางก็มีความกล้าขึ้นเยอะ และดูเหมือนจะมีนิสัยคล้ายๆกับนายหญิงของตนไปเสียแล้ว

“ไม่ปลอมเป็นนางคณิกานะเจ้าคะ” หลูเฟิงกล่าวดักทางนายหญิงของตนทันควัน 

การปลอมเป็นนางคณิกาย่อมเปลืองเนื้อเปลืองตัวโดยใช่เหตุ เสี่ยงโดนบุรุษขี้เมากินเต้าหู้อีกต่างหาก

“ข้าก็มิได้จะปลอมเป็นสตรี” ลู่หนิงเหมยแสยะยิ้มเย็น นางจะยอมให้ชายอื่นมาแตะเนื้อต้องตัวได้อย่างไรเล่า 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.311K ครั้ง

9,129 ความคิดเห็น

  1. #3525 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 22:59

    ใย

    หาลือ

    #3525
    0
  2. #1701 150221 (@150221) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 08:46
    เจอกันแน่555 อีบุ๊คมีมั้ยคะไรท์
    #1701
    0
  3. #1684 ((((d^dek^d)))) (@smart_girl) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:44
    นางเอกกับพระเอกเหมาะกันมากกก ดีงามมมมม
    #1684
    0
  4. #1669 Karaketsukhchwy (@Karaketsukhchwy) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 18:27

    นางปลอมเป็นชายไปหอว่าที่เจ้าบ่าวไปหอกับแม่ทัพ งานเข้าแล้วเจ้าบ่าว มีหวังนางเชือดทิ้งได้ตายคาหอแน่ๆ
    #1669
    0
  5. #1666 นามข้าว่าพ่นไฟ (@guidchue) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 18:08
    มาแล้ว ดีต่อใจจริงจริง 1
    #1666
    0
  6. วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 15:53
    จะเป็นเบาหวานกันทั้งวังก็งานนี้ล่ะ
    #1657
    0
  7. #1615 bm-audy (@bm-audy) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 09:14
    มาที่เดียว3ตอน..งืออออ..ขอบคุนจ้า
    #1615
    0
  8. #1611 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 09:11

    น่าจะปลอมเป็นคณิกาเนอะ แล้วก็ไปป๊ะกัน! ความบันเทิงบังเกิดเลย 555
    #1611
    0