ตอนที่ 37 : บทที่ ๓๖ บทกวี (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2792 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62




 หวนคะนึงร่องรอยหิมะขาว เมฆาหม่นทั่วฟ้าจันทร์ทอแสง

ห่างบ้านเกิดสุดแดนล้านลี้ ยังเฝ้าเลยชมจันทราดวงเดิม…


อ๋องเจ็ดยืนท่องบทกวีที่เขียนอยู่บนกระดาษในมือเสียงดังไพเราะขับขานส่งผลให้กวีที่มีความหมายลึกซึ้งยิ่งทวีความโดดเด่นขึ้นไปอีกหลายขั้น

ผู้คนต่างฮือฮาเมื่อได้ฟัง ความหมายของกวีบทนี้ช่างเหมาะกับภาพวาดของอ๋องเจ็ดยิ่งนัก พรรณาถึงความอาลัยอาวรณ์และผูกพันกับบ้านเกิดเมืองนอน...

ความงามที่แสงจันทร์สาดส่อง สำหรับผู้ที่จากถิ่นของตนมาอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า ดวงจันทร์ดูจะเป็นสิ่งเดียวที่เป็นเพื่อนคุ้นเคย เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ดวงจันทร์ที่เรามองก็ยังเป็นดวงจันทร์ดวงเดิม...

องค์หญิงเฟยฮวาเดินทางจากแคว้นจ้าวมาไกลหลายพันลี้ ย่อมคิดคำนึงถึงบ้านเกิดของตนเป็นธรรมดา ภาพวาดของท่านอ๋องก็สื่ออารมณ์ถึงความอาลัยเศร้าหมองเอาไว้อย่างลึกล้ำ ผู้ที่เขียนกวีบทนี้ได้ช่างปราดเปรื่องหาผู้ใดเปรียบยิ่งนัก

“เปิ่นหวางขอยลโฉมสตรีผู้ที่เขียนกวีบทนี้ได้หรือไม่” อ๋องเจ็ดเผยรอยยิ้มสง่างามออกมาท่ามกลางสายตาผู้คน

เหล่าขุนนางต่างมองซ้ายมองขวากันโดยทั่ว แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดแสดงตนออกมาว่าเป็นเจ้าของผลงาน

ท่ามกลางความเงียบ ลู่หนิงเหมยค่อยๆก้าวเท้าออกมายืนข้างหน้าอ๋องเจ็ด ก่อนจะกล่าวเสียงใสสะกดสายตาผู้คน “เป็นหม่อมฉันที่เขียนกวีบทนี้เองเพคะ”

ทุกคนต่างตกตะลึงอึ้งค้าง มองมาที่ลู่หนิงเหมยเป็นตาเดียว ความสามารถของบุตรีท่านราชครูที่เลื่องลือไปทั่วแผ่นดินเห็นทีจะไม่ผิดจากที่ผู้คนได้กล่าวชมเอาไว้...

รัชทายาท อ๋องเจ็ด และก็องค์หญิงเฟยฮวาทำหน้าแทบไม่อยากจะปักเชื่อสิ่งที่เห็น 

เพราะลู่หนิงเหมยใช้เวลาในการเขียนกวีเพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น แต่กลับสร้างสรรค์ผลงานที่มีความหมายลึกซึ้งเช่นนี้ขึ้นมาได้ น่าอัศจรรย์ใจจริงๆ

“เป็นเจ้า...” อ๋องเจ็ดเอ่ยขึ้นอย่างเหม่อลอยนัยน์ตามีประกายบางอย่าง

ลู่หนิงเหมยยิ้มรับ นางไม่ได้เขียนกวีบทนี้ให้องค์หญิงเฟยฮวา หากแต่เขียนให้ตัวนางเองเสียมากกว่า 

จะมีใครจากบ้านมาไกลได้เท่านางอีกอย่างนั้นหรือ จะมีผู้ใดข้ามภพข้ามเวลามาแบบนางบ้างเล่า 

สิ่งที่พอจะทำให้นึกถึงได้ก็มีแต่เพียงตะวันกับจันทราเท่านั้น ที่ไม่ว่าจะอยู่ในยุคนี้หรือยุคไหนๆก็ยังคงเป็นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ดวงเดิม...

นางมาจากที่ที่อยู่ไกลโพน ไกลจนไม่อาจกลับไปได้อีก มีเพียงเทพเซียนบนสวรรค์เท่านั้นกระมังที่จะสามารถพานางกลับบ้านได้

นัยน์ตาสุกสว่างฉายแววเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหายลับไปอย่างรวดเร็วจนผู้คนไม่ทันได้เห็น 

ทว่าหยางเจินก็สังเกตเห็นพอดิบพอดี เรียวคิ้วดุดันขมวดเข้าหากันแน่น...

“เจ้าแต่งบทกวีอีกสักบทให้เปิ่นหวางได้หรือไม่” อ๋องเจ็ดกล่าวด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง

ลู่หนิงเหมยได้ยินก็ยิ้มเย็น นางรู้ว่าเขาชอบเขียนบทกวีเป็นชีวิตจิตใจ แต่นี่ไม่เท่ากับกำลังสร้างความลำบากให้นางอยู่หรอกหรือ 

หากกวีที่นางกำลังจะแต่งออกมาดีได้ไม่เท่ากับกวีบทแรกที่นางเขียนลงไปเมื่อครู่ นางย่อมถูกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คน!

“ย่อมได้เพคะ” ลู่หนิงเหมยกล่าว อ๋องเจ็ดยกยิ้มขึ้นมาทันที

“เปิ่นหวางจะหยิบกระดาษกับพู่กันให้เจ้าเอง”

“ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันจะแต่งสด” ลู่หนิงเหมยกล่าวด้วยท่วงท่าสง่างาม ผู้คนได้ยินต่างก็เพ่งความสนใจมาที่นางเป็นตาเดียว

ริมฝีปากงดงามเผยอขึ้นเล็กน้อย ลู่หนิงเหมยค่อยๆขับขานบทกวีกระแทกอารมณ์และสะเทือนใจอ๋องเจ็ดเป็นอย่างมากออกมา...


รักมากเปรียบเสมือนดั่งไร้รัก  มีเพียงจอกสุราไม่หรรษา

ดวงเทียนอาลัยยังอำลา  รินหลั่งน้ำตาให้เราจนรุ่งราง...


สิ้นเสียงหวานไพเราะทุกคนก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบงัน บทกวีที่มีความหมายลึกล้ำ ตอกย้ำความรู้สึกของหนุ่มสาวที่มีคนรักแต่มิอาจอยู่ด้วยกันได้

ยามจากลา จอกสุราที่วางอยู่เบื้องหน้าก็ไม่อาจทำให้ผู้คนยิ้มแย้ม ดวงเทียนยังต้องหลั่งน้ำตาให้กับความรักที่มีแต่ก็เหมือนไม่มีของหนุ่มสาวคู่นั้นจนถึงรุ่งเช้า...

อ๋องเจ็ดเคยตกหลุมรักสตรีนางหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว แต่มิอาจอยู่กับนางได้ พวกเขาทั้งสองจำเป็นต้องพลัดพรากจากกันไป อ๋องเจ็ดฝังใจจนไม่คิดที่จะตบแต่งกับหญิงใดอีก 

ทว่าลู่หนิงเหมยกลับแต่งกวีบทนี้ขึ้นมาเพื่อย้ำเตือนความรู้สึกที่เขาเคยเจอ นางช่างขวัญกล้ายิ่งนัก!

อ๋องเจ็ดมีสีหน้ามืดครึ้มขึ้นหลายส่วน แต่เขาก็อดชื่นชมลู่หนิงเหมยในใจไม่ได้ เพียงเวลาแค่ชั่วครู่เท่านั้น นางก็ยังสามารถแต่งบทกวีความหมายกระแทกอารมณ์ของเขาได้อย่างรวดเร็ว

สมกับเป็นว่าที่ฮองเฮาที่มิอาจหาสตรีนางใดมาเทียมเท่า

แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านี้หรอก นางแต่งกวีเก่งจนเป็นที่ยอมรับได้ก็จริง แต่นางจะสามารถแต่งกวีต่อจากบทกวีของเขาได้หรือไม่นั้นก็อีกเรื่อง...


ร่ำสุราเมรัยดงไผ่เขียว  น้ำไหลเชี่ยวเหลียวมองจันทร์ส่องแสง

ดื่มหมดจอกตอกรับกับลมแรง  มีเงาแฝงแห่งจันทร์ทั้งสามใจ...


ท่านอ๋องเจ็ดเอื้อนเอ่ยบทกวีรื่นหูออกมาเสียงไม่ดังไม่เบานัก แต่ก็ทำให้ผู้คนตกอยู่ในภวังค์ฝันหวานได้ไม่ยาก

นัยน์ตานักปราชญ์มองลู่หนิงเหมยนิ่ง รอยยิ้มจางๆปรากฎขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา “เจ้าต่อ...”

ลู่หนิงเหมยชะงักเล็กน้อย ดวงตาสุกสว่างหรี่เล็กลง อ๋องเจ็ดกำลังคิดจะประลองเชิงกลอนกับนางอย่างนั้นหรือ....

นักภาษาศาสตร์ตัวแม่อย่างนางจะมาพ่ายแพ้ให้กับโครงกลอนบทกวีเหล่านี้ได้อย่างไรกัน อย่าได้ริอาจมาดูเบานางเชียว!


จันทร์ไม่ดื่มลืมรสโอษฐ์จุมพิต  มีเพียงเงาเฝ้าติดชิดหวั่นไหว

มีจันทราเคียงคู่อย่างรู้ใจ  ฤดูใบไม้ผลิปลิดโรยรา...


ลู่หนิงเหมยแต่งกวีต่อได้อย่างรื่นไหลไม่มีสะดุด สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนไม่น้อย 

มางานวันคล้ายวันเกิดขององค์หญิงเฟยฮวา แต่กลับโชคดีได้มาดูการประลองบทกวี ช่างเป็นบุญตาของพวกเขาอย่างยิ่ง!

มีน้อยคนนักที่จะสามารถต่อบทกวีของอ๋องเจ็ดได้ ไม่คิดเลยว่าลู่หนิงเหมยจะปราดเปรื่องสามารถแต่งออกมาอย่างง่ายดายและความหมายล้ำลึกถึงเพียงนี้...

ในขณะที่ทุกคนกำลังชื่นชมทั้งอ๋องเจ็ดและลู่หนิงเหมยอยู่ ก็มีเสียงหนึ่งเสียงดังแทรกขึ้นมาแต่งบทกวีต่อจากของลู่หนิงเหมย...


เฝ้าบรรเลงเพลงรักใต้เงาจันทร์  เพียงเงานั้นเป็นเพื่อนเมื่อโหยหา

มีเพียงเหล้ายามเหงาเศร้าอุรา  สุขหนักหนาเริงร่าท้าอารมณ์...


ลู่หนิงเหมยหันไปมองต้นเสียงก็พบกับนัยน์ตาดุจพยัคฆ์ร้ายที่จับจ้องมองมาที่นางอยู่ก่อนแล้ว เป็นหยางเจินที่แต่งบทกวีเมื่อครู่!

สายตาผู้คนต่างหันไปชื่นชมรัชทายาทกับลู่หนิงเหมยอย่างล้นหลาม 

คำว่าเหมาะสมเสียยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกคือสิ่งเดียวที่พวกเขาคิดอยู่ในใจ

“ไท่จื่อก็แต่งกวีได้ไม่เลว! เปิ่นหวางโชคดีเหลือเกินที่ได้ต่อบทกลอนกับพวกเจ้าทั้งสอง” อ๋องเจ็ดกล่าวชมจากใจจริง เป็นครั้งแรกที่มีคนต่อบทกวีของเขาได้ถึงสองคน

ไท่จื่อเฟยนางนี้ก็ไม่ธรรมดาสมคำล่ำลือ...

“อ๋องเจ็ดกล่าวชมไปแล้ว” หยางเจินยิ้มรับ ก่อนจะส่งจอกเหล้าให้ลู่หนิงเหมยกับอ๋องเจ็ดให้ได้ร่ำสุราพร้อมกันดั่งบทกวีที่พวกเขาได้รังสรรค์ขึ้น

องค์หญิงเฟยฮวาที่ยืนมองทั้งสามคนกำลังร่ำสุรากันอย่างรื่นรมย์ นางก็ถึงกับกัดฟันแน่น สายตาแค้นเคืองส่งไปให้ลู่หนิงเหมยอย่างถึงที่สุด

กับอิแค่กวีบทสองบทมันจะน่าสนใจอะไรหนักหนา! นางก็สามารถแต่งได้! เฟยฮวาครุ่นคิดอย่างเคืองใจ

ภาพวาดหงส์เพลิงลอยเด่นเหนือภูเขาหิมะก็สวยล้ำเสียจนนางนึกเสียดายหากจะต้องทำลายมันทิ้งเพราะบทกวีของสตรีที่นางเกลียดชังประดับอยู่บนนั้น!

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้อย่างยับเยินจนมิอาจทำใจยอมรับได้

เฟยฮวาส่งสายตาไปให้บ่าวรับใช้คนสนิทมีความนัยแอบแฝง บ่าวคนนั้นเห็นก็พยักหน้าอย่างรู้หน้าที่ตน

ซ่า!

“ขออภัยเจ้าค่ะ! บ่าวถือไม่ดีเอง” บ่าวรับใช้ขององค์หญิงเฟยฮวารีบกล่าวสีหน้าร้อนรนเมื่อถือสำรับอาหารหกใส่ประโปรงของลู่หนิงเหมย

รัชทายาทมีสีหน้าดำทะมึนขึ้นมาจนน่ากลัว ทว่ามือเล็กๆของสตรีตัวน้อยก็ได้ห้ามปรามคำพูดประกาสิทธ์ของเขาที่หมายจะเอาชีวิตบ่าวรับใช้คนนั้นเสียก่อน

“ข้าไม่เป็นอะไร แค่เปื้อนนิดหน่อยเท่านั้น” ลู่หนิงเหมยก้มลงมองกระโปรงของตัวเองที่มีคราบเปรอะอยู่เล็กน้อย นางก็ว่านางพลิกตัวหลบทันแล้วนะ แต่น้ำแกงก็ยังกระเด็นมาโดนได้...

“คุณหนูลู่ไปเปลี่ยนชุดที่ห้องข้างๆนี้เถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวพาไป” บ่าวรับใช้เอ่ยอย่างสำนึกผิด ลู่หนิงเหมยเห็นก็พยักหน้าเดินตามไปอย่างไม่ได้เอะใจอะไร

นางเปลี่ยนไปใส่ชุดสีขาวปักลายดอกกุหลาบสีแดงเข้ม ขับผิวให้ดูสว่างและสง่างามต้องใจผู้คน

ร่างบางเดินกลับมาที่เดิม นัยน์ตาสุกสว่างกวาดมองหาบุรุษผู้หนึ่งที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนเสียแล้ว...

ลู่หนิงเหมยค่อยๆเดินหาจนทั่วก็ไม่พบร่องรอยขององค์รัชทายาทแม้แต่น้อย 

นางไปเปลี่ยนชุดเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น ไม่ได้นานจนเขาไม่สามารถจะรั้งรอได้เสียหน่อย

“อ๋องเจ็ด ท่านเห็นไท่จื่อหรือไม่” ลู่หนิงเหมยเดินมาถามบุรุษนักกวีเสียงใส อ๋องเจ็ดเห็นก็ขมวดคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

“เมื่อครู่เป็นเจ้าที่พาไท่จื่อเดินไปดูภาพวาดในเรือนด้านในมิใช่หรอกหรือ”

ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น จะเป็นนางได้อย่างไรในเมื่อนางเพิ่งจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินมา!

“ไท่จื่อคงหลงทางแล้วกระมัง ขอบคุณอ๋องเจ็ดมาก หม่อมฉันขอตัว”

ลู่หนิงเหมยรีบกล่าวตัดบทหันกลับมามองรอบๆอีกครั้ง องค์หญิงเฟยฮวาก็ไม่อยู่เช่นกัน!

องค์หญิงแคว้นจ้าวก็มากเล่ห์ยิ่งนัก!  เฟยฮวาวางแผนแยกรัชทายาทออกจากนางได้อย่างแยบยล

ลู่หนิงเหมยนัยน์ตาเย็นยะเยือก นึกไม่ถึงว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเฟยฮวาจะไม่ใช่นางแต่เป็นหยางเจิน...

วันนี้นางโดนต้มจนเปื่อยเสียแล้ว!





เครดิตอยู่ในรูปค่ะ

〰️〰️〰️〰️〰️

อ้างอิง : บทกวีของหลี่ไป๋/ตู้มู้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.792K ครั้ง

10,063 ความคิดเห็น

  1. #3338 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 23:45

    ประโปรง = กระโปรง


    #3338
    0
  2. #1528 WULRA (@02100380) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 12:04
    มีไท่จื่ออยู่ในสถานการณ์นั้น ใช้เปิ่นหวางไม่ได้น้า พวกเจิ้น หรือเปิ่นๆ ทั้งหลาย จะใช้ได้ก็เมื่อรู้ว่าในบทสนานั้น ข้ามียศใหญ่สุด
    นิยายสนุกค่ะ พยายามพัฒนาฝีมือเรื่อยๆ นะคะ สู้ๆ
    #1528
    2
    • #1528-1 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 37)
      14 มิถุนายน 2562 / 23:45
      คิดเหมือนกัน
      #1528-1
    • #1528-2 Just Right (@kae-7-) (จากตอนที่ 37)
      23 มิถุนายน 2562 / 16:20
      เปิ่นหวาง แปลว่า ข้าผู้เป็นองค์ชาย ดังนั้นคนที่มีตำแหน่งเป็นอ๋องก็สามารถใช้ได้ในสถานการณ์นั้นค่ะ

      ส่วนไท่จื่อ จะใช้แทนตัวว่าเปิ่นไท่จื่อค่ะ ซึ่งแปลว่า ข้าผู้เป็นองค์รัชทายาทนั่นเองค่ะ ^^
      #1528-2
  3. #1295 tonightmixu (@ploypatshe) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:37
    ชอบมากไรต์แต่งสนุกมั้กรอฉากเข้าหอ
    #1295
    0
  4. #1151 150221 (@150221) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 19:47
    อย่าบอกว่าพระเอกหลงกลนังองค์หญิงนะ
    #1151
    0
  5. #1086 mirurai (@mirurai) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 23:48
    ขอบคุณค่ะ
    #1086
    0
  6. #1076 teamteam44 (@teamteam44) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 23:01
    ไรท์ เเบบนิยายของไรท์คือดีมากเเบบเป็นอีกหนึ่งอย่างที่เวลาเราเหนื่อยเรากดเข้ามาอ่านเเล้วมันเป็นเหมือนที่พักใจ คืออ่านเเล้วสนุก อิน ขอบคุณมากๆนะคะ อัพบ่อยๆ เลิฟฟฟ
    #1076
    0
  7. #1057 ((((d^dek^d)))) (@smart_girl) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 22:17
    เราดีใจมากกกก ที่ไรท์มาอัพ กลอนเพราะค่ะ ไรท์ความสามารถเยอะมากๆๆ เรารอติดตามนะคะ อยากให้รวมเล่มค่ะ^^
    #1057
    0
  8. #1039 Aom Pornpilas (@themoviie) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:54
    กรี๊ดค้างงงง
    #1039
    0
  9. #1038 0955165426 (@0955165426) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:53
    ขออีกตอนค่ะไม่งั่นมันค้าง
    #1038
    0
  10. #1036 patcheeth (@patcheeth) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:51
    รอดูการแก้แค้นคืน
    #1036
    0
  11. #1035 THIP02112528 (@T02112528) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:51

    ค้างงงงงงง คะ
    #1035
    0
  12. #1032 Aomzz Yaowalak (@miniaomz) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:50
    วันนี้ได้อ่านก่อนนอน สนุกค่ะ
    #1032
    0