ดวงใจพยัคฆ์ (ตีพิมพ์กับB2S)

ตอนที่ 35 : บทที่ ๓๔ หารือแผนการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43042
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3843 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62



 รัชทายาทออกไปรับสำรับกับลู่หนิงเหมย ระหว่างทางก็ทะเลาะถกเถียงกันไม่หยุด แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแม้แต่น้อย กลับกัน ยิ่งเห็นนางต่อต้านมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากจะกลั่นแกล้งนางมากขึ้นเท่านั้น

นางก็ดูน่ารักไม่เบาเวลาแยกเขี้ยวใส่เขาแต่ทำอะไรเขาไม่ได้...

หลังจากเดินมาส่งสตรีตัวน้อยเข้าจวนเสร็จ หยางเจินก็แยกตัวทะยานร่างแหวกอากาศไปอีกทาง กลายเป็นร่างเงาสีดำแดงสายหนึ่งมุ่งตรงไปถึงโรงน้ำชาที่ห่างไกลสายตาผู้คน

ร่างสูงสง่าเดินด้วยท่วงท่าองอาจทรงพลัง เขาก้าวเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ นัยน์ตาดำขลับตวัดมองหน้าสหายของตนที่มานั่งรออยู่ก่อน

“กระหม่อมได้กลิ่นหอมของอิสตรี” แม่ทัพเย่วเฟยยกยิ้มอย่างหยอกล้อ มือหนารินน้ำชาส่งให้บุตรของโอรสสวรรค์ด้วยท่วงท่าสง่างาม

“จมูกของเจ้าก็ช่างไวนัก” หยางเจินเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ 

เขาเอารัดเอาเปรียบสตรีตัวน้อยตั้งหลายครั้งหลายครา กลิ่นดอกเหมยจางๆของนางย่อมติดตัวเขามาอย่างไม่ต้องสงสัย

“พระองค์ก็อย่าได้ทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกคุกคามบ่อยนักสิพะยะค่ะ ไม่แน่สักวันนางอาจจะบินหนีพระองค์ไปไกล” เย่วเฟยกล่าวน้ำเสียงขบขัน

ข่าวความสัมพันธ์ขององค์รัชทายาทกับคุณหนูตระกูลลู่ที่นับวันยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆจนเลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองหลวง 

ตอนแรกเขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อเสียเท่าไหร่นักว่าบุรุษที่มิสนใจในอิสตรีนางใดอย่างองค์รัชทายาทจะเริ่มพึงใจลู่หนิงเหมยจริงๆ

ทว่าเขาก็ได้เห็นมากับตาตัวเอง คงทำใจไม่เชื่อได้ยากเสียแล้วกระมัง!

“หากนางคิดจะบินหนี ข้าก็จะหักปีกนางทิ้งเสีย” หยางเจินเอ่ยเสียงเรียบ 

เขาจะปล่อยให้นางโบยบินไปจากอ้อมอกของเขาได้อย่างไร อย่าได้คิดเพ้อฝันจนเกินจริง

“พระองค์ใจร้ายกับคู่หมั้นเกินไปแล้ว” เย่วเฟยกล่าวน้ำเสียงหยอกล้อไม่หยุดก่อนจะยกชาขึ้นจิบ

“กระหม่อมก็อยากจะลองหานางในดวงใจดูบ้าง”

“มีสตรีเข้าหาเจ้ามากมาย”

“แต่ไม่ถูกใจกระหม่อมสักราย” เย่วเฟยเอ่ย 

เขาก็อายุสิบแปดปีควรที่จะแต่งงาน มีฮูหยินเหมือนแม่ทัพคนอื่นๆ ทว่ายังหาหญิงที่คู่ควรไม่เจอเสียที

“เป็นเจ้าที่เรื่องมากเอง” หยางเจินอดกล่าววาจาเหน็บแนมไม่ได้ มีหรือที่เขาจะไม่รู้พื้นเพนิสัยของสหายผู้นี้ที่รักอิสระเสียยิ่งกว่าอะไร

“คืนนี้พระองค์ก็ลองไปหอคณิกาพร้อมกระหม่อมเป็นอย่างไรเล่า” เย่วเฟยแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ นึกอยากแกล้งสหายที่เคยร่วมรบมมด้วยกัน

“ข้ามีคู่หมั้นแล้ว” หยางเจินกล่าวเสียงเรียบ

“บางทีพระองค์อาจจะเจอว่าที่พระชายารองที่นั่นก็ได้” แม่ทัพหนุ่มยังไม่หยุดยั่วยุบุรุษไร้หัวใจตรงหน้าให้หวั่นไหว

“อาเหมยคนเดียวก็เพียงพอ”

“พระองค์เคยได้ยินคำว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือราชายังมีราชันย์หรือไม่พะยะค่ะ คุณหนูตระกูลลู่มีรูปโฉมงดงามล่มแผ่นดิน แต่มิอาจกล่าวได้ว่างามที่สุดในใต้หล้า” แม่ทัพหนุ่มกล่าววาจาราวกับท่องโลกกว้างมามาก

“หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งความสามารถ รูปโฉม ฉลาดปราดเปรื่อง เห็นทีในแผ่นดินนี้จะมีแค่เพียงคู่หมั้นของข้า ต่อให้เจ้าตามหาสตรีที่งดงามกว่านางมาได้ ก็ใช่ว่านางผู้นั้นจะสามารถนำเอามาเปรียบเทียบกับอาเหมยได้...”

แม่ทัพหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่ม รัชทายาทกำลังอวดคู่หมั้นของตนอยู่มิใช่หรอกหรือ ช่างน่าแกล้งนัก!

“พระองค์ยังไม่เคยไปหอคณิกา ก็มิอาจกล่าวได้ว่าที่นั่นไม่มีหญิงงามที่ฉลาดปราดเปรื่องได้เช่นกัน”

“หากเป็นเช่นนั้นเจ้าคงไม่ต้องมานั่งปริปากบ่นว่าอยากมีนางในดวงใจเหมือนตอนนี้แล้วกระมัง” 

คำกล่าวเสียดสีของหยางเจินทำให้คนฟังถึงกับทำใจยอมรับได้ยากยิ่ง

แม่ทัพเย่วเฟยทำสีหน้าเจ็บปวดเล็กน้อย ดวงตาดำขลับสบเข้ากับนัยน์ตาดุจพยัคฆ์ร้ายขององค์รัชทายาท ใบหน้าคมคายก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันควัน “เราก็เข้าเรื่องกันเถอะพะยะค่ะ”

“อืม นอกเมืองเป็นอย่างไรบ้างเล่า” หยางเจินเอ่ย

“ช่วงนี้เป็นฤดูกาลล่าสัตว์ ชาวบ้านลุกมาขี่ม้าล่าสัตว์กันทุกวัน”

หยางเจินได้ยินก็หรี่สายตาลงเล็กน้อย แม่ทัพเย่วเฟยเห็นเช่นนั้นจึงรีบกล่าวต่ออย่างละเอียด

“การล่าสัตว์จะแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม แยกกลุ่มตามสีของธง แต่ละกลุ่มมีจำนวนคนถึงห้าพันคน มีผู้นำกลุ่มละหนึ่งคนเรียกว่าหนิวลู่เอ๋อร์เจิน” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทุกคำพูดแฝงไปด้วยความนัยหลากหลาย

“ชาวบ้านเรียกพวกเขาว่าสี่กองธงใช่หรือไม่” หยางเจินกล่าวสีหน้าเรียบเฉย

“เหตุใดพระองค์ถึงรู้...” 

แม่ทัพเย่วเฟยมีสีหน้าประหลาดใจ เขาเพิ่งจะสืบข่าวมาได้เมื่อไม่นาน กว่าจะรู้รายละเอียดแน่ชัดก็ลำบากมิใช่น้อย ต้องใช้ภาษาฮั่นสอบถามพวกชาวบ้านซะส่วนใหญ่ กว่าจะได้เนื้อความที่ไม่คลาดเคลื่อนก็ทำเอาเขาเลือดตาแทบกระเด็น

โชคดีเหลือเกินที่หนังสือของลู่หนิงเหมยเขียนอธิบายไว้อย่างละเอียด และเน้นเนื้อหาเฉพาะด้าน เขาจึงสามารถเรียนรู้ภาษาได้อย่างรวดเร็ว

รัชทายาทไม่ตอบ เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่นอย่างครุ่นคิด 

ที่ลู่หนิงเหมยเคยกล่าวไว้นั้นคือแปดกองธงมิใช่หรอกหรือ เหตุใดถึงมีแค่สี่กองธงกัน...

“คนส่วนใหญ่ที่อยู่ใต้ร่มธงล้วนแต่เป็นชาวบ้าน แต่ไม่ใช่คนของแคว้นเยี่ยน” หยางเจินเอ่ยเสียงต่ำ

“ถูกต้องพะยะค่ะ! กระหม่อมไปสืบมา ทุกคนล้วนแต่เป็นชาวฮั่นทั้งหมด ช่วงนี้ก็ออกมาตั้งกองเพื่อไปล่าสัตว์ทุกวันอย่างแข็งขัน กระหม่อมคิดว่ามันผิดปกติ” ออกล่าสัตว์อะไรกัน เห็นชัดๆว่ากำลังซ้อมรบก็มิปาน นับวันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ หากปล่อยไว้เช่นนี้ก็คงไม่ดีนัก

“มีแค่สี่กองธงอย่างนั้นหรือ” เป็นหยางเจินที่เอ่ยถามอย่างข้องใจ

“ที่สืบมาก็มีเพียงเท่านี้พะยะค่ะ”

สตรีตัวน้อยของเขาไปเอาแปดกองธงมาจากไหนกัน หรือว่านางเพียงแค่เข้าใจผิดไปเอง?

ทำไมเขาถึงรู้สึกว่ามันไม่ใช่! นางจะกล้ากล่าวออกมาอย่างมั่นใจได้อย่างไรหากนางมิได้รู้จริง!

“เจ้ากลับไปสืบใหม่อีกครั้งเถอะ”

“อะไรนะพะยะค่ะ?” แม่ทัพเย่วเฟยเลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ 

เขาสืบข่าวมาผิดหรืออย่างไร เหตุใดต้องไปสืบซ้ำด้วยเล่า?

“ทหารองครักษ์ในวังหลวงมีถึงหนึ่งหมื่นคน ยังไม่รวมที่เฝ้าประตูเมืองอีกสองหมื่นคน เจ้าคิดว่าสี่กองธงมีกำลังพลรวมกันเพียงแค่สองหมื่นจะก่อกบฏสำเร็จอย่างนั้นหรือ”

หากมีแปดกองธง กองกำลังของพวกเขาย่อมมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ความเป็นไปได้ที่จะก่อกบฏนั้นสูงลิ่ว บางทีชาวฮั่นอาจจะซ่องสุมกำลังพลที่เหลือเอาไว้อยู่ในที่ลับตาคน

เย่วเฟยครุ่นคิด ที่องค์รัชทายาทกล่าวมานั้นก็สาเหตุสมผลยิ่งนัก การก่อกบฏต้องวางแผนระยะยาวและต้องแยบยลที่สุด กองกำลังสี่กองธงนั้นไม่เพียงพอจริงๆ

“กระหม่อมจะไปสืบอีกรอบตามพระบัญชาพะยะค่ะ” แม่ทัพเย่วเฟยน้อมรับคำ ก่อนจะกล่าวต่อ “กระหม่อมมีเรื่องแคลงใจอยู่เรื่องหนึ่ง...”

“เรื่องอันใด”

“ฤดูกาลล่าสัตว์ก็เริ่มมาตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว จะหมดฤดูกาลอีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้น คนที่เข้าร่วมในสี่กองธงย่อมสลายกลับไปเป็นชาวบ้านธรรมดา แล้วจะก่อกบฏได้อย่างไรกัน”

หยางเจินขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น สีหน้าเริ่มดำทะมึนขึ้นเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก นัยน์ตาดุจพยัคฆ์ร้ายไหววูบเต็มไปด้วยความอำมหิต ไอสังหารเริ่มแผ่กระจายจนน่ากลัว

“วันอภิเษกสมรสของข้า...” หยางเจินเค้นเสียงเอ่ยออกมาไม่ดังไม่เบานัก ทว่าแม่ทัพเย่วเฟยเข้าใจความหมายในทันควัน

วันอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาท เหล่าแม่ทัพนายกองย่อมไปเข้าร่วมอวยพรในวังหลวง หากชาวฮั่นก่อกบฏขึ้นจริงในวันนั้น แน่นอนว่าเหล่าแม่ทัพมิอาจใช้ป้ายสั่งการกลับไปนำกำลังพลจากค่ายทหารของตนมาปกป้องวังหลวงได้ 

ยิ่งเป็นงานอภิเษกสมรสสำคัญ วังหลวงย่อมวุ่นวายเป็นธรรมดา ไม่มีใครมานั่งคิดระแวดระวังว่าจะมีการก่อกบฏเกิดขึ้น ช่วงฤดูกาลล่าสัตว์ของชาวฮั่นก็สิ้นสุดลงใกล้เคียงกับวันมงคลของราชวงศ์เสียจริง!

“หากเป็นไปตามที่คาดไว้ก็ใช่ว่าจะผ่านเข้าประตูเมืองมาได้ง่ายๆ” แม่ทัพเย่วเฟยเอ่ย กำลังทหารคุ้มกันเมืองมีถึงสองหมื่นคน ถึงผ่านหน้าด่านเข้ามาได้ก็คงเหลือไม่มากนัก

“เจ้าไม่คิดว่าพวกเขาจะอ้างว่ามาอวยพรให้ข้าบ้างหรืออย่างไร” หยางเจินกล่าวน้ำเสียงเย้ยหยัน 

ในเมืองหลวงย่อมมีชาวบ้านมาร่วมยินดีให้เขาหลายพันหลายหมื่นคนตลอดทางจากจวนเหวินจนถึงประตูวังหลวง อีกทั้งฮ่องเต้ก็ทรงเห็นว่าเป็นวันมงคล จึงได้มีรับสั่งให้ผู้คนเข้ามาเมืองหลวงเพื่อร่วมอวยพร

กองกำลังนั้นก็อ้างตนว่าเป็นพลเรือน หากกีดกันพวกเขาออก มาตรว่าคงเกิดการจลาจลเรื่องแบ่งแยกเชื้อชาติตามมาทีหลังแน่

“หากพวกเขาขอเข้ามาอวยพรจริง งานมงคลของพระองค์คงจะไม่ค่อยมงคลแล้วกระมัง” เย่วเฟยกล่าวก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างฝืดๆ

หากเป็นเมื่อก่อนรัชทายาทยังมิสนใจในอิสตรีนางใด เขาก็ไม่ค่อยกังวลนัก 

ทว่าตอนนี้มิใช่แล้ว ผู้ที่บังอาจมาทำให้งานมงคลของพระองค์แปดเปื้อนเห็นทีคงจะตกตายไม่สงบอย่างที่ควรจะเป็น

“อัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ยก็น่าสงสัย ช่วงนี้เขาลอบไปคุยกับเหล่าขุนนางบ่อยจนผิดหูผิดตา มิใช่ว่ากำลังวางแผนอันใดอยู่หรอกหรือ”

ตาเฒ่ามากเล่ห์เหลี่ยมอย่างฉินฮุ่ยไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะมองข้าม บางทีเขาอาจสมรู้ร่วมคิดก่อกบฏกับชาวฮั่นก็ได้ เห็นเขาดูจะใส่ใจเรื่องชาวฮั่นเป็นพิเศษนัก

“พูดถึงฉินฮุ่ย กระหม่อมแวะไปทักทายเซียวเหอในคุกหลวงมาเมื่อวันก่อน ถึงปากเขาจะพูดไม่ได้ แต่มือก็ยังเขียนได้ กระหม่อมจึงได้สอบถามเขามาเล็กน้อย” ความจริงเขาไปบังคับขู่เข็ญเซียวเหอเลยต่างหาก ถ้าไม่ยอมบอกความจริงเขาคงได้ตัดมือเซียวเหอเล่นเป็นแน่

“ได้ความว่าอย่างไรเล่า”

“คนที่บงการให้ชาวฮั่นมาใส่ความกระหม่อมคืออัครมหาเสนาบดีฉินฮุ่ยพะยะค่ะ กระหม่อมกำลังจะนำตัวเซียวเหอไปเอาผิดที่จวนของอัครมหาเสนาบดี แต่เขาก็ถูกมือสังหารฆ่าตายเสียก่อน”

ใบหน้ารัชทายาทดำทะมึนยิ่งกว่าก้นมหาสมุทร เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด 

ขุนนางคิดคดทรยศแผ่นดิน ฉินฮุ่ยผู้นี้ก็ช่างโลภนัก ทางไหนได้ประโยชน์มากกว่าก็เอนเอียงไปทางนั้น คงขายชาติให้ชาวฮั่นแล้วกระมัง! 

“บางทีฉินฮุ่ยอาจจะร่วมมือกับชาวฮั่นแล้ว”

“แปดในสิบส่วน กระหม่อมคิดว่าใช่พะยะค่ะ”

“งานอภิเษกสมรสของข้าเจ้าก็วางแผนรับมือเสียให้ดีเถอะ ไม่เกิดเรื่องก็แล้วไป แต่ถ้าพวกเขาก่อกบฏขึ้นมาจริงพวกเราจะได้รับมือได้ทันการณ์”

“พะยะค่ะ รัชทายาท!”

หยางเจินยกชาขึ้นมาจิบด้วยท่วงท่าสง่า ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มตัวหมุนกายเดินออกจากโรงน้ำชา ทะยานตัวลอยกลางอากาศกลายเป็นร่างเงาสายหนึ่งมุ่งไปยังวังไท่จื่อ

ภายใต้ใบหน้าสง่างามของรัชทายาท เขากำลังครุ่นคิดไม่ตก

สตรีตัวน้อยของเขารู้เรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างไรกัน ทั้งๆที่มันเพิ่งจะเกิดขึ้นได้ไม่นาน ทั้งๆที่บางอย่างยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำแต่นางก็กล่าวออกมาแล้ว...

เขามั่นใจว่าท่านราชครูคงมิอาจสอนนางเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ได้ 

นางไปเรียนรู้มาจากใครกัน...

รู้ถึงอนาคตเลยหรือ...

ไม่สิ...

อาเหมย...เจ้าเป็นใครกันแน่





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.843K ครั้ง

10,552 ความคิดเห็น

  1. #7612 ยัยปีโป้ (@kokkies) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 22:41
    รูปน่าร้ากกกกก
    #7612
    0
  2. #4231 ADVANCED_ (@ADVANCED_) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 22:12
    "อาเหมยคนเดียวก็เพียงพอ"ชอบคำนี้ทำให้นึกถึงหนัง อะไรน้า ป่าท้อ อะรัชทายาทพูดเหมือนกัน
    #4231
    0
  3. #3785 ss.suttida (@sridang) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 01:09
    อ่านมาตั้งนานยังไม่รู้ว่่าชาติก่อนนางเอกทำอาชีพอะไร
    #3785
    2
    • #3785-1 i-saii26 (@i-saii26) (จากตอนที่ 35)
      18 มิถุนายน 2562 / 16:17
      อยู่หน่วยข่าวกรอง อ่ะ ที่อ่านผ่านๆ แล้วก็ไม่แน่ใจว่าทำงานเกี่ยวกับภาษาแล้วก็ประวัติศาสตร์ อะไรสักอย่างนี่แหละ

      เราไม่แน่ใจเท่าไหร่ ลองกลับไปอ่าน ตอนแรกๆ

      แหะๆๆๆ
      #3785-1
    • #3785-2 Pam NPP (@pampampamela) (จากตอนที่ 35)
      20 มิถุนายน 2562 / 01:15
      ทำงานให้หน่วยกองลับของสหรัฐค่ะ ทำทุกอย่าง เป็นทุกอย่าง เรียนทุกอย่าง ไม่ว่าจะ เตะต่อย แพทย์หมอ การปรุงยา การสร้างอาวุธ
      #3785-2
  4. #3298 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 19:56
    ชอบภาพปลากรอบ
    #3298
    0
  5. #3258 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 17:38

    มม = มา

    #3258
    0
  6. #1752 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 18:29
    ภาพจาการ์ตูนเรื่องอะไรคะ
    อยากจะไปดู
    #1752
    0
  7. #989 saowaluk (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 09:12
    รู้แล้วจะหนาว 555
    #989
    0
  8. #988 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 09:12
    ขอบคุณจ้า
    #988
    0
  9. #976 raving_fox (@raving_fox) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 06:27
    ก็มาจากอนาคตไง555555
    #976
    0
  10. #968 fon_2546 (@fon_2546) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 04:15
    สู้ๆค่ะไรท์
    #968
    0
  11. #960 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 02:39

    ก็มาจากอนาคตจริงๆ ไง

    #960
    0
  12. วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 02:20

    หารือ ... ไม่ใช่ หาลือ นะคะ

    #957
    0