ตอนที่ 27 : บทที่ ๒๗ ภูเขาเอ๋อเหมยซาน (๓)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3441 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62



 ปัง! เสียงปะทะกันรุนแรงระหว่างองค์รัชทายาทกับงูยักษ์อสูรกายดังไม่ขาดสาย 

พลังปราณแกร่งกล้ามิอาจทะลุทะลวงผ่านเกล็ดหนาๆสีดำของมันไปได้ ไม่ว่าจะโจมตีไปเท่าใด งูตัวนั้นก็ไม่สะทกสะท้านและยังพ่นพิษร้ายสวนกลับอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก

ลู่หนิงเหมยหรี่สายตาลงเล็กน้อย หัวงูก็เหลือเพียงสองหัวเท่านั้น แต่มันกลับไร้เทียมทานราวกับว่ามันได้ถอดหัวใจเอาไปไว้ที่อื่นเลยมิจำเป็นต้องกลัวตาย...

เป็นไปได้หรือไม่! อสูรกายย่อมเก็บซ่อนหัวใจของตนเอาไว้ในที่ลึกลับ ถึงแม้กายหยาบจะถูกทำลายสักเพียงใดหัวใจมันก็ยังคงอยู่ ยังสามารถสร้างกายหยาบขึ้นมาได้อีกเรื่อยๆ

ลู่หนิงเหมยกวาดสายตามองไปรอบๆ ในเมื่องูตัวนี้เฝ้าลำธารแห่งนี้ หัวใจมันก็ต้องซ่อนอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน 

ทว่าน้ำในลำธารไม่ได้ลึกมาก สามารถมองเห็นพื้นดินข้างล่างได้อย่างชัดเจน คงไม่เหมาะนักที่จะเก็บซ่อนสิ่งสำคัญเช่นนั้น

นัยน์ตาเย็นยะเยือกไปสะดุดเข้ากับต้นลำธารที่ดูเหมือนจะเป็นแอ่งน้ำลึก ลู่หนิงเหมยหันไปหยิบไข่มุกราตรีขึ้นมาแล้วกระโดดพุ่งลงไปในแอ่งน้ำนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันมีใครสังเกตเห็น

นางกลั้นหายใจใช้ไข่มุกราตรีส่องไปใต้น้ำลึกที่มืดสนิท พบเจอกับกองกระดูกมนุษย์มากมายเป็นที่น่าหวาดผวา ทว่าเหนือกองกระดูกขึ้นไปมีก้อนเนื้อสีแดงลอยเด่นอยู่ใต้น้ำ 

หัวใจก่อนนั้นมันเต้นตุบตับเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลู่หนิงเหมยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อยนางวาดดาบพุ่งแทงเข้าไปในก้อนเนื้อหัวใจนั่นอย่างไม่ปรานี

อสูรกายงูดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด มันสบัดน้ำฟาดหางไปมาราวกับจะขาดใจ สักพักมันก็แน่นิ่งไปไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว

หยางเจินขมวดคิ้วเรียวด้วยความไม่เข้าใจพอๆกับซูเหิง 

งูปีศาจตัวนี้หยุดนิ่งลงไปซะดื้อๆหลังจากที่พวกเขาต่อสู้กับมันมาได้สักพักใหญ่

เกิดอะไรขึ้นกันแน่!

“คุณหนูใหญ่หายไปไหน!” ฉิงหลี่ที่เพิ่งได้สติก็ร้องขึ้นด้วยความตื่นตระหนก นายหญิงที่เคยยืนอยู่ข้างๆพวกนางหายไปอย่างไร้ร่องรอย

หยางเจินมีสีหน้าดำทะมืนขึ้นหลายส่วนเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขามัวแต่ยุ่งอยู่กับเจ้างูอสูรนี่เลยไม่ทันระวัง เขาไม่น่าปล่อยให้นางคาดสายตาเลยจริงๆ

ซ่า!

“แค่ก...” ลู่หนิงเหมยโผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำก็ไอออกมาเล็กน้อย ทุกคนหันไปมองทางนางเป็นตาเดียว

หยางเจินมองสตรีตัวน้อยด้วยสายตาขุ่นเคืองปนเอือมระอาใจ 

ลู่หนิงเหมยว่ายน้ำจนมาถึงบริเวณที่ตื้นสามารถยืนได้ นางค่อยๆก้าวขาขึ้นมาอย่างสง่างามราวกับภาพเซียนสวรรค์

นัยน์ตาคมกริบขององค์รัชทายาทไหววูบเล็กน้อยเมื่อมองเห็นสัดส่วนเรือนร่างที่ยั่วยวนกวนใจของนาง เขาหันหลังให้นางทันที ส่วนองครักษ์เงาข้างกายก็หายตัวเข้าไปในป่าอย่างรู้หน้าที่ตน

หลูเฟิงกับฉิงหลี่รีบเข้าไปดูแลปรนนิบัติ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้นายหญิงของตนอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักมือเล็กๆของลู่หนิงเหมยก็ยกขึ้นไปจิ้มที่แก้มเนียนละเอียดของคนตัวสูงให้เขาหันมา

“เจ้าลงไปทำอะไรในนั้น!” หยางเจินกล่าวน้ำเสียงดุดันจนน่ากลัว ทว่าสตรีตรงหน้ากลับส่งยิ้มมาให้เขาอย่างไม่ใส่ใจ

“ไปทำลายหัวใจงูตัวนั้นอย่างไรเล่า” ลู่หนิงเหมยเอ่ย ทุกคนถึงกลับหูผึ่งรอฟัง “ข้าเห็นว่ามันดูไร้เทียมทานผิดปกติ ก็เลยคิดว่ามันน่าจะถอดหัวใจเอาไว้ที่อื่น ข้าก็แค่ลงไปหาดูแล้วก็บังเอิญเจอพอดี”

อย่างนี้นี่เอง! ที่อยู่ๆเจ้างูอสูรก็แน่นิ่งไปราวกับว่ามันตายแล้ว เป็นเพราะลู่หนิงเหมยได้ทำลายหัวใจของมันจนหมดสิ้น! คิดไม่ถึงจริงๆว่ามันจะแอบซ่อนหัวใจเอาไว้

ทว่าสตรีผู้นี้ยิ่งคาดไม่ถึงยิ่งกว่า นางเป็นคุณหนูตระกูลลู่ไม่เคยออกจากจวนไปท่องโลกเสียด้วยซ้ำ เหตุใดนางถึงได้รู้ว่ามันซ่อนหัวใจเอาไว้ได้...

“เจ้าก็ไม่คิดเลยหรือว่าใต้น้ำนั่นอาจจะมีอะไรที่อันตรายมากกว่า” หยางเจินกล่าวอย่างไม่ชอบใจนัก

“ตอนแรกก็ไม่ได้คิด พอลงไปใต้น้ำพบเจอโครงกระดูกมนุษย์มากมาย ก็เลยคิดขึ้นมาได้แต่ก็ไม่ทัน ข้ากระโดดลงไปแล้วนี่นา” ลู่หนิงเหมยกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ หยางเจินเห็นอย่างนั้นก็ไร้วาจาจะกล่าว ส่งสายตาเอือมระอาออกมาแทน

นางช่างไม่ระมัดระวังตัวเอาเสียเลย! 

“น้ำในลำธารเริ่มเปลี่ยนสี เป็นไปได้อย่างไรกัน!” หลูเฟิงกล่าวด้วยความตื่นตระหนก

น้ำที่เคยใสสะอาดบัดนี้ค่อยๆกลายเป็นสีดำทมิฬราวกับบ่อยาพิษร้าย ปลาเล็กปลาใหญ่ลอยขึ้นมาตายเหนือผิวน้ำ ต้นหญ้าที่อยู่ริมลำธารเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว

“เป็นเพราะพิษจากเขี้ยวงู” หยางเจินเอ่ย พอมองไปทางหัวงูที่อ้าปากค้างอยู่ก็เห็นพิษสีดำทมิฬไหลออกจากเขี้ยวยาวๆของมันไม่หยุด ทำให้ลำธารใสสะอาดกลายเป็นแอ่งเก็บยาพิษชั้นดีไปเสียแล้ว

“ดียิ่งนัก” ลู่หนิงเหมยเอ่ยนัยน์ตาฉายแววเฉลียวฉลาดขึ้นมาอีกหลายขั้น “เราพักที่นี่เถอะ ถอยห่างจากลำธารหลายๆเมตรหน่อย ไออสูรของงูตัวนั้นยังคงซึมลึกอยู่ในน้ำ อสูรกายตัวอื่นจะไม่กล้าเข้ามาวุ่นวายกับเราที่นี่”

ลู่หนิงเหมยเอ่ยจบก็ทิ้งตัวลงนั่งอย่างใจเย็น บ่าวรับใช้ที่ได้ฟังต่างมองหน้านายหญิงของตนด้วยความประหลาดใจยิ่ง

หยางเจินเองก็มองสตรีตัวน้อยไม่วางตา นางช่างรู้จักหาประโยชน์จากเรื่องที่เกิดขึ้นได้ดีจริงๆ สตรีแคว้นเยี่ยนเห็นทีจะไม่มีผู้ใดปราดเปรื่องเท่านางแล้วกระมัง

ริมฝีปากหยักได้รูปขององค์รัชทายาทขยับยิ้ม นัยน์ตาดุดำวาววับเต็มไปด้วยประกายลึกล้ำยากที่จะเข้าใ

นางเปลี่ยนไปมาก...

เปลี่ยนไปราวกับคนละคน!

ซูเหิงเดินกลับมาพร้อมกับผลไม้มากมาย เขาวางมันลงบนผ้าก่อนจะเอ่ย “ข้าน้อยลองใช้กระดาษเขียนแล้วแปะลงบนต้นไม้ตามคุณหนูลู่ ก็เลยได้ผลไม้พวกนี้มาจากเหล่านางฟ้าแห่งต้นไม้ขอรับ”

ลู่หนิงเหมยหยิบเข็มเงินมาจิ้มตรวจ ก็พบว่าเป็นผลไม้ไร้พิษ สามารถกินได้อย่างไม่ต้องกังวล องครักษ์เงาวังไท่จื่อก็เรียนรู้เร็วนัก ไม่แปลกที่เขาได้เป็นคนสนิทอยู่ข้างกายหยางเจิน

กองไฟเล็กๆถูกก่อขึ้นสร้างความอบอุ่นให้กับบรรยากาศที่หนาวเหน็บได้เป็นอย่างดี ที่นอนเล็กๆถูกจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อย ลู่หนิงเหมยที่เหนื่อยล้าก็ขยับกายไปทิ้งตัวนั่งบนที่นอน

หยางเจินเดินมานั่งข้างๆนาง ในมือถือผลไม้มาสองสามอย่าง “เจ้ากินสักหน่อยเถอะ พรุ่งนี้จะได้มีแรงลงไปดำน้ำเหมือนวันนี้อีก”

ลู่หนิงเหมยหันไปส่งค้อนมองหน้าองค์รัชทายาทอย่างเอาเรื่องทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวเหน็บแนมจากเขา “ถึงไม่กินตอนนี้ข้าก็มีแรงมากพอที่จะประทุษร้ายท่านได้”

“งั้นหรืออาเหมย ไม่ใช่ว่าเจ้าปวดขาจนจะเดินไม่ได้อยู่แล้วหรอกรึ” หยางเจินเลิกคิ้วถามสีหน้าเรียบเฉย ทว่ามือหนากลับยกขาสตรีตัวเล็กขึ้นมา เห็นข้อเท้าขาวผ่องบวมแดงเล็กน้อย

“ข้าไม่เป็นอะไร” ลู่หนิงเหมยกล่าว พลางหยิบผลไม้เข้าปากเคี้ยวตุ่ยๆ 

หยางเจินส่ายหน้าเอือมระอาใจ เขาหยิบยามาทารอยบวมแดงที่ข้อเท้าให้สตรีตัวน้อยที่อวดดีไม่รู้เวล่ำเวลา

“สภาพข้อเท้าของเจ้าถึงจะบวมนิดเดียว แต่หากไม่ดูแลรักษาดีๆ เจ้าอาจจะเจ็บจนเดินไม่ได้อีก”น้ำเสียงราบเรียบอันทรงพลังเอ่ยต่อ “พรุ่งนี้ยังต้องเดินอีกมาก ข้ายังไม่อยากแบกเจ้าขึ้นภูเขา” 

“ข้ายังไม่ได้ขอให้ท่านแบกข้าเลยสักนิด” ลู่หนิงเหมยเถียง

“พอถึงตอนที่เจ้าเดินไม่ไหวจริงๆ คนที่แบกเจ้าได้ก็มีแต่ข้าคนเดียว” สาวใช้ทั้งสองคนก็เป็นสตรีคงแบกนางไม่ได้ บุรุษที่อยู่ก็มีแค่เขากับองครักษ์เงาสองคนเท่านั้น นางเป็นถึงคู่หมั้นคู่หมายของเขา จะให้บุรุษอื่นมาแบกมาอุ้มได้อย่างไรกัน

“ท่านคงลืมไปแล้วว่าข้ามิใช่สตรีอ่อนแอ”

“เจ้าเคยอ่อนแออาเหมย...” องค์รัชทายาทกล่าวน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลู่หนิงเหมยชะงักเล็กน้อย 

เมื่อก่อนเจ้าของร่างนี้อ่อนแอจริงๆ แต่อยู่ๆนางก็กลายเป็นสตรีเข้มแข็ง เลือดเย็นอำมหิตสามารถสังหารนักฆ่าได้อย่างไม่คณามือ ไม่แปลกที่ผู้คนจะแคลงใจ

“ท่านไม่สงสัยหรือว่าทำไมข้าถึงได้เปลี่ยนไป” ลู่หนิงเหมยเอ่ยถามเสียงแผ่ว

“แน่นอนว่าต้องสงสัย” นัยน์ตาดุจพยัคฆ์ร้ายมองจ้องเข้ามาในแววตาสุกสว่างของสตรีตรงหน้า “แต่ถึงแม้ข้าจะสงสัยสักเพียงใด เจ้าก็ยังเป็นเจ้าและข้าก็พึงใจเจ้าที่เป็นอยู่ตอนนี้ หากเจ้ายังอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อน เจ้าก็เป็นได้แค่เพียงสตรีนางหนึ่งที่ข้าไม่ใส่ใจ”

หัวใจลู่หนิงเหมยเต้นด้วยจังหวะรุนแรงขึ้นเล็กน้อย แก้มขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อ นางรีบหันหน้าหลบไปทางอื่นทันทีเพราะกลัวเขาจะเห็น

แววตาดำขลับของหยางเจินฉายแววขบขันเมื่อเห็นกิริยาท่าทางสตรีตรงหน้า 

ผู้อื่นคงจะนั่งเขินอายบิดตัวไปมา ทว่านางกลับหลบหน้าเขา กระเถิบตัวหนีไปนั่งอยู่อีกมุม มีสตรีนางใดเป็นอย่างนางบ้าง...

หยางเจินเอนหลังลงนอน ลู่หนิงเหมยก็นอนลงข้างๆแต่นางหันหลังให้เขา อีกนิดเดียวก็จะตกจากผ้าลงไปนอนบนพื้นดินอยู่แล้ว

เหตุใดนางถึงนอนอย่างนั้น นางรังเกียจเขาหรืออย่างไร ไยไม่นอนดีๆ นางช่างเป็นสตรีที่มีนิสัยวุ่นวายเสียจริง!

เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของสตรีด้านข้างก็รู้ได้ทันทีว่านางหลับไปแล้ว หลับไปทั้งๆที่นอนอยู่อย่างนั้น ช่างน่าตายนัก!

องค์รัชทายาทลุกขึ้นมาช้อนตัวนางให้มานอนตรงกลาง แล้วก็ดึงนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอย่างหวงแหนก่อนจะหลับตาพริ้มตามนางเข้าสู่ห้วงนิทรา

ทุกการกระทำของทั้งสองอยู่ภายใต้สายตาบ่าวไพร่ทั้งสามคนที่นั่งมองอยู่ห่างๆ

“เจ้านายของเจ้าหลอกกินเต้าหู้นายหญิงของข้าแล้ว” หลูเฟิงกล่าวอย่างไม่จริงจังนัก

“จะเป็นไรไป อีกไม่กี่วันก็ถึงวันอภิเษกสมรส” ซูเหิงนั่งเติมฟืนอยู่ข้างๆกองไฟเอ่ยตอบ เอาจริงๆนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นนายตัวเองแอบลักหลับสตรี องค์รัชทายาทคงไปไหนไม่รอดเสียแล้วกระมัง

“ข้าก็หวังให้มันราบรื่นอย่าได้เกิดเรื่องขึ้นก็แล้วกัน” ฉิงหลี่เอ่ยอย่างเป็นกังวล มีคนส่งมือสังหารมาลอบฆ่านายหญิงจำนวนมากมายถึงเพียงนั้น องค์หญิงเฟยฮวาคงต้องการเห็นนายหญิงของพวกนางตกตายโดยเร็ว นางคงไม่ยอมลามือจากคุณหนูใหญ่ง่ายๆเป็นแน่

“เจ้าก็ไปนอนก่อนเถอะ ข้ากับฉิงหลี่จะอยู่เฝ้ายามเอง ตื่นมาเจ้าค่อยมาเปลี่ยนให้พวกข้าไปนอน” หลูเฟิงหันไปกล่าวกับซูเหิงเสียงเรียบ อย่างไรเสียองครักษ์เงาก็มิใช่มนุษย์เหล็ก ยังต้องพักผ่อนเหมือนคนทั่วๆไป

“งั้นก็รบกวนพวกเจ้าด้วย” ซูเหิงเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาที่หลับนอนใกล้ๆ 

เขาได้เห็นวรยุทธ์ของสาวใช้คนสนิทของคุณหนูลู่มาบ้างจึงไม่เป็นกังวลเท่าไหร่หากจะปล่อยให้พวกนางเฝ้ายามแทนสักสองถึงสามชั่วยาม...






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.441K ครั้ง

10,035 ความคิดเห็น

  1. #9342 Sayrung923 (@Sayrung923) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 00:38
    สนุกคะเขียนเยอะมันก็มีคำผิดบ้างแต่ไม่ได้ทำให้เนื้อเรื่องเสียหายน่าติดตามอ่านเข้าใจง่ายดีรวมๆแล้วก็สนุกคะเป๋นอีกหนึ่งกำลังใจคะสู้นะคะ
    #9342
    0
  2. #8147 Alamadine (@alamadine) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 13:26
    ลามือ= ใช้คำว่า รามือ
    #8147
    0
  3. #8135 DataT (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 11:21

    หากอ่านนิยายจีนโบราณแปลตามเว็บเมืองนอกจะรู้ว่าพล็อตคล้ายกันหมดค่ะ แรงบันดาลใจแรงดีมากเหมือนเอาหลาย ๆ เรื่องมารวมไว้ค่ะ แต่ไหลลื่น

    #8135
    0
  4. #3093 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 17:29

    สบัด = สะบัด

    ยากที่จะเข้าใ(จ)


    คำเรียกนางเอก บางครั้งเป็นคุณหนูใหญ่ บางครั้งเป็นนายหญิง แต่ในความรู้สึกเรา ถ้าให้สมจริง ควรจะเป็น 'คุณหนู' ไหมคะ เพราะเธอเป็นแค่ลูกสาวของเจ้าของจวน ไม่ใช่ภรรยาที่จะเรียกนายหญิง และในเรื่องไม่มีกล่าวถึงลูกคนอื่นๆ ก็ไม่น่าจะต้องเรียกคุณหนูใหญ่นะคะ

    #3093
    0
  5. #2838 R_Z.d (@coconut1103) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 04:52
    ไม่ค่อยชอบที่พระเอกสนใจนางเอกเพียงเพราะนางเก่งเลย แถมคำพูดพระเอกแทงใจนางเอกมากนะถ้าคิดดูแบบอีกมุม ประมาณว่าเก่งและมีประโยชน์น่าสนใจว่าอ่อนแอและไร้ประโยชน์เลยค่ะ ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ แต่เนื้อเรื่องดำเนินสนุกดีมากค่ะ ชอบ
    #2838
    0
  6. #1597 Hoshi_Akemi (@Vivian_N) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 22:05
    เอิ่ม ทำให้แม่น้ำใสสะอาดกลายเป็นพิษแล้วไม่คิดแก้ไขเลยหรอ ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกมากที่ต้องใช้น้ำสะอาดนะ
    #1597
    0
  7. #1496 N-Numwan29 (@N-Numwan29) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 01:28
    เดี๋ยววว เจ้าองครักษ์!!
    เจ้าให้หญิงสาวเฝ้ายาม(ถึงแม้นางจะเก่งโครตก็ตาม)เนี่ยนะ!!
    #1496
    0
  8. #1099 NidIntime (@NidIntime) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 01:01
    รายละเอียด ขาดหายไปบ้าง สำนวนทันสมัยไปนิด ตามจริง ว่าที่ไทจื่อเฟย ต้องเข้ามาอยู่ในวัง ก่อนแต่ง นานเป็นเดือน เพื่อเตรียมพร้อมพิธี และเพื่อกันเสียงครหา เรื่องชายอื่น จนก่วาจะถึงวันแต่งงาน
    ห้ามออกจากจวน และเวลาไปใหน มีคนติดตามไปเป็นขบวน แต่อื่นๆพล็อตเรื่องดีเลยคะ นางเอกเทพทรูจริงๆ
    #1099
    0
  9. #712 May_montira (@minniemintra96) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 19:23
    เนื้อเรื่องสนุกนะคะน่าติดตามมากมีเพียงรายละอียดนิดหน่อยที่คนเขียนอาจมองข้ามไปเพื่อความสมจริง อย่างเช่น"องครักษ์เงา" คือคนคอยแฝงตัวรักษาความปลอดภัยอย่างลับๆ ถ้าเผยตัวออกมาก็จะกลายเป็นองครักษ์ธรรมดา หรือราชองครักษ์ ตามตำแหน่งเจ้านายไป ,และการใช้ภาษาพูดที่ค่อนข้างทันสมัย ซึ่งนางเอกอาจจะหลุดไปเพราะเป็นคนละยุค แต่คนรอบข้างควรเอะใจบ้างนิดหน่อยนะ,การไปไหนมาไหนคนเดียวก็เหมือนกัน ถึงนางจะเก่งกล้าสามารถยังไง ตามยุคสมัยแล้วไม่ควรปล่อยให้ทำตามใจ ยังไงก็ต้องรักษาชื่อเสียงกันคำคนนินทา ยิ่งเป็นว่าที่ไท่จื่อเฟยยิ่งต้องระวังมากขึ้นหลายเท่าตัว เพื่อให้เนื้อเรื่องไม่สะดุดขาดความสมจริง.เผื่อจะส่งสำนักพิมพ์หรือทำเล่มเองภายหน้านะคะ แต่งเรื่องได้ดีค่ะ จะติดตามเป็นกำลังใจไปเรื่อยๆสู้ๆค่ะ.
    #712
    0
  10. #549 ผักหวาน" (@moonlight44) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 18:39
    อ่านมาหลายตอนเราตะหงิกกับคำว่านายหญิงแหะ ควรเรียกคุณหนูมั้ยอ่ะ
    #549
    0
  11. #502 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 02:53

    เขาชอบเธอตอนนี้จ้า

    #502
    0
  12. #482 raving_fox (@raving_fox) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:43
    ฮาการเขินของนาง555555
    #482
    0
  13. #481 覆水难收 (@savena002) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:41
    พระยาชา= พระชายา
    แอบขำ ยาชา5555😂😂😂
    #481
    0
  14. #479 覆水难收 (@savena002) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:40

    ปากหวานง้อวววว
    #479
    0
  15. #478 chanath (@chanath) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:33
    ขอบคุณมากๆคะ
    #478
    0
  16. #477 chanath (@chanath) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:33
    ไรท์น่ารักที่สุดเลย
    #477
    0