ตอนที่ 10 : บทที่ ๑๐ ธิดาแห่งมังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58892
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4287 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62


กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอบอวลจนผู้คนอยากจะเบือนหน้าหนี ร่างสูงสง่างดงามราวกับรูปปั้นกรีกโบราณในชุดสีดำแดงปักลวดลายด้วยไหมสีทองอร่ามจนเป็นที่น่าเกรงขามของรัชทายาทยืนนิ่งสงบจนผู้คนหวั่นระแวง

เขาเหยียดสายตามองเหล่าชายชุดดำที่ถูกองครักษ์เงาของเขาจับกุมมาทั้งหมด หากแต่เค้นถามยังไงก็ไม่มีคำตอบหลุดลอดออกมาจากปากของพวกเขาแม้แต่น้อย

องครักษ์เงาเมืองเฉาเว่ยช่างน่านับถือยิ่งนัก ยอมตายดีกว่าให้ใครล่วงรู้ตัวตนของผู้เป็นนาย เช่นนั้นเขาก็จะทำให้สมความปรารถนา!

เดิมทีหยางเจินก็ไม่ได้เป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยนต่อโลกแต่อย่างใด พอมารับรู้ว่าคนพวกนี้คิดที่จะลักพาตัวเจ้าสาวของเขาไปไกลมีหรือที่จะไม่โกรธจนอยากจะฆ่าคน

แม้จะยังไม่รู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง ทว่าลู่หนิงเหมยก็เป็นถึงคู่หมั้นของเขา แค่คิดจะขโมยสตรีของเขาจากไปโดยไม่บอกเหตุผลออกมา เขาก็แทบจะมอบความตายให้คนพวกนี้ด้วยมือของเขาเองแล้ว

“สังหารให้สิ้น” หยางเจินเอ่ยน้ำเสียงดุดัน องครักษ์เงาพุ่งทะยานเข้าไปหาบุรุษทั้งหกคนอย่างรวดเร็ว ตวัดเพียงดาบเดียวศีรษะของบุรุษชุดดำก็ล่วงหล่นลงมาบนพื้นเลือดไหลซึมไปกับแผ่นดิน

นัยน์ตาดำขลับดุจพยัคฆ์ร้ายที่แฝงความอำมหิตเหี้ยมเกรียมยังคงจ้องมองไปยังศพหกร่างที่ไร้ซึ่งลมหายใจ

ท่านราชครูกำลังปิดบังอะไรอยู่กันแน่ เหตุใดถึงมีคนเหล่านี้คอยติดตามสตรีตัวน้อยของเขาได้

“ข้าจะไปพบท่านราชครู” หยางเจินกล่าว

“เอ่อ รัชทายาท ตอนนี้คุณหนูลู่กำลังมาที่นี่พะยะค่ะ” ซูเหิงมีสีหน้าลำบากใจ

“นางมีเรื่องอะไรถึงได้มาหาข้าถึงวังไท่จื่อเช่นนี้” หยางเจินขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นเมื่อกลางวันนางยังคร้านจะเข้าวังมาพร้อมเขาอยู่เลย

“คงเพราะเรื่องที่ตลาด...” ซูเหิงชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะเล่าเรื่องราวที่สตรีตัวน้อยขององค์รัชทายาทไปก่อร่างสร้างเรื่องราวใหญ่โตเอาไว้ หยางเจินได้ฟังก็เผลอยกยิ้มจางๆขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ซูเหิงชะงักตาค้าง องค์รัชทายาททรงแย้มพระสรวลอย่างนั้นหรือ น้อยนักที่ผู้คนจะได้เห็นช่างเป็นบุญตาเสียจริง!

สงสัยคุณหนูตระกูลลู่คงเข้ามานั่งอยู่ในดวงใจบุตรของโอรสสวรรค์พระองค์นี้แล้วกระมัง

“ทูลรัชทายาท พระชายามาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ!” ขันทีหน้าตำหนักกล่าวเสียงแหลมเล็ก หยางเจินรีบก้าวออกไปหาลู่หนิงเหมยแทบจะทันที

“ถวายพระพรเพคะ องค์รัชทายาท” ลู่หนิงเหมยย่อตัวคำนับหยางเจินด้วยความอ่อนช้อยแต่สง่างามตรึงสายตาผู้คนให้เหลียวหลัง

“ลุกขึ้นเถิด” เขาเอ่ยเสียงเรียบ

“ขอบพระทัยเพคะ” ลู่หนิงเหมยกล่าวก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มตัวอีกครั้ง ใบหน้างามวาววับแฝงไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว หยางเจินเห็นอย่างนั้นก็พออกพอใจยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

นางหึงเขาแล้วหรือ! หยางเจินยกยิ้มในใจ

อยู่ๆลู่หนิงเหมยก็เปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน นางได้กลิ่นคาวเลือดจางๆอยู่แถวนี้

“ไปเดินเล่นที่สวนท้อของข้าดีหรือไม่” หยางเจินสังเกตเห็นสีหน้าลู่หนิงเหมยก็รับรู้ได้ทันที เขายังไม่อยากให้นางเข้าตำหนักสักเท่าไหร่ การกำจัดกลิ่นคาวของโลหิตจำเป็นจะต้องใช้กำยานดับกลิ่นสักระยะ

“เช่นนั้นก็ดีเพคะ”

ลู่หนิงเหมยพยักหน้าน้อยๆแล้วเดินเคียงคู่กับองค์รัชทายาทไปยังสวนต้นท้อ

แสงอาทิตย์ของตะวันลับขอบฟ้าสาดส่องไปยังพวกเขาทั้งสองช่างเป็นภาพที่งดงามตราตรึงราวกับเทพบุตรและเทพธิดาก็มิปาน

ลู่หนิงเหมยแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ที่นางไม่ค่อยชอบเข้ามาในวังหลวงก็เพราะที่นี่มากพิธีรีตองจนน่าปวดหัว คำพูดคำจาก็ต้องเปลี่ยนไปตามฐานันดรของคนที่นางพูดด้วย สู้อยู่นอกวังยังจะสบายใจเสียกว่า!

“ท่านมีอะไรปิดบังข้าหรือไม่!” เมื่อถึงสวนต้นท้อที่ห่างไกลจากผู้คน นางจึงหันควับส่งตาค้อนไปให้หยางเจินทันที

“เจ้าคิดว่าข้ามีเรื่องอันใดปิดบังเจ้าอยู่งั้นหรือ” เขากล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ท่านเคยไปแคว้นจ้าว?” ลู่หนิงเหมยหันมาหยุดตรงหน้าองค์รัชทายาท ยืนกอดอกเค้นถามเขาราวกับเขาเป็นนักโทษของนาง

“เคยหนึ่งครั้ง” หยางเจินเอ่ยตอบเสียงทุ้ม อดกล่าววาจากลั่นแกล้งอีกคนมิได้ “สตรีแคว้นจ้าวงดงามยิ่งนัก มากความสามารถเป็นที่ร่ำลือไปทั่วหล้า”

“ข้าเข้าใจแล้วว่าสตรีแคว้นเยี่ยนเช่นข้าไม่เป็นที่พึงใจเท่าองค์หญิงแคว้นจ้าว” ลู่หนิงเหมยเลิกคิ้วขึ้นสูง กำลังจะหมุนตัวเดินกลับแต่ก็ถูกมือหนาดึงเข้าไปสวมกอดเสียก่อน

“ท่านจะทำอะไร!” ลู่หนิงเหมยมองหยางเจินด้วยความเกรี้ยวโกรธ นางถูกเขาเอารัดเอาเปรียบอีกแล้ว

เจ้าลูกหมาน้อยจอมฉวยโอกาส!

“ข้ายังไม่ได้กล่าวสักคำว่าไม่พึงใจในตัวเจ้า” เขาไม่สนว่าลู่หนิงเหมยจะดิ้นหนีเขาอย่างเอาเป็นเอาตายเพียงใด แขนแกร่งกระชับอ้อมกอดมากยิ่งขึ้น

ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไหลผ่านผ้าที่กั้นไว้จนอีกคนในอ้อมกอดรับรู้ถึงความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งกลิ่นลูกท้อที่ลอยฟุ้งก็ทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายไม่น้อย

“แต่ท่านก็ไม่ได้บอกข้าว่าไม่พึงใจองค์หญิงแคว้นจ้าว” ลู่หนิงเหมยหยุดนิ่ง มือเล็กๆกำแขนเสื้อของหยางเจินไว้แน่น “ข้าไม่เคยคิดต่อต้านที่ท่านรับอนุ แต่เรายังไม่ทันได้ตบแต่งกัน ก็มีอนุปรากฎตัวขึ้นเสียแล้ว ไม่ถือว่าท่านหยามเกียรติข้าและบิดาของข้ามากไปหน่อยหรอกหรือ”

อย่างไรเสียนางก็เป็นถึงบุตรสาวของท่านราชครู จะกระทำการสิ่งใดเขาควรที่จะให้เกียรตินางบ้าง มิใช่นำมาเหยียบย่ำเช่นนี้

“อาเหมย...ข้ามิเคยสนใจในสตรีนางใด” หยางเจินกล่าวเสียงเรียบ ลู่หนิงเหมยได้ฟังก็นึกขึ้นมาได้ เขาเป็นเช่นนั้นจริงๆ

แล้วองค์หญิงแคว้นจ้าวที่อวดอ้างตนว่าเป็นว่าที่พระชายารองนั่นโผล่มาจากไหนกันเล่า!

“ข้าที่เป็นไท่จื่อไม่มีสิทธิเลือกสตรีคู่สมรสเอง จะต้องเป็นฝ่าบาทที่พระราชทานมาให้ พระองค์ให้เจ้าแต่งกับข้า ตอนนี้ข้าก็พึงใจเป็นอย่างมาก...” หยางเจินกล่าวเสียงทุ้ม

ลู่หนิงเหมยแอบหันไปทำท่าจะอาเจียน องค์รัชทายาทก็พูดจาหวานเลี่ยนเป็นกับเขาด้วย คารมคมคายไม่แพ้บุรุษเจ้าสำราญยิ่งนัก

“ก่อนหน้านี้ท่านยังอยากถอนหมั้นกับข้าอยู่เลย”

“ตอนนี้ไม่แล้ว”

เห็นเขากล่าวได้เต็มปากเต็มคำเช่นนี้นางก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ลู่หนิงเหมยขมวดคิ้ว แล้วทำไมนางจะต้องโล่งใจด้วย ได้อย่างไรกัน?

“ปกติการรับอนุจะต้องผ่านความเห็นชอบจากชายาเอกเท่านั้น เรื่ององค์หญิงแคว้นจ้าวข้าไม่รู้เรื่องด้วย และข้าก็ยังไม่อยากรับอนุ พรุ่งนี้องค์หญิงคงขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ เจ้าจะต้องไปต้อนรับนางด้วยเช่นกัน”

ลู่หนิงเหมยได้ยินก็หนังตากระตุกถี่ยิบ องค์รัชทายาทผู้นี้กล่าววาจาราวกับว่าจะให้นางไปจัดการปัญหานี้แทนเขา นางมิต้องไปโต้เถียงกับฮ่องเต้หรอกรึ? หยางเจินช่างรักษาตัวรอดเป็นยอดคนเสียจริง!

“นี่ก็ยามอิ่ว(17:00-18:59)แล้ว ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน” ลู่หนิงเหมยเหลือบมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิด นางผละตัวออกจากอ้อมกอดแสนอบอุ่นตรงหน้าอย่างแนบเนียน

แก้มขาวเนียนราวหิมะกลายเป็นสีแดงระเรื่อเมื่อนึกได้ว่านางปล่อยให้เขาเอาเปรียบนางเสียตั้งนานโดยไม่ได้ทักท้วงเขาเลยแม้แต่น้อย

ช่างเถอะ ยังไงเขาก็เป็นว่าที่สามีสุดหล่อในอนาคตของนางอยู่ดี ชาติที่แล้วนางตายอย่างโดดเดี่ยวไร้คู่ครองชาตินี้นางจะไม่ยอมเป็นอันขาด ดังนั้นนางจะมิเล่นตัวให้มากจนเกินความจำเป็น!

จิตใจนางเป็นหญิงศตวรรษที่ 21 เปิดกว้างมากกว่าผู้คนในยุคสมัยนี้นัก ในยุคโบราณคร่ำครึเช่นนี้นางขอเป็นแม่เสือสาวก็แล้วกัน!

“ข้าจะไปส่งเจ้าที่จวนเหวิน” หยางเจินกล่าวเสียงเรียบเอื้อมจับมือนางพากันเดินออกนอกวัง

“ท่านไม่นั่งรถม้าหรือ” ลู่หนิงเหมยอดถามไม่ได้

“ไม่จำเป็น ข้าไม่ชอบให้เรื่องยุ่งยาก” เขาจะใช้รถม้าก็ต่อเมื่อต้องเดินทางไปสถานที่ที่อยู่ห่างไกลเท่านั้น จวนเหวินอยู่แทบจะติดกำแพงวัง ใช้เวลาเดินเล็กน้อยก็ถึงแล้ว

“ท่านพ่อ...”

ลู่หนิงเหมยเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นชายวัยกลางคนยืนเด่นอยู่หน้าจวนเหวิน ท่านราชครูปรายตามองมือที่สอดประสานอยู่ด้วยกันของบุตรีและองค์รัชทายาทแล้วก็ระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย

“พ่อมีเรื่องอยากจะพูดคุยกับองค์รัชทายาทเสียหน่อย พอรู้ว่าองค์รัชทายาทมาส่งลูก พ่อก็เลยออกมายืนต้อนรับ” ท่านราชครูกล่าวอย่างไม่ถือตัว

“เกรงใจท่านแล้ว” หยางเจินก้มศีรษะลงเล็กน้อย เขาเองก็ตั้งใจจะมาพูดคุยเหมือนกัน

“ถ้าเช่นนั้นท่านพ่อกับองค์รัชทายาทก็เชิญเข้าไปด้านในเถอะ ข้าจะให้คนจัดสำรับไว้ให้” ลู่หนิงเหมยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ลำบากเจ้าแล้วเหมยเอ๋อร์” ท่านราชครูเอ่ย ก่อนจะเดินนำองค์รัชทายาทไปยังเรือนรับรอง ลู่หนิงเหมยเห็นอย่างนั้นก็เดินไปสั่งการบ่าวใช้ในจวนอีกทาง

นางไม่คิดจะอยากรู้เรื่องของผู้ใหญ่มากนัก นางจะรู้เท่าที่พวกเขาอยากให้นางรู้เท่านั้น

อีกด้านให้ห้องรับรองที่ประดับตกแต่งด้วยต้นไม้เล็กๆ แตกกิ่งก้านสวยงามมองแล้วให้ความรู้สึกรื่นรมย์ไม่น้อย

องค์รัชทายาทกับท่านราชครูหลวงต่างสบตากันไปมาด้วยความเคร่งเครียดและกดดัน

เขารู้มาว่าคนของแคว้นเฉาเว่ยที่คอยติดตามลู่หนิงเหมยบุตรสาวของตนได้ถูกองค์รัชทายาทสังหารจนหมดสิ้น เช่นนี้คงปิดบังอะไรจากบุตรโอรสสวรรค์องค์นี้ไม่ได้อีกต่อไป

“มารดาของเหมยเอ๋อร์ไม่ได้ตายอย่างที่ท่านราชครูเคยกล่าว” องค์รัชทายาทเป็นผู้เปิดฉากพูด

เขาครุ่นคิดอยู่พักใหญ่กว่าจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้บางส่วน ถ้าเดาไม่ผิดมารดาของสตรีตัวน้อยต้องเป็นคนของแคว้นเฉาเว่ยเป็นแน่

“เป็นอย่างที่องค์รัชทายาทตรัส มารดาของเหมยเอ๋อร์ยังไม่ตาย” ท่านราชครูยอมรับด้วยสีหน้าหนักใจ

“เหมยเอ๋อร์เป็นบุตรีของท่านกับใคร” หยางเจินกล่าวอย่างไม่รีบร้อน

ตอนนี้ฮูหยินใหญ่ของจวนเหวินก็คืออนุที่ขึ้นมาแทนที่ฮูหยินคนก่อนที่ถูกกล่าวหาว่าตายตกไปตอนคลอดลู่หนิงเหมย

ทว่านางยังไม่ตายและยังเกี่ยวข้องกับแคว้นเฉาเว่ย ดินแดนที่มั่งคั่งทั้งทางด้านวิทยาการทหาร การปกครองและความร่ำรวย ที่นั่นสายเลือดของโอรสสวรรค์เปรียบดั่งบุตรแห่งมังกรโดยแท้จริง

“กระหม่อมพบหนิงหนิงที่แคว้นเฉาเว่ยตอนเป็นราชทูตตัวแทนของแคว้นเยี่ยนไปกล่าวอวยพรวันคล้ายวันเกิดขององค์จักรพรรดิ” ท่านราชครูหวนนึกถึงช่วงเวลานั้นก็ยิ้มแย้มขึ้นมาอย่างมีความสุข “ช่วงเวลาที่กระหม่อมอยู่ในแคว้นเฉาเว่ย หนิงหนิงดูแลกระหม่อมเป็นอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย จนถึงวันสุดท้ายที่กระหม่อมต้องจากลานางตัดสินใจกลับแคว้นเยี่ยนพร้อมกระหม่อม แต่งงานกับกระหม่อมแล้วมีบุตรีร่วมสายเลือดขึ้นมาหนึ่งคนก็คือเหมยเอ๋อร์...”

องค์รัชทายาทนั่งฟังเงียบๆ เรื่องราวต่างๆเริ่มปะติดปะต่อขึ้นชัดเจน

“เหมยเอ๋อร์คลอดออกมาได้เพียงแค่หนึ่งวัน คนของแคว้นเฉาเว่ยที่ออกตามหาตัวนางก็มาถึงจวนเหวินพอดี”

พอกล่าวถึงตรงนี้ท่านราชครูก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“วันนั้นเองที่กระหม่อมได้รู้ความจริง หนิงหนิงไม่ใช่บุตรสาวของขุนนางธรรมดา แต่นางคือพระขนิษฐาขององค์จักรพรรดิแห่งแคว้นเฉาเว่ย มีอำนาจและภาระหน้าที่เทียบเท่ากับองค์ฮ่องเต้ หรือจะให้กล่าวอย่างถูกต้องก็คือ องค์จักรพรรดินี”

หยางเจินนิ่งอึ้งตกตะลึงไม่น้อยเมื่อได้ยิน สตรีตัวน้อยของเขามีชาติกำเนิดที่ซับซ้อนกว่าที่คิดเอาไว้มาก และนางยังมีศักดิ์เท่าเทียมกับเขาโดยไม่ต้องสงสัย

ท่านราชครูเอ่ยต่อน้ำเสียงไม่ดังไม่เบานัก แต่ก็ทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบจนน่ากลัว

“เหมยเอ๋อร์คือพระราชธิดาเพียงหนึ่งเดียวที่มีสายเลือดของมังกรโดยกำเนิด”








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.287K ครั้ง

8,891 ความคิดเห็น

  1. #7105 Tonzaa_kyaiii (@Tonzaa_kyaiii) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 00:51
    สนุกนะครับ แต่ไม่ชอบตอนนี้อย่างมากกกกกกกกกกก
    #7105
    0
  2. #6631 ElizabethKeen (@ElizabethKeen) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 14:09
    ยืนหนึ่งมากกกกกกก
    #6631
    0
  3. #3196 orange-candy (@orange-candy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 12:17
    ฮูหยินเอกที่ตายหลังคลอดนางเอก ไม่น่าใช้คำว่าถูกกล่าวหานะคะ กล่าวหามันใช้กับอะไรที่ไม่ดี ใส่ร้ายอะไรทำนองนี้มากกว่านะ
    #3196
    0
  4. #2968 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 22:22
    คือรู้สึกแบบว้าวมากเลยอะ ที่พออ่านจบตอนพ่อบอกนางเอกมีสายเลือดมังกรแล้วเลื่อนต่อมามีรูปอะ สุดยอดเลย
    #2968
    0
  5. #2893 phechrNana_22 (@phechrNana_22) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 19:37
    ไรท์คะยังไม่ได้แต่งเรียกพระชายาไม่ได้นะต้องเรียกคุณหนู และรู้ว่าพระเอกโหดแต่ต้องมีเหตุผลกว่านี้เพราะคนที่เฝ้านางเอกไม่ได้คิดร้ายกับนางเอกอย่างมากก็จับขังคุกไว้ก่อนสืบหาความจริงค่อยตัดสินโทษ
    #2893
    0
  6. #2741 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:20

    สนุกมากค่ะไรท์ คำผิดก็น้อยมาก ถ้าเจอก็จะบอกนะคะ แต่อีกเรื่องที่อยากให้ระวังคือการวรรคประโยคค่ะ เว้นวรรคผิดบางทีก็อ่านติดขัด ได้นะคะ เช่น "กระหม่อมต้องจากลานางตัดสินใจกลับมาแคว้นเยี่ยนพร้อมกระหม่อม" ด้วยความที่ประโยคติดกัน เราก็อ่านยาวเลยจ้า แล้วมาสะดุดเอา พร้อมกระหม่อม

    #2741
    0
  7. #2218 Nam-aoyAoy (@Nam-aoyAoy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 21:52
    ฆ่าคนเขาง่ายๆแบบนี้เลย แทนที่จะถามพ่อนางเอกก่อนมั้ย
    ผช คนนี้น่าเกลียดมากมันจะมาชอบทันทีตอนนางเข้าร่างปุบปั๊บเลย
    #2218
    0
  8. #2076 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 16:14
    ไม่ใช่ลูกขุนนางนะคะ แม่เป็นเชื้อพระวงศ์
    #2076
    0
  9. #2075 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:58
    ตะวันออก กับ ตะวันตก หน้าตาไปคนละทางเลยนะ
    #2075
    0
  10. #564 スープ (@zippy-pea) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 23:54
    ชอบฟิลลิ่งแบบ หลังจบคำว่า พระธิดาสายเลือดมังกร แล้วมีรูปผู้หญิงสวยๆยืนอยู่กับมังกร ยิ่งใหญ่มากกก รู้สึกเท่555555
    #564
    0
  11. #551 EvilKiller (@miniholm) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 19:31
    ทำไมเรียกเมียรองของราชครูว่าชายารอง อะ ราชครูไม่ใช่เชื้อพระวงค์ซักหน่อย ใช้คำว่าฮูหยินรองไม่ก็ฮูหยินสอง ยังจะถูกกว่า
    #551
    0
  12. #410 kikijajakiki (@kikijajakiki) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 01:51
    ไท่จื่อเรียก อาเหมย ดูบ้านๆ มากค่ะ

    น่าจะเรียกเหมยเอ๋อ
    #410
    2
    • #410-1 Sakura1806 (@Pitchanant2547) (จากตอนที่ 10)
      12 พฤษภาคม 2562 / 00:58
      สนิทกันไง
      #410-1
    • #410-2 chaompph (@JINDARAT85) (จากตอนที่ 10)
      24 พฤษภาคม 2562 / 00:04
      โห้ยยยลู่เหมยสุดยอดไปเลย
      #410-2
  13. #210 FaiiSmail (@FaiiSmail) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 08:38
    ภาพสวยมากกอ่ะ
    #210
    0
  14. #127 demian-me (@demian-me) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 20:48
    ปานตรงมังกรมือข้างซ้าย
    #127
    0