OH! My God : นี่หรือ... เทพเจ้า

ตอนที่ 5 : เทพอสุนีบาตรับจ้างสารพัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

บทที่ 4
เทพอสุนีบาตรับจ้างสารพัด

รัทธาและจินตนาการ


สองสิ่งนี้คอยขับเคลื่อนให้มนุษย์สรรค์สร้างความมหัศจรรย์ต่างๆให้กับโลกใบนี้ รวมไปถึงมิติภพ อันเป็นดินแดนลี้ลับแห่งศรัทธาของผู้คนทุกยุคสมัย


แต่!!!


เมื่อกาลเวลาผันผ่านจนมาถึงยุคสี่จีและไวไฟ ยุคที่เทพเจ้าแทบจะไม่มีความจำเป็นใดใดกับชีวิตมนุษย์ ยุคที่ศรัทธาต่างๆของพวกมนุษย์ถูกกลืนกินหายไปกับกระแสแห่งกาลเวลา 


ยุคที่เหล่าทวยเทพและอสูรไม่อาจจะหาเหตุตีกันเองได้ ยุคที่เทพและอสูรเตรียมจะตกงานจากความนิยมที่ถดถอย ยุคที่เทพและอสูรต้องอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข (?) และเป็นยุคที่เหล่าทวยเทพและอสูรต้องหาเรื่องปั่นป่วนกันไม่ให้พวกสภาปฐมเทพจับไต๋ได้!!


“ เดี๋ยวก่อนนะ! ไอ้ที่พูดมาเมื่อตะกี้ ไหงมันขัดกับสิ่งที่เจ้าพูดไว้ตอนแรกได้ล่ะ ” ฮาเดสต้องยกมือเบรก ทำให้คู่สนทนาถึงกับถอนหายใจกระฟัดกระเฟียด


คู่สนทนาของฮาเดสเป็นชายร่างสูงใหญ่ หากแต่มีใบหน้าเป็นพญาเหยี่ยวสีเขียวเข้ม ผมสีแดงตั้งและจัดทรงด้วยเจลเป็นอย่างดี แถมมีปีกนกขนาดใหญ่ติดด้านหลังต่างหาก เขาสวมเสื้อโค้ทยาวสีดำซอมซ่อทับเสื้อยืดสีดำกรีนลายภาษาจีนและกางเกงสีกรมท่า เท้าเปล่าเปลือยเผยให้เห็นกรงเล็บพญาอินทรีสุดคมกริบ


“ แหม่! ข้าก็แค่พูดไปงั้นแหละ ใจเย็นๆก่อนนะ ลุ่ยกง! ” ฮาเดสพยายามเจรจาด้วยมธุรสวาจา เมื่อแลเห็นนัยน์ตาที่ทอประกายอย่างดุดันของเทพอสุนีแห่งมิติภพแดนมังกร “ ว่าต่อได้เลย สหาย! ”


“ เจ้าก็ลองคิดดูซิ เจ้าเพื่อนยาก! ” เสียงของลุ่ยกงทุ้มและนุ่มนวล ผิดแผกไปกับหน้าตา “ เทพอย่างพวกเราเคยเป็นถึงผู้ที่ควบคุมพลังธรรมชาติและมนุษย์ และด้วยสภาพความเป็นอมตะของพวกเรา ทำให้พวกเราต้องมาติดแหงกอยู่กับโลกแห่งนี้ไปตลอดกาล ”


ทันใดนั้น ยมโลกก็มีเสียงดังครืนครานไปทั่ว ฮาเดสเงยขึ้นมองเพดานอย่างหวั่นๆ


“ เออ ลุ่ยกง เป็นข้าจะไม่โพล่งซี้ซั้วแบบนี้ออกมานะ ”


ลุ่ยกงเงยหน้าขึ้นบนเพดานพระราชวังยมโลกพร้อมกับตะโกนออกมา “ โทษที พอดีตอนพูดมันอินนะ ไม่ได้มีเจตนาว่าร้ายพวกท่านแต่ประการใดเลยน่อ ”


“ เอาล่ะ ไหนว่าต่อซิ ” ฮาเดสว่า พลางนั่งทอดตัวต่อกันดั้มอยู่บนบัลลังก์อย่างสบายใจเฉิบ 


“ ชิ! ไหนว่าพวกปฐมเทพเข้าสู่นิราศไปกันหมดแล้วไง? เอาล่ะๆ มาเข้าประเด็นกันเลยดีกว่า ” ลุ่ยกงบ่นไปตามประสา ก่อนจะสารยายแผนการของตนต่อ “ เจ้าคิดว่าเหล่าทวยเทพผู้เป็นอมตะดำเนินชีวิตผ่านไปวันๆยังไงหรือ? ฮาเดส ”


“ เอ๋! ปกติแล้ว พวกเรามักจะชอบสร้างความปั่นป่วน ไม่ซิ ความฉิบหายวายป่วงไปทั่วทุกมิติภพรวมไปถึงโลกมนุษย์ จนเหล่าปฐมเทพทั้งหลายต้องออกมาห้ามอยู่เป็นประจำแล้วนิ ”


เทพอสุนีถึงกับหัวเราะให้กับคำพูดของราชันย์ยมโลก “ ถูกของเจ้า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย สันดานความเกรียนแตกของพวกเราก็ยังคงซึมซับอยู่ทั่วทุกหนแห่งบนโลกอยู่ดี ”


“ แล้ว… ที่เจ้าลงมาหาข้านั้น ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่ฟ่ะ ลุ่ยกง ”


“ มาเข้าร่วมร้านรับจ้างสารพัดของข้าเถอะ…. ”


เพี๊ยะ!!


เสียงดังกัมปนาทไปทั่วทั้งดินแดนยมโลก ร่างของเทพอสุนีปลิวกระเด็นไปไกลเกือบร้อยเมตร ฮาเดสยังคงถือพัดฟิวเจอร์บอร์ดที่ฟาดใส่กบาลลุ่ยกงพร้อมด้วยสายตาที่ทอประกายจริงจัง


“ เอ็งจะบ้าหรือไง ลุ่ยกง ขืนทำตามที่เอ็งบอก มีหวังถูกฟ้องค่าลิขสิทธิ์บานแน่ แล้วยังงี้ ตอนใหม่ของพวกเราจะได้ออกไหม หะ!! ”


เทพอสุนีพยายามประคองร่างที่บอบบาง (?) ก่อนจะร้องไห้กระชิกๆราวกับนางเอกผู้น่าสงสาร ฮาเดสเห็นสภาพแล้ว มันไม่น่าสงสารหรอก มันน่าสงเคราะห์ด้วยส้นเท้าซะมากกว่า!!


“ ลุ่ยกง เทพเจ้าอย่างข้านะสามารถธำรงอยู่ในยุคปัจจุบันได้อย่างสบายๆ ดูซิ มีงานให้ทำจนปวดหัว มีเงินให้ใช้มากมายไม่มีวันจบสิ้น ”


ลุ่ยกงรีบลุกพรวดพราดขึ้นมาในทันที “ ก็ใช่ซิ งานของเอ็งคือประมุขยมโลกนิหว่า แถมเอ็งยังเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินมีค่าใต้พิภพอีกด้วย แต่ว่าเถอะ... ข้าได้ยินมาว่าตอนนี้เอ็งถูกเพอร์ซิโฟเน่ยึดบัตรเครดิตทั้งหมดเลยไม่ใช่เหรอ ”


เมื่อได้ยินแค่นี้ ทำเอาราชันย์ยมโลกผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับทรุดลงไปทันที ลุ่ยกง ไอ้ตัวแสบ!! อย่าเอาความจริงอันแสนโหดร้ายมาแฉต่อหน้าธารกำนัลเซ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้คุณภรรยากำลังลั้นลาอยู่ในสวนด้านนอก


เหตุทั้งหมดนั้นมันเกิดหลังจากงานปาร์ตี้หนุ่มโฉดที่ดินแดนอัล์ฟไฮล์ม ศรีภรรยาอย่างเพอร์ซิโฟเน่นอกจากจะ ‘สั่งสอน’ สวามีอย่างทะนุถนอมแล้วนั้น นางยังได้ ‘สั่งสอน’ สวามีอีกทางหนึ่งด้วยการยึดบัตรเครดิตทั้งหมดของสวามีมาเป็นของหลวงเสียให้หมด จนแทบจะทุกครั้งที่ฮาเดสจะออกไปไหนมาไหนข้างนอก ก็ต้องซบซามมาขอเศษตังค์จากท้องพระคลังหลวงอยู่ทุกครั้งไป...


ลุ่ยกงเห็นฮาเดสหน้าซีดเป็นศพนั้น ก็รีบเปลื่ยนเรื่องคุยทันที


“ แล้วเจ้าไม่รู้สึกเบื่อกับสิ่งที่ทำเป็นประจำเลยเหรอ เจ้าเพื่อนยาก ถ้าเบื่อหน่ายมากนัก งั้นมาเข้าร่วมร้านรับจ้างสารพัด…. ”


เพี๊ยะ!!!!


เสียงดังกัมปนาทไปทั่วทั้งดินแดนยมโลกอีกครั้ง คราวนี้ร่างของเทพอสุนีปลิวกระเด็นไปไกลเกือบสองร้อยเมตรจนเกือบจะชนกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ฮาเดสรีบเปลี่ยนประเด็นทันทีที่เด็กหนุ่มคนนั้นเดินเข้ามาหาพร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะ


“ อ้าว! ธานาทอส มีเรื่องอะไรหรือ? ” 


“ มีเอกสารมาให้ท่านเซ็นขอรับ ท้าวฮาเดส ” ธานาทอสยิ้มให้ราชันย์ยมโลกอย่างสุภาพ ก่อนที่ร่างจะพลันสลายไปกับเงามืดทันที


ลุ่ยกงรีบลุกพรวดพราดขึ้นมาอีกครั้งในทันใด “ ฟังข้าก่อนเน้อ ฮาเดส เจ้าไม่รู้สึกเบื่อกับการใช้ชีวิตยังงี้บ้างเหรอ.... ”


ทันใดนั้น เสียงริงโทนแปลกๆก็ดังกังวานไปทั่วทั้งท้องพระโรงยมโลก ลุ่ยกงรีบรับสายโทรศัพท์นั้นทันที “ เทพอสุนีบาตรับจ้างสารพัดครับ! ออ ได้ครับ เดี๋ยวจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ ”


เมื่อวางสายเรียบร้อย เทพอสุนีลุ่ยกงก็หันมามองราชันย์ยมโลกที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณรายวันอยู่


“ ข้าขอตัวไปทำงานของข้าก่อนน่อ แล้วเจอกันใหม่นะไอ้เพื่อนยาก ” ว่าแล้ว ร่างของเทพอสุนีก็พลันหายไปอย่างรวดเร็ว


ทิ้งให้ราชันย์ยมโลกนั่งสาละวนอยู่กับงานตามลำพัง


“ หืม! เทพอสุนีบาตรับจ้างสารพัดอย่างงั้นเหรอ ” ฮาเดสบ่นพึมพำกับตัวเองเหมือนในซีรีย์ที่ชายาชอบดู ขณะที่เซ็นเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จสิ้นลง ประจวบกับในตอนนั้นเอง ราชินีของเขา เพอร์ซิโฟเน่พลันปรากฏตัวขึ้นมา 


“ แหม่! เจ้ามาทันใจข้าจริงๆ พิน่าจ้า เราไปเที่ยวที่โลกมนุษย์กันไหม? ”


เทพีขมวดคิ้ว นางไม่เข้าใจคำพูดที่แฝงไปด้วยเลศนัยร้อยแปดของสวามี แต่ร่างของผู้เป็นอมตะทั้งสองก็พลันสลายหายไปจากพระราชวังยมโลกในพริบตา 


และในตอนนั้นเอง... ธานานอสก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งพร้อมปัญหาบางอย่าง แต่เมื่อพบว่าบนบัลลังก์นั้นว่างเปล่า ธานาทอสก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย พลางโทรไปปลุกฮิปนอส นิทราเทพ ผู้เป็นน้องให้มาช่วยกันบริหารงานในยมโลกในช่วงที่องค์ราชันย์และราชินีหายตัวไป (อีกแล้ว!!)


.......................................................................................


โลกมนุษย์ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ยังคงเหมือนเดิม วุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้น


ชายหนุ่มหญิงสาวเดินทอดน่องไปตามเส้นทางที่ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ตึกรามบ้านช่องสุดโอ่อ่าปรากฏให้เห็นอยู่ตลอดเวลา พอๆกับสายลมหนาวประจำฤดูกาลที่ผันผ่านเข้ามาเป็นระยะๆ เพอร์ซิโฟเน่ถึงกับแปลกใจนักกับความคิดพิเรนทร์ๆของสวามี


ทำแบบนี้ แสดงว่ากำลังซ่อนพิรุธบางอย่างอยู่ใช่ไหม


“ ดิส พาข้ามาขึ้นมาบนนี้นี่ ต้องการอะไรกันแน่


ราชันย์ยมโลกหัวเราะเบาๆ ไม่เอาน่า พิน่า ข้าแค่อยากจะพาเจ้าขึ้นมาสูดอากาศยังโลกมนุษย์บ้างอะไรบ้าง ก็แค่นี้ คุดคู้อยู่กับยมโลกทั้งวันแบบนี้ มันไม่ใช่สไตล์ของเจ้าเลยนี่ 


งั้นเหรอ? ” น้ำเสียงของนางฟังดูเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ไม่ใช่ว่าจะไปดูงานรับจ้างสารพัดของลุ่ยกงเหรอ ดิส


ประโยคหลังของเทพีทำเอาฮาเดสถึงกับสะดุ้งไปทั้งตัว


อาไม่ใช่หรอกจ้า พิน่า เจ้าคิดไปเองหรือเปล่า


ทันใดนั้น วงแขนที่เรียวงามก็โอบไหล่ของราชันย์ยมโลก พร้อมกับแผ่รังสีอำมหิตออกมาไม่หยุดหย่อน ทำเอาฮาเดสถึงกับเหงื่อแตกซิก ทั้งที่เป็นฤดูหนาว


ข้าให้โอกาสท่านพูดอีกครั้งนะ เดี๋ยวนี้ข้าไม่ใช่เทพีที่ใสซื่อเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะดิส มีอะไรจะสารภาพดีดีหรือเปล่า? ว่าแล้วมืออีกข้างของเทพีก็ชี้ไปยังฝั่งตรงข้ามของถนน ณ ที่ตรงนั้น เทพอสุนีลุ่ยกงกำลังเดินอยู่สบายใจเฉิบ โดยไม่แยแสว่าพวกมนุษย์จะมองเห็นตนหรือไม่


เพราะด้วยมนต์บังตานี้เอง ที่ทำให้เหล่าทวยเทพสามารถเดินทางมายังโลกมนุษย์ได้อย่างอิสระ โดยที่พวกมนุษย์จะถูกมนต์บังตาบิดเบือนให้มองเห็นไปอีกทางหนึ่ง (เว้นแต่เทพบางองค์ประสงค์อยากจะให้พวกมนุษย์เห็น)


ฮาเดสถึงกับกลืนน้ำลายลงทันที ใช่! ข้าอยากจะมาดูให้เห็นกับตา ว่างานรับจ้างสารพัดของลุ่ยกงนั้น มันเป็นยังไง


งั้นเราก็รีบไปกันเถอะ โน้น! ลุ่ยกงเดินไปนู้นแล้ว เทพีเอ่ยพลางเร่งให้สวามีรีบเดินตามเทพอสุนีไปทันที


ดูเหมือนว่าลุ่ยกงจะยังไม่รู้ตัวว่ามีเทพเจ้ากรีกถึงสององค์กำลังสะกดรอยตามตนอยู่ เทพอสุนีเดินลัดไปทางนั้นทีทางนี้ที จนกระทั้งมาถึงยังร้านกาแฟแห่งหนึ่ง


ลุ่ยกงยืนอยู่หน้าร้านครู่หนึ่ง ก่อนจะที่เนรมิตตนเองให้กลายเป็นมนุษย์แล้วเดินเข้าไปข้างในอย่างไม่รีรอ ฮาเดสกับเพอร์ซิโฟเน่ก็ตามเทพอสุนีไปติดๆ


ภายในร้านให้บรรยากาศชิวๆและเป็นกันเอง ลุ่ยกงในร่างมนุษย์มองซ้ายมองขวาสอดส่องหาบางอย่าง แล้วสุดท้ายก็พบหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาอมทุกข์คนหนึ่งกำลังนั่งรอคอยใครบางคนอย่างกระวนกระวาย แล้วสุดท้าย เธอก็ได้พบกับเขาสักที


รับจ้างสารพัดใช่ไหมค่ะ เธอถามลุ่ยกงในร่างมนุษย์ทันที


ใช่แล้วล่ะ แม่หนู! ” ลุ่ยกงตอบพลางขยับตัวนั่ง เจ้าเองหรือที่โทรมาหาข้า ว่ามา มีสิ่งใดให้ข้าช่วยกระนั้นหรือ? ”


มีสิ่งใดให้ข้าช่วยกระนั้นหรือ โบร้านโบราณ แหม่ ตอนรับสายแรกๆแกยัง ดีครับผม เหมาะสมกับท่าน’ อยู่เลยไม่ใช่เหรอไง? ฮาเดสหันมากระซิบกับเพอร์ซิโฟเน่ บัดนี้สองเทพเทพีนั่งสอดแนมอยู่ที่โต๊ะข้างๆที่เหตุเกิด โดยที่ลุ่ยกงไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีเทพเจ้ากรีกสององค์นั่งสอดแนมงานรับจ้างสารพัดของตนอยู่


แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ใส่ใจกับคำพูดของลุ่ยกงมากนัก เธอยื่นรูปใบหนึ่งให้เขาดูทันที


แฟนเก่าหนูเองค่ะ จับได้ว่ามันนอกใจมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่เข็ดสักที แถมยังมีหน้ามาบอกว่ารักหนูเพียงคนเดียวอีก ตอนที่หนูบอกเลิกมันไป ก็ชอบมาอ้อนวอนจนหนูรำคาญไปทุกที อยากจะให้พี่ช่วยไปบอกเขาหน่อยได้ไหมค่ะ ว่าหนูขอเลิกกับมันเด็ดขาดแล้ว ไม่ต้องมาตอแยอะไรอีกทั้งนั้น 


แม่หนู ข้าไม่สนชีวิตดราม่าอะไรของเจ้าหรอกนะ ข้าอยากรู้เพียงว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหนก็เท่านั้น 


หญิงสาวชี้ไปทางหลังร้านทันที มันเป็นเจ้าของร้านที่นี่ค่ะพี่


ไม่ทันไร ชายหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งก็เดินออกมาทันที ทันทีที่เห็นหน้าหญิงสาว ชายหนุ่มคนนั้นก็ตรงหรี่มาทางนี้อย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจลุ่ยกงที่นั่งอยู่เป็นหัวหลักหัวตอเลยแม้แต่น้อย


ตะเอง ก็เค้าบอกแล้วยังไง ว่าคนที่เห็นนั้นนะเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ทำไมยังไม่เชื่อใจเค้าอีกอ่ะ ยังไงเค้าก็รักตะเองอยู่แล้วน่า ถ้าไม่เชื่อ เดี๋ยวเค้าสาบานให้ฟ้าผ่าเลยเอ้า


เปรี้ยงง!!!


จู่ๆ สายฟ้าลำหนึ่งก็ฟาดมายังชายคนนี้อย่างรวดเร็ว ครั้นม่านควันเริ่มจางลง เทพอสุนีก็ปรากฏกายอยู่ในภาพลักษณ์เดิมของตนพร้อมด้วยค้อนและสิ่วในมือ  


ข้าจะบอกอะไรให้นะพ่อหนุ่ม ลุ่ยกงคุยกับชายคนนั้น ซึ่งบัดนี้มีสภาพไม่ถึงกับตายแต่ก็น่าจะได้เข้าห้องไอซียูอยู่หลายวัน วันหลังอย่าสาบานอะไรพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะต่อหน้าเทพเจ้าอย่างข้า


ว่าแล้ว เทพอสุนีก็หันมองหญิงสาวด้วยนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา ข้ารับประกันได้ว่ามันจะไม่กล้ามาตอแยกับเจ้าอีกต่อไป ส่วนเรื่องเงินนั้น ข้าไม่คิดล่ะกัน รีบพาแฟนเก่าเจ้าไปหารักษาโดยด่วนเถอะ


หญิงสาวคนนั้นยังดูตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่แล้วจู่ๆ เทพฮาเดสและเพอร์ซิโฟเน่ก็เดินเข้ามาหาเธอ


“ นี่นะหรือ งานรับจ้างสารพัดที่เจ้าว่า การไปเที่ยวไล่ยิงสายฟ้าใส่ชาวบ้านชาวช่องกระนั้นหรือ 


ลุ่ยกงหันขวับมาอย่างเดือดดาล “ เจ้าก็ได้ยินแล้วนี่ ฮาเดส ไอ้หนุ่มนี่มันพูดโกหกแล้วดันสาบานพร่ำเพรื่อ ข้าก็เลยต้องสะสางให้ตามหน้าที่ของเทพอสุนี!! 


เพอร์ซิโฟเน่เพ่งมองเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายอย่างพินิจพิจารณา ก่อนที่ยิ้มแล้วเอ่ยออกมา


แฟนเก่าเจ้ายังไม่ตายหรอกนะแม่หนู ข้ารู้เรื่องพวกนี้จากสวามีเป็นอย่างดี ” 


แล้วมือข้างหนึ่งของฮาเดสก็พลันปรากฏธนบัตรสองสามฉบับขึ้นมาจากอากาศธาตุ อ่ะ นี่คือเงินค่ารักษาพยาบาล รีบพาแฟนเก่าเจ้าไปรักษาก่อนเถอะ ขืนชักช้า ข้าไม่รับประกันหรอกนะ


หญิงสาวรับเงินของฮาเดสด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ  พะ…. พวกคุณ  เป็นใครกัน? ”


เพอร์ซิโฟเน่ถึงกับฉีกยิ้มให้คำถามนี้ ดีแล้วที่ถาม ถ้าอยากรู้เรื่องราวให้กระจ่าง


ฮาเดสต่อกลับทันที พวกเราก็พร้อมที่จะแถลงไข


เพื่อปกป้องไม่ให้โลกถูกทำลาย

เพื่อปกป้องสันติภาพของโลกใบนี้

เผยความชั่วแห่งสัจธรรมและความรัก

ตัวโกงผู้แสนน่ารักและมีเสน่ห์

เพอร์ซิโฟเน่

ฮาเดส

พวกเราสองคนคือเทพโอลิมปัสแห่งจักรวาล

ไว้ท์ฮอล พรุ่งนี้ที่สดใสรอเราอยู่


ส่วนฉันก็ลุ่ยกงจากมิติภพคุนหลุนยังไงล่ะ! พวกเอ็งสององค์ตลกกันมากใช่ไหม!! ” ว่าแล้ว เทพอสุนีก็ตอกค้อนลงลิ่มยิงสายฟ้าใส่เทพโอลิมปัสทั้งสองทันที


น่าแปลกที่โดนสายฟ้าขนาดแสนโวลต์ของลุ่ยกงเข้าไปเต็มๆ ก็ไม่อาจทำอะไรสองคนนี้ได้ (ยกเว้นสายฟ้าของ แค่กๆ ซุส แค่กๆ)


หญิงสาวมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความอัศจรรย์ สมองพยายามประมวลภาพออกมาเป็นคำตอบ  


ฮาเดส...   เพอร์ซิโฟเน่...   ลุ่ยกง....   เทพเจ้า...


ลุ่ยกงหันมามองหญิงสาวพร้อมด้วยรอยยิ้มแบบนกๆ ข้าหวังว่าเจ้าคงจะไม่ปากโป้งเอาเรื่องนี้ไปโพนทะนาบอกใครหรอกนะ ”


ยังไม่ทันที่หญิงสาวก็ตอบตกลง เทพฮาเดสก็ตรงรี่เข้ามาพร้อมกับเครื่องลบความจำสุดคุ้นตาแบบในหนังเอ็มไอบี...


“ คำพูดของเจ้าไม่ได้ผลหรอกลุ่ยกง อ่ะนี่ แม่หนู ในแท่งนี้บรรจุละอองของแม่น้ำเลธีเอาไว้ เจ้าไม่ต้องไปสนใจมันหรอก ประเดี๋ยวเจ้ากับคนในร้านจะลืมเรื่องราวเมื่อตะกี้ทั้งหมดไปเอง 


ว่าแล้ว ฮาเดสก็กดเครื่องจดความทรงจำนั้นทันที ทันทีที่แสงสว่างสีเขียวอ่อนส่องวาบไปทั่วทั้งร้าน ผู้คนทั้งหลายต่างก็คล้ายกับมีอาการสะลึมสะลือ เพียงชั่ววับหนึ่ง พวกเขาก็กลับมาใช้ชีวิตประจำวันกันตามปกติ (รวมไปถึงการช่วยกันหามส่งไอ้หนุ่มผู้เคราะห์ร้ายไปยังโรงพยาบาลทันที โดยที่ไม่อาจจะทราบสาเหตุได้ว่าเหตุไฉนถึงถูกฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างได้ ทั้งๆที่อยู่ในที่ร่ม)


ต่างลืมเลือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อตะกี้นี่ไปเสียสิ้น


ลืมเลือนเทพเจ้าสามองค์ซึ่งบัดนี้หายวับกลับไปยังดินแดนมิติภพของตนเองเรียบร้อยแล้ว


หากแต่มีเพียงคนหนึ่งที่ยังคงมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยความสนใจ และยากนักที่จะลืมเลือนเรื่องราวของมันไปได้


อืม เทพและมนุษย์ยังงั้นเหรอ... อา นี่ยุคทองของตำนานจะกลับอีกครั้งแล้วหรือเนี่ย ชักน่าสนุกแล้วล่ะซิ ยังงี้ข้าต้องรีบกลับไปรายงานให้ทางสภาได้ทราบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #15 MekaIX (@MoneyEarnKillAnt) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 21:12

    แล้วจะแนะนำตัวทำหอกไรฟะ! -พวกเทพไม่ใส่แว่นกันแสงก็ไม่ลืมเหรอ

    #15
    0