ตอนที่ 4 : หายนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

บทที่ 3
หายนะ

วามซวยทั้งหมด มันเกิดจากไอ้กระรอกบ้านั่นแท้ๆ


เพอร์ซิโฟเน่ ยังคงนั่งอยู่หน้าวิหารของมารดาอย่างสงบ ใบหน้าของเทพีในยามนี้แม้จะอยู่ในช่วงเหม่อลอยแต่ก็ยังสวยสะพรั่ง เธอมีผมสีน้ำตาลเข้มที่สยายเป็นลอนเงาคล้ายลูกคลื่น ใบหน้าเรียวยาว พร้อมด้วยดวงตาสีครามที่ได้มาจากพ่อ เทพีสวมเสื้อเปิดไหล่แขนยาวสีขาว กางเกงยีนขาดๆสบายๆ และรองเท้าผ้าใบสีขาว


เทพีนั่งบิดขี้เกียจก่อนจะลุกขึ้นอย่างเหลืออด นี้มันนานมากแล้วนะ! รถบิ๊กไบค์คันเดิมควรจะมาจอดหน้าวิหารเพื่อนำนางกลับไปยมโลกทุกครั้งที่ฤดูกาลบนโลกมนุษย์เปลี่ยนผ่านได้แล้วนิ 


ยังไม่ทันไร สายลมวูบหนึ่งก็พัดมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างร่างหนึ่งจะพลันปรากฏตัวขึ้นมา


เทพีกระพริบตาปริบๆ การปรากฏมาของเทพีองค์นี้ แสดงว่าต้องเกิดเรื่องอะไรที่โอลิมปัสเป็นแน่


สตรีผู้มาเยือนนั้นมีหน้าตาที่สวยงามหากเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง ผมสีแดงเงาลอน ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกันแดดส่องประกายเซ็กซี่ เธอใส่ชุดราตรียาวสายเดี่ยวคอวีสุดเรียบหรู ผ้าซาตินผูกหลังสีแดงเลือดนกช่วยขับผิวพรรณที่ผุดผ่อง กระโปรงผ่าข้างสูงอวดเรียวขาสวยๆ สวมรองเท้าส้นสูงสีครีม ใส่ต่างหูยาวเก๋ๆ และถือกระเป๋าแบรนด์เนมมีราคา


การแต่งกายแบบละม้ายคล้ายนางร้ายในละครน้ำเน่าแบบนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก….


“ ท่านหญิงเฮร่า ” เพอร์ซิโฟเน่รีบคำนับราชินีแห่งโอลิมปัสทันที 


เฮร่าขยับแว่นกันแดดเล็กน้อย พลางเชิดริมฝีปากอันอวบอิ่มเซ็กซี่ “ ซุสอยู่ไหน! ”  


“ พระบิดาไม่ได้มาที่วิหารแห่งนี้นานมากแล้วเพคะ ” เพอร์ซิโฟเน่ตอบกลับทันควัน นางรู้อยู่แล้วว่าบิดาไม่กล้ากร่างกรายมาที่วิหารแห่งนี้ เนื่องด้วยกิตติศักดิ์ความโหดและดุดันของดีมีเตอร์ มารดาของนาง อดีตชายาแห่งมหาเทพที่ตกเป็นรองแค่เฮร่า น้องสาวหรือราชินีแห่งโอลิมปัสเท่านั้น 


ควรจะทราบว่าวงศ์วานเทพโอลิมเปียนนั้น เหล่าเทพและเทพีทุกองค์ต่างล้วนแต่เป็นญาติโกโหติกากันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่กระนั้น เรื่องการเรียกนับตามลำดับอาวุโสของเหล่าทวยเทพนั้น อย่าไปสนใจมันเลย วุ่นวายและปวดหัวเปล่าๆ


เมื่อได้ฟังคำตอบเช่นนี้ เฮร่าก็ถอดแว่นกันแดดออกมา ดวงตาสีแดงจับจองมายังเพอร์ซิโฟเน่ในทันที


“ สาวน้อย นอกจากซุส ผู้เป็นสวามีของเราแล้ว เรายังทราบมาว่าฮาเดส สวามีของเจ้าก็หายตัวไปเช่นกัน ”  


“ ว่าอย่างไรนะเพคะ! ” เพอร์ซิโฟเน่ถึงกับตะโกนออกมาอย่างลืมตัว ใบหน้าอันเยาว์วัยของเทพีเริ่มมีริ้วรอยโทสะเล็กน้อย ในขณะที่เฮร่ายังคงเชิดหน้าเป็นคุณหญิงแห่งบ้านทรายทอง


“ ใช่แล้ว เราระแคะระคายเรื่องนี้มาอยู่หลายคืนแล้ว เราหวั่นๆว่า…. ”


“ สวามีของพวกเรากำลังออกนอกลู่นอกทาง ไปซุกซนอยู่กับสาวๆมิติภพอื่นใช่ไหมเพคะ ”


เฮร่าถึงกับฉีกยิ้มออกมา “ บางทีเราควรจะร่วมมือกันจัดการกับสวามีจอมกะล่อนของพวกเรานะ ”


เทพียักไหล่ให้คำพูดของราชินีแห่งโอลิมปัส “ ข้าทราบถึงความกะล่อนของบิดาและสวามีเป็นอย่างดีเพคะ ลำพังเพียงแค่เราสองคน พวกนั้นย่อมหาทางหนีทีไล่ได้อยู่แล้ว ยกเว้นแต่ เราจะมีพันธมิตรอีกองค์นึง ”


เฮร่าถึงกับขมวดคิ้วด้วยความกังขา แต่ยังทันที่ทั้งสองก็จะปริปากใดใดออกมา พลันปรากฏกระรอกตัวหนึ่งวิ่งตัดมาทางนี้อย่างรวดเร็ว มันเป็นกระรอกที่มีขนสีแดงเพลิง หน้าตาบ๊องแบ๊ว แถมมีหูตั้งกางเหมือนแมวสุดน่ารักอีกต่างหาก


เพอร์ซิโฟเน่อุ้มมันด้วยความเอ็นดู ในขณะที่เฮร่าจ้องมันอย่างตะลึง


“ นั่นมันราตาโทสค์! กระรอกที่วิ่งไปมาบนต้นอิกดราซิลของมิติภพชาวเหนือนิ มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ”


เพอร์ซิโฟเน่ถึงกับฉีกยิ้มแพรวพราวออกมา “ เดี๋ยวข้าจะถามมันให้นะเพคะ ”


ว่าแล้ว เทพีก็พูดคุยกับเจ้ากระรอกตัวนั้นอยู่สองสามคำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาประสานตากับเฮร่า


“ ราตาโทสค์บอกว่ามันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาอยู่ที่มิติภพของเราได้ยังไง มันวิ่งอยู่บนต้นอิกดราซิลอยู่ดีดี จู่ๆก็ถูกส่งมายังนี้เฉยเลย ”


“ เจ้า! เจ้าคุยกับกระรอกได้ด้วยหรือ? เพอร์ซิโฟเน่ ”


เทพียักไหล่ “ เพคะ! ก็ข้าคือเทพีแห่งฤดูใบไม้ผลินิเพคะ 


เฮร่าถึงกับส่ายหน้า อิโธ่วว! อีเทพีเจ้าหญิงดิสนีย์เอ้ยยยยย!!!


“ ถ้างั้นเจ้าก็ลองถามมันดูซิ ว่าเคยเห็นสวามีของพวกเราบ้างไหม ”


เพอร์ซิโฟเน่ถ่ายทอดคำพูดของเฮร่าออกมาเป็นภาษาของกระรอกพร้อมพยายามทำท่าทางประกอบ เฮร่ายืนมองต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่หน้าวิหารของดีมีเตอร์อย่างเซ็งๆ ถ้าการเจรจามันนานกว่านี้ นางคงได้ขอตัวแวบกลับไปวิหารเพื่อดูซีรีย์ที่ดองๆไว้เป็นปีๆให้หายแค้นซะเลยนี่ แต่โชคยังดีที่เพอร์ซิโฟเน่ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที นางก็สามารถประมวลข้อมูลออกมารายงานได้แล้ว


“ ราตาโทสค์บอกว่ามันเห็นเทพเจ้าจากกรีกสามองค์อยู่ที่ดินแดนอัล์ฟไฮล์มเพคะ ออ! มันยังบอกว่าอัล์ฟไฮล์มนั้น เทพเจ้าเฟรย์กำลังจัดปาร์ตี้หนุ่มโสดกันอย่างสุดเหวี่ยงเลยเพคะ ”


เมื่อได้ยินแค่นั้น เฮร่าก็ถึงกับวีนแตกตามประสานางร้ายทันที


“ ปาร์ตี้หนุ่มโสดอย่างงั้นหรือ! ยัง ยังไม่เข็ดอีกใช่ไหม ซุส! ได้ เดี๋ยวแม่จะตามไปอาละวาดซะให้เข็ด!! ”


“ ใจเย็นก่อนเพคะ โกรธมากเดี๋ยวรอยตีนกาจะขึ้นเอา ดูซิเพคะ ตอนนี้ใบหน้าท่านก็เหี่ยวย่นไม่ต่างอะไรกับอีแก่อายุสามพันปีแล้วนะเพคะ ” เพอร์ซิโฟเน่ทำหน้าซื่อๆพร้อมยื่นคันฉ่องขนาดเล็กมาให้เฮร่า ทำให้ราชินีแห่งโอลิมปัสถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย


// โฮ่ว! นี่มันหลอกด่าตรูนิหว่า!! //


“ แล้วที่เจ้าบอกว่ามีพันธมิตรอยู่องค์นึงเนี่ย นางก็เป็นเทพีเหมือนกับเราใช่ไหม เพอร์ซิโฟเน่ ” เฮร่ารีบรักษาฟอร์มคุณหญิงเอาไว้ หลังจากที่ถูกเทพีวัยใสแอบด่าซะไม่มีชิ้นดี 


เพอร์ซิโฟเน่ฉีกยิ้มออกมา นั่นทำให้เฮร่าถึงกับสะดุ้ง รอยยิ้มอันชั่วร้ายนี้นางเคยเห็นมาจากฮาเดส อนุชาสุดแสบที่มักจะแสยะยิ้มเวลาคิดอะไรแผลงๆออก


.......................................................................................


ที่ดินแดนอัล์ฟไฮล์มนั่นเอง ปาร์ตี้หนุ่มโสดกำลังดำเนินไปอย่างบ้าคลั่ง อาหารชั้นดีต่างๆถูกประเคนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เหล่าเทพเจ้าชายโฉดทั้งหลายต่างดื่มกินร้องเล่นเต้นดิ้นกันอย่างสุขอุรา ว่ากันว่าพวกผู้ชายด้วยกันย่อมเข้าใจกันอย่างดี เหล่าเทพชายโฉดทั้งหลายต่างดื่มกินและพูดคุยกันไปเรื่อยๆอย่างถูกคอ ยิ่งนานไป ต่างฝ่ายต่างก็ยิ่งเมาหัวราน้ำกันไปมากขึ้นทุกที 


ซุส โพไซดอนและฮาเดสที่กว่าจะมารวมพลกันซักทีต่างนั่งล้อมวงสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน โดยที่ยังไม่รู้ตัวเลยว่ามหันตภัยชุดใหญ่กำลังมาเยือนพวกตนในช้า


“ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ ว่าเฮียจะยอมควักตังค์ขนาดนั้นเพื่อเข้ามาในงานนี้โดยเฉพาะ ” โพไซดอนถึงกับยกนิ้วโป้งให้พี่ชาย เมื่อทราบเรื่องทั้งหมดจากซุส


“ อ้าวๆ ก็เฮียเป็นถึงเทพผู้มั่งคั่งที่สุดในดินแดนมิติภพของเรานิหน่า เงินแค่นี้คงไม่คณามือเฮียหรอก ” ซุสเยินยอด้วยเสียงที่อ้อแอ้ ทำเอาฮาเดสถึงกับโคลงศีรษะไปมาอย่างระอา


“ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก บ๊ะ นี่เจ้าเมามากแล้วนะเนี่ย ซุส เดี๋ยวนี้คออ่อนขึ้นเยอะเชียวนะเรา ”


โพไซดอนหัวเราะก๊ากออกมา “ อา ใช่ๆ กินไปแค่ไม่กี่กั๊กก็เมาแล้วเนี่ย คออ่อนจริงๆน้องเล็กของเรา ”


ซุสถึงกับหน้าแดงด้วยฤทธิ์สุรา “ ไม่มาววว โพไซดอน วันนี้ข้ายังไม่มาว มาๆ รินมาอีก… ” พูดได้แค่นั้น มหาเทพก็คอพับและหลับลงไปอย่างไร้สติในที่สุด


สองมหาเทพที่ยังมีสติครบถ้วนต่างหัวเราะก๊ากออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย พร้อมกับเสียงหัวเราะอีกเสียงหนึ่ง ทำเอาสองมหาเทพจากดินแดนกรีซหยุดหัวเราะกะทันหัน พร้อมตวัดสายตาไปยังผู้มาใหม่อย่างรวดเร็วทันที


เทพผู้มาใหม่นั้นเป็นชายหนุ่มอายุอานามยี่สิบต้นๆ เขาสวมเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาว กางเกงขายาวสีเขียวแก่ คีบรองเท้าแตะสีดำ ผมสีเงินจัดทรงอย่างประณีต ใบหน้าคมเข้มเรียวงามเต็มไปด้วยความกะล่อนและหยิ่งทระนง โพไซดอนกับฮาเดสต่างเอ่ยนามออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย “ โลกิ! ”


จอมกะหล่อนแห่งแอสการ์ดตบมือฉาดเสียงดังสนั่น ก่อนชี้นิ้วไปยังสองมหาเทพเหมือนพิธีกรรายการเกมโชว์แห่งหนึ่งบนโลกมนุษย์ “ ถ…. ถ…. ถ… ถูกต้องนะคร้าบบบ! แหม่ ดีใจจังที่ยังจำได้ นึกว่าถูกพวกเซนต์ เซย์ย่ากระทืบปางตายไปแล้วซะอีก”


ฮาเดสฉีกยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น “ หายดีแล้วโลกิ แล้วไอ้เทพกระจอกที่ถูกพวกอเวนเจอร์สกระทืบไปคราวนั้นนะ หายดีหรือยัง ” 


ใบหน้าของโลกิเริ่มบิดเบี้ยวไปด้วยโทสะ ในขณะที่โพไซดอนฉีกยิ้มออกมาอย่างสะใจ ก่อนที่จะนึกในใจขึ้นว่า


// คุยเรื่องอะไรกันวะ? สองคนนั้น //


ใบหน้าของโลกิมีรอยยิ้มอีกครั้งแต่ในครั้งนี้เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบ “ ข้าดีใจนะที่พวกเจ้ายังมีความสุขกันอยู่ เพราะว่าหลังจากนี้ พวกเจ้าจะไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวเราะของตนเอง ”


ว่าแล้วโลกิก็ผายมือออกข้างๆเหมือนศิลปินที่ภูมิใจนำเสนอผลงานชิ้นเอกของตน 


โพไซดอนกับฮาเดสหันไปมองต้นทางที่เทพจอมกะหล่อนชี้ทันที และแล้วสองมหาเทพก็แทบจะร้องตะโกนออกมาดังดังทันทีที่เห็น ‘สิ่ง’ ที่โลกิพูดถึง….


สตรีสามนางกรีดกรายเดินมาทางนี้ แต่ล่ะนางล้วนแต่มีความสวยสุดสะพรั่งกันทั้งนั้น เว้นแต่สายตาที่ทอประกายดุดันชวนให้คุ้นตา


นี่มัน เฮร่า แอมไฟรทริตี้ และเพอร์ซิโฟเน่ สามชายาของพวกตรูนี่หว่า!!


แถมแต่ล่ะนางยังขนอาวุธมาราวกับจะไปออกศึกกับเหล่ายักษ์ไททันอีกต่างหาก


“ มาได้ไงเนี่ย! ” เมื่อสงบสติลงได้ ฮาเดสก็เค้นเสียงถามเพอร์ซิโฟเน่ด้วยน้ำเสียงที่เรียบๆ แบบใจดีสู้เสือ


เทพีหัวเราะเสียงใส “ แหม่ ก็กระรอกตัวนี้ยังไงล่ะ ดิส! ” 


ว่าแล้วนางก็อุ้มกระรอกราตาโทสค์ไปทางฮาเดส แต่คล้ายจงใจ นางกลับยื่นไปให้โลกิแทน


“ อ้าว! ราตาโทสค์ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะแก มามะ ประเดี๋ยวข้าจะพาไปส่งที่ต้นอิกดราซิลให้นะ ” เทพจอมกะหล่อนรับช่วงต่อจากเพอร์ซิโฟเน่ ก่อนที่จะรีบชิ่งออกจากสมรภูมินี้ทันที


ทิ้งให้สามมหาเทพจากดินแดนกรีซอยู่เผชิญหน้ากับสามภรรยาตามลำพัง


“ ใจเย็นๆนะก่อนนะ เพอร์ซิโฟเน่… ” ฮาเดสพูดไม่ทันไร โพไซดอนก็โวยวายออกมาก่อนทันที


“ แอมไฟรทริตี้คร้าบ! ผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ไอ้สองตัวนั้นมันชวนผมมาเอง ” 


สตรีที่โพไซดอนกำลังกราบกรานอยู่นั้น เป็นสาวสุดเซ็กซี่บะละฮึ่ม ผมหยักศกสีเงินของนางตัดกับผิวสีน้ำผึ้ง สวมบิกินี่สีขาว นุ่งโสร่งชายหาด กับรองเท้าแตะ


แอมไฟรทริตี้ดูมีท่าทีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับคำพูดของสมุทรเทพ นางตวัดสายตามายังราชันย์ยมโลกทันควัน


“ ท่านฮาเดส ในฐานะที่ท่านอาวุโสสุดในสามมหาเทพ ที่สวามีข้าพูดมาเนี่ย เป็นความจริงหรือไม่เพคะ ”


“ ข้าไม่ได้ชวนนะแอมไฟรทริตี้ โพไซดอนมันได้เทียบเชิญของมันมาเอง ” ฮาเดสปั้นหน้าตายตามฟอร์ม


“ ท่านพี่!! ” โพไซดอนโวยวายไม่ทันไร ก็ถูกแอมไฟรทริตี้กระชากคอเสื้อสมุทรเทพทันที


“ มานี้เลย หน่อย! งานการไม่มีทำเหรอไง กลับบ้านเดี๋ยวนี้ ”


โพไซดอนได้ยินแบบนี้ก็ถึงกับฟิวส์ขาดในทันที “ ไม่กลับโว้ย ทำไม มีปัญหาอะไรป่ะ... ” ท้ายประโยคของสมุทรเทพเต็มไปด้วยความยียวนและท้าทายสุดคณา


แต่แล้ว ประโยคของโพไซดอนกลับต้องสะดุดไป เมื่อมีดสปาต้ายกขึ้นมาจ่อคอหอยสมุทรเทพอยู่รอมร่อ


“ ตะกี้ว่าไงนะคะ ฟังไม่คอยถนัดเลย ” แอมไฟรทริตี้พูดเสียงหวาน ในขณะขยับมีดสปาต้าเข้ามาช้าๆ


“ กลับจ้า กล้า ” โพไซดอนเสียงอ่อนลงมาทันตา


ในขณะที่เฮร่ายืนกระฟัดกระเฟียดพลางขยับแว่นกันแดดอย่างหงุดหงิด “ ซุสอยู่ไหน! ”


ฮาเดสชี้ไปด้านหลังทันที มหาเทพผู้นำสูงสุดแห่งโอลิมปัส ที่ครั้นก่อนเคยสง่างาม มาดแมน และน่าเกรงขาม แน่นอน คำว่า ‘ครั้งก่อน’ นั้นหมายถึงอดีต ที่ไม่ใช่ตอนนี้ที่กลายเป็นเพียงแค่ไอ้แก่อีเมาคนหนึ่งเท่านั้น


“ ซุส! ” เสียงของเฮร่าดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งอัล์ฟไฮล์มจนเหล่าทวยเทพทั้งหลายต่างหันมามองเหตุการณ์นี้กันเป็นแทบ


ซุสที่ได้ยินเสียงอะไรบ่นงุ้งงิ้งในหู ก็ค่อยๆลืมตาอย่างสะลึมสะลือ เมื่อครั้นดวงตาปรับโฟกัสภาพอย่างชัดเจน เขาก็ต้องอุทานออกมาเป็นสัตว์เลื้อยคลานดังดัง


นัยน์ตาแดงก่ำจับจ้องมายังเขาอย่างอาฆาต พร้อมแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน แถมแม่เจ้าประคุณยังถือไม้เบสบอลกับสวมสนับมือเหมือนกับจะไปออกรบอีกต่างหาก


“ เฮร่าจ๋า ” ซุสยิ้มแห้งๆใส่ศรีภรรยาไม่ทันไร ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนาง เฮร่างัดวิชาการต่อสู้ทุกแขนงประเคนใส่สวามีอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมกับฉุดกระชากร่างอันบอบบางของสวามีจอมกะหล่อนออกจากงานไปไม่ไยดี 


ทิ้งให้ฮาเดสอยู่เผชิญหน้ากับเพอร์ซิโฟเน่เพียงลำพัง....


“ วันนี้อากาศหนาวจังเนอะ อ้อ รู้แล้ว ที่แท้ฤดูกาลบนโลกก็เข้าสู่ฤดูหนาวแล้วนี้เอง ” ฮาเดสพยายามเกลี้ยกล่อมเพอร์ซิโฟเน่ ด้วยการแถอย่างสดๆ ซึ่งนั้นก็ไม่ทำให้รังสีอำมหิตของนางลดลงไปเลยแม้แต่น้อย


“ ปาร์ตี้หนุ่มโสดอย่างงั้นเหรอ? เข้าใจคิดเนอะดิส ” เทพีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น


“ แหม่ พิน่าจ๋า เจ้าคงจะไม่ทำอะไรรุนแรงกับสวามีใช่ไหม ” ฮาเดสถึงกับเสียงอ่อนลงมาทันที


“ ไม่ ข้าไม่ใช่เทพียังงั้นหรอก ” พูดไม่ทันขาดคำ สิ่งหนึ่งก็หลุดออกมาจากปั้นเหน่งของเทพี ฮาเดสมองสิ่งนั้นด้วยความตะลึง


สิ่งประดิษฐ์จากโลกมนุษย์ ปืนลูกซองแบบสั้น!!


แม้ว่าเทพเจ้าจะเป็นอมตะ แต่ก็สามารถพิกลพิการได้เหมือนกัน ถ้าได้รับความเสียหายมหาศาล อย่างการถูกลูกซองซัดซักนัดสองนัด!


เทพีหยิบอาวุธขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมบรรจงเป่ามันอย่างทะนุถนอม “ จะกลับไปเคลียร์กันที่บ้านไหม ดิส ”


ฮาเดสกลืนน้ำลาย ก่อนเดินหันหลังออกไปพร้อมกับเพอร์ซิโฟเน่ที่เอาปืนจ่ออยู่ด้านหลัง


ภาพสามมหาเทพสุดยิ่งใหญ่แห่งดินแดนมิติภพโอลิมปัสของชาวกรีกที่เดินให้สามมหาชายาฉุดกระชากลากตัวไปสำเร็จโทษที่วิหารของตนนั้น สร้างเสียงเฮฮาให้กับเหล่าเทพชายโฉดจำนวนมาก โดยเฉพาะกับโลกิ


“ เป็นยังไงบ้างทุกท่าน ” โลกิผายมือพร้อมฉีกยิ้มอย่างอวดภูมิ “ การแสดงที่ข้าพเจ้าจัดหามาให้นั้น เอนเตอร์เทนดีหรือไม่ ”


“ ท่านโลกิเป็นคนส่งราตาโทสค์ไปยังมิติภพของพวกกรีกเองหรือเจ้าค่ะ ” เสียงหวานใสถามขึ้นมา โลกิถึงกับฉีกยิ้มอีกครั้งอย่างภูมิใจ


“ ใช่แล้ว คนสวย แค่เพียงอักขระรูนไม่กี่บทก็สามารถส่งกระรอกตัวนั้นไปยังมิติภพของพวกกรีกได้ ”


“ และท่านแปลงเป็นทหารเอล์ฟลวงให้ฮาเดสกับซุสเข้ามาในงานใช่ไหมเจ้าค่ะ ”


“ แน่นอน เป็นข้าเอง ”


“ แหม! ท่านนี่เจ้าปัญญาจริงๆเลยเจ้าค่ะ ” ยิ่งได้รับการสรรเสริญ ก็ยิ่งทำเอาโลกิหน้าบานขึ้นมามาก “ ท่านพ่อ ”


ประโยคหลัง ทำเอาโลกิหุบยิ้มลงมาทันที เจ้าของเสียงเดินกรีดกราดเข้ามาหาโลกิอย่างช้าๆ โลกิพยายามกลืนน้ำลายเพื่อเผชิญหน้ากับกรรมที่ตนได้ก่อไว้


เฮลคำนับให้กับผู้เป็นบิดาเล็กน้อย พร้อมเงยหน้าขึ้นมามอง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมายิ่งกว่ารังสีของเหล่าเทพีแห่งโอลิมปัสมากนัก


“ โอ้ลูกจ้า เจ้ามาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย ” โลกิกวาดสายตาไปรอบตัวอย่างหวาดระแวง


เฮลฉีกยิ้มครึ่งหนึ่งออกมา “ ฮาเดสรายงานข้าเองค่ะ ท่านพ่อ ” 


ว่าแล้ว เทพีแห่งความตายก็ยื่นมือถือของนางให้โลกิดู โลกิถึงกับตัวสั่นระริกๆขึ้นมา 


ในไลน์กลุ่มลูกสาว ราชันย์ยมโลกได้ส่งรูปตอนเขากำลังสำเริงสำราญกับนางฟ้าหน้าตาจิ้มลิ้มสองสามตน พร้อมเขียนข้อความประกอบว่า ‘ทายซิ พ่อใครเอ๋ย…. ’


แบบนี้มนุษย์เรียก กรรมตามสนอง ไม่ซิ ต้องเรียกว่า เกลือจิ้มเกลือจึงจะถูก


“ อ้อลืมไป ” เฮลทำหน้าเหมือนลืมอะไรบางอย่าง “ ฮาเดสบอกให้ข้าพาท่านแม่บุญธรรมมาด้วยล่ะค่ะ ”


สิ้นคำพูดของเฮล รังสีอำมหิตก็แผ่จากทางด้านหลังของโลกิ เทพจอมกะหล่อนเหงื่อแตกซิก รีบหันขวับกลับไปดูทันที สาวผมบลอนด์นัยน์ตาดุ สวมเสื้อแขนกุดสีเขียว กางเกงยีนขาสั้น และรองเท้าแตะ


ซิกกิน! ภรรยาคนแรกของเขา! 


“ ซิกกิน ข้าอธิบายได้ ”


“ ไม่ต้อง!! โลกิ วันนี้ ถ้าเลือดแกไม่ออกจากหัว ก็อย่ามาเรียกแม่ซะให้ยาก! ” ซิกกินพุ่งเข้าไปหาโลกิด้วยความเร็วประดุจผีพุ่งไต้ ในคราวนี้ เหล่าทวยเทพในปาร์ตี้หนุ่มโสดต่างแตกกระเจิงกันไม่เป็นท่า งานปาร์ตี้พังกระจายไม่ดีชิ้นดี 


เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของเทพเจ้าเฟรย์ที่นั่งอัดคลิปลงเว็บไซด์ยูทูปของเหล่าทวยเทพอย่างอารมณ์ดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #3 celia_francesga (@celia_francesga) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 20:09
    น่าสงสารพวกเค้าน่ะค่ะ
    #3
    0
  2. #1 godraizer (@godraizer) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 23:32
    สู้ๆนะฮาเดส ไรท์ด้วยนะครับ สู้ๆ ^__^
    #1
    0