ตอนที่ 15 : มุกที่ดี...ต้องมีคนชง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

บทที่ 14
มุกที่ดี...ต้องมีคนชง

ณ แหล่งนี้ที่พักจิต 

ณ แหล่งนี้เรามีมิตรที่ยิ่งใหญ่

ณ แหล่งนี้เรามีสุขอยู่ที่ใด 

 แหล่งนี้สายธารใจไหลสู่เรา 


ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ บัดนี้ถึงเวลาแล้วครับ ที่คุณผู้ชมผู้ฟังทุกท่านจะได้พบกับมิติแห่งความประทับใจจากตลกที่ท่านรัก ผู้ที่ผู้ชมผู้ฟังทั่วทั้งดินแดนกรีกต่างให้การยอมรับนั่งอยู่บนบัลลังก์ใจมาแล้วนานแสนนาน....


....ปีแล้วปีเล่า ปีเก่าปีใหม่ บ้านนอกในกรุง บ้านทุ่งแดนไกล ที่เขาสัญญาไว้ ต้องพบกับแฟนคลับทุกๆสถานที่ แต่วันเวลาที่หาความเป็นของตัวเองช่างหายากลำบากยิ่งนัก....


....วันใดเว้นจากการแสดงต้องไปเที่ยวเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณหามรุ่งหามค่ำ แทบล้มประดาตาย สุ้มเสียงอาจแหบแห้งไปบ้าง แต่ด้วยแรงใจแรงศรัทธาความเมตตาจากมหาชนที่มีต่อเขานั้น มหาศาลนัก ทำให้เขามีกำลังใจยืนหยัดต่อสู้รับใช้มาจนบัดนี้....


....เขาคนนี้เกิดมาเพื่อฆ่าแอรีส (โว้ว!?) พิชิตโครนอส (โห!?) พร้อมถอดตำแหน่งเฮเฟสตัส (หู้ว!?) สกัดอาเธน่า (ว้าว!?) ตามล่าอะพอลโล่ แล้วมาโห่ไล่ท่านฮาเดส (แม่เจ้าโว้ย!?)....


....ขอเชิญทุกท่านพบกับ....


ธานาทอส เชิญยิ้ม’ (เอ้า! แทม ทา ดา แดม แทม แท่ม แทม แทม แท้ม)

.

.

.

.

เงียบกริบ……


ไม่มีแม้กระทั่งเสียงตบมือ


ไม่มีแม้กระทั่งเสียงโห่ไล่!


มีแต่เพียงเสียงกาที่ดังระงมไปทั่วอาณาจักรยมโลก


กับเทพเจ้าองค์หนึ่งที่นั่งหลับขณะชมมหรสพนี้อย่างสบายใจเฉิบ


ธานาทอสรู้สึกเสียความมั่นใจเล็กน้อย ยิ่งเขาเห็นปฏิกิริยาของน้องชายฝาแฝดเช่นนี้ ทำเอาฟิวส์ของเทพเจ้าแห่งความตายถึงกับขาดผึงธานาทอสหยิบพัดฟิวเจอร์บอร์ดข้างกายขึ้นมาฟาดใส่นิทราเทพผู้เป็นน้องเข้าเต็มแรง


“ ตื่นสักทีเซ่! ฮิปนอส! ข้าอุตส่าห์เจียดเวลามาเล่นตลกให้เจ้าฟังนะ ยังมีหน้ามาหลับได้ลงคออีกเหรอ!! ”


ฮิปนอสสะลึมสะลือเล็กน้อยก่อนที่เอื้อยเอ่ยออกมาอย่างงัวเงีย “ โอ้ย! ก็เวลาพี่เล่นตลกทีไร มันอดไม่ได้ที่จะหลับทุกที ”


ธานาทอสถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนคู่แฝดของตน “ น่าๆ รับรองว่าตับมุกนี้เฉียบแน่ๆ ”


ฮิปนอสได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา ก่อนที่พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้พี่ชายของตนเล่นมุกที่เตรียมการมาเป็นเดือนๆให้ฟัง


มรณเทพรีบรุดไปยังเวทีการสดงของตนท่าทีที่ลิงโลด...

“ วันก่อนครับ ”

“ ทำไมครับ ” นิทราเทพอ้าปากหาวพร้อมสวนกลับอย่างอัตโนมัติ

“ ว่าจะไปดูดวงที่วิหารเดลฟีสักหน่อยครับ ”

“ แล้วไงต่อครับ ”

“ พอไปถึงปุ๊บ.. เทพพยากรณ์ร้องทักเลยครับ ”

“ ทักว่า ‘สวัสดีจ้า เชิญจ้า’ ใช่ไหมครับ ”


ธานาทอสถึงไปไม่ถูกทันที เขาหรืออุตส่าห์ซักซ้อมมุกนี้มาเกือบเดือน หวังจะให้เจ้าฮิปนอสมันฮาหงายท้องหงายไส้ แต่ไฉน เจ้านิทราเทพองค์นี้ถึงยังได้ดักมุกของเขาได้ทุกทางนะ 


แต่มีหรือที่เทพอย่างธานาทอสจะยอม


“ แต่แหม่… พอดูดวงเสร็จ ไอ้เราก็อยากไปเดินเที่ยวที่โลกมนุษย์ต่อ จึงตัดสินใจไปเดินเล่นที่ห้างแห่งหนึ่ง เชื่อไหมครับ แค่ผมก้าวเข้าไปข้างใน สาวๆมนุษย์นี่ร้องกรี๊ดให้เป็นแถบ… ”


“ ไปเหยียบตีนเค้า! ไปเอาสร้อยมา! หนูวิ่งผ่าน! ลืมรูดซิป! ไปจับหน่มน้มเค้า! ลิฟท์หนีบ! ไฟดูด! ฟ้าร้อง! ของลงราคา! หรือไม่ก็ตกบันไดเลื่อน!! โธ่ นี่พี่จะเล่นมุกพวกนี้จริงๆเหรอ มันเป็นกากมุกนะ!! ”


ธานาทอสแทบกระอักเลือดออกมา ดวงตาทั้งสองของมรณเทพลุกโชนไปด้วยเพลิงแค้น มรณเทพกำหมัดแน่นพร้อมจ้องหน้าฮิปนอส อย่างเขม้น แต่นิทราเทพผู้เป็นโจทก์กลับอ้าปากหาวขึ้นมาซะก่อน


“ ไว้วันหลังแล้วกันนะพี่ ข้าเริ่มรู้สึกง่วงเหลือเกิน ขอไปพักให้เต็มที่ก่อนนะ ”


ว่าแล้ว ฮิปนอสก็ชิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ธานาทอสยืนอยู่เพียงลำพังกับแสงสลัวๆที่สาดส่องลงมาบนเวที พร้อมกับบทเพลงอันเศร้าโศกเที่จู่ๆก็เปิดคลอขึ้นมารอคอยการปิดม่านของเวที


ปิดองก์


.......................................................................................


ปกติแล้วหน้าที่ของเทพเจ้าแห่งความตายอย่างธานาทอสนั้นจะแบ่งงานออกเป็นห้าช่วงเวลาด้วยกัน ช่วงแรกตั้งแต่เช้ามืดถึงเช้าจะเป็นการรับคำอนุมัติการเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณจากฮาเดส แล้ววางแผนจัดการในการเก็บเกี่ยวดวงวิญาณต่างๆที่ตายลงในแต่ละวัน 


ช่วงที่สอง เวลาสาย ในฐานะที่เป็นนามธรรมแห่งความตาย และบนโลกมนุษย์ก็ได้มีความตายเกิดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก เทพแห่งความตายอย่างธานาทอสก็ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณด้วยตนเองเหมือนดั่งในช่วงยุคทองของตำนาน (ประการหนึ่งก็คือนามธรรมอย่างเขาไม่อยากถูกขังโดยตาแก่โรคจิต หรือถูกตื๊บโดยบุรุษกล้ามโตอีก) เทพแห่งความตายแต่ล่ะมิติภพจึงมีเหล่า ‘ยมทูต’ ที่คอยทำเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณของทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกมนุษย์ โดยที่เทพแห่งความตายแต่ล่ะมิติภพจะคอยสั่งการและแจกแจงงานให้กับเหล่ายมทูตในเขตแดนมิติภพของตนอีกที


ช่วงที่สาม เวลาบ่าย จะคอยทำหน้าที่ตรวจตราความเป็นไปต่างๆในอาณาจักรยมโลก เพื่อนำรายงานไปให้ฮาเดส ผู้ปกครองเหนือหัวรับทราบอีกที (งานประมาณพวกเอกสารและงานจิปาถะทั่วไป)


ช่วงที่สี่ เวลาเย็น ธานาทอสจะเป็นผู้ไปรับรายงานดวงวิญญาณที่เสียชีวิตมาจากสามนางฟ้าแห่งโชคชะตา จากนั้นก็จะนำไปให้ฮาเดสเซ็นอนุมัติในการเกี่ยวเก็บดวงวิญญาณอีกที


ช่วงสุดท้าย เวลาตั้งแต่หัวค่ำจนถึงดึก ธานาทอสจะต้องมาจัดเรียงเอกสาร รายชื่อ และประวัติของดวงวิญญาณที่เข้ามาสู่ยมโลก เพื่อส่งไฟล์ไปให้สามเทพตุลาการรับทราบอีกทีในวันถัดไป


และช่วงเวลาที่ว่าง นอกเหนือกับการฝึกฝนวิชาเพลงดาบในฐานะมือขวาและองครักษ์ของราชันย์ยมโลกแล้วนั้น ธานานอสก็ยังพยายามฝึกซ้อมวิทยามุกของตนให้แก่กล้าขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่สักวันหนึ่ง มรณเทพองค์นี้จะได้เจิดจรัสอยู่บนเวทีเหมือนดวงดาวที่พร้อมจะสุกสกาวอยู่บนนภา 


ในวันหนึ่งซึ่งเป็นวันที่แสนน่าเบื่อหน่ายอีกวันของผู้เป็นอมตะ....


“ ท้าวฮาเดสขอรับ! ” น้ำเสียงของธานาทอสใสแจ๋วมาแต่ไกล มรณเทพโผล่พรวดเข้ามายังท้องพระโรงยมโลกทันควัน ฮาเดสถึงกับละสายตาจากมังงะเล่มโปรดในมือทันที


“ มีอะไรหรือธานาทอส ”


ธานาทอสกระแอมไอเล็กน้อย ก่อนที่จะดีดนิ้วดังเป๊าะ


“ พอดีผมพึ่งคิดมุกใหม่ได้สดๆร้อนๆ… ”


“ งั้นก็โชคดีนะ ” ฮาเดสรีบโบกมือไล่อย่างไร้เยื้อใย เป็นที่ทราบกันดีในมิติภพโอลิมปัสว่า ธานาทอส นามธรรมความตายแห่งอาณาจักรยมโลกนั้น เชี่ยวชาญในการเล่นมุก “แป้ก” มากแค่ไหน ขนาดมุกไหนที่ดีๆหรือเฉียบๆ คุณเธอก็ยังสามารถเล่นให้มันแป้กให้มันฝืดได้อย่างไม่มีชิ้นดี


ธานาทอสเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบกอดเข่าราชันย์ยมโลกเหมือนเด็กๆทันที “ น่านะ ท้าวฮาเดส ท่านได้โปรดช่วยเมตตาฟังมุกนี้ของผมสักครั้งเถอะ ผมรับรองว่ามันจะต้องเฉียบคมแน่ๆ นะๆ ”


ประจวบกับตอนนั้น เพอร์ซิโฟเน่นั่งอยู่บนของบัลลังก์เพื่อดูซีรีย์ของนางอยู่ เทพีโคลงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะหันมาสนทนากับสวามี “ ดิส ท่านก็ให้โอกาสธานาทอสหน่อยเถอะ ”


“ เอาละๆ ก็ได้ๆ ” ฮาเดสตัดบทพลางพับมังงะเก็บลงทันที “ ไหนเล่นมาซิ! ”


สองตาของธานาทอสเริ่มเปี่ยมไปด้วยความหวัง มรณเทพสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ พร้อมกับเริ่มต้นปูมุก

“ วันก่อนครับ ”

“ ครับ ”

“ เปิดตู้เย็นว่าจะหาอะไรกิน พอเปิดฝาปุ๊บ ผมนี่กระเด็นไปไกลเลย ”

“ เจอ ‘ผัก (ผลัก)’ ใช่ไหม! ”

“ ป่าวครับ โดนไฟดูด แฮร่!! ”


เงียบกริบเหมือนเดิม...


ธานาทอสเห็นแต่เพียงสีหน้าที่หน่ายโลกขององค์ราชันย์และราชินี ฮาเดสได้แต่กลอกตาอย่างระอา ในขณะที่เพอร์ซิโฟเน่นั่งนิ่งเป็นประติมากรรมไม่พูดจาอะไร


ในที่สุด ฮาเดสก็เอ่ยขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศที่เดดแอร์เหล่านั้น “ เอายังงี้ ธานาทอส เห็นแก่ที่เจ้าหน้าด้านเข้ามาหาข้าเพื่อที่จะเล่นมุกเมื่อกี้นี้โดยเฉพาะ ข้าจะสอนอะไรเจ้าบางอย่างก็แล้วกัน ”


“ อะไรหรือขอรับท้าวฮาเดส ”


ฮาเดสถึงกับประสานมือพร้อมกับสีหน้าที่ดูเคร่งเครียด “ ตัวชงยังไงเล่า! ”


เมื่อยิ่งเห็นสีหน้าที่งุนงงของธานาทอส ฮาเดสก็ยิ่งเอ่ยออกมาอย่างเคร่งเครียด


“ โครงสร้างพื้นฐานของการเล่นมุกจะประกอบไปด้วยการปูมุก การชงมุก การตบมุก และการขยี้มุก การที่เจ้าเล่นมุกแล้วแป้กทุกครั้งนั้นเป็นเพราะตอนนี้เจ้ากำลังขาดคนที่คอยชงมุกให้อย่างรู้ใจ คอยซับพอร์ตมุกที่เจ้าเล่นให้หวานเจี๊ยบ คนที่จะคอยหาจังหวะในการเชื่อมมุกให้กลมกล่อม อา! พูดแล้วอาจจะไม่เคลียร์ ประเดี๋ยวข้าจะสาธิตให้ดู นี่พิน่าจ๋า ได้ยินเสียงอะไรไหม!? ”


เพอร์ซิโฟเน่ที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ก็ฉีกยิ้มเล็กน้อยให้สวามี “ เสียงอะไรเหรอจ้ะดิส ”


“ เอ้า! ก็เสียงหัวใจของข้าที่กำลังบอกรักเจ้าอยู่นี้ไง ” 


“ อร๊ายยยยย ”


เทพเจ้าทั้งสองถึงกับประสานเสียงออกมาพร้อมกันด้วยท่าทีที่ขวยเขิน ทำเอาคนนอกอย่างธานาทอสอดที่จะอ้วกออกมาไม่ได้ และตอนนั้นเอง เพอร์ซิโฟเน่ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง


“ อุ้ย! เจ็บจังเลยอ่าดิส ”

“ เป็นอะไรเหรอพิน่า? ”

“โรคเก๊าท์กำเริบ ”

“ เก๊าท์? ”

“ ก็เก๊าท์รักตะเองไง! ”

“ อร๊ายยยยย ”


“ พอ! พอ! พอ! ” ธานาทอสถึงกับขัดขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ไม่สามารถหยุดเทพเจ้าทั้งสองให้เลิกหยอดมุกหวานๆกันต่อได้


“ พิน่าจ้า ข้าขอถ่ายรูปเจ้าหน่อยจะได้ไหม ”

“ จะบ้าเหรอ! จะถ่ายไปทำไมล่ะ? ”

“ เอ้า! ก็จะเอาให้เพื่อนมันดู ว่ามี ‘นางฟ้า’ อยู่บนโลกนี้จริง ”


คราวนี้ เพอร์ซิโฟเน่ถึงกับหันขวับมามองพร้อมประกายตาอำมหิต


“ นางฟ้าเหรอ? ทำไมรู้เรื่องพวกนั้นดีจังเลยล่ะดิส ไปติดนางฟ้าที่ไหนมาใช่ไหม!! ”


ฮาเดสถึงกับสะอึก เหงื่อแตกซิก เขาไม่น่าเผลอหยอดมุกนั้นออกไปเลย ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าชายาของเขานั้นดำรงสถานะเป็น ‘เทพี’ ไม่ใช่ ‘นางฟ้า’ แถมการพูดถึงนางฟ้าองค์อื่นต่อหน้าภรรเมียของตนเองนั้นถือเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ


ธานาทอสเห็นเช่นนั้นก็รีบชิ่งออกจากพระราชวังอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เสียงดังโครมครามจะดังกระหึ่มไปทั่วทั้งพระราชวังยมโลกอีกครั้ง (ซึ่งนั้นก็เป็นเรื่องปกติของที่นี่ในช่วงฤดูหนาว)


 ในใจของธานาทอสนั้นครุ่นคิดถึงแต่คำพูดสุดท้ายของฮาเดส


// หรือเราจะขาดตัวชงมุกเหมือนที่ท่านฮาเดสบอกจริงๆนะ //


ขณะนั้นเอง ฮิปนอสพึ่งตื่นจากการนิทรา ไอเดียบางอย่างของธานาทอสถึงกับผุดขึ้นมาในทันที เขาได้ยินมาว่าตอนนี้ ในวงการเทพเจ้านั้นมีผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยามุกอยู่สามท่านด้วยกัน และบังเอิญหนึ่งในนั้นก้เป็นสหายรักกับนายเหนือหัวของตนอีกด้วย ธานาทอสจึงคิดจะไปฝากตัวร่ำเรียนวิทยามุกจากเทพทั้งสาม 


และถือโอกาสนี้ตามหาตัวชงมุกที่จะคอยอยู่เคียงข้างกับเขาในเวลาที่เล่นมุก


“ ฮิปนอส! ข้าได้ยินมาว่าเจ้ารู้จักกับเพื่อนของท่านฮาเดสอยู่องค์หนึ่งนิ ”


ฮิปนอสกระพริบตาปริบๆเพื่อขับไล่ความงุนงง แต่ธานาทอสก็ยังคงซักไซ้ไม่เลิก


“ เทพที่ชื่ออะนูบิส ข้าได้ยินมาว่าเขาสาบานกับเทพลุ่ยกงและเทพหนุมานด้วยใช่ไหม? ”


“ ใช่ พี่จะทำไมหรือ ”


ธานาทอสฉีกยิ้มชั่วร้ายตามฉบับตัวโกงออกมา “ เจ้าช่วยพาข้าไปพบท่านทั้งสามหน่อยจะได้ไหม ”


“ โห้ย! จะไปทำไมกันล่ะพี่ เทพทั้งสามเขาไม่สนใจกากมุกอย่างพี่หรอก ” สมกับที่รู้จักกับอะนูบิส แต่วาจาปากสุนัขที่เชือดเฉือนไปถึงดวงใจของมรณเทพกลับยิ่งโหมไฟแห่งความมุ่งมั่นของธานาทอสให้เพิ่มพูนขึ้นมาเป็นทวี


“ เอาเป็นว่าข้าอยากไปพวกเขาทั้งสามก็แล้วกัน!! ”


แม้จะดูงุนงง แต่ฮิปนอสก็ไม่เคยเห็นพี่ชายฝาแฝดของตนมีความมุ่งมั่นและมั่นใจที่เปี่ยมล้นแบบนี้มาก่อน นิทราเทพจึงพาธานาทอสไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง และที่นั่นเอง สามเทพผู้เชี่ยวชาญในด้านวิทยามุกก็กำลังตั้งกลุ่มสนทนากันอยู่อย่างสนุกสนาน


“ เจ้ารอตรงนั้นก่อนนะ ” ธานาทอสบอกกับน้องชาย ฮิปนอสเกาหัวอย่างงุนงง ในขณะที่คู่แฝดของตนเดินเข้าไปหาเทพเจ้าทั้งสาม พร้อมกับทำมือเป็นเชิงคารวะตามแบบฉบับหนังจีนกำลังภายใน


“ ข้าน้อยได้ยินมาว่าใต้หล้าแห่งนี้ พวกท่านทั้งสามคือผู้ช่ำชองด้านวิทยามุกเป็นเอก ข้าน้อยก็เลยอยากจะมาขอฝากตัวร่ำเรียนวิชามุกกับผู้เฒ่าทั้งสามสักหน่อย ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสจะรังเกียจเทพที่ต้อยต่ำองค์นี้หรือไม่ ”


ลุ่ยกงประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนที่ผายมือเชิญให้ธานาทอสมาร่วมวงสนทนาด้วยอีกองค์


“ เชิญ! เมื่อท่านอยากมาร่ำเรียนวิชามุกกับพวกเรา ข้าก็จะขอทดสอบอะไรท่านสักหน่อย พอข้าถามอะไรให้ตอบเป๊ะๆเลยนะ ”


“ รับทราบผู้อาวุโส ”


“ ดีล่ะ ภูเขาของมิติภพแห่งนี้มีชื่อว่าอะไร! ”


“ ภูเขาโอลิมปัสขอรับ! ”


ได้ยินแค่นี้ทำเอาลุ่ยกงถึงกับสำลักน้ำชาที่พึ่งจะจิบเข้าไปออกมาทันที บรรยากาศเดดแอร์เริ่มแผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ขาดสาย ธานาทอสเริ่มตระหนักถึงสิ่งที่เขาพูดออกไปเมื่อตะกี้ ลุ่ยกงเหมือนจงใจบอกแล้วว่า ถ้าตนถามอะไรให้ตอบเป๊ะๆ ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องก็ควรจะตอบว่า เป๊ะๆ’ ไม่ว่าคำถามนั้นจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม จากนั้นถึงจะลงท้ายด้วยจังหวะ แฮร่’ เพื่อขยี้มุกให้สู่จุดพีคของความฮา


นี่ไม่ได้เป็นการทดสอบสติปัญญา แต่เป็นการทดสอบถึงเชาวน์ปัญญาในการหยั่งรู้ถึงแก่นที่แท้จริงของมุก


อะนูบิสเห็นเช่นนั้น ก็กวักมือเรียกฮิปนอสที่ยืนปิดปากหาวอยู่ให้มาหา


“ ฮิปนอส! เจ้ารู้ไหม วันก่อนข้าไปคัดตัวนักวิ่งสวรรค์มา ”

“ แล้วเป็นไงบ้างครับ ”

“ พอออกตัววิ่งเท่านั้นแหละ 4 วินาทีเท่านั้น… ”

“ ถึงเส้นชัยเลยเหรอ สุดยอดจริงๆ”

“ ตำรวจพาไปที่โรงพักครับ ”  

“ เอ้า!! ”

“ โดนจับได้ว่าไปชกสร้อยคนวิ่งข้างๆมา ”  

“ เทียนดับดังฟู่ ”


แล้วเทพเจ้าทั้งสี่ก็หัวเราะออกมาอย่างเกรียวกราด ปล่อยให้ธานาทอสยืนทำหน้างุนงงพร้อมกับครุ่นคิดถึงแก่นแท้ที่ซ่อนอยู่ในมุกนั้น


// อย่างน้อยคนอ่านก็น่าจะไม่ฮาล่ะวะ ขนาดตัวเรายังไม่ฮาเลย //


แต่กระนั้น มันก็ทำให้ธานาทอสรู้สึกตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง


ต่อให้คนชงจะหวาบเจี๊ยบแค่ให้ แต่ยังไงมุกแป้กก็ยังเป็นมุกแป้กอยู่ดี


สู้เค้าต่อไปนะ ธานาทอส

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

17 ความคิดเห็น