ตอนที่ 11 : ดวล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

บทที่ 10
ดวล

คำว่า ดวลพจนานุกรมนั้นหมายถึงการต่อสู้กันตัวต่อตัวด้วยอาวุธ ตามที่ได้ท้ากันไว้


และแน่นอนว่าในยุคสมัยนี้ การดวลกันระหว่างลูกผู้ชายนั้นหาได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการดวลกันของเทพเจ้า


ข้าได้แต่ยืนถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย อาห์พุชนี้ก็ช่างกระไร ไม่น่าไปสร้างเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย อะนูบิสก็เช่นกัน ดันไปรับปากกับเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ตอนนี้เรื่องราวมันดันลุกลามใหญ่โตไปกันใหญ่แล้ว เหล่าเทพองค์เล็กๆที่ได้ยินเรื่องนี้ก็ต่างพากันยกพลกันมารับชมมหรสพครั้งนี้กันอย่างสนุกสนาน


ด้านลุ่ยกง อสุนีเทพแห่งดินแดนมิติภพคุนหลุนก็เร่ขายขนมและเครื่องดื่มให้กับเทพผู้รับชมอย่างร้อนเงิน แหม่! ในหัวช่างมีแต่เรื่องของเงินทองและการค้าจริงๆนะ เหล่าเทพเจ้าจากคุนหลุน!


บัดนี้ เทพทั้งสองยืนเผชิญหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างส่งสายตาหมายจะกินเลือดกินเนื้อ ตั้งท่าราวไก่ชนที่พร้อมจะลงสู่สมรภูมิอยู่ทุกเมื่อ…


 “ เสียใจด้วยนะ ” อะนูบิสเอ่ยเรียบๆ “ ฉันไม่ใช่คนที่โหดเหี้ยมถึงขนาดดวลดาบเอาชีวิตของคนอื่นลงคอหรอกนะ และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เอาชีวิตฉันเป็นเดิมพันก็แล้วกัน (เอ็งเป็นอมตะนะเฟ้ย อะนูบิส!) ขอเอาชีวิตของฉันเดิมพันแทนโอทาเอะ (แล้วใครคือโอทาเอะกันวะ!!) ถึงแกจะชนะ แต่โอทาเอะก็ไม่ตกเป็นของแก แต่อุปสรรคอย่างฉันจะหายไป (มันเกี่ยวกันไหมเนี่ย!!!) จากนั้นก็เกลี่ยกล่อมยังไงก็ตามสบายเหอะแน่นอน ถ้าฉันชนะ ก็ช่วยเลิกยุ่งกับ…. ”


อะนูบิสพูดยังไม่ทันจบ ข้าที่ทนฟังไม่ไหวก็พุ่งตัวไปหามรณเทพด้วยบาทาความเร็วสูง “จะดวลกันก็รีบดวลกันซักทีสิย่ะ มัวแต่พิรี้พิไรเชี่ยอะไรของมึงอยู่ได้!! ”


อะนูบิสรีบลุกขึ้นมาปัดเสื้อผ้าอย่างคนขี้เก็กทันที “ รู้แล้วน่า ว่าแต่จะดวลกันกี่เพลงดีล่ะ อาห์พุช ”


อาห์พุชยักไหล่ให้อย่างไม่สะทกสะท้าน  “ กี่เพลงก็ได้ เพราะบทเพลงในใจของข้า มันมีแต่ท่านเฮลอยู่แล้ว ”


อะนูบิสหัวเราะ ก่อนจะที่โบกมือไปข้างหน้า ทันใดนั้น พื้นสนามประลองก็พลันเปล่งแสงออกมาเจิดจ้า สัญลักษณ์ลูกศรพลันปรากฏขึ้นมาสี่ทิศทาง 


ขึ้น ลง ซ้าย ขวา 


ใช่แล้ว มันคือเกมแดนซ์ แดนซ์ เรโวลูชั่น หรือ แดนซิ่ง สเตจ เกมเต้นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอดีต…


 “ พร้อมหรือยังอาห์พุช? ” แทนคำตอบ มรณเทพก็ได้ยินเสียงหักกระดูกข้อมือดังกร๊อบๆมาจากเทพมายัน อะนูบิสยิ้มออกมา ก่อนที่จะดีดนิ้วให้เกมเริ่มต้นขึ้น


สาม….. สอง….. หนึ่ง…..


เทพเจ้าเท้าไฟทั้งสองต่างย่างเท้าไปตามจังหวะวูบวาบของลูกศร ขึ้น ลง ซ้าย ขวาไปมากันอย่างเมามัน ต่างฝ่ายต่างออกลีลากันอย่างไม่ยอมใคร เหล่าทวยเทพองค์อื่นๆต่างช่วยกันยืนส่งเสียงเชียร์ภายในใจ เพราะกริ่นเกรงจะทำให้สองเทพเจ้าเสียสมาธิให้กับการ ‘ดวล’ ที่สุดแสนจะดุเดือดนี้


ใช่ การ ‘ดวล’ ที่แสนการดุเดือดของเทพเจ้าทั้งสองก็คือ การดวลเต้น!! 


สองเทพเจ้าจากสองอารยธรรมกำลังเต้นประชันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย จากเพลงแรก ผ่านไปเพลงที่สอง เพลงที่สาม จนกระทั่งเข้าสู่เพลงที่หนึ่งร้อย…..


ต่างไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ


“ ฝีมือใช้ได้นิหว่า อะนูบิส ” เทพเจ้ามายันพูดพลางยืนหอบอย่างเหนื่อยล้า


“ เจ้าเองก็ใช้ได้เหมือนกันนิหว่าอาห์พุช ” มรณเทพเอ่ยตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน 


“ แล้วเยี่ยงนี้ เราจะตัดสินกันอย่างไรดี? ”


“ ทำไมเราไม่ไปลองภาคสนามกันดูหน่อยล่ะ! ”


ภาคสนาม! คำคำเดียวที่มรณเทพเจ้าเล่ห์เอ่ยออกมาเช่นนี้ จะเป็นที่ใดไปไม่ได้นอกจาก...


.......................................................................................


เสียงดังอื้ออึงกังวานไปทั่วทั้งบริเวณจนหูข้าแทบจะหนวก แสงสีสารพัดสาดส่องเข้ามาเป็นจำนานมากจนตาข้าแทบจะบอด มนุษย์ทั้งชายหญิงต่างดีดดิ้นกันไปมาท่ามกลางเสียงเพลงอีดีเอ็มอย่างเมามันและดุเดือด 


ใช่แล้ว นี่คือ โอลิมปัส วิลล่า ผับที่เทพเจ้าทั้งผองต่างมาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย


บนแท่นของดีเจนั้นเอง ข้าเห็นเทพโพไซดอน สมุทรเทพจากดินแดนกรีก น้องชายบังเกิดเกล้าของเทพฮาเดส กำลังทำหน้าที่ของดีเจโดยการเปิดเพลงให้คนเต้นอย่างเมามัน ในขณะที่มหาเทพผู้ทระนงแห่งดินแดนมิติภพโอลิมปัสอย่างซุสนั้นยังคงนั่งหน้าระรื่นอยู่ท่ามกลางสาวๆโลกมนุษย์สุดบะละฮึ่มนับสิบ เพอร์ซิโฟเน่ยืนกรานกับผู้บิดาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่รายงานเรื่องนี้ให้เบื้องบน (ราชินีเฮร่า) ทราบเรื่องโดยเด็ดขาด ข้างกายของเพอร์ซิโฟเน่นั้นคือฮาเดส สวามีจอมกะล่อนที่เดินเข้ามาหาชายาอย่างรักษามาดราชันย์ยมโลกสุดเก๊กครั้นเมื่อทราบเรื่องราวทั้งหมดจากนางแล้ว 


อิโธ่ว! สามมหาเทพสุดเกรียงไกรและน่าเกรงขามจากดินแดนโอลิมปัส ในตอนแรกที่พวกข้ามาหานั้น พวกท่านแต่ล่ะองค์ล้วนแต่มีสีหน้าที่ซีดเซียว เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายขึ้นมาเต็มใบหน้า มือไม้สั่นตามกันไป แต่พอข้าอธิบายเรื่องราวต่างๆจบลง พวกท่านเปลี่ยนสีไปเป็นองค์ล่ะองค์เชียวนะ! จากลูกแมวที่เคยเชื่องกลับผงาดเป็นพญาเสือดี๊ด๊าอีกครั้ง


เฮ้อ! มันน่าเขียนรายงานไปถึงท่านหญิงเฮร่ากับท่านหญิงแอมไฟรทริตี้จริงๆ ถ้าข้าไม่กลัวว่าผับแห่งนี้จะพินาศ และไอ้เทพสองตัวนั้นจะยังคงหาเรื่องดวลสุดงี่เง่าขึ้นมาอีกครั้ง


โอ้พูดถึงเทพสององค์นั้น บัดนี้สองเทพเจ้าผู้ทรงมหิธานุภาพด้านลูกบ้าและความปัญญาอ่อนกำลังยืนประจันหน้ากันท่ามกลางแสงสี และเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม…


อาห์พุชเอ่ยอย่างช้าๆเนิบนาบ “ โจทย์ของการดวลกันในครั้งนี้ ก็คือ….. สตรีทแดนซ์ ”


ว่าแล้ว อาหพุชก็ตบมือขึ้นยกหนึ่ง ทันใดนั้น ก็บังเกิดเป็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา ก่อนที่มีโครงกระดูกจำนวนมากกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจที่เตรียมเปี่ยม


เนื่องด้วยโอลิมปัส วิลล่าเป็นจุดศูนย์กลางแห่งศรัทธาและอารายธรรมที่บรรดามนุษย์และทวยเทพจากทั่วทุกสารทิศต่างมาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย และด้วยมนต์บังตาอันกล้าแกร่ง และพลังจากละอองน้ำจากแม่น้ำเลธีที่โปรยปรายอยู่ทั่วผับ ทำให้เหล่าทวยเทพและมนุษย์ที่เผลอหลงเข้ามา เมื่อกลับออกไปแล้ว ก็จะไม่สามารถจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในผับได้เลยแม้แต่น้อย… ทำให้เหล่าเทพเจ้าสามารถสำแดงอิทธิฤทธิ์ได้ไม่จำกัด โดยมิต้องมาหวั่นว่าพวกคณะสภาปฐมเทพจะหาเรื่องลบเลือนพวกเขาออกไปได้!


(ควรรู้ไว้ว่าไอเดียที่สุดบรรเจิดนี้เป็นความคิดของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนมิติภพโอลัมปัส….. ซุส โพไซดอน และอีฮาเดส)


อะนูบิสเห็นท่าทีของอาห์พุชเช่นนี้ ก็กระดิกนิ้วมา ทันใดนั้น เหล่าบริวาร อันเป็นฝูงมัมมี่จำนวนมากก็โผล่พรวดผุดขึ้นมาจากพื้นดิน เหล่ามนุษย์ต่างส่งเสียงร้องอย่างถูกอกถูกใจ เพราะคิดว่านี้เป็นเพราะการแสดงสุดวิเศษของผับแห่งนี้เป็นแน่ (ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก….)


“ พร้อมนะ ” อาห์พุชถามกลับมามั้ง และเมื่อได้รับคำตอบว่าพร้อม การดวลภาคสนามอันแสนดุเดือดก็ได้เริ่มต้นขึ้น… ณ บัดนี้


ทั้งอะนูบิสและอาห์พุชต่างเข้าสัประยุทธ์เพลงสตรีทแดนซ์ที่ทางผับเปิดให้ใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่ต่างฝ่ายจะนำบริวารของตนเข้าห้ำหั่นอย่างพร้อมเพรียง ดุเดือด และน่าทึ้ง! ต่างงัดทุกวิชาและกระบวนท่าทั้งหมดออกมาเป็นเดิมพัน 


ทั้งข้า เพอร์ซิโฟเน่ ฮาเดส โพไซดอน ซุส ลุ่ยกง ทวยเทพและเหล่ามนุษย์คนอื่นๆต่างไม่อาจละสายตาจากการดวลของพวกเขาได้เลยแม้แต่กระพริบตาเดียว ราวกับมีมนต์บางอย่างสะกดสายตาของเหล่าทวยเทพเอาไว้


โพไซดอนและซุสยังคงดูการประชันอย่างทึ้งๆ แต่สองผัวเมียแห่งยมโลกกลับมีสีหน้าที่เรียบเฉย ออกไปในทางกังวลซะมากกว่า


“ อะนูบิสดูฝืนร่างกายตัวเองมากนะ ดิส! ”


“ อืม แบบนี้ไม่ดีแน่ ”


“ นี่พวกเจ้าสององค์พูดเรื่องอะไรกัน! ” ข้าถามออกไปไม่ทันไร ฮาเดสกับเพอร์ซิโฟเน่ก็แสดงท่าทีเย็นชาออกมาตามฟอร์ม จนข้าแทบอยากจะตบไปที่ออกซิพิทิคอลโบน หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าลั่นกบาลสองผัวเมียยมโลกคู่นี้สักป๊าบ แต่ก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะสายตาของข้าตอนนี้กำลังจ้องมองไปที่อะนูบิสด้วยลางสังหรณ์บางอย่าง


และแล้ว ทีมของอะนูบิสก็สร้างความตะลึงให้กับสายตาผู้คนนับพัน เมื่อเหล่ากองทัพมัมมี่บังเกิดมีเส้นแสงจำนวนมากเจิดจ้าออกมาตามตัว เส้นแสงหลากสีสันเหล่านี้เคลื่อนไหววูบวาบไปมาตามทางที่พวกมันขยับ ก่อนที่อะนูบิสจะโผเข้ามาตรงกลางพร้อมกับเต้นชนิดทุ่มพลังทั้งหมดที่มีเข้าใส่อาห์พุชสุดตัว


ทันใดนั้น เรื่องไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้น… 


เสียงกร๊อบดังลั่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของอะนูบิส มรณเทพพทรุดตัวลงไปอย่างรวดเร็ว เหล่ามัมมี่บริวารต่างรีบกรูกันเข้าหามาเจ้านายทันทีพร้อมกับเหล่าเทพเจ้าทั้งผอง


“ เฮ้ย เป็นไรมากหรือเปล่าเนี่ย ” ฮาเดสถามอย่างหน้าตาเฉย ซึ่งทำเอาเพอร์ซิโฟเน่ถองข้อศอกใส่สวามีอย่างรุนแรงแต่อะนูบิสกลับหัวเราะร่าออกมาอย่างอามณ์ดี


“ ไม่เท่าไหร่หรอกวะดิส บาดเจ็บแค่นี้ มันไม่ถึงกับตายหรอกน่า แค่กำจัดไอ้สตอล์คเกอร์ให้ออกไปจากชีวิตของเฮลได้ ข้าก็ยินดี ”


ข้าที่ในตอนนี้รู้สึกสับสนปนเปไปหมดจึงเอ่ยถามออกมาทันที


“ ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่เพอร์ซิโฟเน่ ”


ราชินียมโลกได้ฟังก็เอาแต่ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนที่จะถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดออกมา ข้าได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกอ้ำอึ้ง พูดอะไรไม่ถูก นี่อะนูบิสยอมฝืนร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บปางตาย มารับคำท้าดวลสุดงี่เง่าจากอาห์พุช เพียงเพื่อ…..


“ เฮ้ย อาห์พุช ” อะนูบิสตะโกนออกมา จนทำเอาข้าหลุดออกจากภวังค์ “ เรามาประชันกันอีกครั้งเถอะ แต่คราวนี้จะเป็นการดวลกันตัวต่อตัว และจะเป็นการทุ่มพลังใส่เต็มร้อยเป็นครั้งสุดท้าย เอาแบบตัดสินกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยดีไหม? เพราะข้าคงทนไม่ได้หรอกที่จะให้ ‘คนที่ข้ารัก’ ต้องมาอึดอัดกับการกระทำเยี่ยงสตอล์คเกอร์โรคจิตเช่นนี้ ”


ว่าแล้ว อะนูบิสก็โบกมือให้พวกมัมมี่สลายไปอย่างอัศจรรย์ อาห์พุชถึงกับตระหนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น


“ อะนูบิสเอ๋ย อะนูบิส ” อาห์พุชเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ น้ำเสียงฟังดูมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิมนัก “ เจ้าทำให้ข้าเข้าใจแล้วล่ะ ว่าการจะปกป้องคนที่เรารักสักคนหนึ่งนั้น แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่างก็ตาม แต่ทว่า มันก็ช่างคุ้มค่าเสียเหลือเกิน ถึงแม้ข้าจะไม่ยอมถอดใจเรื่องท่านเฮลก็ตาม แต่ทว่าเรื่องนี้… ”


ว่าแล้ว อาห์พุชก็เอากำเป็นรูปกดไลก์ทาบกับหน้าอก “ เอาใจไป! เอาใจไป! เอาใจไป! ”


แล้วตามมาด้วยเสียงเกรียวกราวจำนวนมากราวกับต้องมนต์สะกดจากเหล่ามวลมหาประชาชีที่อยู่ในเหตุการณ์ “ เยี่ยมจริงจริง! เยี่ยมจริงจริง! เยี่ยมจริงจริง! ”


จากนั้น ปาร์ตี้สุดเหวี่ยงก็กลับมาดำเนินอีกครั้ง… โพไซดอนที่บัดนี้คุมแท่นดีเจเป็นของตนเองแล้วก็กระหน่ำเปิดเพลงให้อย่างสนุกสนาน เหล่ามนุษย์กลับมาดีดดิ้นให้กับเสียงเพลงสุดกัมปนาทนี้อีกครา คราวนี้อาห์พุชเรียกบริวารกลับไปแล้ว และได้เข้ามาร่วมวงสุรากับเหล่าเทพเจ้าทั้งผองกันอย่างออกรส


“ เรื่องหัวใจนี้มันยอมกันบ่ได้ดอกนะ อะนูบิส ตูข้าผู้นี้แลที่จะเอาชนะหัวใจของท่านเฮลมาให้จงได้!! ” สตอล์คเกอร์โรคจิตเอ่ยขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจในพฤติกรรมหน้าหนาของตน


อาห์พุชทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ด้วยการเอ่ยคำพูดนั้นออกมา ทำเอาฮาเดส อะนูบิส กับลุ่ยกงต่างหันมาประสานสายตากันพร้อมแผนการชั่วๆขึ้นมา... สงสัยเรื่องนี้ดูถ้าจะไม่จบง่ายๆหรอกนะ


ใช่ ข้ากับเพอร์ซิโฟเน่มองออก แต่อนิจจาที่เทพมายันดันมองไม่ออก


ทั้งคนและเทพเจ้าต่างโยกย้ายไปมาตามจังหวะเสียงเพลงอย่างสนุกสนาน เสียงเพลงจากพวกมนุษย์ยังคงดังกระหึ่มกลบทุกสรรพสำเนียงรอบบริเวณ แม้จะตะโกนใส่กันอย่างไร ก็หามีใครได้ยินถนัดไม่


อะนูบิสผู้ป่วยคนเก่งของเราดีดดิ้นอยู่ไม่ใกล้จากอาห์พุช ราวกับว่าอาการเจ็บปวดเมื่อสักครู่นี้มลายหายไปกับอากาศธาตุเสียหมดสิ้น


ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบังเกิดหรือจงใจ ที่อะนูบิสสะบัดมือไปโดนตัวอาห์พุชอยู่บ่อยครั้ง จนอาห์พุชเริ่มรู้สึกรำคาญอยู่พิกล เมื่อครั้นมรณเทพสะบัดมือมาอีกครั้ง กำปั้นของเทพมายันก็ซัดเข้าใส่ใบหน้าของอะนูบิสอย่างไม่ไยดี ก่อนที่ตามมาด้วยหมัด เท้า เข่า ศอกจำนวนมากที่ระรัวเข้าใส่อย่างไม่ยั้ง


ฮาเดสกับลุ่ยกงเห็นเช่นนั้น ราวกับระเบิดนิวเคลียร์สองลูกลงที่นี่ เทพเจ้าทั้งสองต่างกรูกันเข้าไปทำร้ายอาห์พุชอย่างเดือดดาด ทั้งเทพเจ้าจากกรีกและจีนต่างช่วยรุมสกรัมเทพเจ้ามายันโดยที่ไม่เปิดโอกาสให้อาห์พุชจะได้ตอบโต้เลยแม้น้อย อะนูบิสเมื่อประคองร่างขึ้นมาได้แล้ว ก็ตรงไปช่วยผสมโรงอีกแรง


ไหนล่ะ อาการเจ็บปวดทุรนทุรายแทบตายในตอนนั้น!!


แต่อาห์พุชก็ยังฉลาดพอสมควร เทพเจ้าความตายแห่งมายันรีบสลายร่างกลายเป็นควันจากไปอย่างรวดเร็ว มีเทพองค์ไหนบ้างล่ะที่โง่ปล่อยให้ตัวเองโดนกระทืบจนต้องบาดเจ็บปางตายกันล่ะ


เมื่อครั้นเสร็จพิธีการ บาทุกรรมอาห์พุชพอเป็นพิธีแล้วนั้น อะนูบิสก็หันมาหาข้าพร้อมด้วยรอยยิ้มแบบเกรียนๆ


ข้าพอจะประติดประต่อความคิดชั่วๆของอะนูบิสออกแล้ว


หน๊อย…. ไอ้ความเสแสร้งที่แสดงออกมาเมื่อตะกี้นี้ มลายหายไปไหนหมดแล้วย่ะ


แต่ความคิดของข้าก็ยังไม่ไวเท่าหมัดของเพอร์ซิโฟเน่ที่พุ่งปราดไปหาสวามีอย่างรวดเร็ว


บอกมานะย่ะ ไอ้แผนการชั่วๆนี้ เป็นความคิดของใครกัน! บอกมา!! ” ราชินีเอ่ยตะคอกพลางเขย่าร่างของสวามีราวกับเขย่าเซียมซี ฮาเดสได้แต่เพ้อพร่ำออกมาฟังไม่ได้ศัพท์


อี้เอ็นแอนอารออกอะอูอิสเอียงอนเอียวอะ อิอ่าอ้า (นี้เป็นแผนการของอะนูบิสเพียงคนเดียวนะ พิน่าจ้า)


เป็นภาพที่ชวนสังเวชที่สุดตั้งแต่เคยเจอมา


ลุ่ยกงกับอะนูบิสเหมือนจะรู้ชะตากรรมของตนเอง ต่างฝ่ายต่างพยายามจะชิ่งออกจากที่เกิดเหตุโดยฉับพลัน แต่ก็ไม่อาจจะหลุดพ้นจากสายตาของข้าได้


อะนูบิส! ” ข้าเอ่ยเบาๆ อะนูบิสได้แต่ยืนจังงัง ด้านลุ่ยกงนั้นก็ได้โผปีกชิ่งออกไปอย่างรู้ทัน


ข้าตวัดสายตาที่แผ่รังสีอำมหิต พร้อมรอยยิ้มสยองแบบนางมารออกมา พร้อมย่างกรายมาหาอะนูบิสอย่างช้าๆ 


ตาบ้าเอ๊ย เรื่องชั่วช้าต้องยกให้เจ้ากับฮาเดสจริงๆเลย


ไม่ต้องรอให้พ่อเจ้าประคุณได้ตอบโต้อะไร ข้าก็ช่วยสังเคราะห์ให้มรณเทพกลับมามรณะสมใจอีกครั้ง......

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #6 Muramaza (@Muramaza) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 07:46
    5555อนูบิสเอ๋ย อนาจแท้ๆ
    #6
    0
  2. #5 woragun36308 (@woragun36308) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 05:48
    ต่อเถอะครับอย่ามัวดูละคร
    #5
    0