ตอนที่ 90 : สามกรุง : วรรณคดีวิจารณ์การเมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    17 พ.ย. 61

สามกรุง เป็นนิพนธ์เรื่องสุดท้ายของกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (น.ม.ส.) ในขณะไปผ่าตัดต้อกระจกที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อปี พ.ศ.2485 ช่วงสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา จนกระทั่งจบเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2487 โดยลักษณะคำประพันธ์ครบครันทั้ง 5 ประเภท (ร่าย โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน)


สามกรุงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กรมหมื่นท่านทรงรัก หวงแหนและภูมิใจมากเป็นพิเศษ เพราะเมื่อเขียนเสร็จแล้วก็เขียนภาคผนวกซึ่งประกอบไปด้วยสาระสำคัญในวรรณคดีไทยเป็นอันมาก ต่อมาก็คัดสำเนาต้นฉบับมาพิมพ์ดีดถึง 3 ชุด แล้วนำไปฝากไว้กับผู้ที่ไว้ใจว่าจะคุ้มครองจากภัยสงครามพร้อมเก็บไว้เองชุดหนึ่ง เมื่อหยิบมาอ่านตรวจทานพลางพึมพำว่า 


"ไม่ว่าจะเปิดอ่านแห่งไหน ดูมันฝังเพชรพราวทั่วไปหมด" ถีงขนาดมีมาขอซื้อลิขสิทธิ์ในการพิมพ์ถึง 300,000 บาท!!!!


สามกรุงนั้นประกอบไปด้วย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และ กรุงรัตนโกสินทร์ โดยไล่เลี่ยงตั้งตอนพระเจ้าเอกทัศน์เสียกรุงไปถึงตอนญี่ปุ่นบุกรุงในรัชกาลที่ 8 เนื้อหาส่วนใหญ่ของเรื่องจะเป็นการสรรเสริญพระเกียรติคุณของพระเจ้าตากสิน กับ ร.1 สองกษัตริย์มหาราชที่รักชาติเป็นปฐมเหตุ เศวตฉัตรเป็นแต่ผลของการกระทำ

ภาคที่ 1 : อยุธยาตอนเสียกรุง



เก้าปีเอกทัศได้               ครองดิน
สมเด็จสุริยามรินทร์
        
ฤกษ์ร้าย
เสียฉัตรปิ่นปัฐพินทร์
      
เสียชีพ
ขาดปุดดุจดังด้าย             
ดิ่งด้นหนสลาย


น.ม.ส. วิเคราะห์ว่าการที่ไทยต้องเสียกรุงนั้นมีสาเหตุอยู่สองประการ คือ ไทยไม่ปลงใจกันและ ขาดคนดีเป็นประมุข จากเหตุการณ์ครั้งนี้ กรมหมื่นได้หวนไปถึงกรุงศรีในยุคพระนเรศและพระเอกาทศรถที่ทุกชนชั้นได้ร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้านศึกพม่าอย่างเข้มแข็ง 


แต่กับพระเจ้าเอกทัศน์นั้นแม้ส่วนลึกในใจจะรักและเป็นห่วงประเทศอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ทำกับอยู่แต่ในวัง ควงสนมกิ๊บน้ำจัณฑ์ ปล่อยให้เหล่าแม่ทัพออกทัพบัญชาการทัพอยู่แต่ในป้อม จนเกิดการตั้งตัวเป็นใหญ่อยู่หลายกลุ่มหลายก๊กจนทำไปสู่การล่มสลายของอาณาจักรอันเกรียงไกรในที่สุด


ภาคที่ 2 : ธนบุรี

    
       รณรงค์ทรงปราบจลาจล     จูงสยามมณฑล
ประสบซึ่งสามัคคี
    เอกจิตเอกฉัตรสวัสดี
            รบล้างไพรี
ปะระประเทศเฉทไป

น.ม.ส.ได้เริ่มภาคนี้ด้วยการสดุดีถึงบุคลิกผู้นำของพระเจ้าตาก วีรกรรมที่ท่านทำนั้นแสดงให้อย่างเด่นชัดในการทำแต่ละครั้งทั้งการขับไล่พม่าออกจากอาณาจักร รวมไทยเป็นหนึ่งเดียว โดยเฉพาะความสามัคคีนั้น อย่างเหตุการณ์ในเขมรที่กรมหมื่นท่านได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกความสามัคคีของชาวกัมพุชจนถูกเจ้าต่างแดนมีอำนาจเหนือประเทศตัวเอง


ภาคที่ 3 : รัตนโกสินทร์


ฉันนั้นธนบุเรศสิ้น          รัศมี
ไทยจะเกิดกาลกลี         รุ่มเร้า
ภายในไม่สามคี               ครัดเคร่ง
โอกาศชาติอื่นเข้า           ขี่ข้าม ตามเคย

ภาคนี้ น.ม.ส. กล่าวถึงคุณสมบัติความเป็นผู้นำของพระมหากษัตริย์ทุกราชการที่ต่างพระองค์ต่างก็ได้ทะนุบำรุงและนำพาชาติให้พ้นภัยจากภยันตรายร้ายต่างๆนานา 


น่าแปลกที่กรมหมื่นท่านได้นิพนธ์เกี่ยว เก้าปี ถึงสามครั้งด้วยกัน ครั้งแรก พระเจ้าเอกทัศน์ครองเมืองได้ 9 ปีก็เสียกรุง ครั้งที่สอง รัชกาลที่เจ็ดครองราชย์ได้ 9 ปีก็สละราชสมบัติ ครั้งที่สาม คณะราษฎรมีอำนาจอยู่ 9 ปี ญี่ปุ่นก็ยกพลขึ้นบกสู่ประเทศไทย ทั้งสามมีความหมายเหมือนกันคือการสูญเสียอำนาจการปกครองประเทศของผู้นำที่อยู่ในฐานะที่พึงมีพึงได้


เรื่องนี้ น.ม.ส มุ่งเสียดสีพฤติกรรมของผู้นำไทยในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ไปเข้าร่วมกับญี่ปุ่นโดยหวังว่าไทยจะได้เป็นมหาอำนาจโดยเห็นว่าประวัติศาวสตร์จะซ้ำรอยเหมือนพระเจ้าเอกทัศน์นี้แหละ ทำให้กรมหมื่นอดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงยุคของพระนเรศพระเอกาทศรถ กับยุคของพระเจ้าตากและกษัตริย์ 7 รัชกาล


ด้วยกลวิธีที่นำเสนออีกทั้งโวหารอันแยบคายทำให้สามกรุงเป็นทั้งวรรณคดียอพระเกียรติ วรรณคดีประวัติศาสตร์ และ วรรณคดีวิจารณ์การเมืองไปในคราวเดียวกัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #210 เจ้าจอมลงกา (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:40
    อารมณ์เหมือนดูเรื่อง ฟ้าใหม่เลย
    #210
    0