วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,582 Views

  • 412 Comments

  • 880 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,246

    Overall
    159,582

ตอนที่ 78 : ภาคต่อพระอภัยมณี the series

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 พ.ย. 61

หลายคนทราบตอนจบของเรื่องพระอภัยมณีกันดีใช่ไหมครับ แต่ถ้าผมบอกไปว่าเรื่องที่ท่านได้ยินมานี้จริงๆแล้วมันยังมีภาคต่อนะซิ 


อ้าว! เอาละซิ! เรื่องมีอยู่ว่ากรมหมื่นอัปสรสุดาเทพและเหล่าแฟนคลับพระอภัยต่างรบเร้าให้สุนทรภู่แต่งต่อไปอีก สุนทรภู่พึ่งพระบารมีกรมหมื่นอยู่แล้วก็มิกล้าขัดพระประสงค์ จึงดำเนินเรื่องยืดยาวต่อไป แต่ว่ากันว่าท่านมิได้เป็นคนแต่งเอง สำนวนกลอนและเนื้อความหย่อนลงไปมาก หลายท่านคงอยากฟังเรื่องราวต่อจากนี้แล้วล่ะซิ กระผมจึงจะเล่าให้ทุกท่านฟังตามสไตล์ของกระผม ดังนี้แล....


หลังจากที่ มังคลาและ สังฆราชบาทหลวง แตกทัพจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปอยู่ที่อื่น ทั้งสองไปอยู่กับนางเซียมวิลัย กระทั้งพี่มังของเราได้ นางยาใจ ลูกสาวเจ๊เซียมมาเป็นเมียทำให้สามารถรวบรวมคนมาได้พอสมควร พี่มังก็คิดหาญซ่าพาทั้งแก๊งลงเรือกำปั่นหมายมั่นจะไปตีลังกา แต่แล้ว! ลมเจ้ากรรมกลับพัดเข้าอ่าวเมืองกำพลเพชรแทน 


พอดีเจ้าเมืองอย่าง ท้าวรามเดช ซี้ม่องเท่ง นางกฤษณา จึงว่าราชการแทน มังคลาเข้าไปฝากตัวกับนางจนทำให้ทั้งสองแอบไปสวดมนตร์กันอย่างลับๆ


ต่อมา นางกฤษณาให้พี่มังครองเมืองในฐานะบุตรบุญธรรม โดยมีสังฆราชบาทหลวงเป็นผู้ปลุกปั่นมวลมหาประชาชนมาเป็นพวก มังคลาได้ไอเทมใหม่เป็นพระขรรค์วิเศษที่ฟันถูกผู้ใดจะเกิดเป็นไฟไหม้ทั่วตัว ด้านทหารก็ใช้แม่เหล็กเป็นอาวุธ


ฝ่าย วลายุดา (ลูกศรีสุวรรณ + นางรำภา) กับ อาจารย์เจนธนู โดยสารเรืออังกฤษลงใต้ถึงเมืองสินชัย วลายุดาได้เมียมาสองคนคือ นางบุญจารี ลูกสาวเศรษฐี และ นางตรีกุม ลูกสาวพราหมณ์ ในเวลานั้นเจ้าเมืองไม่ได้อยู่ในศีลในธรรม อาจารย์เจนธนูจึงเป็นแกนนำก่อม็อบชิงราชสมบัติ แล้วมอบมงกุฎให้แก่วลายุดา ส่วนตนเองก็ขึ้นดำรงตำแหน่งอุปราช 


วายุพัฒน์ (ลูกสินสมุทร + นางยุพกา) กับ อาจารย์สุริยัน หนีไปตะวันออกถึงเมืองเซ็นของพวกแขกทมิฬ ในสามปีมียักษ์มาจับคนไปกิน แต่วันนี้เหมือนเป็นคราวซวยของยักษ์เมื่อพบวายุพัฒน์เข้า เจ้ายักษ์แทบจะช็อค ด้วยวายุพัฒน์สืบสายเลือดมาจากผีเสื้อสมุทรจึงขอเป็นพวก ท้าวกบิล ชอบใจจึงยก นางศศิธร พระธิดาให้ และตั้งให้เป็นอุปราช โดยมีอาจารย์สุริยันเป็นผู้ช่วย


หัสกัน (ลูกสุดสาคร + นางสุลาลีวัน) กับ อาจารย์สุบันเย หนีขึ้นเหนือมาถึงเมืองอินตรา อาจารย์รับเป็นหมอพเนจรเที่ยวรักษาฝีชาวบ้านจนไปรักษา ท้าวมูลา แต่อาจารย์บอกพระราชาไปว่าจะตายโหงตายห่าอีกห้าวัน จึงถูกจำคุกฐานหมิ่นเบื้องสูง (เกี่ยวไหมเนี่ย - -“ ) แล้วสุบันเยร่ายมนต์หนีออกมาได้ พร้อมลอบเข้าไปกระทืบเจ้าเมืองจนตาย 


ทั้งสองหนีไปพักที่ศาลเจ้ากลางป่า เทพารักษ์ประจำศาล บอกให้ไปทางทิศตะวันตกแล้วจะพบลาภอันประเสริฐนะจ๊ะ ทั้งสองพบ เวชายัน กับ นางวันชายา พี่น้องฝรั่งแห่งเมืองสุลาลัย สองพี่น้องเล่าถึงเรื่องอาเขยชิงบัลลังก์ให้ฟัง หัสกันจึงซ่องสุมผู้คนชิงเมืองคืน บรรดาเสนาเชิญเวชายันขึ้นครองราชย์ แต่เวชายันมอบให้หัสกัน ผู้มีพระคุณแทน 


ข้างเมืองผลึก นางมณฑา (มารดาเจ๊สุวรรณมาลี) สิ้นพระชนม์ลง สินสมุทร จึงแจ้งให้ สุดสาคร เชิญ พระอภัยมณี เจ๊สุวรรณมาลี และ เจ๊ละเวงวัณฬา ไปปลงพระศพ สุดสาครจัดเรือให้พระอภัย แต่กำปั่นกลับถูกลมพัดไปเข้าเกาะกัลปังหาแทน 


เฮียอภัยแกจึงได้ นางเทพเทพิน นางนิลกัณฐี ตรีพลัม ลูกๆเทวดามาเป็นลูกศิษย์ แล้วทั้งหมดก็แล่นเรือไปยังเมืองผลึกทันที


สินสมุทรเห็นพระอภัยมณีมาช้าผิดปกติก็ส่งกองเรือออกตามหา พบพระอภัยกำลังถูกโจรสลัดล้อมจึงขับไล่แล้วเชิญพระอภัยมณีเข้าเมือง กฤษณา เทวัญ นางอัมพุวัน ลูกๆของศรีสุวรรณกับนางศรีสุดา(พี่เลี้ยงนางเกษรา) เห็นนางเทพเทพิน นางนิลกัณฐี ตรีพลัมก็เกิดความรักกันเป็นคู่ๆ 


ฝ่ายสังฆราชบาทหลวงนั่งเลียแผลอยู่ที่กำพลเพชร จนเห็นสมควรแก่เวลาทวงเมืองลังกาคืนแล้ว จึงรีบไปยุยงมังคลาทันที มังคลาก็เห็นชอบด้วย จึงแจ้งน้องและหลานให้ช่วยกันยกทัพไปตีเมืองลังกากับตน 


วลายุดา วายุพัฒน์ และ หัสกัน ปรึกษากับอาจารย์ของตน อาจารย์บอกให้เป็นกลาง แต่ควรจะยกทัพไปพบกับมังคลาก่อน ถ้าห้ามปรามแล้วไม่เชื่อ ก็ให้รบกันเองแม่มเลย! ทั้งสามคนเห็นดีด้วยจึงรีบยกทัพไปยังเมืองลังกาก่อนแล้วแต่งสารขอสารภาพความผิดไปยังแม่ๆของพวกตน (นางรำภา นางยุพาผกา นางสุลาลีวัน) พวกนางจึงแจ้งที่เมืองผลึกทันที ศรีสุวรรณ ให้สุดสาครกับ นางเสาวคนธ์ และ กฤษณา ยกทัพไปรักษาเมืองลังกาก่อน


เมื่อมังคลามาถึงก็สั่งให้ทหารเข้าตีทันที วลายุดา วายุพัฒน์ และ หัสกัน ทำทีเข้าช่วย แต่ถอยทัพออกมาตั้งหลักก่อน และแจ้งเรื่องพระขรรค์วิเศษไปให้สุดสาครได้ทราบ ทั้งนี้วายุพัฒน์อาสาไปดรอปพระขรรค์วิเศษจากมังคลามาให้จงได้ และในระหว่างการรบนั้น นางเสาวคนธ์ได้คลอดลูกชายชื่อ นรินทร์รัตน์ 


มังคลาพอหักเอาเมืองไม่ได้ ก็เกิดอาการนอยด์มากๆ นางกฤษณา แม่ (เมีย) เลี้ยงจึงเกณฑ์พันธมิตรมาช่วย สุดสาครแจ้งข่าวให้ทุกคนทราบ ศรีสุวรรณ สินสมุทร และ หัสไชย เร่งยกทัพมาช่วย ส่วนเฮียอภัยก็พาลูกศิษย์ซึ่งกำลังบวชหน้าไฟอยู่ลงเรือกลับไปบำเพ็ญพรตที่เขาสิงคุตร์ 


วายุพัฒน์ซึ่งอาสาจะไปดรอปพระขรรค์นั้น ก็พายักษ์ไปอยู่กับมังคลา พอสบโอกาสก็ให้ยักษ์แย่งพระขรรค์มาได้ พี่มังจึงรบกับวายุพัฒน์ วลายุดา และ หัสกัน พอดีกองทัพของศรีสุวรรณถึงพอดีก็สั่งทหารลุยกระหนาบแม่มเลย มังคลาแตกทัพถอยกลับไป ทั้งหมดจึงเข้าไปหาศรีสุวรรณ สินสมุทร สุดสาครเพื่อขอขมาโทษ และพากันไปหาพระอภัยมณีเพื่อขอนิรโทษกรรม 


มังคลาล่าถอยลงใต้มารับทัพพันธมิตร พอมาถึงก็สั่งลุยต่อทันที แต่ก็ต้องล่าถอยไปอยู่ดี พี่มังคิดจะกลับเมืองกำพลเพชร แต่ความลับระหว่างพี่มังกับนางกฤษณา และข่าวเรื่องพี่มังทำศึกกับญาติตนเองแพร่สะพัดออกไปเป็นวงกว้าง 


นางกฤษณาเกรงว่าผู้คนจะกระด้างกระเดื่องจึงให้ไปทางทิศหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้) ระหว่างทางก็คลอดลูกแฝดสามคนชื่อ เทวสินธุ์ เทพจินดา และ ราเมศร์แล้วนางก็ขี้เกียจมีชีวิตอยู่จึงกระโจนน้ำตาย มังคลาจึงพาลูกทั้งสามไปถึงเกาะกาหวี เมืองร้างเพราะผู้คนถูกฝูงผีห่ากินจนหมด จึงอาศัยอยู่ที่เกาะนั้นพลางๆก่อน 


ฝ่ายทางเมืองกำพลเพชรจัดกองเรือออกตามหามังคลา ท้าวรายา เจ้าเมืองสำปันหนา พันธมิตรใหม่ตามหาจนพบแล้วเชิญมังคลากลับไป พี่มังทิ้งลูกทั้งสามอยู่เกาะกาหวี ส่วนตัวเองกลับไปเมืองสำปันหนาจนได้ลอบซั่ม นางดวงแข ธิดาสำปันหนาจนนางมีลูกสาวชื่อว่า ระเด่นกินเรศ ท้าวรายาจึงให้พี่มังเป็นอุปราชเมือง


ทางเมืองลังกา ศรีสุวรรณจัดงานแต่งให้กฤษณากับนางเทพเทพิน แล้วมอบเมืองรมจักรให้ปกครอง ส่วนวลายุดา วายุพัฒน์ และหัสกัน เสร็จศึกต่างลากลับไปยังบ้านเมืองของตน 


ฝ่ายสังฆราชกับมังคลาคิดจะไปแก้แค้นเมืองลังกาอีก จึงขอกองทัพท้าวรายาสมทบกับที่เมืองกำพลเพชรยกไปตีเมืองใหม่ ศรีสุวรรณ สินสมุทร สุดสาครช่วยกันระดมกำลังตีทัพแตกกลับไป (เจ็บไม่จำจริงๆ)


ขณะเดียวกัน โจรสลัดมะหุด ยกกำลังตีด่านปากน้ำเมืองรมจักร พระกฤษณากับสามพราหมณ์กำลังรบติดพัน ศรีสุวรรณจึงกลับไปช่วยจนพวกโจรยอมสวามิภักดิ์ พระเจ้าอาว์จัดงานแต่งให้เทวัญกับนางนิลกัณฐี และ ตรีพลัมกับนางอัมพวันให้ปกครองกันอย่างมีความสุข 


ฝ่ายมังคลากับสังฆราชถูกคลื่นลมพัดไปถึงเกาะกาวิน เทวดาผู้รักษาเกาะชี้ทางให้ลงใต้ไปโรมวิสัย สังฆราชบาทหลวงขอเรียนวิชาผูกพยนต์กับ อาจารย์พรหมพักตร์ อาจารย์บอกให้ไปขอเจ้าเมืองก่อน จึงไปเฝ้าเจ้าเมืองพรรณนาเรื่องศาสนาให้ ท้าววาหุโลม เกิดความเลื่อมใส ทำให้สังฆราชเรียนวิชาสำเร็จ จึงแล่นเรือไปเมืองโรมพัฒน์ แล้วสร้างที่พักสอนศาสนาอยู่ที่หน้าด่านจนมีผู้คนศรัทธานับถือกันมาก 


ท้าวโกสัย สงสัยว่าเกิดก่อจลาจล จึงปราบปราม สังฆราชบาทหลวงรู้ทันจึงผูกพยนต์ยักษ์ไปขู่เจ้าเมืองให้ยอมอ่อนน้อม ท้าวโกสัยยอมทำตาม และยก นางบุษบง พระธิดาให้มังคลา พี่มังหลงเมียจนไม่คิดจะทำศึก สังฆราชจึงต้องต่อว่าผสมลูกยุจนมังคลาให้ท้าวโกสัยเกณฑ์กองทัพไปตีเมืองลังกา และพานางบุษบงไปด้วย 


ระหว่างทางพบผีเสื้อยักษ์ชื่อ กาลวาต เกิดรบกัน มังคลาเอาตราราหูฟาดถูกผีเสื้อยักษ์จมหายไปในท้องสมุทร แล้วยกทัพมาตีเมืองใหม่ได้ 


สุดสาครเห็นข้าศึกมีมากจึงมีหนังสือไปบอกคนอื่นๆให้รีบยกกำลังมาช่วย แล้วให้ วาโหม เป็นกองหน้าไปตีเมืองใหม่คืน สุดสาครเห็นไพร่พลมังคลาเข้มแข็งผิดปกติ จึงให้คนแอบเข้าไปดู พอรู้ว่าเป็นพยนต์จึงให้คนไปตาม อาจารย์จักรา ลูกศิษย์ ทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์ มาช่วยแก้


ฝ่ายลูกทั้งสามๆของมังคลาซึ่งอยู่ที่เกาะกาหวี ไม่ทราบข่าวบิดามานาน จึงออกจากเกาะไปเมืองสำปันหนา ท้าวรายาทราบว่าเป็นลูกชายพี่มังจึงจัดทัพเรือมาเมืองกำพลเพชร ได้ความว่าพี่มังไปตีเมืองลังกาหลายปีแล้ว ท้าวรายากับลูกพี่มังจึงยกทัพมาเมืองลังกา ระหว่างทางพบ ปีศาจเจ้าละมาน ปีศาจให้แก้ววิเศษแก่เทวสินธุ์ดวงหนึ่ง 


กล่าวถึงเมืองลังกา กองทัพศรีสุวรรณกับหลานๆตีทัพมังคลาแตกยับเยิน จนพี่มังของเราต้องถอยทัพไปริมทะเลจนพบเทวสินธุ์ เมื่อรวบรวมไพร่พลพร้อมก็สั่งตีต่อ แต่ก็ถูกกองทัพเมืองลังกาตีแตกถอยไปอีก พระเจ้าอาว์ศรีสุวรรณมีหนังสือไปถึงพี่มังให้ไปสารภาพผิดกับพระอภัย ผู้เป็นบิดาเสียแล้วจะคืนเมืองให้ 


สังฆราชบาทหลวงเห็นว่าเป็นอุบาย แต่ท้าวรายาเห็นว่าเป็นความจริง สังฆราชจึงยุให้ถีบท้าวรายาออกจากแก๊งเสีย ท้าวรายาจึงไปพร้อมกับเทวสินธุ์ เทพจินดา และ ราเมศร์ 


ส่วนสังฆราชบาทหลวงทำพิธีทำหุ่นพยนต์เตรียมไปตีเมืองใหม่อีกครั้ง แต่มนต์กลับเสื่อมลง บาทหลวงโทษว่าเพราะนางบุษบงมาอยู่ด้วย ให้พี่มังไล่นางไปเสีย มังคลาจึงพานางไปส่งไว้ที่เรือริมเกาะแห่งหนึ่ง พอตกกลางคืนพี่มังก็หนีไปอยู่กับนาง 


สังฆราชบาทหลวงทราบเรื่องก็โกรธจัดจึงยกกำลังไปตีเมืองใหม่ด้วยตัวเอง สังฆราชใช้ไฟกรดและควันพิษเป่าไปถูกสินสมุทรกับวายุพัฒน์จนสลบไป ปีศาจนางผีเสื้อสมุทร มาบอกยาแก้ให้ สังฆราชบาทหลวงทำเล่ห์กลต่าง ๆ อยู่หลายคราว แต่ยังไม่เป็นผลสำเร็จ 


ฝ่ายพระอภัยรักษาพรตอยู่หลายปีไม่เห็นมีใครมาเยี่ยม จึงชวนนางสุวรรณมาลีและนางละเวงลงไปเยี่ยม เห็นลูกหลานกำลังทำสงครามกัน ก็ขอร้องสังฆราชบาทหลวงให้เลิกแล้วต่อกัน จะแบ่งเมืองลังกาให้คนละครึ่ง สังฆราชไม่ยินยอม สินสมุทรจึงเป่าปี่ขึ้น บาทหลวงรีบหนีไปพร้อมท้าวโกสัย พอพบเรือของมังคลาก็ให้ตามจับ พี่มังหนีไปพบท้าวรายาและลูกๆทั้งสาม จึงพากันกลับไปตั้งหลักที่เมืองกำพลเพชร


เมื่อเสร็จศึกเมืองลังกาแล้ว ต่างฝ่ายก็กลับบ้านเมืองของตน หัสกันได้แต่งงานกับนางวันชายา พระอภัยกับเจ๊ๆก็กลับไปยังเขาสิงคุตร์เหมือนเดิม คืนหนึ่ง พระอภัยระลึกถึง พระโยคี ที่เกาะแก้วพิสดาร จึงเข้าญาณเหาะไปเยี่ยมพระอาจารย์ และสั่งสอน นางเงือก ให้รักษาศีลห้า แล้วกลับไปยังเขาสิงคุตร์


ส่วนสังฆราชบาทหลวงไปถึงเมืองปตาหวี ได้ ท้าวกุลา มาเป็นศิษย์ สังฆราชแจ้งมังคลาให้ไปรายงานตัว แต่พี่มังไม่ยอมไป สังฆราชโกรธจึงเอารูปนางบุษบงให้ท้าวกุลาดู แล้วบอกว่าเป็นน้องสาวมังคลา (ความจริงเป็นภรรเมียพี่มัง) 


ท้าวกุลาเห็นนางก็หลงใหลรีบมาเมืองกำพลเพชรเพื่อพบมังคลา ยิ่งเห็นนางบุษบงตัวจริง ท้าวกุลาก็ยิ่งมีความรักใคร่ บอกพระสังฆราชขอนางให้ตน ท้าวโกสัยรู้อุบายก็เกลียดชังบาทหลวงมากนัก จึงไปฟ้องพี่มัง ครั้นสังฆราชไปขอนางบุษบง พี่มังก็ผลัดไปเจ็ดวัน แล้วให้ทหารเตรียมรบ ครั้นครบกำหนดยังไม่ได้รับคำตอบ ท้าวกุลาจึงยกกำลังเข้าตีเมืองกำพลเพชร แล้วยึดเมืองหน้าด่านไว้


มังคลาเห็นข้าศึกมีกำลังมากจึงมีหนังสือขอขมาโทษไปถึงทุกคนๆเพื่อขอให้ยกทัพมาช่วย สังฆราชบาทหลวงกับท้าวกุลาสู้ไม่ได้ แตกทัพหนีไป เรือตกลงในน้ำวน พราหมณ์คาวุฒิ ผู้วิเศษมาช่วยไว้ได้ จึงหนีไปถึงเมืองกาศึก ท้าวสินชัย จัดรับรองเป็นอย่างดี และขอเป็นศิษย์


ฝ่ายมังคลาจะไปหาพระอภัยมณี แต่เรือถูกคลื่นลมพัดไปในอ่าวเมืองเซ็นของวายุพัฒน์ วายุพัฒน์รับเข้าเมือง และรู้ว่าพี่มังกลับตัวได้แล้ว จึงคืนพระขรรค์วิเศษให้ ทั้งหมดแล่นเรือไปเมืองลังกา ไปเฝ้าพระอภัยทูลขอโทษ แล้วต่างก็ลากลับไปบ้านเมืองของตน 


ท้าวรายาเชิญมังคลาไปทำพิธีโสกันต์ระเด่นกินเรศที่เมืองสำปันหนา เสร็จงานแล้วได้พานางดวงแขมาอยู่เมืองกำพลเพชร 


ทางฝ่ายท้าวกุลาซึ่งพักอยู่ที่เมืองกาศึกพบ นางดวงประไพ พระธิดาของท้าวสินจัย (ถุ้ย! สินชัย!!) ก็มีความรักใคร่ จึงขอให้บาทหลวงไปขอนาง ท้าวสินชัยก็ยินยอม ท้าวกุลาได้แต่งงานกับนางดวงประไพ แล้วก็พากลับไปอยู่เมืองปตาหวี ฝ่ายสังฆราชบาทหลวงยังพักอยู่ที่เมืองกาศึกเพื่อสอนวิชาให้ท้าวสินชัย


ทางเมืองรัตนา ว่างเว้นกษัตริย์มาช้านาน พวกเสนาจึงพากันไปเฝ้าศรีสุวรรณทูลขอคนมาปกครองศรีสุวรรณจึงให้นรินรัตน์ไปครองเมืองรัตนา และมีหนังสือไปถึงมังคลาขอราเมศร์มาเป็นอุปราช 


ครั้งนั้น ท้าวกำพลรัตน์ เจ้าเมืองเหมรา มีธิดาชื่อ เกศพัฒน์ บรรดาเจ้าเมืองต่างๆมาสู่ขอ ท้าวเธอไม่ยอมให้ เป็นเหตุให้เกิดศึกจากเจ็ดนครมาล้อมเมือง 


นรินทร์รัตน์กับราเมศร์ทราบข่าวจึงยกทัพไปช่วย 


ท้าวกัมพลรัตน์จึงยกธิดาให้นรินทร์รัตน์ และคิดตอบแทนบุญคุณรามเมศร์ จึงได้จัดการขอ นางประภา ธิดา ท้าวอภัยนุสิน เจ้าเมืองสารัน ซึ่งเป็นญาติให้


ยังมี ท้าวเจตรัตน์ เป็นเชื้อพราหมณ์ ครองนครวายุภักษ์ มีโอรสนาม ภัทวงศ์ เมื่อภัทวงศ์อายุได้ 15 ปี ตามประเพณีของเมืองจะต้องให้โอรสไปไหว้พระอิศวรที่เมืองรามราชก่อน ขณะเดินทางกลับ เรือถูกคลื่นพัดไปเข้าอ่าวเมืองลังกา สุดสาครมอบเสบียงให้ไปฟรีๆ และให้พักอยู่ในเมือง ภัทรวงศ์ได้พบ นางสุมาลัย ลูกสาวสุดสาครกับนางสุลาสีวัน ก็เกิดความรักใคร่ เมื่อกลับถึงเมืองก็จัดขบวนไปสู่ขอ สุดสาครจึงจัดงานแต่งงานให้ที่เมืองลังกา 


ฝ่ายสังฆราชบาทหลวง ยังมีความแค้นเมืองลังกาอยู่ จึงให้ศิษย์ชื่อ กาวิด มาทวงเมืองลังกาคืน แต่ไม่สำเร็จจึงยกทัพมาเอง ท้าวเจตรัตน์กลับไปเมืองวายุภักษ์ พาพราหมณ์สี่คนผู้เป็นอาจารย์มาช่วย พราหมณ์ทั้งสี่ตั้งพิธีเสกน้ำรอบเกาะลังกา ให้แข็งลุกเป็นไฟออกไปข้างละสิบโยชน์ ( 160 กม) บาทหลวงหาวิธีแก้ไขไม่ได้ ก็ยอมแพ้ยกทัพกลับไป 


ส่วนนางเงือกมัจฉารักษาศีลห้าไม่ด่างพร้อย จนร้อนถึงพระอินทร์ลงมาตัดหางนางให้ นางจึงได้เป็นมนุษย์ สุดสาครมารับนางไปอยู่ในเมืองลังกา พระอภัยทราบความจึงพาเจ๊ทั้งสองไปเยี่ยม นางเงือกขอบวช แต่พระอภัยไม่บวชไม่ได้ เพราะเป็นสัตว์เดียรฉาน สุดสาครจึงทำการฉลองแม่เงือกให้เป็น จันทวดีพันปีหลวง 


ฟู่! จบไปซะทีกับซีรีย์ซีวั่นสองนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ทนอ่านเรื่องราวมหากาพย์นี้จนจบนะขอรับ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #202 เด็กหงส์ (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:15
    สาเหตุเกิดจากสังฆราชบาทหลวงแท้ๆ
    #202
    0