วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,845 Views

  • 412 Comments

  • 880 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,509

    Overall
    159,845

ตอนที่ 57 : “ขัตติยพันธกรณี” ความระทมของพระพุทธเจ้าหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1678
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    15 พ.ย. 61

     ฉันรู้ตัวชัดอยู่ว่า ถ้าความเป็นเอกราชของกรุงสยามได้สิ้นสุดไปเมื่อใด ชีวิตรฉันก็คงจะสุดสิ้นไปเมื่อนั้น


พระราชหัตถเลขาของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ถึงที่ประชุมเสนาบดีเมื่อวันที่ 10 เม.ย. พ.ศ.2436 (ร.ศ.112) หลังจากเสด็จไปตรวจเยี่ยมป้อมพระจุลจอมเกล้าเพื่อป้องกันภัยจากตะวันตกที่เริ่มจะคุกรุ่นเข้ามาทุกขณะ หลังจากนั้นไม่ถึง 4 เดือนก็เกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ขึ้นมานำไปสู่กวีนิพนธ์เรื่อง ขัตติยพันธกรณี


คำว่า ขัตติยพันธกรณี แปลว่า เหตุอันเป็นข้อผูกมัดของกษัตริย์ ซึ่งก็หมายถึงพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่  นี้เอง


ย้อนกลับไปเมื่อ ร.ศ. 112 ลัทธิจักรวรรดินิยมของตะวันตกเผยแพร่ขยายเข้ามาถึงดินแดนสยาม ประเทศเพื่อนบ้านรอบข้างล้วนต้องสูญเสียเอกราชให้กับชาติตะวันตกไปแทบทั้งสิ้น ความขัดแย้งดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อ โอกุสต์ ปาวี (Auguste Pavie) มาเป็นกงสุลฝรั่งเศสมายังกรุงเทพมหานครเพื่อนำลาวไปอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส 


ทางฝ่ายสยามหลงเชื่อว่าพวกอังกฤษว่าจะให้การสนับสนุน จึงเซย์โนที่จะยกดินแดนทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขงให้ นำมาซึ่งความกระทบกระทั่งกันระหว่างไทยกับฝรั่งเศสจนขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ จนวันที่ 13 กรกฎาคม ร.ศ. 112 กองเรือฝรั่งเศสส่งเรือรบรุกล้ำฝ่าสันดอนเข้ามาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ปืนใหญ่ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าและหมู่เรือรบซึ่งเป็นแนวป้องกันของไทยได้ยิงสกัดถูกเรือนำร่องเสียหาย 


การปะทะกันจึงได้เกิดขึ้น ทหารไทยเสียชีวิต 8 นายและบาทเจ็บ 40 นาย ส่วนทหารฝรั่งเศสเสียชีวิต 3 นายและบาดเจ็บอีก 3 นาย จากนั้นเรือรบฝรั่งเศสทั้งสองก็แล่นฝ่าเข้ามาที่สถานกงสุลฝรั่งเศสตรงถนนเจริญกรุง


ผลจากการปะทะกันครั้งนี้ ฝรั่งเศสได้บังคับให้สยามลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมปีเดียวกัน


สนธิสัญญาฉบับดังกล่าวกำหนดให้สยามชดใช้ค่าเสียหายให้ฝรั่งเศสเป็นเงินจำนวน 3 ล้านฟรังก์ ตีเป็นเงินไทยในสมัยนั้นประมาณ 1,560,000 บาท (อย่าลืมนะครับว่าบาทในสมัยก่อนถือว่าแพงเอามากๆ ข้าราชการสมัยก่อนยังมีเงินหลวงอยู่ไม่กี่แสนบาทเลย) 


รวมทั้งบังคับให้รัฐบาลสยามต้องเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ตลอดถึงเกาะแก่งในแม่น้ำโขงทั้งหมด เป็นพื้นที่ทั้งหมด 143,000 ตารางกิโลเมตร และฝรั่งเศสยังได้ยึดเมืองจันทบุรีเอาไว้ จนกว่าสยามจะชดใช้ค่าเสียหายจนครบ ด้วยเงินถุงแดงที่รัชกาลที่ 3 พระราชทานไว้ใช้ในยามวิกฤต ออกมากู้ประเทศ


จากการยุทธนาวีที่ปากน้ำ การยื่นคำขาดของฝรั่งเศส การถูกปฏิเสธจากพวกอังกฤษ การที่เมืองจันทบุรีถูกยึด ได้ทำให้รัชกาลที่ 5 ที่ประชวรด้วยโรคหัวใจและเป็นฝีสามยอด (ที่ตะโพก ที่เส้นสันระหว่างหน้าแข้ง และที่ท้องน่อง) อยู่ก่อนหน้านี้แล้วก็เกิดความทุกข์โทมนัสและตรอมใจเป็นอย่างยิ่งจนทำให้พระอาการทรุดหนักกว่าเดิมมากนัก


เนื่องด้วยทรงกลัวจะเป็นเหมือนทวิราช (พระมหินทราธิราชและพระเจ้าเอกทัศน์) ที่เสียเอกราชไปให้กับเจ้าต่างด้าวท้าวต่างแดน จึงทำให้ทรงหมดกำลังใจที่จะดำรงพระชนม์ชีพอีกต่อไป ทำให้ทรงหยุดเสวยพระโอสถและได้พระราชนิพนธ์บทโคลงและฉันน์ขึ้นมาเพื่อลาเจ้านางบางพระองค์ 


สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพก็รีบเขียนฉันท์ถวายตอบกลับทันทีทันใดเพื่อให้กำลังใจและโน้มน้าวใจรัชกาลที่ 5 ให้สู้ต่อไปดังนี้


ผิดกันแต่ถ้าแก้        ให้เต็มแย่จึงจมไป
ใครห่อนประมาทใจ    ว่าขลาดเขลาและเมาเมิน


ทำให้รัชกาลที่ 5 เริ่มทรงมีพระราชหทัยดีขึ้นและเริ่มกลับมาเสวยพระโอสถเพื่อจะได้มีแรงกลับมาพัฒนาและปรับปรุงสยามประเทศมีความเจริญเทียบเท่าชาติอารยะทั้งหลาย


ต่อมาพระราชนิพนธ์และพระนิพนธ์ของทั้งสองพระองค์ ทางคณะกรรมการจัดทำหนังสือเรียนภาษาไทย ชุด วรรณลักษณวิจารณ์ หลักสูตรมัธยมปลาย พ.ศ. 2533 ได้นำมาคัดลอกพร้อมตั้งชื่อว่า "ขัตติยพันธกรณี" อันแปลว่า "เหตุอันเป็นข้อผูกพันของพระราชา"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #186 เด็กหงส์ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 21:32
    "พระสะยามะมินโท วะโร อิติ พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง สะหัสสะกายัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะ" หรือแบบเต็ม "นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)



    อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ พระสะยามะมินโท วะโร อิติ พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง สะหัสสะกายัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะ มาสีสะมานัง"
    #186
    0