วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 160,693 Views

  • 413 Comments

  • 883 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,357

    Overall
    160,693

ตอนที่ 27 : ตำนานวงศ์กษัตริย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1094
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    7 พ.ค. 62

ในวรรณคดีหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นของไทย หรือของสันสกฤตนั้นก็มีการกล่าวถึงวงศ์กษัตริย์เอาไว้ 2 ตระกูลดังนี้ สุริยวงศ์ และ จันทรวงศ์
.
.
.
.
.
.
.
.
 
เริ่มกันที่ วงศ์สุริยวงศ์ (Suryavansha) วงศ์ที่สืบเนื่องมาจาก สุริยเทพ หรือ พระอาทิตย์ นั้นเอง 

รายนามกษัตริย์สุริยวงศ์มีอยู่ในคัมภีร์วิษณุปุราณะ (Vishnu Purana) โดยเรียงลำดับ ดังนี้ 

สูรยะ (Surya) --> 
มนูไววัสวัต (Manu) --> 
อิกษวากุ (Ikshvaku) --> 


และจากอิกษวากุ สุริยวงศ์ก็แยกออกเป็นสองสายคือ 
โอรสองค์ใหญ่ชื่อ วิกุกษี (Vikukshi) ได้ครองเมืองอโยธยา (Ayodhya)
ส่วนโอรสองค์เล็กชื่อ นิมิ (Nimi) ไปครองกรุงมิถิลา (Mithila


ซึ่งสุริยวงศ์มีผู้สืบเชื้อสายที่โด่งดังที่สุดก็คือ พระราม (Rama) ครับ


ดูอีกวงศ์นึงกันบ้าง...  
.
.
.
.
.
.
.
.
จันทรวงศ์ (Chandravansha) เป็นวงศ์ที่สืบเนื่องมาจาก พระจันทร์ นั้นเอง 


สืบเนื่องจากพระจันทร์ลอบได้ซั่มนางดารา (Taraka) เมียพระพฤหัสบดี (Brihaspati) เข้า ทำให้ลุงแกโกรธมากจนกลายเป็นเรื่องอีรุงตุงนังกันระหว่างเทพกับอสูร จนพระพรหมา (Brahma) ต้องมาไกล่เกลี่ยให้คืนดีกัน เมื่อนางดาราคลอดลูกออกมาเป็นพระพุธ 



และก็ได้เกิดเรื่องราวขึ้นเมื่อท้าวอิลราช (Ailas) ออกไปล่าสัตว์แล้วหลงเข้าไปยังอุทยานของพระศิวะ (Shiva) แล้วบังเอิญ!! เจือกไปตรงกับวันที่พระศิวะแปลงกายเป็นหญิงหยอกพระอุมา (Parvati) พอดี!! 


ทุกสิ่งก็เปลี่ยนร่างกลายเป็นผู้หญิงกันหมด ครั้นเมื่อท้าวอิลราชกลายเป็นสตรีก็ตกใจ ทูลขออภัยจากพระศิวะ แต่บิ๊กบอสไม่ยอม แต่พระอุมาเทวีประทานพรให้กึ่งหนึ่ง คือเป็นบุรุษและสตรีสลับกันไปเดือนละเพศ เมื่อเป็นบุรุษชื่อ อิลราช เมื่อเป็นสตรี ชื่อนางอิลา (Ila) เมื่อถึงเดือนที่เป็นสตรี 


วันหนึ่ง นางอิลาและนางบริวารพากันไปเที่ยวเล่นในป่า และเผอิญพบกับพระพุธกำลังบำเพ็ญตบะในป่า พระพุธเห็นนางสวยจึงเข้าไปซั่มทันที จนนางอิลาคลอดลูกออกมาคนหนึ่ง พระพุธให้นามว่า ปุรุรพ

 
โดยเรียงลำดับ ดังนี้ ดังนี้ 

จันทรา (Chandra) -->
พุธ (Budha) -->
ปุรุรพ (Pururava) -->
อายุส (Ayu) --> 
นหุษ (Nahusha) -->
ยยาติ (Yayati)  -->

และจากนั้นก็แยกออกเป็นสองสายคือ 

โอรสชื่อ ปุรุ (Puru) ได้ครองเมืองหัสตินาปุระ (Hastinapur) เรียกสายนี้ว่า เปารพ
ส่วนโอรสชื่อ ยทุ (Yadu) ครองเมืองมถุรา (Mathuraเรียกสายนี้เรียกว่า ยาทพ


ซึ่งจันทรวงศ์นี้มีผู้สืบเชื้อสายอยู่หลายคนนั้นคือ 
ท้าวทุษยันต์ (Dushyanta
ท้าวภรต (Bharata) 
แก๊งปาณฑต (Pandava
แก๊งเการพ (Kauravas
กฤษณะ (Krishna) 
.
.
.
.
.
.
.
.

ถึงแม้ว่ากษัตริย์วงศ์ทั้งสองสายจะสิ้นสูญไปนานแล้ว 


ในปัจจุบันเจ้านายทั้งหลายในแคว้นราชปุต (Jaipur) และผู้ครองนครแห่งอุทัยปุระ (Udaipur) ก็ยังถือว่าตนอยู่ในสุริยวงศ์ 


ในขณะที่ผู้ครองแคว้นคุทช์ (Gujarat) และผู้ครองแคว้นสินธ์ (Sindh) ก็อ้างว่าตนมากจากจันทรวงศ์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #7 resia2 (@Resia) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 18:47
    เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่ามีแบ่งราชวงศ์ด้วย
    #7
    0