วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,305 Views

  • 412 Comments

  • 878 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,969

    Overall
    159,305

ตอนที่ 265 : 10 วรรณคดี in "มหาภารตะ"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    15 พ.ค. 62

มีคำกล่าวว่า "สิ่งใดที่มีอยู่ในมหาภารตะ สิ่งนั้นจะมีให้เห็นในที่อื่น แต่สิ่งใดที่ไม่มีอยู่ในมหาภารตะ สิ่งนั้นจะไม่มีให้เห็นในที่อื่นเลย"


มหาภารตะ (Mahabharata) เป็นหนึ่งในสองมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชมพูทวีป [อีกเรื่องคือรามายณะ] เล่าถึงการสู้รบกันระหว่างพี่น้องสองตระกูล (GoT ver.ภารตะ) และยังมีเรื่องย่อยต่างๆสอดแทรกอยู่มากมาย


#วรรณคดีTOPTEN วันนี้ขอเสนอ 10 วรรณคดีที่สอดแทรกอยู่ในมหากาพย์มหาภารตะ จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น เราไปทัศนาด้วยกันเลย 
let's go++
.
.
.
.
.
1. ภควัทคีตา

ภควัทคีตา (Bhagavad Gita) เป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นบทสนทนาระหว่างอรชุน (Arjuna) กับศรีกฤษณะ (Krishnaภควัทคีตาเรียกได้ว่าเป็นบทสรุปแห่งคัมภีร์ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูทั้งปวง

ปรัชญาในภควัทคีตาเป็นการรวบยอดเอาคำสอนที่กระจัดกระจายในคัมภีร์ต่างๆมารวมไว้ในเล่มเดียว เปรียบได้กับเป็นหัวใจแห่งคำสอนของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูก็ไม่ผิดนัก..
.
.
.
2. ศกุนตลา

ศกุนตลาเป็นพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ที่ทรงแปลมาจากกาลีทาส (Kalidasaและทรงประยุกต์เป็นบทละครร้อง

เล่าถึง ศกุนตลา (Shakuntalaลูกสาวของฤษีวิศวามิตร (Vishvamitra) กับอัปสรเมนกา (Menaka) แต่นางกลับถูกทิ้งไว้ในป่าตามลำพัง [รายละเอียดสามารถดูได้ในตอนที่ 53 : 10 คุณแม่สุดจี๊ดในโลกวรรณคดี]

เมื่อนางเติบโตเป็นที่ต้องตาของท้าวทุษยันต์ (Dushyanta) แต่นางกลับถูกฤษีทุรวาส (Durvasa) สาปให้คนรักจดจำไม่ได้ จนเกิดเป็นเรื่องราวขึ้นมา

ปล. เจ้แกเป็นแม่ของท้าวภรต (Bharata) ผู้ยิ่งใหญ่อีกด้วย
.
.
.
3. สาวิตรี

สาวิตรีเป็นพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6

เรื่องนี้มาจากฤษีมารกัณเฑยะ (Markandeya) เล่าเรื่อง สาวิตรี (Savitri) สตรีผู้ใช้ปัญญาขอวิญญาณสวามีกลับมาจากพระยม (Yama) ให้ยุธิษฐิระ (Yudhishthira) ฟัง
.
.
.
4. พระนล

พระนลคําหลวง เป็นพระราชนิพนธ์แปลของรัชกาลที่ 6 ที่ทรงแปลมาจากภาษาอังกฤษของเซอร์โมเนียร์ วิลเลียมส์ (Sir Monier Williams) ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นหนังสือแต่งดีประเภทกวีนิพนธ์

เรื่องนี้มาจากฤษีพฤหทัศวะ (Brihadacwa) ได้เล่าเรื่อง พระนล (Nalaกับนางทมยัมตี (Damayantiให้เฮียยุธิษฐิระฟัง
.
.
.
5. อนิรุทธ์ / อุณรุท

อนิรุทธ์ปรากฏในไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยรัชกาลที่ 1 ทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทละครชื่ออุณรุท คู่กับรามเกียรติ์และอิเหนา

เล่าถึง อนิรุทธ์ (Aniruddha) โอรสของปรัทยุมน์ (Pradyumna) หลานเฮียกฤษณะ ความหล่อเลื่องลือไปถึงหูนางอุษา (Ushaธิดาของพณาสูร (Banasura)

นางจิตรเลขา (Chitralekha) จึงเหาะพามาลอบรับอยู่ร่วมกัน เมื่อพณาสูรทราบก็ให้จับตัวอนิรุทธ์ และเมื่อเรื่องไปถึงหูเฮียกฤษณะ ก็พาปรัทยุมน์และพลรามไปปรับทัศนคติ 

พณาสูรสู้ไม่ได้ จึงฟ้องพระศิวะ บิ๊กบอสจึงมาพร้อมกรรติเกยะ (Kartikeya) และคเณศ (Ganesha) ต่อสู้กันไม่มีใครแพ้ชนะ พณาสูรถูกตัดกรทั้งพันให้เหลือสอง บิ๊กบอสจึงขอชีวิต
.
.
.
6. กฤษณาสอนน้อง

กฤษณาสอนน้องที่ปรากฏอยู่ในไทยมีสองเวอร์ชั่นคือฉบับกรุงธนบุรี และฉบับพระนิพนธ์ของกรมพระปรมานุชิตชิโนรสที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

ที่มาของเรื่องนี้มาจาก เทราปตี (Draupadi) หรือนางกฤษณา ชายาของแก๊งปาณฑพพูดคุยกับนางสัตยภามา (Satyabhama) ชายาของเฮียกฤษณะ
.
.
.
7. รามายณะ

รามายณะ มหากาพย์รุ่นพี่ก็มีการพูดถึงในมหาภารตะเช่นกัน

ตอนที่เจ๊เทราปตีถูกราชาชัยทรัถ (Jayadratha) ฉุดไปนั้น ฤษีมารกัณเฑยะได้เล่าเรื่องสาวิตรีและรามายณะให้เฮียยุธิษฐิระฟัง

นอกจากนี้ตัวละครในรามายณะยังได้ไป cameo ในมหาภารตะอยู่หลายตัวด้วยกันอย่าง ชัมพวัน/ชมพูพาน (Jambavan), มายาสูร (Mayasura)วิภีษณะ/พิเภก (Vibhishana)กุเวร (Kubera) และหนุมาน (Hahuman)
.
.
.
8. ลิลิตนารายณ์สิบปาง

ลิลิตนารายณ์สิบปางเป็นพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 

ในปางที่แปดเล่าถึงกฤษณาวตาร อวตารสุดเกรียนของเฮียกฤษณะตั้งแต่ยังเล็ก ปราบพญากังสะ (Kamsa) สร้างวีรเกรียนให้ชราสันธ์ (Jarasandha) รุกมิณ (Rukmi) ศิศุปาล (Shishupala) ตบเกรียนชัมพวัน อีเว้นท์อนิรุทธิ์ อีเว้นท์มหาภารตะ กระทั่งถึงตอนตระกูลยาทพล่มสลาย
.
.
.
9. จิตรา (จิตรางคทา)

จิตราเป็นบทละครของรพินทรนาถ ฐากูร (Rabindranath Tagore)

เล่าถึง จิตรางคทา (Chitrāngadā) ที่ถูกเลี้ยงดูเป็นสาวทอมมาโดยตลอด กระทั่งนางได้ตกหลุมรักอรชุนที่เนรเทศตัวเองไปอยู่ป่า เลยขอพรจากกามเทพให้เปลี่ยนจากสาวหล่อเป็นสาวสวย และอยู่กินร่วมกับอรชุน
.
.
.
10. นหุษะ & ยยาติ

นหุษะ (Nahusha) เป็นหลานของปุรุรพ (Pururava) ต้นตระกูลจันทรวงศ์ มีมเหสีนาม อโศกสุนทรี (Ashokasundari) ซึ่งเป็นธิดาของบิ๊กบอสกับเจ๊ปารวตี จากการขอต้นกัลปพฤกษ์

ครั้งหนึ่งอินทราเทพสังหารวฤตาสูร (Vritra) แล้วรู้สึกผิด จึงชิ่งจากสวรรค์ไปบำเพ็ญตบะ

เหล่าทวยเทพจึงมีมติเชิญราชานหุษะมาครองสวรรค์ชั่วคราว แต่นหุษะกลับชอบเทพีศจี (Shachi) ซึ่งเป็นแฟนของอินทราเทพ จึงจัดวอซึ่งแบกโดยเหล่ามหาฤาษี 

แต่เหล่าฤษีเคลื่อนไปแบบช้าๆ ทำให้นหุษะขัดใจ ด่าทอว่าช้าเหมือนงูเลื้อย ฤษีอคัสตยะ (Agastya) จึงสาปให้ไปเกิดเป็นงู รอคอยลูกหลานมาตอบปัญหาธรรมะ
.
.
.
นหุษะมีลูกนาม ยยาติ (Yayati) ซึ่งมีเมียสองคน 

คนแรกคือ เทวยานี (Devayani) ลูกสาวของพระศุกร์ (Shukra) คุรุของเหล่าอสูร
คนที่สองคือ สรมิษฐา (Sharmishtha)

ด้วยนิสัยเจ้าชู้ ทำให้พระศุกร์สาปให้ยยาติเป็นชายชรา แต่สามารถถ่ายโอนความแก่ให้กับลูกได้

ยยาติจึงขอร้องให้ลูกๆสลับความแก่กับตน กระทั่งเจ้าชายปุรุ (Puru) ยินยอม เมื่อยยาติเบื่อหน่ายก็ คืนความหนุ่มให้ปุรุและมอบบัลลังก์ให้ 
[รายละเอียดสามารถดูได้ในตอนที่ 27 : ตำนานวงศ์กษัตริย์]
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

0 ความคิดเห็น