ตอนที่ 259 : พระสี่เสาร์ : ความซวย 6 ซ้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    11 เม.ย. 62

เรื่องพระสี่เสาร์ มาจาก “สิโสรชาดก” หนึ่งในปัญญาสชาดก สำหรับเรื่องพระสี่เสาร์นี้ หมื่นพรหมสมพัตสร (มี) กวีสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้กล่าวถึงใน “นิราศเดือน” ซึ่งสันนิษฐานว่าแต่งขึ้นในรัชกาลที่ 3 ว่า

ให้สุดแค้นแสนวิตกในอกพี่
เหมือนพระสี่เสาร์กระษัตริย์พลัดสถาน
พระเสาร์ทับชันษาอยู่ช้านาน
พระภูบาลเป็นบ้าเข้าป่าไป

ถึงกระนั้นพระองค์ก็คงหาย
กคับสบายคืนมาพาราได้
แต่ทุกข์พี่นี้ยิ่งกว่านั้นไป
ทำกระไรจะได้ชื่นทุกคืนมา
.
.
.
เรื่องพระสี่เสาร์มีเรื่องเล่าดังต่อนี้


ท้าวสุนทราช เจ้าเมืองอนันตนคร มีมเหสีชื่อ นางนพรัตน์ คราวหนึ่งนางฝันประหลาดว่า เท้าขวาเหยียบเขาพระสุเมรุ เขาซ้ายเยียบหมู่เขาสัตตบริภัณฑ์คีรี (7 ภูเขา) และเด็ดดอกมณฑามาชมเชย โหรจึงทำนายว่าจะมีโอรสที่มีบุญญาธิการตามฟอร์ม

 
และนางนพรัตน์ก็คลอดโอรสนามว่า พระสี่เสาร์ ครั้นอายุได้ 16 ปี ป๋าจะมอบบัลลังก์ให้พร้อมกับอภิเษกนางอนันตเทวีเป็นชายา


วันหนึ่งพระสี่เสาร์ฝันร้าย โหรทำนายว่าอีก 7 วัน ดวงชะตาจะร้าย พระเสาร์จะเข้าแทรกทำให้พระเอกต้องซวยแสนสาหัสและพลัดพรากจากบ้านเมือง ต้องทำพิธีบูชาพระเสาร์ เพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา พระสี่เสาร์ได้ฟังก็โกรธ เตรียมการท้าทายพระเสาร์เต็มอัตรา


ครั้นถึงวันที่ 7 พระสี่เสาร์ก็มีอาการคุ้มคลั่ง ฉวยพระขรรค์ไล่ฟันผู้คนวุ่นวายไปทั้งวัง ก่อนจะขี่ม้าเหาะไปจากเมือง แต่ด้วยอำนาจเคราะห์กรรม (+ ฤทธิ์ศนิเทพ (aka พระเสาร์)) ทำให้ม้าไม่สามารถเหาะได้ พระสี่เสาร์ต้องจูงม้าเดิน
.
.
.
ขณะนั้นชาวนาผู้หนึ่งออกไปไล่ฝูงนกในนา วางกระบาย (ภาชนะสานคล้ายกระบุงแต่มีขนาดเล็กกว่า) ใส่อาหารไว้แล้วมีหมาลอบคาบไปแหลก เมื่อเห็นเฮียสี่เสาร์ ก็คิดว่ามงกุฎคือกระบาย จึงตรงเข้าไปกระทืบและดรอปมงกุฎไป
.
.
.
เฮียสี่เสาร์เดินไปได้สักพัก ชาวนาคนที่สองถูกขโมยข้าวไปเนืองๆ เห็นเฮียก็เข้าใจว่าเป็นขโมย คิดว่าพระขรรค์คือเคียว จึงตรงเข้าไปกระทืบและดรอปพระขรรค์ไป 
.
.
.
เฮียสี่เสาร์จึงเดินทางต่อ ชาวนาคนที่สามผูกวัวแล้ววัวหนีไป เห็นเฮียก็เข้าใจว่าเป็นขโมย คิดว่าม้าคือวัว จึงตรงเข้าไปกระทืบและดรอปม้าไป
.
.
.
และเมื่อเฮียสี่เสาร์เดินทางต่อ ถึงกระท่อมตายายชาวไร่ก็ขอพักแรม ครั้นรุ่งเช้าสองตายายหาเมล็ดถั่วงาไปปลูก ปรากฏว่าเมล็ดพันธุหายไปทั้งหมด เห็นเฮียก็เข้าใจว่าเป็นขโมย คิดว่าแหวนคือเมล็ดพันธุ์ จึงตรงเข้าไปกระทืบ ดรอปแหวน และถีบออกจากบ้านไป
.
.
.
เฮียสี่เสาร์จึงเดินทางมาถึงวัดแห่งหนึ่ง สามเณรน้เฝ้าพยาบาลจนเฮียค่อยคลายจากอาการบาดเจ็บ เฮียจึงขอบวชอยู่วัดนั้น ท่านสมภารไม่ขัดข้องเตรียมผ้าไตรจีวรให้เฮียสี่เสาร์นำไปย้อมต้มด้วยน้ำกรัก (แก่นขนุน) แต่ความซวยยังไม่หมดแค่นั้น ขณะที่เฮียกำลังต้มกรักอยู่ มีชายผู้หนึ่งถูกโจรลักวัว เห็นเฮียก็เข้าใจว่าเป็นขโมย คิดว่ากรักเป็นเนื้อวัว น้ำกรักเป็นเลือดวัว ผ้าจีวรเป็นหนังวัว จึงตรงเข้าไปกระทืบแล้วดรอปเอาของทั้งหมดไป
 

พระสงฆ์สามเณรทั้งวัดเห็นว่าทุกอย่างเป็นเคราะห์กรรม (ทั้งๆที่เป็นฝีมือศนิเทพล้วน!!) จึงขอให้เฮียสี่เสาร์ออกจากวัดไป
.
.
.
กล่าวถึงท้าวกินนุวัต เจ้าเมืองเล็กๆ มีมเหสีชื่อ นางสุทธิ มีธิดาชื่อนางสุทัตต์ โหรทำนายว่านางจะทำให้พระองค์ได้รับความเสื่อมเสีย จึงถีบนางออกจากเมือง ไปปลูกตำหนักอยู่กับเหล่าสาวใช้ แต่นางสุทัตต์มีจิตใจโอบอ้อมอารี ตั้งโรงทานเป็นประจำ


เฮียสี่เสาร์เหลือเพียงแค่ผ้านุ่งผืนเดียว ระหกระเหินมาจนถึงเมืองกินนุวัต ด้วยบุพเพสันนิวาส เฮียจึงได้เจ๊สุทัตต์เป็นเมีย อยู่มาจนมีลูกชื่อ สุทัตศรี 


ท้าวกินนุวัตทรงทราบก็โกรธ หาทางกำจัดเฮียสี่เสาร์ตามสเตป สั่งให้จองจำเฮียไว้เล่นๆ จนกระทั่งทราบว่าคือพระสี่เสาร์ ก็เกรงรีบถวายบ้านเมืองให้ครอง


เมื่อเวลาผ่านไปสองปีครึ่ง พระเสาร์ออกจากลัคนา สิ่งของต่างๆก็กลับกลายเป็นรูปเดิม 


มงกุฎ  -->  กระบาย 
พระขรรค์  -->  พระขรรค์ 
วัว  -->  ม้า 
เมล็ดพันธุ์  -->  แหวน


ชาวนาชาวไร่ต่างก็พากันตกใจ รีบนำสิ่งของไปถวายท้าวกินนุวัตทันที


เมื่อเฮียสี่เสาร์ได้ของสำคัญทั้งหมดคืนมาแล้ว ก็ไม่ได้พยาบาทจองเวรกับผู้ที่เคยทำร้าย ทั้งยังประทานรางวัลให้อีกมากมาย อีกทั้งเฮียยังรำลึกถึงพระสงฆ์และสามเณรที่เคยช่วยเหลือ จึงนิมนต์มาฉันอาหารในวัง แล้วขอสามเณรเป็นโอรสบุญธรรมตั้งชื่อว่า เรวัตกุมาร


ภายหลังนางอนันตเทวีทราบเรื่อว จึงจัดกองทัพไปเชิญกลับมาครองเมืองสุนทราชดังเดิม ส่วนชนทั้งห้าที่เคยทำร้าย "โพธิสัตว์" เพราะถูกเคราะห์กรรมของ "พระเสาร์" บดบัง ก็ตกนรกอเวจีไป (WTH!!)


สุดท้ายยังมีการกล่าวถึงการประชุมชาดกถึงการกลับมาชาติมาเกิด ดังนี้


ท้าวกินนุวัต  =  พระเทวทัต

นางสุทธิ  =  นางวิสาขา 

นางอนันตเทวี   =  นางภิกษุณี

เรวัตกุมาร  =  พระอนุรุทะ

สุทัตศรี  =  พระราหุล

นางสุทัตต์  =  นางพิมพายโสธรา

ท้าวสุนทราชและมเหสี  =  พุทธบิดาและพุทธมารดา

พระสี่เสาร์  =  พระสมณโคดมพุทธเจ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #415 อสูรไร้ลักษณ์ (@deathorlife) (จากตอนที่ 259)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 21:30
    พระเสาร์เป็นเหตุ แล้วไหงชนทั้งห้าซวยซะงั้นล่ะ.....
    #415
    0
  2. #402 หมีหมีอ้วนกลม (@muntedjang) (จากตอนที่ 259)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 08:35
    ไม่เคยอ่านเรื่องนี้มากก่อนเลยค่ะ
    #402
    0