วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,308 Views

  • 412 Comments

  • 878 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,972

    Overall
    159,308

ตอนที่ 250 : 10 ยอดอาชาในวรรณคดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

#วรรณคดีTOPTEN วันนี้ขอเสนอ 10 ยอดอาชานัยในวรรณคดี จะมีม้าตัวไหนที่มีความโดดเด่นจนติดท๊อปเทนของเราบ้างนั้น เราไปดูพร้อมกันเลย let's go++
.
.
.
.
.
1. ม้าสีหมอก (ขุนช้าง-ขุนแผน)
: ยอดอาชาของขุนแผนแสนสะท้าน เป็นม้าพันธุ์ผสมระหว่างแม่ม้ามะริด + พ่อม้าน้ำ (ม้าอาหรับที่เดินทางผ่านเรือ) มีตัวสีหมอก ตาสีดำ

เมื่อหลวงศรีวรข่านได้รับคำสั่งให้ import ม้าจากมะริด (Myeikขนกลับมาถึงเพชรบุรี ด้วยความซุกซนทำให้ม้าสีหมอกเที่ยวไล่กัดม้าตัวอื่นๆอยู่เสมอ เมื่อขุนแผนไปพบก็ขอซื้อด้วยราคา 15 ตำลึง แล้วเสกหญ้าให้กิน ม้าสีหมอกจึงเชื่องและติดตามขุนแผนแต่โดยดี
.
.
.
.
.
2. ม้านิลมังกร (พระอภัยมณี)
ม้าผสมระหว่างพ่อมังกร แม่ม้า 

มีหัวเป็นมังกร กายเป็นม้า หางเป็นนาค เขี้ยวเป็นเพชร เกล็ดเป็นนิล ลิ้นเป็นปาน กินได้สารพันทั้งกุ้งหอยปูปลา หญ้าใบไม้ รวมถึงคน!!

โยคีได้สอนมนต์ให้สุดสาครใช้กำราบ จนกลายเป็นพาหนะคู่ใจของสุดสาคร 
.
.
.
.
.
3. ม้าเซ็กเธาว์ (สามก๊ก)
: ยอดอาชานัยแห่งสามก๊ก มีขนสีแดง สามารถวิ่งได้วันละพันลี้ (520 กม.)

เดิมเป็นม้าของตั๋งโต๊ะ (Dong Zhuo) ได้มอบให้ลิโป้ (Lu Bu) เพื่อให้ลิโป้ทรยศพ่อบุญธรรม

ต่อมาลิโป้ถูกประหาร ม้าเซ็กเธาว์จึงอยู่ในมือของโจโฉ (Cao Cao) เมื่อกวนอู (Guan Yu) มาอยู่กับโจโฉระยะนึง โจโฉได้มอบมันให้กวนอู จนเป็นยอดม้าศึกประจำตัวกวนอูในที่สุด

ภายหลังกวนอูถูกประหาร ม้าเซ็กเธาว์ก็ไม่ยอมกินอะไรและอดตายในที่สุด

สายพันธุ์ของม้าเซ็กเธาว์นั้น มีผู้สันนิษฐานว่าคือ ม้าเหงื่อโลหิต (Akhal-tekin) ซึ่งตำนานเล่าว่าม้าพันธุ์นี้ยามที่ออกวิ่ง บริเวณแผงคอจะมีเหงื่อไหลออกมาเป็นสีแดงคล้ายเลือด
.
.
.
.
.
4. ม้าเต๊กเลา (สามก๊ก)
มีขนสีขาว จัดเป็นยอดอาชาไนย แต่จะมอบความซวยแก่เจ้าของ

ม้าเต็กเลาเดิมเป็นม้าของโจรกบฏ ต่อมาอยู่ในมือของเล่าปี่ (Liu Bei) เล่าปี่ยกให้เล่าเปียว (Liu Biao) แต่ที่ปรึกษาของเล่าเปียวเห็นว่าเป็นม้าพาซวยก็รีบส่งคืนเล่าปี่ทันที

ม้าเต๊กเลาแม้จะเป็นม้าพาซวย แต่ก็เคยช่วยพาเล่าปี่กระโดดข้ามแม่น้ำหนีการไล่ล่ามาครั้งหนึ่ง

แต่กระนั้น มันก็ยังเป็นม้าที่พาซวยอยู่ดี! ตอนที่บังทอง ( Pang Tong) และเล่าปี่แยกเข้าตีเสฉวนคนละทาง บังทองเกิดตกม้า เล่าปี่จึงให้สลับม้ากับตน เมื่อบังทองเดินทางมาถึงเนินหงส์ร่วง ก็ถูกซุ่มโจมตีจนตัวเองตาย
.
.
.
.
.
5. ม้ามังกรขาว (ไซอิ๋ว)
เดิมเป็นองค์ชายสามแห่งทะเลตะวันตก ได้ทำความผิด เผาไข่มุกวิเศษจนต้องโทษประหาร แต่โพธิสัตว์กวนอิมมาช่วย แล้วสั่งให้รอคนที่คุณก็รู้ว่าใครเดินทางมาถึง 

แต่องค์ชายสามกลับไปแดกม้าของพระถัง โพธิสัตว์กวนอิมจึงเปลี่ยนร่างให้เป็นม้าขาวแทน ให้เป็นศิษย์คนที่สองของคณะตี้ 

ม้ามังกรขาวเคยรบกับปีศาจอยู่หนหนึ่ง คือตอนที่ปีศาจหวงเผาเสกพระถังเป็นเสือหลอกเจ้าเมืองเป่าเซียง พี่ม้าแปลงเป็นนางรำเข้าต่อสู้แต่ก็พ่ายแพ้ จึงเตือนให้โป๊ยก่ายไปตามหงอคงกลับมา

ต่อมา ม้ามังกรขาวได้บรรจุธรรมและได้รับการแต่งตั้งเป็นม้ามังกรสวรรค์แปดเหล่า (八部天龍馬; Ba Bu Tianlongma)
.
.
.
.
.
6. ม้านิลพาหุ (รามเกียรติ์)
: เป็นม้าของวิรุญจำบัง ตัวดำปากแดง มีอิทธิฤทธิ์สามารถหายตัวได้

วิรุญจำบังยกทัพไปช่วยป๋าทศทำศึกกับเฮียราม ร่วมกับท้าวสัทธาสูร ต่อมาท้าวสัทธาสูรเสียทีถูกหนุมานสังหาร วิรุญจำบังก็ควบม้านิลพาหุหายตัวเข้าไปในกองทัพของพระราม ลอบฆ่าพวกไพร่พลลิงตายไปเป็นจำนวนมาก 

พิเภกจึงแนะนำให้เฮียรามแผลงศรสังหารม้านิลพาหุเสีย 
.
.
.
.
.
7. ม้าอุปการ (รามเกียรติ์)
เป็นม้าที่ใช้สำหรับพิธีอัศวเมธ (Ashvamedha) (รายละเอียดสามารถดูได้ในตอนที่ 66 : พิธีอัศวเมธ พิธีประกาศความเป็นใหญ่)

ในรามเกียรติ์ เป็นม้าที่เฮียรามปล่อยเสี่ยงทาย กระทั้งม้าพบกับพระมงกุฎ พระลพ (เด็กเปรต) จนเกิดเป็นเรื่องราวอุรุงตุงนังวุ่นวายและทำให้พ่อลูกได้พบกันในที่สุด
.
.
.
.
.
8. ม้ากะเลียว (สังข์ทอง / พระรถเสน / ขุนช้างขุนแผน)
: ม้าที่สีเขียวอมดำ ปรากฎตัวอยู่ในวรรณคดีหลายเรื่องด้วยกัน

ม้ากะเลียวเป็นพาหนะของสังข์ทองตอนตีคลีไฝว้กับพระอินทร์ 
และยังเป็นพาหนะของพระรถเสนที่ขี่ไปหานางเมรี (แถมยังเป็นคนเตือนพระรถเสนอีกด้วย!) 
แล้วยังเป็นพาหนะของพลายชุมพลอีกต่างหาก
.
.
.
.
.
9. ม้ามณีกักขิ (สุธนูคำฉันท์)
เป็นม้าคู่ใจของสุธนุ พูดได้เหาะได้ 

ครั้งหนึ่งเคยพาสุธนุลอบไปซั่มกับนางจีรัปภาแล้วพาทั้งสองหนี ระหว่างทางหยุดพักที่ศาลาของฆันตารยักษ์ น้องถูกยักษ์จับไป ทำให้สุธนุกับนางจีรัปภาต้องอาศัยเรือสินค้าเดินทางต่อ แต่เรืออับปาง ทั้งคู่ก้พลัดพลาดตามสเต็ป

ต่อมาสุธนุได้พบธิดากษัตริย์ต่างๆ ซึ่งถูกยักษ์จับมาเป็นบริวารของนางอัญชวดี (น้องสาว) สุธนุจึงใช้เสน่ห์มัดใจเจ๊อัญชวดีเพื่อให้ได้ม้าคืน แล้วชิ่งหนีไปหาจีรัปภา

ชาดกเรียก มณีกักขะ

(รายละเอียดสามารถดูได้ในตอนที่ 103 : สุธนูคำฉันท์ : ก๊อบสมุทรโฆษมาแน่ๆ (เดี๋ยว!))
.
.
.
.
.
10. ม้ามณีกาบ (กาฬะเกษ)
: เป็นม้าแก้วคู่บุญของท้าวเกษนุราชสุริวงษ์ กษัตริย์ครองเมืองพาราณสี มีฤทธิ์พูดได้ เหาะได้ 

ต่อมาท้าวสุริวงษ์ต้องการจะมีบุตรชาย จึงทำพิธีขอลูกกับพระอินทร์ จนมีลูกชื่อว่า กาฬะเกษ

เมื่อกาฬะเกษโตขึ้น เข้าไปเล่นในโรงม้ามณีกาบและแอบขี่ม้า พี่ม้าได้พาเจ้าชายไปเมืองผีมนต์ ซึ่งเป็นเมืองของท้าวผีมนต์ เจ้าชายกาฬะเกษแอบลอบซั่มนางมาลีจันทน์ (พระธิดา)

เมื่อท้าวผีมนต์ทราบจึงทำหอกยนต์ดักยิง ก่อนที่เจ้าชายจะสิ้นใจ ได้ห้ามนางมาลีจันทน์เผาศพตน ให้เอาศพใส่แพลอยน้ำไป นางมาลีจันทน์ก็ปฏิบัติตาม จนศพของเจ้าชายกาฬะเกษลอยไปถึงอาศรมฤษี ฤษีจึงชุบชีวิตให้

เมื่อเจ้าชายฟื้น จึงร่ำเรียนวิชาอาคมเพื่ออัพคลาส เพื่อกลับไปสู้รบกับท้าวผีมนต์จนชนะ ได้นางมาลีจันทน์ และกลับไปครองเมืองพาราสีสืบไป…
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #394 NibErU_HoRiZonAngel (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 250)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 07:59

    ม้าในวรรณคดีไทยที่เจ๋งๆต้อง

    1.ช่วยพระเอกไฝว้ตัวร้าย

    2.วิ่งเร็วหรือมีความสามารถเทพๆ

    3.พูดได้

    4.พาพระเอกไปซั่มกับนางเอกได้

    นี่แลจึงเป็นม้าเจ๋ง

    #394
    0