วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,211 Views

  • 412 Comments

  • 878 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,875

    Overall
    159,211

ตอนที่ 23 : อาทมาต กองทัพนินจาแห่งสยาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    17 พ.ย. 61

กองอาทมาต เป็นกองกำลังสำคัญของสยามมาแต่โบราณ คอยอยู่ประจำตามเมืองหน้าด่าน ทำหน้าที่พิเศษ เช่น เป็นกองทหารม้า เป็นหน่วยจู่โจม เป็นลาดตระเวน หรือกระทั่งเป็นกองโจรปล้นเสบียงข้าศึก 


บ้างก็ว่า อาทมาตเป็นกองรบอันประกอบไปด้วยผู้ที่ชำนาญทางการรบ พิชัยสงครามและวิชาอาคมต่างๆกองอาทมาตนี้เป็น มหาดเล็กรักษาพระองค์ที่ใกล้ชิดพระเจ้าแผ่นดินจำนวน 30 – 32 นาย 


หน่วยรบพิเศษของไทยนี้ เริ่มฝึกมาตั้งแต่สมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ได้ทรงมอบให้จัดค่ายลับไว้ ณ ช่องเขาด้านเหนือของเมืองสองแคว พื้นที่อยู่ในซอกสลับซับซ้อน มีหินเรียงเป็นฉาก คนภายนอกมิอาจมองเห็นภายในอันคล้ายดั่งน้ำเต้าใส่สุรา มีทัศนียภาพที่พิกลยิ่งนัก (ปัจจุบันอยู่ที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ติดกับเส้นทางไปชัยบาดาล ด้านหลังภูเขาติดพิจิตร และกำแพงเพชร) 


ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกนั้นจะต้องมีความพิเศษในทุกๆ ด้าน และมีหัวใจที่เสียสละ พร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อแผ่นดินได้ในทุกวินาทีด้วยความเต็มใจ พระองค์ได้ทรงนำหน่วยรบนินจานี้ออกทดสอบเป็นครั้งแรกในการปล้นค่ายหงสาในยามค่ำคืน อันเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ไทยอันลือลั่น ที่พระองค์ทรงปีนค่ายทหารหงสาด้วยพระองค์เอง จนเป็นที่มาของตำนาน  "พระแสงดาบคาบค่าย"


กองอาทมาตยังได้ฝากชื่อเอาไว้ผ่านสงครามมานับมากมายไม่ว่าจะเป็นยุทธการที่อ่าวหว้าขาว ประจวบคีรีขันข์ซึ่งนำด้วยขุนรองปลัดชู ผู้นำกองอาทมาตทั้ง 400 คอยยันทัพพม่าเอาไว้(คล้ายๆกับวีรกรรม 300 ล่ะครับ) รวมถึงสงครามเก้าทัพและสงครามเจ้าอนุวงศ์ที่นำบัญชาการโดย พระองค์เจ้าขุนเณรก็ตามก็ต้องใช้บริการกองอาสานี้แหละ 


กองอาทมาตได้ยุบกองลงไปในสมัย ร.4 ดังนั้นกองอาสาอาทมาต หรือ หน่วยรบพิเศษของไทย จะเรียกว่า กองทัพนินจานี้ ก็สาบสูญชื่อไปจากกองทัพไทยแต่บัดนั้น

ขุนรองปลัดชู และพลพรรค วีรชนผู้ถูกลืมในประวัติศาสตร์


ทหารในหน่วยรบนี้ จะชำนาญในเพลงดาบสอง หรือที่เรียกขานกันในนาม เพลงดาบอาทมาต, อาทมาฏ, อาตมาท, อาทมารถ หรือ อาจสามารถ ตามแต่จะเรียก ซึ่งเชื่อกันว่าตกทอดมาครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยังเป็นเจ้าฟ้าเมืองพิษณุโลกสองแคว 


ภายหลังด้วยภัยสงคราม วิชาดาบดาบอาทมาฏได้จึงได้ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นกระบวนท่าที่สืบทอดกันในเขตหัวเมืองพิษณุโลก ส่วนท้ายที่เป็นเคล็ดวิชานั้นได้ถูกฉีกออกเพื่อไม่ให้ตกอยู่ในมือของศัตรู นับแต่นั้นวิชาดาบอาทมาฏจึงถูกแบ่งเป็นสองสายคือเหนือและใต้ โดยที่อาทมาฏเหนือจะมีกระบวนท่าที่รวดเร็วและรุนแรง ต่างจากอาทมาฏใต้ที่จะเน้นการเข้าทำที่เด็ดขาด


วิชาดาบอาทมาฏ มีจุดเด่นอยู่ที่ความรวดเร็วและรุนแรง สามารถสู้ได้เพียงคนเดียวต่อคู่ต่อสู้หลายคน มีแม่ไม้ 3 ท่า คือคลุมไตรภพ ตลบสิงขร และย้อมฟองสมุทร และมีท่าไม้รำ 12 ท่า ได้แก่

1. เสือลากหาง
2. พระรามแผลงศร
3. เชิญเทียนตัดเทียน
4. ฟันเงื้อสีดา
5. มอญส่องกล้อง
6. ช้างประสานงา และ กาล้วงไส้
7. ท่ายักษ์
8. หงส์ปีกหัก
9. สอดสร้อยมาลา
10. ฟันเรียงหมอน
11. ลับหอกลับดาบ
12. พญาครุฑยุดนาค   


และหัวใจของวิชาอาทมาฏ มีเป็นคำกล่าวที่คล้องจองกันดังนี้

" มีเรื่องต้องหนี หนีไม่ได้ให้สู้ สู้ได้อย่าให้เจ็บ เจ็บได้อย่าให้ตาย "


กองอาทมาตปรากฏในวรรณคดีของไทยเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนที่ขุนแผน ได้รับการเลื่อนคลาสจาก ขุนแผนแสนสะท้าน เป็น พระสุรินทฎาไชยมไหสูรย์ภักดี เจ้าเมืองกาญจนบุรี บรรดาลูกน้องขุนแผนทั้งสามสิบห้าคน และไพร่พลอื่น ๆ  ก็ได้รับพระราชทานอยู่สังกัดกองอาทมาตทั้งนั้น


แล้วให้ยกราชการงานเมือง
ปลดเปลื้องหน้าที่ทุกสิ่งสรรพ์
สังกัดไว้ในอาทมาตนั้น
ต่อมีทัพขับขันจึงเรียกใช้

ให้มันมีตราภูมิคุ้มห้ามขาด
ทั้งอากรขนอนตลาดอย่าเก็บได้
ทำบาญชีมีนายหมวดกองไว้
ให้ขึ้นแก่จมื่นไวยสิ้นทั้งนั้น
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #172 เด็กหงส์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 21:05
    ถ้าพูดถึงกองอาทมาต ก็ต้องพูดถึงพระองค์เจ้าขุนเณร ซึ่งเป็นหลานของรัชกาลที่ 1 ซึ่งประทับอยู่ ณ วังบ้านปูน ( ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของภัทราวดีเธียเตอร์) พระเจ้าขุนเณรผู้นี้ มีบทบาทตั้งแต่ช่วงสงครามเก้าทัพ จนถึงตอนปราบขบถเจ้าอนุวงศ์ ขนาดกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ 3 ตรัสว่า “ พระองค์เจ้าขุนเณรเขาเคยได้กระทำการศึกสงครามชำนิชำนาญ มาแต่ครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ”
    #172
    0