วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,391 Views

  • 412 Comments

  • 879 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,055

    Overall
    159,391

ตอนที่ 213 : "กัญชา" ในวรรณคดีไทย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61

* คามเตือน : กรุณาเสพบทความนี้อย่างมีสติ และอย่าคิดที่จะไปริลองโดยเด็ดขาด เพราะกัญชาบ้านเรายังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายยุ่ เอี๊ยก ๕๕๕๕๕ *


ทุกอารยธรรมหลักของโลก ตั้งแต่เมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีก อาหรับไปจนถึงอินเดีย ล้วนมีเรื่องเล่าของกัญชาที่เข้าไปมีส่วนร่วมในตำนานต่างๆ


ในยุคพระเวท เรียกกัญชาว่า “โอสถพระศิวะ” ด้วยบิ๊กบอสได้เนรมิตพืชพันธุ์ดังกล่าวขึ้นมาเพื่อรักษาคอของตนในตอนที่ดื่มพิษเมื่อคราวอีเว้นท์กวนเกษียรสมุทร ทำให้ในพิธีมหาศิวะราตรี (Maha Shivaratri) พวกนักบวชและนักแสวงบุญทั้งหลายจะมารวมตัวกันสูบกัญชามาราธอน 1 วัน 1 คืนเต็มๆ เพื่อถวายแก่บิ๊กบอส


ที่บ้านเรา ในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น ลาลูแบร์ได้บันทึกถึงอุปกรณ์สูบยาของแขกมัวร์ที่ชาวสยามนิยมใช้เรียกว่า "มอระกู่" แต่ถึงอย่างนั้น กัญชาก็ไม่ได้ใช้เพื่อความเพลิดเพลินอย่างเดียว ยังใช้เป็นยาในตำรับยาของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรือที่เรียกว่า "โอสถพระนารายณ์" อีกด้วย


ในตำราโอสถพระนารายณ์ พบว่าตำรับยาทิพเกศใช้ใบกัญชา 16 ส่วน ผสมฝิ่น การบูร พิมเสน กระวาน ฯลฯ โดยระบุให้กินพอสมควร จะแก้อาการกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตกเลือด 


ส่วนอีกตำรับคือยาสุขไสยาสน์ ชื่อบอกตรงตัวว่าเป็นยาที่กินเพื่อให้นอนอย่างเป็นสุข สูตรนี้ใช้ใบกัญชา 12 ส่วน ผสมใบสะเดา การบูร สหัสคุณเทศ สมุนแว้ง เทียนดำ โกฐกระดูก ลูกจันทน์ ตำรวมกันเป็นผงละลายน้ำผึ้ง


นอกจากนี้ กัญชายังปรากฎในตำรายาสืบต่อๆ มาอีกหลายเล่ม เช่น ยาโทสันทะฆาฏ และยาธรณีสันทะฆาฏ จากตำรายาเกร็ด ของกรมหลวงวชิรญาณวงศ์, ยาสุขไสยาสน์ ตำรับยาของหมื่นชำนาญแพทยา (พลอย แพทยานนท์) ขณะที่ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ซึ่งเป็นตำราหลวงสมัยรัชกาลที่ 5 มียาที่มีส่วนผสมของกัญชาถึง 11 ตำรับ


และเราจะมาพูดถึง 5 วรรณคดีสายเขียวกันนะฮะท่านผู้อ่าน



รามเกียรติ์ :
อันนี้มีให้เห็นเป็นภาพจิตรกรรมเลยฮ่ะ ลิงสูบกัญชาขณะกำลังเข้าเวรรักษาพระราม

บ้างนอนบ้างนั่งเป็นเหล่าเหล่า
หยอกเย้ากันเล่นหัวเราะร่า
บ้างล้อมกันสูบกัญชา
บ้างหลับตาผิงอัคคี 
.
.
.
.
.
ระเด่นลันได : 
พูดถึงขอทานลันไดที่เมากัญชาเพลินๆ รวมถึงนางประแดะอยู่บ้านสวยๆก็ยังบรรจงหั่นกัญชาไว้คอยท่านายประดู่
 
พอโพล้เพล้เวลาจะสายัณห์
ยุงชุมสุมควันแล้วเข้าที่  
บรรทมเหนือเสื่อลำแพนแท่นมณี
ภูมีซบเซาเมากัญชา
.
.
.
.
.
นิราศเมืองแกลง :
ท่านสุนทรภู่ได้บรรยายถึงนายแสง คนแจวเรือที่ติดกัญชา จนสุนทรภู่เขียนถึงอยู่หลายครั้ง

ทำซมเซอะเคอคะมาปะขา
แต่โดยเมากัญชาจนตาขวาง
แกไขหูสู้นิ่งไปตามทาง
ถึงพื้นล่างแลลาดล้วนหาดทราย

ต่างโหยหิวนิ่วหน้าสองขาแข็ง
ในคอแห้งหอบรนกระกนกระหาย
กลืนกระเดือกเกลือกกลิ้นกินน้ำลาย
เจียนจะตายเสียด้วยร้อนอ่อนกำลัง
.
.
.
.
.
ขุนช้างขุนแผน :
เนื่องจากขุนช้างขุนแผนเป็นวรรณคดีที่สะท้อนสภาพสังคมในสมัยอยุธยา จึงไม่แปลกใจที่ได้เห็นกัญชาปรากฎอยู่มากมาย 

แต่ตอนที่พีคที่สุดก็ตอนที่จมื่นศรีกับพลายชุมพลปลอมตนเป็นแขกเข้าไปหาเถรขวาด ทั้งสองนำของบางอย่างมาให้นั้นคือตุ้งก่า (หม้อสูบกัญชาของโบราณ เลียนแบบหม้อสูบยาของชาวอาหรับ) และกัญชา จนเถรขวาดอยากลองดูสักครั้ง แต่ก็...

สองแขกก็ยัดกัญชาส่ง
เถรชักคอก่งไม่ทนได้
แสบคอเป็นจะตายหงายหน้าไป
กูไม่เอาแล้วอย่าส่งมา
.
.
.
.
.
เพลงยาวตำนานหวยของนายกล่ำ :
ได้บรรยายถึงประวัติของ 36 ตัวละครในหวย กข ต่างๆ ซึ่งตัว บ แจหลี มีประวัติดังนี้

ขรัวแจลี่หลวงพี่ตะพาบน้ำ
ชักประคำกัญชาจนตาเหลือง
ต่อเมื่อไรอยากเหล้าจึ่งเข้าเมือง
กินเสียเฟื้องแล้วก็กลับมาฉับพลัน


ก็จบกันไปสำหรับ 5 วรรณคดีสายเขียวนะฮะ เตือนอีกครั้ง บทความนี้เป็นแค่การอธิบายความรู้เฉยๆ อย่าริอาจไปริลองเชียวเป็นอันขาด สำหรับวันนี้สวัสดีครับ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น