วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,608 Views

  • 412 Comments

  • 880 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,272

    Overall
    159,608

ตอนที่ 21 : เหล็กไหลไขความรู้ (๒) : ประเภทของเหล็กไหล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    24 เม.ย. 62

วันนี้เราจะมาคุยกันถึงชนิดของเหล็กไหลกันครับ 


เหล็กไหล เหล็กหลาย สมิงเหล็ก สามคำนี้ก็คือคำเรียกของเหล็กไหลนี้แหละ เหล็กไหลเป็นธาตุกายสิทธิ์ที่สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้และป้องกันศาสตราวุธได้ แต่ก็มีบางประเภทที่เกิดอยู่ในลักษณะที่ลี้ลับเกินกว่าคนทั่วไปจะมีโอกาสพบ ครูบาอาจารย์ผู้รู้ท่านได้แบ่งประเภทของเหล็กไหลดังกล่าวคือ


1. เหล็กไหลโกฏิปี 
เป็นเหล็กไหลที่หาได้ยากที่สุด และมีอิทฤิทธิ์มากที่สุดในบรรดาเหล็กไหลทั้งหมด เพราะเนื่องจากตัดได้ยากมาก มีเขียวเหมือนดังปีกแมลงทับ จึงเรียกเหล็กไหลชนิดนี้ว่า เหล็กไหลปีกแมลงทับ พบในที่ลึกล้ำอันสงบวิเวก เช่นในถ้ำหรือป่าลึกที่ผู้คนเข้าไม่ถึง


2. เหล็กไหลเจ้าป่า 
มีอานุภาพใกล้เคียงกับเหล็กไหลโกฏิปี มีลักษณะสีดำเหมือนนิล กลม บ้างเรียกว่า "พญาสมิงเหล็ก" เพราะมีเชื่อว่าเหล็กไหลนี้ มีเจ้าป่าคอยปกปักษ์รักษาอยู่ ชอบเล่นกับไฟ ยืดได้หดได้


3.เหล็กไหลย้อย 
เหล็กไหลปนี้เป็นเหล็กไหลที่ตายซากแล้ว มีลักษณะไหลย้อยติดหินหลืบถ้ำที่ลึกลับอับชื้น ยาวเป็นคืบเป็นศอก บางชิ้นยาวเป็นวาก็มี ไม่กินน้ำผึ้ง มีพวกผีป่าอสุรกายอาศัยอยู่ เมื่อถูกไฟจะไม่ยืดไม่หด มีฤทธิ์มีอานุภาพเล็กน้อย คือทำให้แคล้วคลาดยิงไม่ถูกฟันไม่ถูกเพราะมีมายาหลอนในตัวมันเอง เกจิอาจารย์ทางประเทศพม่าชอบเอาไปสร้างพระพุทธรูป
 

4. เหล็กไหลเพลิง 
เป็นเหล็กไหลที่มีพลังธาตุไฟสูง มีสีแดงเลือด ไม่นิยมนำมาฝังตามร่างกายเนื่องจากมีความร้อนสูง มีความเชื่อว่าเหล็กไหลชนิดนี้ชอบดูดซับความร้อนจากใต้พิภพ และพิษของสัตว์มีพิษต่างๆ สามารถสร้างภาพมายาหลอกหลอนได้นานาชนิด บางอาจารย์เรียกว่า “เหล็กประสานกาย”


5. เหล็กไหลน้ำ 
เหล็กไหลประเภทนี้มีหลายวรรณะ โดยมีสีเขียวปนดำ บางคนจะเรียกว่า "เหล็กไหลตาน้ำ" มักพบเจอได้ตามบริเวณใกล้กับแม่น้ำ ลำธารเสมอๆ  เป็นมันด้าน ๆ ไม่แวววาวเท่านัก เป็นหลัก ลักษณะย้อยเป็นรูปหยดน้ำชอบเกาะอยู่ตามตาน้ำในซอกหินลึกลับ


6. เหล็กไหลชีปะขาว 
เหล็กไหลประเภทนี้มีสีขาวเป็นมันเลื่อมคล้ายเกล็ดงู เกจิอาจารย์บางท่านเรียกว่า “พญางูเผือก” พวกพระลามะทิเบตชอบมีไว้ประจำตัว เพราะมีมากในทิเบต ชอบอากาศหนาวจัด มีอานุภาพทางแคล้วคลาดล่องหนหายตัวได้ชั่วคราว ถูกไฟไม่ยืด แต่ถ้าใช้คาถาอาคมยืดได้ เหล็กไหลชีปะขาวสามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า ผู้ครอบครองจะหมดสิ้นอายุขัยเมื่อใด เหล็กไหลชีปะขาวจะถือโอกาสล่องหนอันตรธานหายไป 


7. ขี้เหล็กไหล 
หรือ โคตรเหล็กไหล เหล็กไหลประเภทนี้เกิดจากเหล็กไหลถูกตัดออกไป เป็นเหล็กไหลที่ไม่มีชีวิตแล้ว แต่ถ้ามีเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณนำเอามาปลุกเสก เหล็กไหลประเภทนี้ก็อาจจะมีฤทธิ์เดช มีอานุภาพขึ้นมาได้เหมือนกัน


8. เหล็กเปียก 
มีลักษณะสีสันใกล้เคียงกับเหล็กไหลเงินยวงแต่สามารถเปลี่ยนสีกลับเป็นสีดำได้ และกลับสีไปมาได้ เช่น สีเงินกลายเป็นสีดำ หรือ สีดำกลายเป็นสีเงิน 


9. แก่นเหล็กไหลหรือไม้หิน
 
ฝรั่งเรียกว่า “ฟอลซิล” เป็นที่สิงสถิตของอสูรเทพดุร้ายที่ถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ให้มาเสวยกรรมในโลกมนุษย์เพื่อไถ่บาป แก่นเหล็กไหลหรือไม้หินคือแก่นไม้ตะเคียนหินอายุ 10 ล้านปี หรือแก่นไม้สักหินอายุ 15 ล้านปี แก่นไม้สักเอาไปเจียระไนเป็นหัวแหวนได้ เรียกว่า คดไม้สัก หรือ แก้วตาเสือ


10. เหล็กหลบ 
โลหะมหัศจรรย์ชนิดนี้มิใช่เหล็กไหล แต่จัดอยู่ในประเภทธาตุกายสิทธิ์ในตระกูลเหล็กไหลเหมือนกัน ไม่ชอบเล่นไฟ ไม่กินน้ำผึ้ง จัดเป็นแคล้วคลาดอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะถูกยิงถูกแทง รังสีของเหล็กหลบก็จะทำให้แคล้วคลาดไปได้หมด อาวุธจะแฉลบมาไม่ถูกตัวคน


11. ทรหด (โคตรเหล็กไหล) 
เป็นแร่ที่เกจิอาจารย์ผู้มีพุทธาคมปลุกเสกใช้ในทางอยู่ยงคงกระพันชาตรี ยิงแทงไม่เข้า ป้องกันอาวุธมีคมสารพัด ไม่อยู่ในตระกูลเหล็กไหล แต่เป็นประเภทเหล็กที่มีฤทธิ์


เป็นยังไงกันบ้างล่ะครับ สำหรับเรื่องราวของเหล็กไหล และเหล่ายอดเหล็กกล้าคู่ศาสตราไทยที่นำเสนอให้อ่าน ใครอยากจะรู้เรื่องราวอะไร ก็ให้ทิ้งเม้นต์ลงมาได้เลยนะขอรับ


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #171 เด็กหงส์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 20:59
    ขอบคุณคับ
    #171
    0