วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 160,025 Views

  • 413 Comments

  • 881 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,689

    Overall
    160,025

ตอนที่ 187 : ใครแต่ง "สุภาษิตสอนหญิง" ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    5 ก.พ. 62

"สุภาษิตสอนหญิง" หรือ "สุภาษิตสอนหญิง" นั้น เข้าใจกันมาแต่เด็กว่า พระสุนทรโวหาร หรือ สุนทรภู่ เป็นคนแต่ง แต่ภายหลังนักวิชาการพากันสรุปกันว่าไม่ใช่สำนวนของสุนทรภู่แน่นอน 100 % เพราะเมื่อพิจารณาจากสำนวนกลอนแล้ว น่าจะไม่ใช่ฝีปากของมหากวี อีกทั้งแนวคิดของ สุนทรภู่นั้นมีแต่อารมณ์รักใคร่เสน่หา ไม่มีความสงบพอที่จะสั่งสอนสตรีได้  


ใครเป็นผู้แต่งกันแน่? เพราะกวีชื่อ "ภู่" ในสมัยนั้นมีอยู่ถึง 3 คน ได้แก่

1. พระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่)
2. พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่จางวาง)
3. ภู่ จุลละภมร (ภู่นกกระจาบ)


เราจะข้ามภู่คนแรก ไปดูภู่คนอื่นๆ กันดีกว่า ภู่คนที่สองคือ
.
.
.
.
.
พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่จางวางเป็นบุตรของพระยาศรีสรราช ในรัชกาลที่ 1 ได้ถวายตัวเป็นข้าหลวงเดิมในกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ในตำแหน่งจางวางมหาดเล็ก


ต่อมา เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระนั่งเกล้ารัชกาลที่ 3 จางวางภู่ก็ขึ้นเป็น พระยาราชมนตรีบริรักษ์ ตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลังมหาสมบัติ จนมีพระราชดำรัสยกย่องว่านายภู่นั้นเปรียบเป็น"บ่อแก้ว" ในรัชกาลของพระองค์ 


พระยาราชมนตรี (ภู่) มีบุตรธิดาหลายคน


ซึ่งเกิดแต่คุณหญิงกล่ำก็มี คุณพุ่ม (คุณพุ่มบุษบาท่าเรือจ้าง) กับ เจ้าจอมอิ่มในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (รายละเอียดดูได้ที่ตอนที่ 18 : คุณพุ่ม คุณสุวรรณ : กวีสาวสุดจี๊ด)


ซึ่งเกิดแต่คุณหญิงอินก็มี หม่อมน้อย ชุมสาย ณ อยุธยา (คนล่ะคนกับผกกนะ จบป่ะ!!) นางห้ามในกรมขุนราชสีหวิกรม


ภู่คนนี้ก็เป็นกวีมีชื่อ แต่งโคลงจารึกไว้ที่วัดพระเชตุพนบทหนึ่งคือโคลงบทที่ 67 รูปฤาษีดัดตนแก้กษัยกล่อน ดังนี้ 


สิทธิกรรมนั่งน่วงเท้า     ไขว่คอ
หลังคดคู้ตัวงอ                 งูบง้ำ
ตึงตลอดสอดมือพอ        ชโลงเข่า ไว้แฮ
แก้กล่อนแห้งกล่อนน้ำ    กล่อนเส้นกล่อนกษัย
.
.
.
.
.
ภู่คนสุดท้ายคือ ภู่ จุลละภมร (ภู่นกกระจาบ)


นายภู่ นกกระจาบนั้นมีชื่อจริงว่า นายภู่ จุลละภมร ใช้ชีวิตอยู่ช่วง ร.3 - 5 เชื่อกันว่าเคยเป็นลูกศิษย์ของสุนทรภู่สมัยบวชอยู่ที่วัดโพธิ์


นายภู่คนนี้มีผลงานเด่นๆ ได้แก่ 
1. สุภาษิตสอนสตรี 
2. นครกายคำกลอน 
3. นกกระจาบคำกลอน 
4. พระสมุทรคำกลอน 
5. จันทโครบคำกลอน 
6. มงคลทีปนีคำกลอน 
7. พระรถนิราศ


โดยเฉพาะ นครกายคำกลอน นั้น มีคำขึ้นต้นไหว้ครู ดังนี้ 

ประนมหัตถ์จัดวางขึ้นหว่างเศียร
ต่างประทีปโกสุมประทุมเทียน
จำนงเนียรน้อมพระศาสดา
อันเป็นมิ่งโมลีทั้งสี่ทวีป

ดังประทีปส่องทั่วทุกทิศา
ก็ล่วงลับดับไกลนัยนา
สู่มหาห้องนิพพานสำราญรมย์
ฉันชื่อภู่ผู้ประดิษฐ์คิดสนอง

ขอประคองคุณใส่ไว้เหนือผม
ให้ประเสริฐเลิศล้ำด้วยคำคม
โดยอารมณ์คิดเทียบคำเปรียบปราย...

เรามาดูคำไหว้ครูในคำกลอนสุภาษิตสอนหญิงบ้าง

ประนมหัตถ์นมัสการขึ้นเหนือเศียร
ต่างประทีปโกสุมปทุมเทียน
จำนงเนียรน้อมบาทพระศาสดา
อันเป็นปิ่นโมลีทั้งสี่ทวีป

ดังประทีปส่องทั่วทุกทิศา
ก็ล่วงลับดับไกลนัยนา
สู่มหาห้องนิพพานสำราญรมย์
ฉันชื่อภู่ผู้ประดิษฐ์คิดสนอง

ขอประคองคุณใส่ไว้เหนือผม
ให้ประเสริฐเลิศล้ำด้วยคำคม
โดยอารมณ์ดำริรักชักภิปราย...

นอกจากนี้ในสุภาษิตสอนหญิงยังปรากฏเรื่อง "เงินสลึง" ซึ่งเป็นเงินเหรียญเริ่มใช้สมัยรัชกาลที่ 5 เลยค่อนข้างชัดว่าน่าจะไม่ใช่สุนทรภู่แน่ๆ


สรุป... คนที่แต่งเรื่อง สุภาษิตสอนสตรีก็คือ นายภู่นกกระจาบ นี้เอง 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 17:51
    กราบกวีเเต่ละคนในสมัยนั้นจริงๆ//ขอบคุณครับ
    #310
    0
  2. #309 NibErU_HoRiZonAngel (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 08:27
    เราว่าคนแต่งจริงๆก็ภู่ 3 น่ะแหล่ะ สำนวนยังกะเคาะพิมพ์กันออกมา
    #309
    0