วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,552 Views

  • 412 Comments

  • 880 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,216

    Overall
    159,552

ตอนที่ 184 : พระเจ้าฮารูนอาลราษจิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    1 ต.ค. 61

กาหลิบฮารูนอาลราษจิต หรือ ฮารูน อัล-ราชีด (Harun al–Rashid) เป็นตัวละครขึ้นดังที่ปรากฎมาในเรื่อง "นิทราชาคริต" และ "อาหรับราตรี" แต่ทราบหรือไม่ว่ากาหลิบท่านนี้มีตัวตนจริงๆอยู่ในประวัติศาสตร์เชียวนะ.....


ฮารูน อัล-ราชีด เป็นกาหลิบ (เคาะลีฟะห์; kalifah) คนที่ 5 แห่งราชวงศ์อับบาซียะห์ (The Abbasid Dynasty) กาหลิบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในราชวงศ์ และทรงเป็นนักปกครองที่ปรีชาสามารถที่สุดคนหนึ่งของโลก 


ในศตวรรษที่ 9 มีกษัตริย์นามกระเดื่องอยู่สองพระองค์คือ ชาร์เลอมาญ (Charlemagne) แห่งโลกตะวันตก และ ฮารูน อัล-ราชีด แห่งโลกตะวันออก 


ฮารูนเป็นโอรสของ มูฮัมหมัด อัล-มะฮ์ดี (Muhammad al-Mahdi) เป็นน้องชายของ มูซา อัล-ฮาดี (Musa al-Hadi) ขึ้นครองราชย์ต่อจากพี่ชายเมื่ออายุ 25 ปี ชื่อเสียงของท่านมิใช่ก้องอยู่แค่ภูมิภาคอาหรับเท่านั้น แต่ยังได้แพร่สะพัดไปถึงประเทศตะวันตกอีกด้วย


ในสมัยนี้ถือเป็นจุดพีคที่สุดทางด้านการพัฒนาศิลปวิทยาการของจักรวรรดิอิสลามเลยก็ว่าได้บรรดานักประวัติศาสตร์เรียกช่วงนี้ว่าเป็น "ยุคทองของอิสลาม" (Islamic Golden Age) 


กรุงแบกแดด (Baghdad) ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปวิทยาการและอารยธรรมของโลกอิสลาม การเปิดประตูรับวิชาการแขนงต่างๆ จากโลกภายนอก ทั้งจากซีกโลกตะวันตกและซีกโลกตะวันออก ทำให้เป็นสมัยที่ให้กำเนิดบรรดาผู้มีความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ คณิตศาสตร์ นิติศาสตร์ ภาษาศาสตร์ วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ปรัชญา และศาสนา


จนแบกแดดกลายเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างซีกโลกตะวันออกกับซีกโลกตะวันตก เป็นเมืองที่กว้างขวาง ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร มั่งคั่ง โอ่อ่าและสวยงาม


ความสำเร็จและรุ่งเรืองในรัชสมัยของท่านนั้นส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับการทำงานที่ชื่อสัตย์ จงรักภักดีของคนในตระกูลบารมัคคี (Barmakids) ตระกูลขุนนางชาวพุทธ 


งานชิ้นแรกของท่านก็คือการเลือกที่ปรึกษาเก่าของท่านคือ ยะห์ยา บิน คอลิด (Yahya ibn Khalid) เป็นเอกอัครเสนาบดี และมอบตำแหน่งสำคัญอีกสองตำแหน่งให้แก่บุตรชายทั้งสองของยะห์ยา คือ ฟาฎิล (Fadil) และ จาฟาร์ (Ja’far) 


ตระกูลบารมัคคดีได้เป็นผู้อุปถัมภ์สำคัญของนักปราชญ์ พวกเขาเชิญบรรดาบัณฑิตอินเดียมากมายมาสู่ราชสำนักและริเริ่มการแปลคัมภีร์สรรพความรู้ต่างๆของอารยธรรมอินเดีย (ตัวเลขอารบิกนั้นก็เริ่มมาจากขบวนการแปลสรรพความรู้จากอินเดียมาสู่อาหรับ)


หลังจากนั้นสถานะของตระกูลบารมัคคีก็เริ่มสูงขึ้น จนเทียบเคียง หรือมากกว่าราชสำนักเสียเอง
ในช่วงนี้ตระกูลบารมัคคีในสายตาของฮารูนเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ บรรดาลูกหลานในตระกูลนี้มีบ้านมีคฤหาสน์มากมาย ประดับประดาไปด้วยทองคำ มีอำนาจมากและเป็นที่รู้จักกันในบรรดาขุนนาง
เป็นเจ้าเมืองอยู่หลายเมือง


โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น เมื่อจาฟาร์ถูกจับได้ว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ อับบาสา (Abbasa) น้องสาวของกาหลิบ จนฮารูนออกคำสั่งให้พวกเขาทั้งสองแต่งงานกันอย่างเป็นทางการ โดนมีเงื่อนไขว่า ทั้งสองจะพบกันได้เมื่อมีกาหลิบอยู่ด้วย และจะต้องไม่มีบุตรด้วยกัน


แต่ภายหลังอับบาสาก็ตั้งท้อง จึงทำให้จาฟาร์โดนจับกุมและประหารชีวิต และสมาชิกตระกูลบารมัคคีก็โดนยึดทรัพย์เป็นของหลวงหมด


(สาเหตุหนึ่งที่นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าทำให้ตระกูลบารมัคคีถูกยึดอำนาจและกำจัด ก็อาจไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ของจัฟฟาร์และอับบาสา แต่อาจจะเพราะว่ากาหลิบรู้ว่าตระกูลนี้มีอำนาจมากเกินไป จนอาจจะทำการแย่งอำนาจยึดราชบัลลังก์ไปได้


ในรัชสมัยของฮารูน อัล-ราชีด ท่านจึงมักเดินทางไปทั่วอาณาจักรเพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน และช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความทุกข์ยาก ทรงแจกจ่ายเงินจำนวนมากให้แก่คนยากจนและขัดสนอยู่เนือง ๆ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของพลเมือง 


ท่านได้สร้างโรงเรียน วิทยาลัย โรงพยาบาล มัสยิด ถนนหนทาง และคลองอยู่มากมาย นับว่าไม่มีกาหลิบท่านใดที่ทรงสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ราชอาณาจักรเท่าเทียมกับท่าน


กิติศัพท์ของกาหลิบฮารูน อัล-ราชีดดังกระฉ่อนไปทั่วตะวันออกและตะวันตก จนพระเจ้าชาร์ลมาญแห่งพวกแฟรงค์ได้ส่งทูตมาเจริญสันถวไมตรี กับราชสำนักท่าน


ในที่สุด ในคืนวันที่ 3 เดือนญุมาดุซซานี ฮ.ศ.193 ซึ่งตรงกับวันที่ 24 เดือนมีนาคม ค.ศ. 808 กาหลิบฮารูนก็ได้สิ้นพระชนม์ลง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น