วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,469 Views

  • 412 Comments

  • 880 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,133

    Overall
    159,469

ตอนที่ 175 : ไอเทมสุดเฟี้ยวจากอีเว้นท์ "กวนเกษียรสมุทร"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    21 เม.ย. 61

เกษียรสมุทร (Kshir Sagar - Ocean of milk) ก็คือทะเลของน้ำนม อันเป็นที่ประทับของพระวิษณุ หรือ พระนารายณ์ตามคติความเชื่อของพราหมณ์-ฮินดู


และยังเป็นดันเจี้ยนสุดมันส์สำหรับ การกวนเกษียรสมุทร (Samudra manthan) อีกด้วย


ไหนๆก็ไหนๆ ก็คือเล่าเรื่องอีเว้นท์ "กวนเกษียรสมุทร" ให้ฟังหน่อยแล้วกัน....



ในมหาภารตะ (Mahabharata) และ ภควัตปุราณะ (Bhagavata Purana) เล่าว่า


ครั้งหนึ่ง "อินทราเทพ (Indra)" มายังโลกมนุษย์ และพบกับ "ฤาษีทุรวาส (Durvasa)" ฤษีก็ใจดีมอบพวงมาลัยถวาย แต่ด้วยกลิ่นของดอกไม้ ทำให้ช้างทรงของอินทรามึนเมา จึงเขวี้ยงพวงมาลัยทิ้งไป ทำให้ฤาษีทุรวาสโกรธเป็นอย่างมาก จึงสาปแช่งอินทราเทพและบริวารอ่อนกำลังลงและพ่ายแพ้พวกอสูรทุกสงคราม (อ้าว! ซวย!!)


วันแล้ววันเล่า อินทราเทพได้แต่พ่ายแพ้เหล่าอสูรราวกับหยำฉาในดราก้อนบอลบ่อยๆ จึงไปฟ้อง "เทพวิษณุ (Vishnu)" ลูกพี่ก็ให้จัดอีเว้นท์กวนเกษียรสมุทรขึ้น เพื่อฟาร์มน้ำอมฤตมาฟื้นฟู Hp Mp และ Np ให้กับเหล่าเทวดา ต่เทวดาทำอยู่ฝ่ายเดียว เห็นจะไม่ได้ผล จึงต้องชักชวนเหล่าอสูรร่วมดันเจี้ยนนี้อีกแรง โดยหลอกว่าจะแบ่งน้ำอมฤตให้ครึ่งหนึ่ง


ในส่วนของการเตรียมงาน ลูกพี่ได้นำภูเขามันทระ (Mount Mandara) มาเป็น "ไม้กวน" นำพญานาควาสุกรี (Vasuki) มาเป็น "เชือกกวน" และให้เหล่าเทวาไปชักเย่อวาสุกรีกันตรงฝั่งหางนาค ส่วนพวกอสุราไปชักฝั่งหัว



การชักเย่อผ่านไปเรื่อยๆ โดยต่างฝ่ายต่างเมามันส์ออกแรงชักวาสุกรีจนเขามันทระหมุนจวนทะลุถึงโลกมนุษย์ ลูกพี่วิษณุเห็นเช่นนั้น จึงอวตารเป็น "กูรมาวตาร (Kurma -เต่ายักษ์)" และใช้กระดองของตนเองรองรับแรงเสียดสีของเขามันทระ


งานชักเย่อก็ผ่านมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ ไอเทมต่างๆก็ถูกฟาร์มขึ้นมา มีลิตส์รายการต่อไปดังนี้


1. พิษ (Halahala)

ไอเทมแรกที่ฟาร์มออกมาก็คือ พิษหะลาฮาล อันเป็นพิษที่ร้ายแรงมากๆ บิ๊กบอสจึงดื่มพิษร้ายนั้นซะเอง เทพีปราวาตี (Parvati) เห็นเช่นนั้น จึงกดคอสวามีไว้เพื่อไม่ให้พิษนั้นลงสู่ท้อง ทำให้คอของบิ๊กบอสเป็นสีดำ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า "นิลกัณฐ์" (Nilakantha


2. โคกามเธนุ (Kamadhenu)

โคกามเธนุ หรือ โคสุรภี (Surabhi) คือโคสารพัดนึกที่สามารถบันดาลทุกสิ่งที่เจ้าของปราถนา

กามเธนุมักปรากฎในรูปโคตัวเมียที่มีหน้าเป็นมนุษย์เพศหญิง มีหน้าอกแบบมนุษย์ มีหางเป็นนกยูงอยู่เหนือหางโค มีปีก และมีนมของโค

เหล่าเทวดาได้มอบให้แก่แก๊งสัปตฤาษี (Saptarishi)


3. วารุณี (Varuni)

เทพีแห่งสุรา ชายาของเทพวรุณ (Varuna) (เหล้ากับน้ำก็คือมิกเซอร์ดีดีนี้เอง ถุ้ย!!!)


4. ปาริชาต (Parijat)

ตามความเชื่อของพระพุทธศาสนาบอกว่า เป็นดอกไม้ที่เมื่อสูดกลิ่นของมันแล้วจะทำให้สามารถจดจำเรื่องราวในอดีตชาติของตนได้ 


5. อัปสรา (Apsaras)

รัชกาลที่ 6 ทรงแปลตามตัวอักษรว่า “ผู้กระดิกในน้ำ” มีอยู่ด้วยกัน 35 ล้านองค์

อัปสราเป็นผู้ที่มีทั้งความงามและความสามารถในการร้องรำทำเพลง แต่ความงามของพวกเธอกลับไม่ได้รับความสนใจจากเหล่าเทวดา

เมื่อไม่มีใครรับ พวกเธอจึงกลายเป็นของกลางที่คอยบำเรอเหล่าเทวา และยังเป็น "เด็กในสังกัด" ของอินทราซังที่มักจะใช้ไปทำลายตบะพระฤาษีอีกต่างหาก 

นางอัปสราที่โด่งดังก็คือ นางรัมภา (Rambha) นางเมนกา (Menaka)


6. จันทรา (Chandra)

เทพแห่งแสงสว่าง ในหนึ่งเทพนพเคราะห์ (Navagraha)

ครั้งหนึ่งไปลักพานางตารา (Taraka) ชายาของพระพฤหัสบดี (Brhaspati) มาเป็นชายาตัวเอง ลุงแกจึงไปเกณฑ์ฝั่งเทวามาช่วย ในขณะที่จันทราไปขอให้พระศุกร์ (Shukra) ซึ่งเป็นอาจารย์ของเหล่าอสูรมาช่วย เกิดเป็นศึกใหญ่ระหว่างเด็กช่างสองสถาบันที่อีรุงตุงนังไปทั่วทั้งสวรรคโลก จนพระพรหมา (Brahma) ต้องมาไกล่เกลี่ย

พระพรหมได้ขับไล่จันทราออกจากเทพสภา แต่ท้ายที่สุดบิ๊กบอสได้เข้ามาช่วย โดยให้จันทราเป็นปิ่นปักผมของตน


7. ลักษมี (Lakshmi)

เทพีแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย โชคชะตา ความรัก ความงาม ดอกบัว และความอุดมสมบูรณ์ เปรียบได้กับเทพีอะโฟรไดท์ (Aphrodite) ของกรีก 

นางเป็นชายาของลูกพี่วิษณุ เมื่อลูกพี่อวตารลงมายังโลก นางก็จะอวตารลงมาช่วยสวามี เช่น
ตอนลูกพี่อวตารเป็นวามน (Vamana) นางก็ไปเป็นนางกมลา (Kamala)
ตอนลูกพี่อวตารเป็นปรศุราม (Parashurama) นางก็ไปเป็นพระแม่ธรณี (Bhudevi)
ตอนลูกพี่อวตารเป็นเป็นราม (Rama) นางก็ไปเป็นสีดา (Sita)
ตอนลูกพี่อวตารเป็นกฤษณะ (Krishna) นางก็ไปเป็นนางรุกมิณี (Rukmini)
ตอนลูกพี่อวตารเป็นสิทธัตถะ (Siddhartha) นางก็ไปเป็นนางยโสธรา (Yashodhara)


8. เกาสตุภะ (Kaustubha)

คือ 1 ใน 4 แก้วมณีแห่งสรวงสวรรค์ ซึ่งประกอบด้วย 
เกาสตุภมณี (Kaustubha Mani)
จินดามณี (Cinta Mani)
ศยามันตกมณี (Syamantak Mani)
รุทรมณี (Rudra Mani) 

เกาสตุภมณีเป็นมณีที่มีค่าและงดงามที่สุดในสามโลก ลูกพี่วิษณุนำไปประดับ


9. ไอราวัต (Airavata)

เป็นราชาแห่งช้างทั้งปวง พาหนะของอินทราเทพ 

ตามตำนานกล่าวว่า หลังจากที่อินทราซังสังหารวฤตาสุร (Vritra) ได้ ช้างไอราวัตเป็นผู้สูบน้ำขึ้นจากใต้ดินขึ้นแล้วใช้งวงพ่นขึ้นไปสู่ท้องฟ้า จนกลายเป็นก้อนเมฆ และตกมาเป็นฝน

ช้างไอราวัตยังทำหน้าที่เฝ้าประตูทางเข้าสวรรค์ เนื่องจากอินทราเทพในคติฮินดูเป็นโลกปาล (Lokapala) ช้างไอราวัตจึงนับเป็นหนึ่งใน8ช้างของโลกปาลด้วย


10. อุจไฉสรพะ (Uchhaishravas)

 คือ ม้าวิเศษบ้างก็ว่ามีตัวเดียวแต่มี 7 หัว (บ้างก็ว่ามี 7 ตัว) มีสีขาวปลอด 

ผู้ที่ครอบครองม้าวิเศษนี้ในแต่ละคัมภีร์กล่าวแตกต่างกันไป บ้างก็ว่าเป็นม้าของอินทราเทพ บ้างก็ว่าเป็นม้าของท้าวพลี (Bali) ราชาแห่งอสูรทั้งปวงที่เป็นผู้รุกรานสวรรคโลกจนเกิดอีเวนต์กวนเกษียรสมุทร 

แต่ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ เป็นม้าเทียมราชรถของสุริยเทพ (Surya)

ในมหาภารตะกล่าวว่า ม้าอุจไฉศรพ เป็นสาเหตุของความบาดหมางระหว่างนาค (Naga) และครุฑ (Garuda) เนื่องจากการพนันขันต่อระหว่างนางวินตา (Vinata - มารดาของครุฑ) และ นางกัทรุ (Kadru - มารดาของนาค) จนเกิดเป็นความแค้นระหว่างสองเผ่าพันธุ์ในที่สุด


11. หริธนู (Sharanga)
ธนูของลูกพี่วิษณุ


12. สังข์ (Shankha)

เป็นหนึ่งในสี่สัญลักษณ์ของลูกพี่วิษณุ คือ จักรสุทัศน์ (Sudarshana Chakra) คทาเกาโมทกี (Kaumodaki) ปัทมะ (Padma) และสังข์นามว่า ปัญจชันยะ (Panchajanya)


13. ธันวันตรี (Dhanvantari)

แพทย์สวรรค์ ผู้ทูนหม้อน้ำอมฤต


14. อมฤต (Amrita)
พวกอสูรและเทวดาแย่งกัน ลูกพี่วิษณุเห็นเช่นนั้นจึงแปลงกายเป็นนางอัปสรชื่อ โมหิณี (Mohini) ไปล่อลวงอสูรให้หลงใหล อินทราซังก็รีบขโมยน้ำอมฤตกลับไปแบ่งในเทวดา 

มีเพียงอสูรตนหนึ่งนามว่า ราหู (Rahu) ที่ไม่หลงกล ได้แปลงกายเป็นเทวดามาขอแจมด้วย แต่สุริยะกับจันทรารู้เรื่อง จึงไปฟ้องลูกพี่ ลูกพี่วิษณุจึงขว้างจักรสุทรรศน์ไปตัดอสูรราหูขาดออกเป็นสองท่อน ท่อนบนคืออสูรราหู ส่วนท่อนล่างกลายเป็น เกตุ (Ketu)


อันหลังๆนี้ืเว็บไซด์ฝรั่งเขาบอกมาจ้ะ


15. เจษฐา (Jyestha)

นางเป็นเทวีแห่งความโชคร้าย ความทุกข์ทรมาน ความยากจน ความหิวโหย และนางยังมีฐานะเป็นอาเจ้ของเทพีลักษมี

ตามตำนานกล่าวว่านางเกิดจากพิษเมื่อครั้งกวนเกษียนสมุทร ต่อมาแต่งงานกับทุษศหฤษี (Dussaha) แต่สวามีรังเกียจในรูปลักษณ์ของนาง จึงขับไล่ออกจากอาศรม ไปอยู่ในสถานที่อันไม่เป็นมงคล
 
เรียกได้ว่า เจ๊แกคือขั้วตรงข้ามของเทพีลักษมีก็ว่าได้


16. อาโภค (Abhoga)
ร่มของพระวรุณ เป็นร่มที่ถูกน้ำก็ไม่เปียก รูปคล้ายเศียรนาค


17. ต่างหูของเทพีอธิติ (Aditi's the earrings)
อินทราเทพนำมาถวายให้เทพีอธิติ (Aditi) ผู้เป็นมารดา


18. กัลปพฤกษ์ (Kalpavriksha)
ต้นไม้แห่งความปรารถนาเช่นเดียวกับกามเธนุ อินทรานำไปปลูกไว้ในสวนของพระองค์บนสวรรคโลก (Svargaloka) 


19. นิทรา (Nidra)
ความเฉื่อยชา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 13:45
    NP ใครดีบ้างคะ—คราวหน้าลองเล่าเรื่องNP ของเทพๆให้ฟังบ้างนะคะ555555
    #297
    0
  2. #292 crystaljade (@luggyguy) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 23:17
    เป็นการเล่าที่ดีมาก​ ชอบๆ
    #292
    0
  3. #291 Shar (@otaku1919) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 21:26
    ชอบความเป็นevent55555
    #291
    0