วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,211 Views

  • 412 Comments

  • 878 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,875

    Overall
    159,211

ตอนที่ 10 : สงครามปากกาของรัชกาลที่ ๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    1 พ.ย. 61

ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ถึงแม้ว่าสยามจะมีการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่การเมืองภาคประชาชนก็เฟื่องฟูขึ้นสุดขีด 


กิจการหนังสือพิมพ์ก้าวหน้ามาก หนังสือพิมพ์สามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและเสนอแนะความคิดเห็นได้อย่างเสรีในเรื่องการบริหารประเทศด้านต่าง ๆ มีทั้งหนังสือพิมพ์ภาษาไทยเช่น จีนโนสยามวารศัพท์ กรุงเทพเดลิเมล์ หนังสือพิมพ์ไทย ฯลฯ หรือหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเช่น The Bangkok Times, Siam Observer


ในหลวงรัชกาลที่ 6 ท่านเองก็ทรงออกหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งมีชื่อหนังสือพิมพ์ไทย และ หนังสือพิมพ์ดุสิตสมิธรายเดือน โดยทรงร่วมแสดงความคิดเห็นในหนังสือพิมพ์ในนามปากกา รามจิตติ รามกิตติ สุครีพ พาลี รามศูน และพระขรรค์เพชร เป็นต้น
 

 
ความสนพระทัยทางงานเขียนของร. 16 นั้นมีมาก่อนขึ้นครองราชย์ รวมถึงการหนังสือพิมพ์ ทรงเขียนบทความแสดงพระทรรศนะทางสังคม การเมือง การปกครอง จำนวนมาก ผ่านนามปากกาหลากหลาย 


แต่นามแฝง "อัศวพาหุ" ดูจะได้สร้างความเร่าร้อนขึ้นในวงการน้ำหมึก พระองค์ได้สร้างสีสัน รสชาติให้กับวงการอย่างสำคัญจนเกิดสงครามปากกา 


โดยบทความที่พระองค์ทรงเขียนเป็นเรื่องเกรียวกราวถูกกล่าวขวัญกันไปทั่วก็คือ บทความในชื่อ "โคลนติดล้อ" ทรงเปรียบเปรยถึงพวกที่คอยคัดค้านการบริหารบ้านเมืองของพระองค์ว่า เป็นพวกที่ถ่วงความเจริญของชาติ เสมือนโคลนที่ติดล้อรถ


ในเวลาต่อมาก็มีผู้ใช้นามปากกาว่า "โคนันทวิศาล" คู่ปรับบนหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ เขียนบทความในชื่อ "ล้อติดโคลน" ลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพเดลิเมล์ ฉบับวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2458  ตอบโต้บทความของอัศวพาหุ เรื่องโคลนติดล้อ ว่าถ้าสารถี (คนขับรถ) มีฝีมือไม่ขับรถไปลงโคลน โคลนจะติดล้อได้อย่างไร 


สงครามปากกาในสมัยนั้นเป็นสงครามปากกาเรื่องการเมืองที่ถกเถียงกันเกรียวกราวที่สุดในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นที่รู้กันทั่วไปว่า "อัศวพาหุ" นั่นคือ องค์พระประมุขแห่งชาติ เสด็จฯลงจากราชบัลลังก์  มาต่อสู้กับพสกนิกรในฐานะในประชาชนคนหนึ่ง เป็นการใช้ปากกาถกเถียงกันด้วยเหตุผล  เพื่ออุดมการณ์อันสูงส่งของประเทศชาติ  อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย...


เหล่าบรรดาผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายได้ออกมาเขียนข้อความตอบโต้โจมตีกันไปมารุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และห่างจากประเด็นปัญหาในการพัฒนาชาติบ้านเมืองออกไปจนกลายมาเป็นโจมตีเรื่องส่วนตัวทันที ต่อมาอัศวพาหุแถลงไว้ในหนังสือพิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2458 ไว้ว่าจะไม่ตอบโต้ใดๆกับ "โคนันทวิศาล" ทั้งนั้น และขออย่าใครมาเถียงแทนพระองค์เลย สงครามปากการะหว่างทั้งฝ่ายจึงเริ่มซาลงไปอย่างช้าๆ


เป็นที่รู้กันทั่วไปในเวลานั้นว่านามปากกาอัศวพาหุนั้นเป็นของผู้ใด แทบจะไม่ต้องเอ่ยถึงวงการนักเขียนนักหนังสือพิมพ์ด้วยกันเองเลยที่จะไม่มีใครไม่รู้จัก ฉะนั้นการเขียนบทความโต้แย้งพระเจ้าแผ่นดิน จึงนับว่าเป็นเรื่องล่อแหลม และบังอาจอย่างมาก 


สืบรู้กันต่อมาว่าผู้ใช้นามปากกา โคนันทวิศาล ก็คือ พลเรือตรีพระยาวินัยสุนทร (วิม พลกุล) พระธรรมนูญทหารเรือ


เมื่อถึงงานพระราชพิธีวันฉัตรมงคลต่อมา ปรากฏว่ามีชื่อพระยาวินัยสุนทร ได้รับพระราชทานตราทุติยพระจุลจอมเกล้า หรือที่เรียกกันว่าได้เป็นพระยาพานทองด้วย และในขณะที่เจ้าคุณวินัยคลานเข้าไปรับตรานั้น ได้มีพระกระแสรับสั่งว่า พระองค์ไม่ได้ถือโกรธแต่อย่างใด และยังชมเชย ว่านายพลเรือตรีพระยาวินัยสุนทรนั้นเป็นคนกล้า ช่วยออกความคิดและแสดงความเห็นในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง  


พระจริยาวัตรอันเป็นยอดนิยมของระบอบประชาธิปไตยเช่นนี้  ช่างเหมาะสมกับพระสมัญญาภิไธย 
"สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า" นั้นยิ่งนัก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #296 bententor (@bententor) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 09:40
    สุดยอดมากเลยค่ะ รู้สึกขนลุกมาก อ่านแล้วได้ความรู้เยอะเลย ข้อคิดก็ได้
    #296
    0
  2. #24 17yok112535 (@17yok112535) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 14:35
    สุดยอดมาก ได้ความรู้มากมาย
    #24
    0