ตอนที่ 9 : บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    26 ก.ย. 61

พิมราที่เห็นแววตาและสีหน้าตกใจที่ทำท่าเหมือนจะผิดหวังเมื่อเขาทอดมองทรวงอกอิ่มขนาดพอเหมาะของเธอ จนหญิงสาวที่อารมณ์กระเจิงต้องค้างเติ่งกับสายตาของชายหนุ่ม

ไอ้บ้า!” เธอยังก่นด่าเขาขณะเปิดฝักบัวใช้สายน้ำดับอารมณ์วาบหวิวที่ต้องหยุดนิ่งและค้างคา เกิดมาไม่เคยมีผู้ชายคนไหนดูถูกเธอด้วยสายตาแบบภูวน แต่ก็นั่นแหละผู้ชายร้อยทั้งร้อยมักชอบมองผู้หญิงทรงสวยอวบอิ่ม ประเภทใหญ่คับอกคับใจยิ่งชวนให่น่ามอง

ไม่เว้นแม้แต่วสุชายที่ทิ้งเธอไปและคว้าผู้หญิงคนใหม่มาแนบข้าง เจ้าหล่อนก็ทรวดทรงมโหฬารเช่นกัน

ภูวนอยากขอโทษหญิงสาวแม้ยังคิดไม่ออกว่าจะบอกเธอได้ยังไงว่าเขาเห็นอะไร เดินมาเคาะประตูห้องน้ำที่ได้ยินเสียงน้ำซู่ๆ อยู่เนิ่นนาน

ก๊อกก๊อก!

คุณพิม

ปังปัง!

สิ้นเสียงเคาะเสียงเคาะประตูมีเสียงวัตถุกระทบบานประตูเขาคาดว่าคงเป็นขวดแชมพูและขวดสบู่เหลวที่หญิงสาวขว้างใส่ประตูเป็นแน่ ภูวนได้แต่ถอยออกมานั่งรออธิบายปรับความเข้าใจกับพิมราบนที่เตียง

นานทีเดียวกว่าพิมราจะออกมาจากห้องน้ำในชุดกระโจมอก สายตาหญิงสาวที่มองภูวนไม่ได้เป็นมิตรเลยสักนิดแสดงว่าเธอยังไม่หายโกรธเขา

คุณพิม..”

ออกไป!” นิ้วชี้ส่งไปที่ประตู

คุณ ผมอยากอธิบาย…”

บอกให้ออกไป ออกไป!” พิมราเริ่มส่งเสียงแหลมดังลั่นจนภูวนต้องโบกมือห้าม

โอเค โอเค วันค่อยคุยกันพรุ่งนี้” ชายหนุ่มจำต้องเดินออกไปจากห้องที่ทีแรกเหมือนจะเป็นวิมานฉิมพลีแต่ในบัดดลกลับกลายเป็นอะไรเขาไม่อาจฟันธง

 

ร่างสูงใหญ่ที่ทอดมองดวงจันทร์เสี้ยวแววพระเนตรสั่นไหวด้วยความเจ็บช้ำ ก่อนจะหันหลังพระดำเนินเข้ามาในส่วนของห้องบรรทมที่กว้างเหลือคณาและมาหยุดยืนหน้าโลงแก้วที่บรรจุร่างหนึ่งซึ่งไร้ลมหายใจ ทรวงอกอิ่มสวยมิได้สะท้อนเคลื่อนไหวยามไม่มีลมหายใจรอดผ่าน ดวงหน้าหวานที่หลับตาพริ้มยังประดับไปด้วยเลือดฝาดสมวัยสาวแม้เนื้อตัวจะเย็นชืดแต่มิซีดเซียว พระหัตถ์ใหญ่เอื้อมลงไปสัมผัสนวลแก้มและเลื่อนขึ้นไปเกลี่ยเส้นผมสีดำขลับที่เปร่งประกายเงางามแม้เจ้าของร่างจะทอดร่างไร้วิญญาณในโลงนี่มานานแสนนานแล้ว

จันทร์เจ้าฉายกลับมาหาข้าเถิด อย่าไปเกลือกกลั้วกับคนต่ำต้อยพวกนั้นอีกเลย” ทรงรับสั่งกับคนที่ไม่สดับสรรพเสียงรอบข้าง

ทรงทำแบบนี้ เท่ากับบั่นทอนดวงชะตาของพระองค์เอง” เสียงหนึ่งดังมาจากเบื้องพระปฤษฎางค์ จนเจ้าสิโรดมต้องหันขวับไปมอง

ทรงโสม!”นัยน์เนตรอ่อนโยนที่ทอดมองร่างไร้วิญญาณของแม่หญิงจันทร์เจ้าฉายชายาที่จากไป เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นทันควันเมื่อสบตาเจ้าของเสียงตรงเบื้องพระพักตร์ ก่อนดำรัสเสียงเข้ม

ไม่ใช่เรื่องของเจ้า

แต่ข้าเป็นห่วง ไยมิคิดถึงหัวอกเมียคนนี้บ้าง

เมียคนนี้เพราะเจ้า จันทร์เจ้าฉายเมียข้าถึงได้หนีไปทรงหวนรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต

 

ในคืนเพ็ญเมื่อคิดว่าชายาที่เชื่อถือและกราบไหว้ดวงจันทราไปบำเพ็ญบารมีโดยการนั่งวิปัสสะนาและค้างที่สำนักปฏิบัติธรรม เจ้าสิโรดมเจ้าผู้ครอบครองนครจันทราผู้ทรงฝักใฝ่ในมาตุคามจึงมีรับสั่งให้ ทรงโสมบุตรีคนงามของมหาปุโรหิตเข้าเฝ้า

มาใกล้ๆข้า” สายพระเนตรที่จับจ้องหญิงสาวที่สวยสมวัยสื่อความต้องการอย่างเต็มที่ และเมื่อนางขยับเข้าไปใกล้พระองค์มากขึ้น สองพระกรตวัดรัดรวบร่างบางลอยพ้นพื้นพร้อมพาดำเนินไปยังบัลลังก์สีทองที่ทรงบรรทมแนบข้างแม่หญิงจันทร์เจ้าฉายทุกคืนค่ำ ทรงวางร่างทรงโสมลงอย่างนุ่มนวล สองหัตถ์เรียวใหญ่เริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์สีรุ้งสลับเลื่อมของหญิงสาวที่จับจ้องพระองค์ด้วยแววหวาดผวาสั่นระริกด้วยเป็นหญิงพรหมจรรย์มิเคยต้องมือชายใดมาก่อน

เมื่อเนื้อตัวเปล่าเปลือยปรากฏต่อสายตา พระเนตรคมกร้าวกลับระริกด้วยความชื่นชม ทรวงอกอิ่มรัดรึงชูช่อรอรับสัมผัส ผิวกายที่ขาวสะอาดสะอ้านไม่มีตำหนิไร้ไฝฟ้าราคี ส่วนความเป็นหญิงของนางก็สวยสมอวบอูมแค่เพียงสัมผัสด้วยสายตาก็ทรงพรั่งพรูรับสั่งสรรเสริญ

เจ้าสวยมาก สวยไปทั้งตัว” ทรงประทับดวงพักตร์ต่ำลงดอมดมร่างบางไร้อาภรณ์ด้วยความเร่าร้อนรุนแรง

สุดท้ายของปลายทางแทนที่จะสดับตรับฟังเสียงหอบหายใจของพระองค์และทรงโสมกลับได้ยินเสียงสะอื้นแต่มิใช่สะอื้นด้วยความเจ็บปวดและสุขสมเพราะเป็นครั้งแรกของทรงโสม

เสียงสะอื้นนั้นดังมาจากปลายแท่นบรรทมและสะอื้นดุจใจจะขาดรอนๆ

ฮึก..”

เจ้าสิโรดมถึงกับผงะออกห่างร่างของทรงโสมหันไปทางเสียงสะอื้น

จันทร์เจ้าฉาย!!”

เจ้าของชื่อที่ทรงรับสั่งยืนตัวสั่น ใบหน้านองไปด้วยหยาดน้ำแห่งความเจ็บช้ำเมื่อพระสวามีที่รักยิ่งปันใจและระเริงรักกับหญิงอื่น นางวิ่งร้องไห้ออกไปนอกระเบียงกว้าง ระเบียงที่บ่อยครั้งสองคนจะมายืนซึมซับแสงแห่งดวงจันทรา ระเบียงที่ทรงรองรับร่างบางไว้แนบพระอุระ ระเบียงที่ทรงประทับรอยจุมพิตอวดเย้ยดวง    จันทรา

เจ้าสิโรดมทรงคว้าภูษาผืนบางมาพันกายก่อนวิ่งตามออกมา จันทร์เจ้าฉาย ฟังข้าก่อน

จะให้ข้าฟังอะไร ข้าเห็นด้วยตาของข้าเองแล้ว ทรงทำแนบนี้ได้ยังไง ทรงประทานสัญญาว่าจะไม่มีผู้หญิงอื่นนอกจากข้า ทรงผิดสัญญา” นางตัดพ้อพร้อมถอยห่างไปยืนชิดริมกำแพงระเบียงที่สูงแค่บั้นเอว

ถึงข้าจะมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น แต่ข้ารักเจ้าคนเดียว เชื่อข้ากลับมาเถิด” ทรงกวักพระหัตถ์เรียก เมื่อรับรู้ว่าพระชายาเคืองโกรธแต่มิกล้าย่างพระบาทเข้าไปใกล้ ทรงกลัวใจแข็งของนางจะกระโดดลงไปยังพื้นเบื้องล่างที่เพ่งมองอย่างไรก็ไม่เห็นพื้นดิน

และโดยที่ไม่คาดฝันแม่หญิงจันทร์เจ้าฉายเงื้อมีดที่มิทรงทราบว่านางถือไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ขึ้นสูง ประกาศก้องดุจเป็นคำสัตย์สาบาน

ชาตินี้ท่านหักหลังข้า ข้าจะไม่ยอมเป็นหญิงให้ชายกดขี่ รังแกดูถูกอีกแล้ว” นางแหงนหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ในคืนเพ็ญที่กลมเกลี้ยง ข้าแต่ดวงจันทรา โปรดช่วยสงเคราะห์ในชาติหน้าหรือชาติภพไหนๆ ข้าขอเกิดเป็นชาย มิหมายร่วมชาติกับสามีที่ไร้สัจจะอย่างท่านอีกต่อไป” นิ้วเรียวสั่นระริกยามชี้ตรงไปที่เจ้าสิโรดม

ไม่นะ ไม่ว่าชาติภพไหน เจ้าก็จะต้องเป็นเมียข้าตลอดไป” ทรงตรัสสวนทันควันและต้องนิ่งตะลึงเมื่อแม่หญิงคนงามวาดมีดลงต่ำจ้วงแทงประทับหว่างอกจนมิดด้าม มือที่จับด้ามมีดสั่นระริกแต่ยังกระชับมั่นธารโลหิตเริ่มหลั่งริมจนชุดสีขาวสะอาดที่ใส่ไปปฏิบัติธรรมแดงเถือก

จันทร์เจ้าฉาย!!!!” สุรเสียงที่ดำรัสชื่อนั้นโหยหวนนัก

ในวินาทีที่แม่หญิงทิ้งร่างไร้วิญญาณลงแนบพื้น บนท้องนภาสีหม่นพระจันทร์ดวงกลมเกลี้ยงที่ส่องแสงสีเหลืองนวลเมื่อครู่ กลับซึมซับแสงสีส้มอมแดงดุจสูบโลหิตรับคำสัญญาจากแม่หญิง

พระจันทร์สีเลือด ที่ปรากฎเด่นหราบนผืนฟ้าเรียกเสียงกรีดร้องจากทรงโสมที่วิ่งตามออกมาหลังคว้าผ้ามาคลุมกายแล้วได้มากกว่าร่างที่นอนจมกองเลือดของแม่หญิงหลายเท่านัก

กรี๊ดดดด!!”

 

แต่การกระทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้แม่หญิงหนีห่างพระองค์ไป ทรงลืมไปแล้วหรือทั้งเจ็ดภพเจ็ดชาติที่แม่หญิงจุติบนโลกมนุษย์ แม่หญิงเป็นเช่นไร” ทรงโสมที่บัดนี้ดำรงตำแหน่งพระชายาที่มิอาจว่างเว้นได้ของเจ้าสิโรดมเอ่ยเตือนสติ

ทรงส่ายพักตร์ดุจมิยอมรับความเป็นจริง ก่อนก้มลงทอดพระเนตรร่างที่ไร้ลมหายใจ ร่างที่บาดแผลจากคมมีดสมานไปสิ้นด้วยเวทและมนต์แห่งจันทราที่เอิบอาบร่างนี้มานานนับห้าร้อยปี จนไม่หลงเหลือร่องรอยให้นวลผิวต้องมีตำหนิ ร่างที่พระองค์เฝ้าถวิลหาและควานหาดวงวิญญาณที่ไปจุติในอีกมิติหนึ่งอย่างใจจดจ่อ และทรงประสพพบเจอนางแล้วทุกภพทุกชาติที่นางทรงหนีพระองค์ไป ทรงประกาศกร้าว

แต่ข้าจะไม่ปล่อยให้จันทร์เจ้าฉายหนีข้าไปได้อีกแล้ว ข้าจะนำนางกลับมาเป็นดวงขวัญแห่งนครจันทรา

************ ขอบคุณที่อ่านนะคะ****************

ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ










และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

9 ความคิดเห็น