ตอนที่ 42 : บทที่12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    10 พ.ย. 61


สลิดาเป็นหนึ่งในแขกที่มาร่วมงาน เธอสนิทสนมกับสิลาเมื่อตอนที่คบหากับภูวน เมื่อเลิกรากับเขาไปแล้ว แต่มิตรภาพระหว่างเธอกับเพื่อนๆ ของภูวนก็ยังคงเดิม หญิงสาวจึงมาร่วมทั้งงานสวดและงานฌาปนกิจ

ระหว่างที่ยืนเตร็ดเตร่อยู่ที่ลานจอดรถ สิลาที่เดินมาส่งแขกก็เข้ามาขอบคุณสลิดาที่สละเวลามาร่วมงาน

ขอบคุณมากนะริต้า ที่อุตส่าห์มา

ทำเป็นเกรงใจไปได้ ถึงยังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือคะริต้ายิ้มให้ชายหนุ่ม แต่สายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงที่เดินใกล้เข้ามา ความรู้สึกบางอย่างตรึงให้สลิดาไม่อาจละสายตาจากร่างนั้นได้ หญิงสาวมองเหม่อนิ่งนานจนสิลาต้องหันไปมองตาม

อ้าว คุณสิโรจน์จะกลับแล้วหรือครับ

ครับ ตั้งใจจะเดินออกไปเรียกแท็กซี่พอดีสายตาคมวาว เหลือบมองสลิดาเพียงเล็กน้อยก่อนทำทีไม่ใส่ใจ จดจ้องใบหน้าของญาติห่างๆ ต่อ

จริงด้วยคุณไม่มีรถ ถ้าคุณไม่รีบรอผมส่งแขกอีกสักครู่ เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งที่โรงแรมสิลายื่นข้อเสนอ

เอ่อ ไปที่ไหนคะ เดี๋ยวริต้าไปส่งสลิดารับอาสาอย่างไม่ลังเล ทั้งที่ไม่รู้จักชายคนนี้มาก่อนและสิลาก็ยังไม่ได้แนะนำให้เธอรู้จักเขาเสียด้วยซ้ำ

ชายหนุ่มทั้งสองหันไปทางสลิดา สิลานึกได้รีบแนะนำทันที ริต้า นี้คุณสิโรจน์ ญาติห่างๆของผมเพิ่งเดินทางมาจากเมืองนอกก่อนหันไปทางสิโรจน์

สลิดาเป็นลูกสาวรัฐมนตรีสมศักดิ์

ริต้าเป็นเพื่อนคุณหินค่ะสลิดารีบชิงแสดงความสนิทสนมกับสิลา

ได้ยินว่าคุณสิโรจน์จะกลับที่พัก ริต้าไปส่งให้ได้นะคะเธอยิ้มให้เขาอย่างเต็มที่ จนดูเป็นการเชิญชวนอย่างช่วยไม่ได้

สิโรจน์มองหญิงสาวด้วยความพึงพอใจ ก่อนกล่าวน้อมรับไมตรี ถ้าไม่เป็นการรบกวนคุณสลิดามากจนเกินไป

ไม่เลยค่ะ ริต้าเต็มใจบริการทุกรูปแบบเธอทิ้งท้ายประโยคอย่างจงใจ

ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยนะริต้า ขอบคุณมากครับทั้งสองคนที่มาเป็นเกียรติสิลาค้อมศีรษะให้ทั้งคู่

 

ระหว่างทางกลับสิลดาถามถึงโรงแรมที่สิโรจน์พัก แต่ชายหนุ่มกลับบอกว่าจะไปส่งเธอที่บ้านแทน

อะไรนะคะ ไปส่งริต้าที่บ้าน ยังไงเอ่ยเธอเอียงคอน่ารักประกอบคำพูด

ไปส่งคุณสลิดาที่หน้าบ้าน แล้วผมนั่งแท็กซี่กลับมาที่โรงแรมสิโรจน์พูดหน้าตาเฉย

อย่าลำบากเลยค่ะ บอกริต้ามาดีกว่าว่าคุณพักโรงแรมไหน

สิโรจน์ส่ายหน้า พร้อมจ้องตาเธอนิ่ง ไปบ้านคุณ

สลิดาหัวเราะเสียงใส ก่อนรับคำ โอเคค่ะ ไปบ้านริต้า คุณนี่ช่างเป็นสุภาพบุรุษเสียเหลือเกิน เอาเป็นว่าพอถึงบ้านริต้าแล้ว ริต้าจะให้คนขับรถไปส่งคุณที่โรงแรมนะคะหญิงสาวมุ่งหน้ากลับบ้านของตนเองทันที โดยระหว่างทางพูดคุยกับสิโรจน์เพียงเล็กน้อย ทั้งที่เธออยากชวนเขาคุย แต่ชายหนุ่มไม่ค่อยพูดค่อยจาเท่าไหร่

 

ซู่..ซู่..

เสียงสายน้ำที่พวยพุ่งมาจากฝักบัวราดรดไปบนร่างเปล่าเปลือยของสลิดา หญิงสาวอาบน้ำชำระร่างกายหลังกลับมาถึงบ้าน และพบว่าไม่มีใครอยู่เช่นเคย บิดามารดาล้วนออกงานสังคมแทบทุกวัน เรียกได้ว่าหาเวลาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตานั้นยากยิ่งนัก ขณะอาบน้ำจิตใจหญิงสาวยังวนเวียนนึกถึงชายหนุ่มที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ล้ำลึกที่เพิ่งรู้จักอย่างสิโรจน์ และอดเอาเขาไปเปรียบเทียบกับชายปริศนาที่ระเริงรักกับเธอเมื่อวันก่อนไม่ได้

แค่มองภายนอกก็เซ็กซี่บาดตาแล้ว ถ้าเราได้จะเร้าใจขนาดไหนหนอสลิดาปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง สองมือยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าที่หลับตา ยามเงยขึ้นรับสายน้ำที่พวยพุ่งออกมาจากฝักบัวฉับพลัน

สลิดามีความรู้สึกเหมือนมีมืออีกสองข้างลูบไล้สะโพกเนียนผายของเธออย่างแรง ก่อนเลื่อนไปมาทั่วแผ่นหลังแล้วเลื่อนมาข้างหน้า ความรู้สึกถึงร่างกายที่บดเบียดเข้ามาแนบชิดใต้สายน้ำเดียวกัน จนหญิงสาวต้องเบิกตาขึ้นมอง

“…คุณ!..” สลิดาไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดหรือเอ่ยถามอันใด เมื่อร่างที่เบียดเข้ามาจนเนินเนื้อแนบชิด เล้าโลมลูบไล้ พร้อมประกบริมฝีปากดูดดื่มเร่าร้อนภายใต้สายน้ำที่เย็นฉ่ำ

 

ระหว่างทางกลับคอนโดฯ ภูวนได้รับโทรศัพท์จากมารดา ชวนเขาและพิมราไปรับประทานอาหาร ซึ่งเขาก็รับปากในทันที เพราะอยากให้พิมราสนิทสนมกับครอบครัว ชายหนุ่มเคาะนิ้วเป็นจังหวะกับพวงมาลัยอย่างอารมณ์ดีหลังวางสายจากมารดาแล้ว จนพิมราที่นั่งคู่กันมาชำเลืองมองแล้วยิ้มน้อยๆ

ยิ้มอะไรจ้ะ ที่รักภูวนปรายสายตาไปทางพิมราเล็กน้อย ก่อนมองตรงไปข้างหน้าขับรถอย่างระมัดระวังต่อไป

นับวันยิ่งลิเกขึ้นทุกวันนะภู

ภูวนหัวเราะร่วน ก่อนถามจริงจัง พิมทำยังไงคุณแม่ถึงเพ้อหา นี่ท่านว่าผมไม่พาพิมไปบ้านเลย วันนี้ท่านเลยบังคับให้เราไปหา ถ้าผมไม่พาพิมไปท่านจะอดข้าวประท้วง

พิมราหัวเราะคิก ขนาดนั้นเลยหรือคะ ที่จริงพิมก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ แต่มันมีเรื่องแปลกล่ะ มัวแต่ยุ่งๆ พิมเลยลืมเล่าให้ภูฟัง

เรื่องอะไรจ้ะชายหนุ่มทำท่าทีสนใจ

คุณแม่เคยถามพิมว่า เคยเห็นภูควงเด็กหนุ่มหน้าตาดีผิวคล้ำๆ ไหม

เฮ้ย! ทำไมแม่ถามแบบนั้นล่ะ อย่างผมมีแต่จะควงสาวๆภูวนร้องเสียงหลง

ก็นั่นแหละค่ะ ท่านบอกว่าคุณเคยพาไปที่บ้านด้วยนะ แล้วยังถามเรื่องบนเตียงของเราว่าปกติไหม

โห คุณแม่ล้วงลึก แล้วพิมตอบไปว่ายังไงเขายิ้มสายตากรุ่มกริ่ม ขณะเหลียวมองเสี้ยวหน้าเก่ไก๋ของภรรยาสุดที่รัก

บอกท่านไปหรือเปล่า ผมนะลูกผู้ชายตัวจริง

พิมราค้อนเขาเสียวงโต ก่อนตั้งข้อสังเกต ภูว่าแปลกไหม วันก่อนที่ภูพาพิมไปที่บ้านแล้วถูกท่านไล่ตะเพิด หาว่าคุณวิปริต แล้วเด็กหนุ่มผิวคล้ำที่ท่านถามถึง ท่านก็บอกว่าภูพาไปที่บ้าน หรือ ท่านอาจมองเห็นพิมเป็นผู้ชาย

ถ้าอย่างนั้นก็พอๆ กับที่ริต้าเล่า ริต้าบอกว่ารูปที่หลุดออกมาจนเป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วประเทศนั่น เธอแอบถ่ายตอนที่ผมมีอะไรกับเธอ ตั้งใจจะทำให้มันเล็ดลอดออกมาสู่สาธารณชน เพื่อบีบให้ผมแต่งงานด้วย แต่รูปผมกลับกลายเป็นผู้หญิงไป

พิมราทำตาโต มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือคะ

ก็ประมาณว่า ถ้าคุณเป็นผู้หญิง ผมก็เป็นผู้ชาย ถ้าคุณเป็นผู้ชายขึ้นมา ผมก็กลายเป็นผู้หญิงไป เราถึงได้เป็นคู่แท้ขนานเอก เหมือนที่ลุงสัปเหร่อบอกไงจ้ะภูวนกล่าวปิดท้ายพร้อมหัวเราะ หึหึ กับเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้

แต่พิมรากลับลงความเห็นว่าใช่แม้จะมีเสียงค้านมาจากส่วนลึกในหัวใจ

 

ระหว่างรับประทานอาหารค่ำที่บ้านบิดา ทั้งหมดพูดคุยกันอย่างถูกคอ วิมาดามารดาของภูวนมีท่าทีพึงพอใจในลูกสะใภ้คนสวยของท่านอยู่มาก จนถึงขนาดชวนให้ทั้งคู่ค้างเสียที่บ้าน เพราะท่านเป็นห่วงไม่อยากให้ภูวนขับรถกลับในเวลาดึกเช่นนี้ เมื่อท่านเอ่ยชวนภูวนเหลือบมองพิมราเล็กน้อยเหมือนให้เธอเป็นผู้ตัดสินใจ

แต่เราไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามานี่คะพิมรายกเหตุผลเพื่อที่จะปฏิเสธ

เสื้อผ้าของตาภูมีเยอะแยะ หนูก็ใส่ได้นี่ ไหนๆพรุ่งนี้ก็วันหยุด ค้างที่นี่เถิดตอนเช้าจะได้ไปใส่บาตรกัน สองคนเคยใส่บาตรร่วมกันหรือยัง

ท่านถามตรงๆ ทำเอาทั้งสองยิ้มเจื่อน ส่ายหน้าช้าๆ  แม้ในบางครั้งที่โอกาสอำนวยทั้งสองคนได้มีเวลาพอที่จะใส่บาตรพระในตอนเช้าก่อนออกไปทำงาน แต่ไม่เคยเลยที่จะใส่บาตรร่วมขันกัน

เคยได้ยินไหม ที่เขาว่าทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน เกิดชาติหน้าจะได้พบเจอเป็นเนื้อคู่กันอีก

โห คุณแม่ ถึงไม่เคยใส่บาตรร่วมขัน แต่ผมกับพิมนี่ เป็นคู่แท้กันนะครับ ไม่ว่ากี่ชาติเราก็จะเกิดร่วมกัน ไม่ต้องให้ใครมาฟันธงหรอกผมรู้สึกของผมเองได้ จริงไหมจ้ะพิมภูวนหันไปยิ้มกับพิมรา หญิงสาวพยักหน้ารับคำ รู้สึกชื่นชอบในคำว่า คู่แท้

วิมาดาและภูธรยิ้มมีความสุขไปกับบุตรชาย เมื่อรับรู้ถึงความสุขที่ถ่ายทอดผ่านทางดวงตายามที่ทั้งคู่สบตากัน จากที่คิดว่าลูกชายจะปล่อยชีวิตเสเพล ควงผู้หญิงมากหน้าหลายตาไปเรื่อย แต่เมื่อเขามีชีวิตคู่ร่วมกับพิมรา และแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่มีความสุขในชีวิตแต่งงาน ท่านทั้งสองก็ย่อมมีความสุขไปด้วย

หลังรับประทานอาหารเมื่อตกลงจะค้างที่บ้านหลังนี้ ภูวนจึงพาพิมราไปที่ห้องนอนของเขา พร้อมหาเสื้อผ้าให้เธอผลัดเปลี่ยน ส่วนตัวเขาไปพบมารดาตามที่ท่านสั่งไว้

 

ภูวนมาหยุดยืนหน้าบานไม้แกะสลักลายบัวบานสีขาว อดคิดไม่ได้ว่ามารดาให้เขามาพบเป็นการส่วนตัวทำไม หรือท่านไม่ชอบพิมราแล้วบอกให้เขาเลิกรากับเธอเสีย หรือจะถามเรื่องเด็กหนุ่มที่เคยบอกเล่ากับพิมราหรือมีเหตุตั้งแง่อะไรขึ้นมาอีก ภูวนยอมรับว่านึกกลัวไปต่างๆ นานา ทำให้หยุดยืนอยู่นานจนประตูห้องเปิดอ้าออก พร้อมบิดาเขาก้าวเดินออกมา

อ้าว! ทำไมไม่เข้ามาล่ะ แม่แกคอยอยู่ท่านบอกเพราะเห็นท่าทางการยืนของบุตรชาย คิดว่าคงยืนอยู่นานแล้วไม่ใช่เพิ่งเดินมาถึง

ครับ พ่อภูวนรับคำยิ้มๆ  ก่อนจะแทรกตัวเข้าไป แต่บิดาเขาไม่ได้ตามเข้าไปด้วย ท่านเดินลงไปชั้นล่างของบ้าน เหมือนจะเปิดโอกาสให้แม่ลูกคุยกันตามลำพัง

ตาภู มานี่วิมาดากวักมือเรียกลูกชายให้เข้าไปใกล้ๆเธอ ซึ่งนั่งอยู่บนเตียงนอนที่ปูทับด้วยผ้าคลุมสีเทาอากาศ ดูอบอุ่นเข้ากับผ้าม่านสีเทา ตรงหน้าท่านมีกล่องกำมะหยี่สีแดง ใบเล็กและใหญ่ขนาดต่างๆกันวางเรียงรายอยู่หลายใบ

ภูวนเดินมานั่งลงใกล้ๆ มารดา มองกล่องกำมะหยี่เหล่านั้นแค่ผ่านตา แต่ซ่อนแววลิงโลดไว้ในใจ

สวยไหมท่านหยิบเครื่องประดับในกล่องใบหนึ่งขึ้นมา ทั้งสร้อยเพชรกำไลและแหวนเข้าชุดกัน ยื่นมาตรงหน้าบุตรชาย

ภูวนพยักหน้าหงึกหงัก จากนั้นท่านก็ยื่นแต่ละกล่องให้เขาเปิดดูของข้างใน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องประดับล้ำค่า ตามประสาคนชอบสะสมของสวยงามๆ และราคาแพง วิมาดาหยิบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวเล็กๆ วงหนึ่งยื่นให้ภูวน

เอาไปฝากหนูพิม แม่เห็นนิ้วนางซ้ายยังว่างอยู่ แสดงว่าแกจดทะเบียนกันเฉยๆ อย่างอื่นไม่คิดจะทำให้มันถูกต้องเหมาะสมเลยใช่ไหม แหวนแต่งงงแต่งงานก็ไม่มี

ภูวนทำตาปริบๆ มองมารดา ก่อนยอมรับเสียงอ่อย เรื่องแหวนผมลืมไปเลยครับคุณแม่ นึกแต่จะสร้างบ้าน หาซื้อที่แล้วให้พิมเลือกแบบบ้านเอง พอดีมายุ่งๆ กับงานศพ เลยยังไม่ได้ไปดูที่

นี่แหละน้า ไม่ยอมปรึกษาผู้ใหญ่ เอ้าแหวนท่านยื่นแหวนเข้ามาตรงหน้าเขาอีกครั้ง

ภูวนพนมมือไหว้แล้วรับมาพิจารณาก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์ สบตามารดาอย่างออดอ้อน

ขอวงนั้นดีกว่าครับชายทำบุ้ยใบ้ไปที่แหวนเพชรเม็ดเดี่ยวทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่กว่าวงที่ท่านยื่นให้พอสมควร

ไหนๆ ก็จะรับไหว้ลูกสะใภ้แล้ว เอาใหญ่หน่อยนะครับคุณแม่ เราไม่มีงานเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติให้เขา เราเอาขนาดของเพชรนี่แหละปิดปากมัวชอบเม้าท์

พูดได้ดีนี่พ่อคุณ อยากได้ใหญ่แค่ไหนก็ไปซื้อเอาเอง นี่ของฉันให้ ยังมาต่อรองอีกท่านประชดประชัน แต่ซ่อนรอยยิ้มในดวงตาที่ผสานความเอ็นดูบุตรชายที่พูดขอตรงๆ

โถ..คุณแม่ครับ เงินผมเอาไว้สร้างบ้าน เพชรเม็ดเท่าขี้ตา คุณแม่ทำหวงไปได้ภูวนขยับเข้าไปจนชิด เอาคางเกยไหล่ท่าน ทำท่าประจบเต็มที่

ขี้ตายักษ์นะสิ วงนี้ตั้งห้ากะรัตท่านค้อนประหลักประเหลือก แต่หยิบยื่นให้โดยดี ภูวนรับไว้แล้วก้มลงกราบแทบตักมารดา

จันทน์กะพ้อผลิดอกออกนวลขาว    

จรุงกลิ่นประทินราวดอกไม้สวรรค์

ดังกลิ่นกายกลิ่นแก้มแกมกัน          

เมื่อจอมขวัญเคยแนบชิดยามนิทรา

พี่เหลียวซ้ายแลขวามองหาเจ้า        

ต้องเหม่อมองจันทน์กะพ้อละออตา   *(ลำนำดอกไม้วิยดา เทพหัตถี)

พิมราหันไปทางเจ้าของเสียงที่เปล่งสำเนียงลำนำแสนเสนาะหู  ภูธรบิดาของภูวนหันมายิ้มให้หญิงสาว ก่อนหันกลับไปมองไม้ใหญ่ สูงประมาณสิบเมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปขอบขนาน กว้าง 5–7 เซนติเมตร ยาว 14–20 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบสอบและเบี้ยวเล็กน้อยหรือที่เรียกว่าใบหอก ถ้ามองกลางวันจะเห็นว่าผิวใบเกลี้ยง เส้นแขนงใบ 15–18 คู่ ปลายเส้นโค้งจรดขอบใบ ก้านใบยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตรดอก สีเหลืองนวล ออกเป็นช่อสั้นๆ ตามกิ่ง และตามง่ามใบ ส่งกลิ่นจรุงใจยามสูดดม

นี่ต้นจันทน์กะพ้อหรือคะพิมราเอ่ยถามหลังจากได้ฟังลำนำดอกไม้ที่ท่านขับขานจบ

หนูรู้จักหรือ เก่งนี่ เด็กสมัยนี้หายากที่จะรู้จักชื่อต้นไม้ไทยๆท่านก้มลงหยิบดอกที่ร่วงลงมาเพราะกระแสลมที่พัดวูบวาบผ่านไป

ดอกมันจะหอมมากเวลากลางคืน พ่อชอบออกมายืนสูดกลิ่น

พิมราไม่อยากบอกว่า อะไรบางอย่างสะกิดใจทำให้เธอรับรู้ว่าต้นไม้ที่ส่งกลิ่นหอมแรงที่เรียกให้เธอเดินตามกลิ่นมาจากในห้องนอน ผ่านห้องรับแขกและออกมาหยุดยืนตรงมุมหนึ่งของสวนหลังบ้านต้นนี้คือ จันทน์กะพ้อ ต้นไม้ที่เธอไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักมาก่อน เพียงแค่ได้ยินชื่อผ่านๆหูเท่านั้นเอง

มือเหี่ยวสมวัยเกษียรส่งดอกไม้กลีบดอกเล็กมี5กลีบ สีเหลืองอ่อน ด้านนอกของกลีบมีขนนุ่มสีน้ำตาล ให้พิมรา

 

ภูวนกลับเข้าไปในห้องไม่พบพิมราจีงออกเดินหา และมาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังของทั้งคู่ สายตาชายหนุ่มเบิกโพลงมือกำแน่นรู้สึกเจ็บจนชา กับภาพที่ไม่คาดฝัน ภรรยาของเขาเอื้อมมือไปกุมมือบิดาลูบไล้เบาๆ มืออีกข้างของเธอโอบรอบเอวและเลื่อนลงต่ำ

พิม!!!!”

 

ฝากอิบุ๊กด้วยค่ะ คลิกที่ปกได้เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

9 ความคิดเห็น