นิทานจันทรา เสน่หาข้ามภพ

ตอนที่ 41 : บทที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    9 พ.ย. 61

วันฌาปนกิจคุณยายของสิลามาถึง แขกเหรื่อและญาติมิตรมาร่วมไว้อาลัยท่านอย่างเนืองแน่น ภูวนและพิมราวิ่งลอกทั้งงานศพของพสุธาและงานศพญาติผู้ใหญ่ของเพื่อนสนิท ในวันนี้ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อขาวกางเกงสีดำยืนเคียงข้างกับพิมราที่สวมเสื้อแขนยาวสีดำกับกระโปรงยาวสีดำดูเรียบร้อย ผิดไปจากชุดที่เธอสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ที่มักสีสันฉูดฉาดและแบบเปรี้ยวจี๊ด ทันสมัยจ๋า จนบางชุดภูวนต้องแอบเอาไปซ่อนไม่อยากให้สวมใส่ เพราะเขาคิดว่ามันเว้าลึกไปบ้าง บางไปบ้าง หรือสั้นไปบ้าง นานๆ ครั้งเขาจะเห็นเธอใส่กระโปรงยาวเสียทีภูวนก็อดแซวไม่ได้

เดินระวังชายกระโปรงพันขานะ พิม

พิมราค้อนเขาเสียวงโต พลางใช้มือขยุ้มยกชายกระโปรงขึ้นสูงอย่างตั้งใจ เผยให้เห็นปรีน่องยาวเรียว บาดตาคนมอง จนภูวนต้องรีบมาดึงมือเธอออก ปล่อยให้ชายกระโปรงตกลงไปอยู่ในที่ที่สมควร

บ้าหรือพิม เดี๋ยวคนมองกันตาเป็นมัน พอดีพระท่านอาบัติหมด

อ้าว ก็พิมกลัวชายกระโปรงพันแข้งพันขาจนหกล้มนี่เธอย้อนคำเขาใบหน้ากริ่ม

ภูวนที่ถูกยอกย้อนอดไม่ได้ที่จะคาดโทษ เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูพิมรา

กลับบ้านเมื่อไหร่ เจอดีแน่ ผมไม่ให้คุณได้หลับหรอก คอยดูสิ

พิมราหัวเราะกับโทษที่เขาคาดไว้ ทำให้ภูวนพลอยหัวเราะไปด้วย แม้พยายามสะกดกั้นอารมณ์ไว้เต็มที่ เพราะคิดว่าในงานแบบนี้เวลานี้ ไม่ควรสมที่จะหัวเราะหน้าตาระรื่นอย่างมีความสุข

ภู คุณพิมเสียงเรียกที่ดังใกล้เข้ามา เมื่อทั้งสองหันไปตามเสียงและพยายามเก็บอาการระริกระรื่นเมื่อครู่

หิน

ปากพร่ำชื่อเพื่อนสนิท แต่สายตาของทั้งคู่กลับจับจ้องไปยังบุรุษแปลกหน้าที่รู้สึกคุ้นเคย ทั้งที่เพิ่งเห็นเขาเป็นครั้งแรก

พิมราสบสายตาคู่เข้มของชายวัยสามสิบต้นๆ ร่างกายล่ำสัน สูงและสง่างาม รับรู้ถึงพลังบางอย่างและอำนาจมากมายที่ซ่อนในตัวชายผู้นี้ จิตใจหญิงสาวนึกประหวั่นพรั่นพรึงจนเผลอยกมือเกาะแขนภูวน

ในขณะที่ภูวนก็มีความรู้สึกที่ไม่แตกต่างไปจากเธอนัก เพียงแต่แทรกความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ มืออีกข้างของเขายกขึ้นกุมมือพิมราแน่น

นี่คุณสิโรจน์ สกุลจันทร์ ญาติห่างๆ ของฉัน เพิ่งเดินทางมาจากต่างประเทศสิลาแนะนำ

เจ้าของนาม สิโรจน์ สกุลจันทร์ แย้มริมฝีปากหยักสวยให้ทั้งคู่ ดวงตาคมเข้มเป็นประกายยามจ้องมองภูวน และเพียงแวบเดียวยามมองพิมรา แววอาฆาตวูบไหวก่อนสลายไปจากดวงตาคู่นั้นโดยเร็วจนไม่มีใครจับสังเกตได้

ภูวนค้อมศีรษะให้ ผม ภูวน พัฒนเวทช์ นี่ พิมรา ภรรยาผมครับ

ยินดีที่ได้รู้จัก ทราบจากสิลาว่าคุณเป็นสถาปนิก ผมคงมีเรื่องรบกวนคุณในเวลาอันใกล้นี้

น้ำเสียงทรงพลังถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดชวนฟังของสิโรจน์ พร้อมรอยแย้มตรงมุมปากยามเอื้อนเอ่ย ทำให้ความรู้สึกแปลกๆ ของทั้งคู่สลายไป

คุณสิโรจน์ จะหาซื้อบ้านในเมืองไทย พอดีมีญาติอีกคนของเราขายที่ดินให้ในราคาถูก จึงตกลงจะสร้างบ้านเอง ฉันเลยแนะนำไปว่าแกเป็นสถาปนิกมือดี คุณสิโรจน์เลยอยากรู้จักสิลาขยายความ

พิมราเอ่ยทีเล่นทีจริง เย้าสิลา เอ งานนี้คุณหิน หักค่านายหน้ากี่เปอร์เซ็นต์คะ

สิลาหัวเราะขื่นๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มอย่างมีเสน่ห์ของพิมรา เขาอดไม่ได้ที่จะอิจฉาภูวน ชายที่ได้ทั้งตัวและหัวใจพิมราไปครอง และความรู้สึกเหล่านี้ของเขาไม่อาจซ่อนเร้นจากสายตาคมกริบของสิโรจน์ได้ ประกายความหวังผุดขึ้นในดวงตาญาติที่เดินทางมาจากต่างแดนของสิลาทันที

ไม่หักครับ ถือเป็นการตอบแทนที่คุณกับนายภู ช่วยเรื่องงานแฟนซี เสียดายไม่ทันได้จัด คุณยายจากไปเสียก่อนปลายเสียงเขาสั่นอย่างสะเทือนใจเมื่อนึกถึงญาติผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตไปอย่างกระทันหัน

เสียใจด้วยจริงๆ คะ พิมไม่คิดว่าท่านจะ..”

ทุกคนย่อมมีอายุขัยที่ถูกกำหนดมา หลีกหนีไม่พ้น เมื่อถึงเวลาก็ต้องจากไปทุกคน

เสียงดังแทรกมาจากทางด้านหลัง ทำให้ทุกคนหันไปมอง ชายชราแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวที่ดูมอซอ คือสัปเหร่อประจำวัดที่มายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ ก่อนยิ้มให้ทุกคน และเพ่งสายตาไปที่ภูวนกับพิมรา เอ่ยยิ้มๆ กับทั้งสอง

คู่แท้ คุณสองคนเป็นเนื้อคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน ดีใจด้วยที่หากันเจอสัปเหร่อพาร่างงองุ้มเดินจากไป ทิ้งความรู้สึกอิ่มเอมกับคำว่าเนื้อคู่ไว้ให้ทั้งสองอิ่มเอม

แต่ทิ้งรอยบาดลึกไว้ในดวงตาคมเข้มของสิโรจน์

 

ฝากอิบุ๊กด้วยค่ะ คลิกที่ปกได้เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

9 ความคิดเห็น