ตอนที่ 40 : บทที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 พ.ย. 61


คฤหาสน์ ไทยอนันต์ของรัฐมนตรีสมศักดิ์ บิดาของสลิดา ที่เพิ่งกลับเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้งเมื่อพรรคการเมืองที่เขาสังกัดได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ได้รับเสียงข้างมากและมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลได้โดยชอบธรรม การกลับมาเป็นใหญ่ในครั้งนี้ทำให้ข่าวฉาวสลิดาซาลงไปพร้อมกับการที่มีคนออกมารับสมอ้าง สลิดาจึงกลับมาใช้ชีวิตปกติที่ประเทศไทยอีกครั้ง

สลิดายืนมองเงาสะท้อนของตนเองที่ปรากฎบนกระจกบานใหญ่ในห้องน้ำส่วนตัว รอยช้ำแดงเป็นปื้นบนใบหน้าที่แต่งแต้มสวยงามจากฝีมือของพิมรา ทำให้คิ้วที่วาดอย่างสวยงามขมวดมุ่น ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มจนเป็นเส้นตรง นิ้วมือเล็กๆ ที่แต่งแต้มสีสันบนเรียวเล็บอย่างสุดปราณีตจากช่างชั้นนำยกขึ้นลูบรอยตำหนิบนใบหน้า เพียงแค่สัมผัสเบาๆ หญิงสาวก็ต้องซู้ดปากเพราะเจ็บระบม

อุ๊ย!…นังพิมรา เราจะได้เห็นดีกัน

ดวงตาสีเข้มที่จ้องเขม็งในกระจกส่อแววอาฆาต เมื่อนึกถึงใบหน้าสวยเก๋ของพิมรา หญิงสาวที่ภูวนตกร่องปล่องชิ้นขนาดจดทะเบียนสมรสด้วย ทั้งที่เมื่อก่อนเขาพร่ำเพ้อละเมอว่ารักและปรารถนาในตัวเธอเพียงใด ขนาดห่างกันได้ไม่นาน ภูวนจะต้องเรียกหารสสวาทจากตัวเธอ

สลิดาเดินออกมาจากห้องน้ำ ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนนุ่ม ควานหากระเป๋าถือที่เมื่อสักครู่โยนอย่างไม่สนใจใยดีก่อนวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเพื่อดูร่องรอยที่พิมราฝากไว้บนใบหน้า ล้วงลงไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเลขหมายหนึ่งที่จำได้จนขึ้นใจ พร้อมกรอกเสียงวางอำนาจสั่งการไปยังผู้รับ ที่ดูเหมือนพร้อมรับคำสั่งโดยไม่ซักถามอะไรกลับมา หญิงสาวกดปิดโทรศัพท์ โยนลงบนเบาะนุ่มอย่างไม่แยแส ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนยกมือขึ้นก่ายหน้าผากอย่างคนคิดไม่ตกและเผลอหลับไปโดยมิรู้ตัว

 

ปลายนิ้วร้อนผะผ่าวลูบไล้ทั่วเรือนร่างจนเจ้าของร่างบิดกายด้วยความรัญจวนใจ 

เอ่อ..อืม....” สลิดาบิดกายไปมายามอารมณ์เพลิดสุดขีด มือของเธอปัดป้องมือปริศนาที่กระตุ้นความกระสันจุดไฟราคะให้เธออย่างแผ่วเบา เพราะนึกเสียดายความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นหากมือนั้นหยุดตามแรงปัดป้องของเธอจริงๆ

คุณ..เป็นใคร


ภายใต้แสงสลัวของดวงจันทราที่สาดส่องลงมา ฉายให้เห็นร่างกำยำล่ำสันที่พลิ้วไหวดุจปลากระดี่ล้อเล่นเหนือผิวน้ำ ยามทาบทับบนร่างของสลิดา

คุณ..” สลิดาไม่มีแม้แต่โอกาสถามไถ่ชื่อคนที่กำลังเริงสวาทกับเธอ บัดนี้หญิงสาวปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์ปรารถนาที่รุมเร้า ตอบโต้รสสวาทจากร่างปริศนาอย่างเร้าร้อนรุนแรง

 

ช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น สลิดาลืมตาโพลงอย่างอ่อนล้า ยันกายขึ้นจากที่นอนหลังนอนแช่อยู่อีกพักใหญ่ทั้งที่ไม่อยากลุก เหนื่อยล้าจนสิ้นเรี่ยวแรงกับเกมรักของคนแปลกหน้าเมื่อคืนที่ผ่านมา เมื่อนึกถึงความวาบหวามวาบหวิวก็บังเกิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ใครกันนะ ทำไมถึงมีพลังมากมายถึงเพียงนี้เมื่อคืนเธอวนเวียนรับบทรักเร่าร้อนรุนแรงนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนอ่อนแรงเผลอหลับมาถึงบ่าย

สลิดาลุกขึ้นเดินด้วยขาที่สั่นเทาไปเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย ร่องรอยแห่งความกระสันอยากจากผู้ชายเมื่อคืนยังหลงเหลือบนเนื้อตัว รอยแดงและรอยช้ำในบางส่วนของร่างกายยังปรากฏ แต่สิ่งที่สลิดาค้างคาใจ คือชายคนนั้นเข้ามาในบ้านซึ่งมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาของเธอได้อย่างไร หรือจะเป็นคนในบ้านนี้ ใครหนอช่างบังอาจขนาดเข้ามาในห้องนอนแล้วทำแบบนี้กับเธอ

แต่จากการสัมผัส สลิดาแน่ใจและรับรู้ถึงพลังบางอย่างในตัวชายคนนั้น พลังมหาศาลที่หลั่งรินออกมาจากตัวชายคนนั้นถ่ายทอดสู่ตัวเธอ ในเวลานั้นความรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่บนสวรรค์เปี่ยมล้นไปด้วยความอิ่มเอม สุขสมอย่างไม่เคยพานพบมาก่อน ทั้งที่เมื่อก่อนตอนมีความสัมพันธ์กับภูวนเธอคิดว่ารู้จักสวรรค์ดีแล้ว แต่เมื่อเจอบทรักของชายหนุ่มปริศนาคนนั้น สลิดาเพิ่งรู้ซึ้งว่าการขึ้นสวรรค์ของจริงเป็นอย่างไร

 สลิดาเดินลงมาชั้นล่างของคฤหาสน์ ผ่านห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นสามสี่ห้อง มุ่งตรงไปยังห้องรับประทานอาหารขนาดเล็กที่เป็นมุมส่วนตัวของสมาชิกในบ้าน ไม่อยากใช้ห้องรับประทานอาหารห้องใหญ่ ที่รองรับคนได้จำนวนมากยามเมื่อบิดามารดามีเพื่อนมาร่วมรับประทานอาหารด้วย ซึ่งบ่อยครั้งจนเธอเบื่อหน่าย บางครั้งนึกอยากอยู่ตามลำพังประสาพ่อ แม่ ลูกบ้าง แต่หาโอกาสเช่นนั้นได้น้อยเต็มที

ละเอียด มีอะไรกินบ้าง ยกมาเลยฉันหิว

เธอร้องเรียกของใส่ท้องโดยไม่ได้จู้จี้สั่งโน่นสั่งนี่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่นานอาหารห้าหกจานก็วางเรียงตรงหน้าเธอ สลิดาตักกินเหมือนคนหิวกระหาย หรือเมื่อคืนเธอต้องเสียงพลังและเสียเหงื่อไปมาก จึงต้องการของทดแทนเข้าไปมากเช่นกัน เพียงชั่วครู่อาหารสองสามอย่างก็พร่องและหมดไม่เหลือติดก้นจาน แต่สลิดายังคงรับประทานต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่คิดจะอิ่ม จนแม่บ้านและสาวใช้ที่คอยรับใช้อยู่ไม่ห่างถึงกับมองตาค้างด้วยความแปลกใจ ปกติสลิดาทานอาหารแค่แมวดมเพราะกลัวอ้วน แต่วันนี้เธอรับประทานเข้าไปสมกับที่ร่ำร้องว่าหิวเสียจริงๆ

หลังจากรับประทานอาหารจนอิ่มแปร้แล้ว สลิดาก็กลับขึ้นไปบนห้อง หยิบนิตยสารแฟชั่นขึ้นมาเปิดผ่านๆ ใจหญิงสาวกลับครุ่นคิดถึงชายหนุ่มปริศนา คนที่วนเวียนสร้างความวาบหวิวให้เธออย่างไม่รู้จักอิ่มพอ

 “เราจะได้เจอกันอีกไหมเธอพร่ำรำพันกับตนเองพร้อมทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนนุ่ม อยากให้เวลากลางคืนเยี่ยมกรายเข้ามาโดยเร็ว เพื่อนอนรอรับสัมผัสเหมือนค่ำคืนที่ผ่านมา อยากพบหน้าเขาอีกครั้ง

แต่ความหวังของสลิดาก็พังทลาย เมื่อเวลาบ่ายเคลื่อนย้ายหายไป ยามอาทิตย์อัสดงเข้ามาแทนที่และต่อด้วยการสิ้นสุดของแสงแห่งวัน แสงแห่งรัตติกาลปรากฎกายเหนือเวิ้งฟ้ากว้างทาทาบท้องฟ้ามืดมัวด้วยแสงเรืองสีนวลของพระจันทร์ที่แหว่งวิ่นไม่เต็มดวง ผ่านเลยไปล่วงดึกที่แมลงกลางคืนขับขานบทเพลงกล่อมหอ ให้คนหลับใหลในนิทรารมณ์อันแสนสุข

สลิดายังนอนกระสับกระส่ายรอคอยการปรากฏกายของชายปริศนา จนแสงดาวเริ่มจางหาย ดาวประกายพรึกขึ้นเด่นบนท้องฟ้า พร้อมทิวากรโรยแสงสีทองจับขอบฟ้าด้านตะวันออก

เธอรอคอยชายผู้นั้นจนสว่างคาตา

 

ฝากอิบุ๊กด้วยค่ะ คลิกที่ปกได้เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

9 ความคิดเห็น