ตอนที่ 4 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    23 ก.ย. 61


บทที่2

                คลื่นลูกใหญ่ถาโถมซัดสาดเข้าหาฝั่ง ตามด้วยละลอกคลื่นลูกเล็กลูกน้อยที่ต่างวิ่งไล่กันซัดสาดริมตลิ่ง ยอดคลื่นบนท้องทะเลที่ห่างจากฝั่งออกไปกระเซ็นกระสายเป็นละอองอ่อนนุ่มในยามที่ท้องน้ำซึมซับแสงสีนวลของพระจันทร์คืนเพ็ญ พร้อมกับคลื่นสวาทของคนสองคนที่กำลังซัดสาดบนหาดทรายกว้างครั้งแล้วครั้งเล่า

                ณ ริมหาดส่วนตัวห่างไกลสายตาผู้คน บนผ้าผืนบางที่รองรับร่างที่กอดก่ายกันของชายหนุ่มและหญิงที่สวมใส่อาภรณ์ธรรมชาติบางเบาจนมองไม่เห็น หรือจะเรียกว่าทั้งคู่นุ่งลมห่มแสงจันทร์ก็เป็นได้        

                ร่างที่นัวเนียคลอเคลียแนบชิด มือร้อนผ่าวของภูวนลูบไล้หน่วงหนักไปทั่วกายสาวของสลิดาที่ลูบไล้เนื้อแน่นสมวัยฉกรรจ์ของเขาตอบเช่นกัน ริมผีปากหยักที่กดแนบแน่นดูดดื่มบนปากกระจับชวนฝันของสลิดาบดหนักหน่วงเนิ่นนาน รสสัมผัสที่ตอบโต้กันไปมาส่งอารมณ์รัญจวนให้กายหนุ่มกายสาววาบหวิว ฝ่ามือร้อนระอุของภูวนลูบไล้สะโพกผายของสลิดาแรงๆ จนหญิงสาวบิดกายด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจ ก่อนที่มือร้อนจะเลื่อนขึ้นไปวนเวียนเค้นคลึงที่ทรวงอกอวบอิ่ม พร้อมเลื่อนหน้าซุกไซ้ดูดดมความหวานจากปทุมมาคู่สวย เมื่ออารมณ์เพริดสุดขีด  สลิดาถึงกับครวญครางด้วยความสุขสม ก่อนกอดกระชับร่างภูวนไว้แน่นดุจเป็นหลักชัยยามก้าวผ่านช่วงสำคัญไปด้วยกัน

                “ภูขา ริต้ารักคุณจังแต่งงานกันนะคะเสียงกระซิบริมหูผสมเสียงหายใจหอบกระเส่า ยามบอกรักชายหนุ่มที่ป้อนความรัญจวนใจในรสเสน่หาให้จนแทบสำลักครั้งแล้วครั้งเล่า

                ภูวนพลิกตัวมานอนแนบข้างหญิงสาวยังหอบหายใจเหงื่อเม็ดเล็ดผุดพราย ก่อนหันไปจุมพิตหน้าผากชื้นเหงื่อของสลิดาแรงๆ พร้อมดึงผ้าโสร่งผืนบางขึ้นคลุมท่อนกลางของร่างกายของทั้งเขาและเธอยามที่คิดจะนอนดูดาว ชมจันทร์อีกพักก่อนจะกลับขึ้นไปบนบ้านพักริมทะเล

 

                ณ ฟากหนึ่งของกาลเวลา บนภพคู่ขนานผ่านรอยเลื่อนของมิติที่ทับซ้อน ร่างทรงอำนาจเรืองเวทผู้ที่มอบความตายให้ผู้อื่นได้ตามอำเภอใจในขณะที่ตนเองเป็นอมตะ ร่างที่แหงนเงยซึมซับแสงสีนวลกระจ่างของพระจันทร์ดวงกลมเกลี้ยง ซึ่งไม่อาจบ่งบอกได้ว่าเป็นดวงเดียวกันกับที่แผ่รัศมีเรืองรองให้มวลมนุษยชาติได้ซึบซับหรือไม่ ฉับพลันหยาดน้ำจำนวนมากก็ไหลพรากจากดวงจันทร์กลมเกลี้ยง โดยมิอาจคาดเดาได้ว่าเป็นน้ำตาหรือโลหิตของเทพแห่งรัตติกาลกันแน่

จันทร์เจ้าฉายกลับไปกับข้า ไปนครจันทราของเราเถิด

 

                ภูวนต้องกระชากแขนให้สลิดาวิ่งตามเขาตัวปลิวเข้าไปในบ้านพักริมทะเลทั้งที่ตัวเปล่าเปลือยด้วยกันทั้งคู่ เพราะสายฝนที่เทลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

                เปรี้ยง! เปรี้ยง!     

                ในเวลาที่ภูวนมีความสุขสุดหฤหรรย์กับสลิดา พิมรากลับสะดุ้งตื่นเมื่อกับเสียงฟ้าร้องเปรี้ยงปร้าง ทั้งที่ไม่มีทั้งลมและฝนตกในกรุงเทพฯเลย พิมราลุกจากที่นอนเดินมาหยุดตรงบานกระจกที่มองลอดออกไปนอกระเบียงห้องนอนก่อนจะเลื่อนบานกระจกออกไป และก้าวไปยืนตรงระเบียงแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากรุงเทพฯยามราตรี ห้องชุดชั้นที่หล่อนพักอาศัยอยู่สูงจนมองเห็นท้องฟ้ายามเปิดได้เป็นอย่างดีทีเดียว และฟ้าคืนนี้ก็เปิดรับการมาเยือนของพระจันทร์ดวงกลมโตสุกใส ไร้เมฆฝนแล้วใยถึงมีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า

                และเพื่อยืนยันถึงเสียงที่พิมราได้ยิน หญิงสาวชะโงกหน้าไปตรงระเบียงห้องที่ไร้ร่างเจ้าของของภูวน แสงวูบวาบสว่างไสวแวบๆ ยังคงสะท้อนไปมาในห้องนั้น พร้อมเสียงเปรี้ยงปร้างครืนครางดุจอยู่ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง ดีที่พิมราเป็นคนใจแข็งหล่อนจึงไม่กลัวและไม่เคยคิดไปถึงเรื่องเล้นลับเหนือธรรมชาติ ก่อนเดินกลับเข้าไปนอนต่อ

 

                ยามเลิกงานในช่วงเย็นพิมราซึ่งทำงานฝ่ายออกแบบลายผ้าของบริษัทผลิตเสื้อผ้ายี่ห้อดัง เดินลงมาจากห้องทำงานผ่านลานจอดรถ ก็ต้องแปลกใจเมื่อสายตาหล่อนปะทะเข้ากับชายหนุ่มเพื่อนร่วมห้องที่หายหน้าหายตาไปถึงหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ อย่างที่เขาบอกอาจติดลมและก็ติดจริงๆ เสียด้วย

                “หวัดดีครับ คิดถึงคุณพิมจังภูวนก้าวลงมาจากรถยนต์คันหรู เอ่ยคำหวานกับหญิงสาวที่ยืนส่ายหน้าอืมระอากับคำพูดหวานหูที่ได้ฟังจนชินของชายหนุ่ม เดินอ้อมมาเปิดประตูที่นั่งคู่คนขับพร้อมผายมือเชื้อเชิญหญิงสาว

ผมมารับ แวะทานข้าวก่อนแล้วต่อด้วยฟังเพลง เต้นรำแล้วค่อยกลับบ้านชายหนุ่มเอ่ยโปรแกรมที่กำหนดไว้โดยมิถามไถ่หญิงสาว

                พิมราส่ายหน้าที่แต่งแต้มจนคมเข้ม รับกับเสื้อผ้าทันสมัยเปรี๊ยวจี๊ดที่หล่อนสวมใส่มาทำงานทุกวันอันเป็นที่ชินตาชายหนุ่ม ไม่ว่างคะ งานเร่งน่าดูถ้าทานข้าวแล้วกลับเลยฉันจะยอมไปกับคุณ แต่ถ้าไปต่อต้องขอตัวเอแล้วทำไมไม่ชวนน้องริต้าไปล่ะคะยังมิวายกระเซ้าคนที่หนีไปหาความสุขกับสาวคนรักเสียหลายวัน

                ภูวนทำหน้าเสียดายก่อนรุนหลังให้หญิงสาวก้าวขึ้นไปนั่งบนรถแล้วปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมมาทำหน้าที่สารถีต่อ

ริต้ากลับบ้านไปแล้ว ใจคอจะให้อยู่กับเขาทั้งวันทั้งคืนหรือไง ผมเบื่อเป็นนะคุณหยุดพร้อมยื่นหน้าเข้าใกล้ส่งสายตาหวานเชื่อมเอ่ยเสียงพร่าแผ่ว

แต่กับคุณพิม ต่อให้อยู่เป็นปีเป็นชาติผมไม่มีมีทางเบื่อ

                พิมราหัวเราะคิกกับท่าทีของชายหนุ่ม แต่ฉันเบื่อขี้หน้าคุณ อยากย้ายหนีวันละหลายสิบรอบ

                “ไม่นะ ไม่ๆ ห้ามย้ายออกไปนะคุณ ผมนะคุ้นเคยกับการมีคุณเป็นเพื่อนนอน…”

                “บ้า พูดดีๆนะ ใครนอนกับคุณหล่อนสวนค้านคำชายหนุ่ม พร้อมส่งตาเขียวใส่

                ภูวนยกมือทำท่ายอมแพ้ ผมพูดยังไม่ทันจบเลย หมายถึงเพื่อนนอนร่วมห้อง

            แล้วไป

                ภูวนแกล้งถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกก่อนถามเสียงจริงจัง ทานข้าวอย่างเดียวแล้วกลับเลยหรือครับ

                “ค่ะ ถ้าคุณอยากอยู่ต่อ ฉันกลับแท็กซี่เองได้

                ชายหนุ่มหันมองหญิงสาวเต็มตาเหมือนจะอยากเอ่ยอะไร แต่ตัดใจหันไปมองตรงไปข้างหน้าพร้อมพารถยนต์คันหรูพุ่งไปตามเส้นทางที่คิดไว้ หาที่เงียบสงบบรรยากาศดีๆ อาหารอร่อยรับประทานพูดคุยกับพิมราให้หายคิดถึง ทั้งที่เขาและเธอเป็นเพียงเพื่อนร่วมห้องมิใช่คู่นอนเหมือนผู้หญิงคนอื่นของภูวน แต่ช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ได้เจอหน้าแม้จะส่งเสียงมาทางโทรศัพท์ถามสารทุกข์สุขดิบของหญิงสาวบ้าง แต่เขากลับโหยหาคิดถึงเธออย่างบอกไม่ถูก หรือเพราะเหตุยังไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศกันนี่กระมังถึงทำให้ยิ่งอยากใกล้ชิดอยากพิชิตเรือนกายเจ้าหล่อนนัก

ภูวนคิดแล้วบัดความคิดเหลวไหลนี้ทิ้งไป เขาจะเก็บพิมราไว้เป็นผู้หญิงคนสุดท้ายที่คิดจะมีความสัมพันธ์แบบชั่วแล่น ชั่วครั้งชั่วคราว เพราะรู้ดีว่าเธอมีดีเกินกว่าจะทำแบบนั้น และเธอจะเป็นคนแรกถ้าเขาคิดจะลงหลักปักฐานกับใครสักคนแม้พิมราจะมิใช่สาวบริสุทธิ์ใสซื่อแต่เขาไม่ถือสา คนเราย่อมมีโอกาสลองใช้ชีวิตของตนเองในแบบต่างๆ ที่พึงพอใจและไม่เดือดร้อนใคร และการลองใช้ชีวิตคู่กับแฟนหนุ่มเมื่อเข้ากันไม่ได้ก็ตัดสินใจเลิกรากันไปก็มิใช่ความผิดบาปร้ายแรง จนหญิงสาวต้องมีตราประทับห้ามเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนงั้นหรือภูวนพลันหลุดจากห้วงคิดคำนึงกับคำถามทำลายความเงียบของหญิงสาว

                “คุณสิลาโทรฯ ไปหาคุณบ้างหรือเปล่าคะ

                “ไอ้สิลานะหรือ ไม่นี่ครับ ทำไมต้องโทรฯเขาปลายสายตามองหญิงสาวเล็กน้อยก่อนหันไปใส่ใจกับท้องถนนยามที่การจรารจจอแจติดขัด

                “อ้าวก็เขาบอกมีธุระกับคุณ มาหาที่ห้องตั้งสองครั้งพิมราเหลียวไปมองเสี้ยวหน้าคมเข้มจมูกโด่งเป็นสันของชายหนุ่ม ที่ทอดมองไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ถึงภูวนจะเป็นคนขี้เล่นแต่ยามทำหน้าที่ขับรถซึ่งรับผิดชอบชีวิตทั้งของตนเองและของผู้อื่นเขาจะมีสมาธิเป็นอย่างมาก

                “ห้าไอ้หินมาเหนือเมฆ ก็มันรู้อยู่แก่ใจว่าผมไม่อยู่แล้วมันจะไปทำไมที่ห้องตั้งสองครั้งสองคราท้ายประโยคชายหนุ่มอดที่จะหัวเราะแผนเข้าหาตีสนิทของเพื่อนรักไม่ได้

                พิมรามุ่นคิ้วโก่งที่เขียนจนเข้ม ก่อนส่ายหน้าไม่ได้คิดตามที่ชายหนุ่มตั้งแง่ ไม่นะ คุณสิลาบอกมีธุระกับคุณจริงๆ อ้อหนังสือเล่มนั้นเขาก็ขอคืนไปก่อน บอกว่าแล้วจะเอามาให้ยืมอีกที

                “หนังสืออะไร?” ภูวนทำหน้ายุ่งก่อนตัดบทชี้ชวนให้หญิงสาวดูสวนอาหารข้างทาง

ทานที่นี่ดีไหมคุณพิม ท่าทางจะร่มรื่น คนไม่พลุกพล่านจะได้คุยกันให้หายคิดถึงเขาอดหันมายิ้มส่งสายตาเชื่อมให้หญิงสาวไม่ได้

                “ดูๆ แล้วคนน้อยเงียบดีหรอกคะ แต่สงสัยอาหารจะไม่อร่อยลูกค้าถึงไม่มาก

                “ดึกๆ คนแน่นนะร้านนี้ ใกล้ค่ำแบบนี้คนอาจยังไม่หิวก็ได้ น้ำย่อยอาจยังไม่ถูกปลุก ตกลงเข้าร้านนี้เลยนะคุณภูวนเลี้ยวรถเข้าไปยังสวนอาหารชานเมืองบรรยากาศร่มรื่นที่เขาเลือกทันที

 

                ระหว่างรับประทานอาหาร พิมรารู้สึกเหมือนมีดวงตาคอยจ้องมองเธออยู่ข้างหลังตลอดเวลา นึกอยากจะเหลียวกลับไปมองหลายต่อหลายครั้งแต่ไม่มีโอกาส อีกทั้งภูวนที่คุยจ้อก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้มีเวลาสนใจสิ่งรอบข้างเลย พิมราจึงต้องเก็บอาการสงสัยไว้ภายในใจต่อไป

                ขณะที่ภูวนที่พูดคุยสนุกสนานเหมือนมิมีอะไรกลับมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน ผิดแต่เขาไม่คิดจะใส่ใจ เมื่อคิดว่าตนเองไม่มีศัตรูที่ไหน และพาลคิดไปว่าอาจมีสายตาที่จับจ้องเพราะนึกอิจฉาที่เขาควงสาวสวยเปรี้ยวเฉี่ยวอย่างพิมรามาก็เป็นได้

                “ขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะพิมราเอ่ยขออย่างมีมารยาทเมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว

 

                และที่หน้าห้องน้ำหลังจากเธอเสร็จกิจธุระ หลังม่านบังตาที่ทำจากไม้ไผ่สานขัดเป็นลายเพื่อแยกห้องสุขาชายหญิงออกจากกัน ร่างสูงผอมของผู้ชายวัยสามสิบต้นๆ ก้าวออกมาขวางทางทันทีที่พิมราจะเดินกลับออกไป

                “อุ๊ย!..วสุชื่อชายผู้นั้นหลุดออกมาจากปากกระจับของพิมรา ก่อนจะเม้มสนิทคิดจะเดินเลี่ยงเขาไป

มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนพันธนาการมิให้หญิงสาวตีจากเขาไปอีก

                “เห็นหน้าพี่จะรีบหลบไปไหนล่ะ พิม

                “ปล่อย!” พิมราส่งเสียงต่ำออกไป ขณะพยายามเบี่ยงแขนเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา แต่วสุกลับบีบแน่นดุจปลอกเหล็กที่รัดรึงจนหญิงสาวเจ็บปวด

เจ็บนะ บอกให้ปล่อย

                “ปล่อยก็ได้แต่พิมต้องบอกพี่มาก่อนว่าไอ้หมอนั่นนะ แฟนใหม่พิมใช่ไหมเขาพยักเพยิดไปที่โต๊ะซึ่งภูวนนั่งรอพิมราอยู่

                ใบหน้าหญิงสาวเชิดขึ้นทันทีก่อนกดริมฝีปากยิ้มเยาะ ใช่หรือไม่ใช่ มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ

                “เกี่ยวสิ เพราะไอ้หมอนี่ใช่ไหมพิมถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์พี่ คอยหลบหน้าพี่เขาหยุดก่อนหัวเราะขบขัน จะหาแฟนใหม่ทั้งทีเลือกที่มันดีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ ใครมารู้เข้าพี่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เมียเก่านายวสุมีผัวใหม่เป็นกุ๊ย

ผลั่ก!

พูดจบใบหน้าที่ยิ้มเยาะหัวเราะบาดอารมณ์กลับลงไปกองแทบพื้น พร้อมชายหนุ่มที่ถูกปรามาสว่าเป็น กุ๊ยยืนหน้าถมึงทึง

คุณคิดถูกที่สุดแล้วที่เลิกกับไอ้ผู้ชายคนนี้เสียได้ ไปเถิดภูวนหันไปโอบไหล่พิมราพาเดินออกไปจากตรงนั้น ซึ่งบัดนี้ไทยมุงที่ได้ยินเสียงเอะอะเริ่มหนาตาขึ้น

วสุใช้ปลายนิ้วแตะตรงช่องจมูกที่รู้สึกถึงของเหลวอุ่นเริ่มซึม ก่อนกัดฟันกรอดลุกขึ้นและพุ่งเข้าหาหวังลอบทำร้ายภูวนอย่าเร็ว

พลันร่างที่พุ่งลิ่วกลับสะดุดอากาศที่ว่างเปล่าล้มหน้าคะมำไปกระแทกกระถางต้นไม้ที่ประดับไว้เป็นมุมเป็นหย่อมในสวนอาหารแห่งนี้

โอ๊ยย!” ชายหนุ่มเงยที่อาบไปด้วยโลหิตสีแดงฉานจากรอยแตกตรงหน้าผาก หันไปมาทำหน้าเหลอหรา ถ่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของไทยมุงที่เริ่มถอยหนีโดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า คนที่คิดว่าซุ่มซ่ามสะดุดขาตนเองหกล้มนั่น เป็นเพราะเวรกรรมที่กำลังจะลอบทำร้ายผู้อื่นหรือถูกมือปริศนาผลักกันแน่


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ










และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

9 ความคิดเห็น