ตอนที่ 38 : บทที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 พ.ย. 61


งานสวดศพของพสุธาในคืนนี้ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือใครจงใจ วสุ สลิดา และบิดามารดาของภูวนต่างมากันครบครัน การเผชิญหน้ากับวสุและสลิดาไม่ทำให้พิมราสะทกสะท้านเท่ากับการต้องเผชิญหน้ากับบิดามารดาของภูวน หญิงสาวรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องตลอดเวลาที่นั่งฟังพระสวดใกล้กับมารดาของภูวน พิมราเห็นท่านชำเลืองมาที่เธอเป็นระยะๆ แต่สายตาท่านไม่เจือแววเหยียดหยันหรือรังเกียจเดียดฉันท์เหมือนวันก่อน

“เธออยู่กินกับตาภูนานแล้วหรือยัง” วิมาดาถามพิมราทันทีที่ฟังสวดจบและมีโอกาสได้คุยกัน

“เอ่อ…คือว่า เรา…เราเพิ่งจะอยู่กันแบบคู่รักค่ะ” พิมราตอบตะกุกตะกัก

วิมาดามารดาของภูวนยื่นหน้าเข้ามาแทบจะชิดใบหน้าของพิมรา พร้อมกระซิบกระซาบเพราะไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน

“ลูกชายฉันปกติดีนะ”

พิมราเลิกคิ้วสูง อ้าปากหวอกับคำถามของแม่สามี พร้อมทำตาปริบๆ ตอบคำถามท่านอย่างแสนยากลำบาก

“ท่านหมายถึงอะไรคะ”

วิมาดาทำท่าขัดใจ ก่อนถามย้ำ “ก็หมายถึงเรื่องบนเตียงของพวกเธอ เค้า…เอ่อ…กับเธอไหม” ท่านสรุปในตอนท้ายแบบรวบรัด

พิมราหน้าม้านไม่คิดว่ามารดาของภูวนจะถามเรื่องแบบนี้ แต่ท่านคงต้องมีเหตุผลถึงอยากรู้นัก พิมราจึงพยักหน้าน้อยๆ พร้อมส่งคำถามกลับ

”มีอะไรที่ทำให้ ท่านคิดว่าภูจะไม่…ล่ะคะ”

วิมาดาหันซ้ายแลขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจการสนทนาของท่านกับลูกสะใภ้หมาดๆ ที่ภูวนเพิ่งแนะนำให้รู้จัก ท่านจึงกระเถิบเข้าใกล้พิมราอีกนิด พร้อมพูดคุยเสียงแผ่วเบา

“เธอเคยเห็นตาภูไปไหนมาไหนกับเด็กหนุ่มตัวผอมๆ ผิวคล้ำๆ ไหม”

พิมราแปลกใจกับคำถามนี้ของท่านอีกครั้ง แต่ไม่วายยกท่อนแขนของตนเองดู แล้วถามกลับ

“คล้ำขนาดพิมได้ไหมคะ”

วิมาดามองผิวพรรณของพิมรา ผิวสีน้ำผึ้งของเธอผุดผาดสะอาดสะอ้านชวนหลงใหล ดูมีเสน่ห์และเซ็กซี่แม้ในสายตาผู้หญิงด้วยกันอย่างท่าน หญิงสูงวัยยิ้มน้อยๆ อาจเพราะแบบนี้กระมังลูกชายของท่านจึงกลับตัวกลับใจหันมาหลงใหลผู้หญิงคนนนี้

“พอๆ กับเธอนี่แหละ ”

“ท่านคงเห็นภูไปไหนมาไหนกับพิมมั้งคะ เพื่อนๆ ของภู ผิวขาวๆ กันทั้งนั้น มีพิมคล้ำที่สุด”

“เฮ้..ฉันหมายถึงผู้ชายนะ ไม่ใช่ผู้หญิง แล้วเพื่อนสนิทของตาภูฉันรู้จักหมด แต่คู่ขา…เอ๊ย ฉันหมายถึงเด็กหนุ่มผิวคล้ำที่ตาภูพาไปที่บ้านฉันเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก”

ผิวคล้ำ พาไปแนะนำที่บ้าน…ฉันนี่นา

พิมราคิดทบทวนในใจ ใช่แล้ววันนั้นท่านไล่ตะเพิดพวกเธอออกมา พร้อมด่าว่า กล่าวหาว่าภูวนวิปริต…หรือท่านเห็นเราเป็นผู้ชาย

พิมราลอบยิ้มไม่อยากให้มารดาของภูวนเห็น ก่อนถือวิสาสะเอื้อมมือไปจับมือท่านบีบกระชับ

“ท่านคะ ภูวนเป็นผู้ชายเต็มตัว เขาไม่เคยควงผู้ชายและไม่เคยคิดที่จะควงด้วยค่ะ พิมเป็นพยานได้ พิมอยู่กับเขามานานพอสมควรก่อนเราจะลงเอยกันแบบนี้ ภูไม่เป็นแบบนั้นแน่นอนค่ะ”

คุณวิมาดาถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงแม้ไม่ชอบใจที่ภูวนบุ่มบ่ามจดทะเบียนกับผู้หญิงตรงหน้า แต่ก็เบาใจได้ว่าท่านได้ลูกสะใภ้ไม่ใช่ได้ลูกเขย ส่วนเรื่องที่ท่านพยายามแนะนำลูกสาวของเพื่อนๆ ให้ภูวนนั้นก็ต้องเลิกล้มเพราะบุตรชายไม่เคยให้ความร่วมมือเลยสักครั้ง

“ฉันดีใจที่ตาภูเลือกเธอ แทนที่จะเลือกเด็กหนุ่มคนนั้น ฝากลูกแม่ด้วยนะ”

วิมาดารั้งร่างพิมรามากอดกระชับ นึกถึงคำของสามี เลี้ยงลูกเลี้ยงได้แต่ตัวจริงๆ เมื่อไม่อาจเลือกคู่ครองให้ลูกได้ การยอมรับคนที่ลูกเลือกคือทางเดียวที่ท่านพอจะทำได้และต้องทำให้ได้ด้วย เพื่อความสุขของลูก อันหมายถึงความสุขของผู้เป็นพ่อและแม่ไปโดยปริยาย

 

มุมหนึ่งในวัดที่ซึ่งสงบเงียบเพราะไม่มีใครใคร่เดินผ่าน ยิ่งเป็นเวลาดึกเช่นนี้ยิ่งไร้เงาของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์เยื้องกรายเข้าใกล้

ชายหนุ่มผมยาวประบ่ายืนชิดผนังปูนของอุโบสถ เบื้องหน้ามีหญิงสาวสะสวยรูปร่างอวบอิ่มในชุดสีดำเนื้อบางเบายืนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ริมฝีปากที่เคลือบด้วยสีชมพูเม้มสนิท ดวงตาที่จ้องเขามีแววตัดพ้อและค่อยๆ สลายกลายเป็นหยาดน้ำใส ไหลรินทางร่องแก้ม เอ่ยเสียงสั่นพร่าตัดพ้อต่อว่าชายหนุ่ม

“ภูไม่เชื่อใจริต้าใช่ไหม ริต้าสาบาน ริต้าไม่เคยมีใครไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“มันจบไปแล้ว ริต้า อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย ตอนนี้ผมมีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายแล้ว และผมก็รักเธอมากด้วย” ภูวนเอ่ยเสียงเรียบเช่นเดียวกับสีหน้าและแววตาที่จับจ้องสลิดา หญิงสาวที่เคยมีความสัมพันธ์กับเขา

“ไม่นะ! ริต้ารักภู ริต้าไม่ยอมจบ” สลิดาโผเข้าหากอดรัดชายหนุ่มที่พยายามเบี่ยงหลบและแกะมือเธอออกเป็นพัลวัล พร้อมเอ่ยปราม

“ริต้า นี่ในวัดนะ ปล่อย เราจบกันแล้ว จบกันตั้งแต่คุณไม่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้น คุณสวมเขาให้ผมก่อนนะ” ภูวนออกแรงผลักจนสลิดาเซถอยห่างเพราะดันออกเบาๆ เธอไม่ยินยอม

“อ๊ายยยย!!! ไม่จริง ริต้าไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงคนไหน” สลิดากรีดร้องเสียงดังลั่น

“ริต้า คุณจะตะโกนให้ใครมาได้ยินหรือยังไง” ภูวนท้วงขึ้น

“ภูก็ฟังริต้าบ้างสิ วีดิโอบ้าๆ นั่น ริต้าตั้งใจถ่ายเอง แต่มันเป็นตอนที่เรามีความสุขกันนะ” เธอเผยความจริงออกมาเสียงละห้อย

“สลิดา!!” ภูวนแทบไม่เชื่อว่าเธอจะทำอะไรแบบนี้ได้

“ริต้าตั้งใจจะเอามาบีบให้ภูแต่งงานกับริต้าโดยเร็ว แต่ทำไมมันออกมาเป็นแบบนั้นได้ก็ไม่รู้ ริต้าขอโทษ”

“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะทำเรื่องแบบนี้ได้ ลาก่อนสลิดา” ภูวนเขาโกรธจนลมออกหูเดินจากมาด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก ทั้งเจ็บแค้นที่สลิดาคิดจะจับเขาด้วยวิธีสกปรกแบบนี้ แต่ไม่วายแปลกใจถ้าสลิดาถ่ายวีดิโอที่เขาและเธอมีความสัมพันธ์กันจริง ทำไมรูปมันออกมาแบบนั้นได้

 

หลังจากการพูดคุยกับมารดาของภูวน เพื่อสร้างความสนิทสนมและทำความรู้จักกันมากขึ้นเป็นเวลาพอสมควรแล้ว พิมราก็ขอตัวซึ่งเป็นเวลาเดียวกับบิดาของภูวนมาชวนให้คุณวิมาดากลับเช่นกัน พิมราไปส่งท่านทั้งสองที่รถ พร้อมสอดส่ายสายตามองหาภูวนที่เหมือนจะหายไปตั้งแต่พระยังสวดไม่จบบทเสียด้วยซ้ำ หญิงสาวยืนเตร่อยู่ที่รถเพื่อรอเขา ไม่คิดที่จะกลับเข้าไปในศาลาเพราะแขกคนอื่นก็เริ่มทยอยกลับกันจนหมดแล้ว แต่จู่ๆ ก็มีเสียงกระแอมดังขึ้นข้างหลังจนพิมราสะดุ้งสุดตัว เผลออุทานอย่างตกใจ

“อุ๊ย!” หญิงสาวยกมือทาบอก พร้อมกล่าวตำหนิคนมาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง

“ตกใจหมด คุณเล่นมาเงียบๆ”

“เงียบหรือ พี่ส่งเสียงกระแอม แล้วนะ” วสุหัวเราะหึๆ ยามมองใบหน้าตระหนกของพิมรา

“แล้วนี่รอใครหรือ ดึกแล้วให้พี่ไปส่งไหมครับ”

พิมราปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย ก่อนพูดชัดถ้อยชัดคำ

“รอสามีค่ะ เขาไปห้องน้ำเดี๋ยวเดียวก็มา”

วสุหน้าเข้มหางคิ้วกระตุกกับคำว่าสามีของพิมรา พาลนึกไปถึงชายหนุ่มผมประบ่ารุงรังที่ไปไหนมาไหนกับพิมรา คนที่ต่อยเขาลงไปนอนวัดพื้น คิ้วหนาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าของเขาก็ขมวดชิด กัดฟันถามพิมราไป

“พิมแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เชิญพี่บ้าง”

“ไม่ได้ทำพิธี แค่จดทะเบียนสมรสกันเฉยๆ คิดว่าไม่ต้องบอกใครก็ได้ค่ะ” หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบ แต่ส่งแววตาเย้ยหยัน

วสุกดริมฝีปากลึก ก่อนกระดกยิ้มเมื่อพูดเสียดแทงใจพิมรา

“พิมชอบทำอะไรง่ายๆ อย่างนี้เสมอ พี่ไม่แปลกใจเลย”

ผลัก!

จบสิ้นประโยคใบหน้าของวสุก็หันตามแรงส่งจากกำปั้นของภูวน ที่เข้ามาทันได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ และได้ยินชัดกับประโยคดูถูกเหยียดหยามภรรยาสาวสวยของเขา พร้อมผรุสวาท

“ไอ้ปากหมา!

“จะมากไปแล้วนะ” 

วสุใช้นิ้วมือแตะช่องจมูก เมื่อมีความรู้สึกว่าของเหลวอุ่นๆ คั่งอยู่ โลหิตสีแดงสดติดปลายนิ้วเขาออกมา ยิ่งเพิ่มแรงแค้นและแรงอาฆาตให้เขายิ่งขึ้น ทันทีที่ยันกายยืนขึ้น เขาก็ปรี่เข้าหาภูวนดุจเสือร้ายกระโจนเข้าขย้ำเหยื่อทันที การตะลุมบอนของสองคนจึงเริ่มขึ้น แม้จะมีเสียงร้องห้ามของพิมราแต่ต่างก็ไม่มีใครรับฟัง ในเมื่อศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี ซึ่งไม่อาจยอมให้ใครมาเหยียดหยามภรรยาค้ำคอภูวนอยู่

ส่วนอีกฝ่ายสะสมความแค้นมานานตั้งแต่ถูกภูวนชกปากครั้งแรก รวมถึงการที่ภูวนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพิมราผู้หญิงที่เคยมอบความสาวให้แก่เขาและเขาคิดจะกลับมาคืนดีกับเธออีกครั้ง แต่ติดที่มีก้างชิ้นโตที่ชื่อ ภูวนขวางอยู่

“เสน่ห์แรงจริงๆ นะ”

พิมราสะดุ้งโหยงกับประโยคส่อเสียดที่ดังมาจากด้านหลัง เมื่อเธอเหลียวกลับไปมองก็เห็นสลิดายืนหน้าบึ้งอยู่

“คุณ ช่วยห้ามหน่อยสิคะ” พิมราขอความช่วยเหลือจากคู่รักเก่าของภูวน

สลิดายิ้มเหยียดยักไหล่อย่างน่าหมั่นไส้ “จะห้ามเขาทำไม สัตว์ตัวผู้กัดกันเพราะvแย่งสัตว์ตัวเมีย เป็นไปตามธรรมชาติและสันดานดิบของมันอยู่แล้วนี่ ว่าแต่” เธอหยุดพูดหันมาจิกสายตาดูถูกใส่พิมรา

“สัตว์ตัวเมียนี่สิ จะดีพอให้แย่งไหม ฉันรู้นะว่านั่นผัวเก่าของเธอแล้วภูก็คือผัวใหม่ น่าปลื้มใจไหมล่ะ พิมรา สิทธิวัฒน์ เอ๊ะไม่ใช่สิ เธอต้องใช้ พัฒนเวทช์”

เพี๊ยะ!

สลิดาหน้าหันเพราะฝ่ามือเรียวสวยแต่เต็มไปด้วยความเคืองขุ่นของพิมรา ที่วาดลงเต็มแรงกับคำดูถูกที่พ่นออกมา

“ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมภูถึงไม่มีเยื่อใยให้กับเธอแม้แต่น้อย น่าเสียดายเกิดในตระกูลดี การศึกษาก็สูง แต่ความประพฤติและวาจาต่ำยิ่งกว่า...” พิมราหยุดพูด กวาดสายตามองสลิดาตั้งแต่หัวจรดเท้า

“จะเปรียบเธอกับอะไรดีละ ถ้าเปรียบกับแม่ค้าหรือคนไร้การศึกษา คนพวกนั้นจะพากันเสื่อมเสียไปกับเธอด้วย เพราะเธอต่ำกว่าหลายเท่านัก สลิดา…ฉันไม่อยากเอ่ยนามสกุลให้บรรพบุรุษเธอพลอยเสียหายไปด้วยหรอกนะ”

กรี๊ดดดดด!!!! แก แก ฉันจะฆ่าแกสลิดาลูบแก้มที่เจ็บจนชา ซอยเท้ายิกๆ เมื่อกรีดร้องข่มขู่

 

ฝากอิบุ๊กด้วยค่ะ คลิกที่ปกได้เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

9 ความคิดเห็น