ตอนที่ 37 : บทที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 พ.ย. 61


โครม!

เจ้าสิโรดมทรงทำลายข้าวของในห้องบรรทมด้วยพลังเวทที่พุ่งเพิ่มสูงขึ้นจนเติมเต็มอย่างอัศจรรย์ เมื่อทอดพระเนตรเรื่องราวรักเร้นลับของแม่หญิงผู้เป็นยอดดวงใจ

“เจ้าทรยศความรักที่ข้ามีให้หรือ จันทร์เจ้าฉาย!!

แล้วไยเมื่อก่อนมิเคยรับทราบ อาจเพราะทรงรักและหลงใหลแม่หญิงจันทร์เจ้าฉายจนมิอาจถอนตัว ไม่เคยคิดที่จะย้อนกลับไปมองชีวิตวัยเยาว์ของนาง ไม่เอะใจหรือฉุกคิดขึ้นมายามที่จันทร์เจ้าฉายขอไปปฏิบัติธรรมหลังองครักษ์มือหนึ่งของพระองค์เสียชีวิต ไม่สนใจแม้กระทั่งว่าทำไมเขาถึงตายอยู่ตามลำพังกับแม่หญิงของนคร และตายด้วยสาเหตุใด รวมถึงศพของเขาฝังไว้ ณ ที่แห่งใด ทรงละเลยได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ

“สมจันทร์!!

ทรงรับสั่งรอดไรฟัน แม้ทรงโสมที่นั่งร้องไห้กระซิก มองเศษซากแจกัน โต๊ะเก้าอี้ ที่พังยับด้วยพลังจิตของเจ้าสิโรดมก็มิอาจได้ยิน แต่สุรเสียงกลับดังก้องข้างหูของปุโรหิตเฒ่าถึงที่บ้าน ท่านแปลกใจไม่น้อยที่พลังเวทของผู้ครองนครฟื้นฟืนขนาดส่งกระแสจิตมาไกลขนาดนี้ได้ ในเวลาอันรวดเร็วท่านผู้เฒ่าส่งเสียงตอบรับมาทางเดียวกันทันที

“ขอรับ”

“ศพสุริยะ ฝังอยู่ที่ไหน”

ปุโรหิตสมจันทร์ทำหน้าฉงน คิดไม่ตกว่าเหตุใด เจ้าสิโรดมถึงอยากรู้ว่าหลุมฝังศพขององครักษ์ที่สิ้นชีวิตไปแล้วกว่าห้าร้อยปีตั้งอยู่ที่ใด

“ไม่ต้องมาสงสัย ข้าถามก็ตอบมา” ทรงตวาดเสียงลั่น เมื่อรับรู้ถึงความคิดของปุโรหิตเฒ่า

ปุโรหิตสมจันทร์ถึงกับสะดุ้งพลาม เมื่อเจ้าสิโรดมหยั่งรู้ความคิดของท่าน แสดงว่าพลังเวทของพระองค์มิใช่แค่ฟื้นคืนธรรมดา กลับเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุด ชายชรายกนิ้วขึ้นมานับคำนวณ ก่อนตอบกลับไป

“ทราบเพียงว่าอยู่ในป่าเชิงเขาชิงดาว ขอรับ”

“แล้วตอนนี้ดวงจิตของมันอยู่ที่ใด”

“บนโลกมนุษย์” เสียงตอบกลับหลังจากเจ้าสิโรดมส่งคำถามมาเพียงอึกใจเดียว

“บนโลกมนุษย์!!!” ทรงกัดฟันกรอด ลงไปตกที่เดียวกับจันทร์เจ้าฉาย หรือจะเป็นดวงชะตา หรือพวกเขาจะได้ครองคู่

“ไม่!!! ข้าไม่ยินยอม จันทร์เจ้าฉายต้องกลับมาเป็นศรีแห่งนครจันทรา” ทรงตะโกนก้องจนทรงโสมสะดุ้ง กระเถิบไปจนหลังชิดมุมหนึ่งของห้อง ช้อนสายตาขึ้นมองดวงหน้าเคร่งเครียดของสวามี แต่มิกล้าเอ่ยอะไร

“มันอยู่ใกล้หรือไกล จันทร์เจ้าฉาย”

“มิอาจเห็นได้ ขอรับ เพียงแค่สัมผัสได้ว่าดวงจิตของท่านสุริยะ จุติในร่างมนุษย์โลก”

ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เจ้าสิโรดมได้แต่ครุ่นคิด เกิดอะไรขึ้น ทำไมทั้งองค์เองและมหาปุโรหิตแห่งนครจันทรา มิอาจมองเห็นวงจรชีวิตของสุริยะ เฉกเช่นดวงจิตของคนแห่งนครจันทราที่ลงไปจุติบนโลกมนุษย์คนอื่นๆ

“สมจันทร์ ให้คนไปขุดศพสุริยะ ขึ้นมา”

“ท่าน!” ปุโรหิตเฒ่าอยากร้องค้าน การขุดศพคนตายขึ้นมาถือเป็นการลบหลู่ และรบกวนกายใหม่ที่กำลังครองอยู่ และอาจถึงสิ้นชาติไปในทันทีถ้าคนที่ขุดขึ้นมากระทำพิธีส่งดวงจิตลงสู่นรกภูมิ การทำเช่นนี้จึงถือเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง

“สมจันทร์ ทำตามที่ข้าสั่ง” รับสั่งเฉียบขาดส่งผ่านกระแสจิตที่แรงกล้า ส่อประสานแรงอาฆาตแค้นที่ผสมปนเปมา ทำเอาชายชราผู้รับคำสั่งเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ

 

พิณนรีกรอกตามองอย่างงุนงงไปทั่วห้อง ผนังและเพดานสีขาวสะอาดตา โต๊ะเล็กๆ ข้างหัวเตียงมีแจกันดอกไม้สีสดใสวางเรียงราย อีกทั้งใบหน้าที่คุ้นตาของบุรุษวัยกลางคนที่เหี่ยวย่นเกินวัย เพราะการตรากตรำกรำงานหนักมาตลอดชีวิต เคียงข้างใบหน้าสวยสดใสแม้วัยจะล่วงเลยสี่สิบมาหลายปีดีดักแล้ว ทั้งสองนั่งคู่กันข้างเตียงที่เธอนอน

“พ่อ! แม่!” เธอมองข้ามไหล่ของบิดามารดา ไปสบกับสายตาบึ้งใบหน้าตึงของพิมรา ที่ยืนเคียงข้างภูวนซึ่งชายหนุ่มสวมเชิ้ตแขนยาวสีขาวและกางเกงสแล็คซ์สีเข้ม เหมือนกำลังจะไปงานหรือเพิ่งกลับจากงานศพ

“ฟื้นแล้วหรือลูก โอยแม่ใจหาย ห่วงพิณแทบแย่ เจ็บตรงไหนบ้างลูก” เพ็ญนภามารดาของพิณนรีถามบุตรีด้วยความห่วงใย

“พิณเป็นอะไรไปหรือ?” หญิงสาวยังงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก ตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหน ทำไมพ่อกับแม่ถึงมาอยู่ที่นี่ด้วย แล้วพิมราที่ยืนหน้าบึ้งบอกกับพ่อหรือยังว่าจดทะเบียนกับภูวนแล้ว และความคิดมากมายวิ่งวุ่นในหัวสมอง จนพิณนรีต้องยกมือขึ้นกุมขมับ รู้สึกปวดหนึบที่ต้นคอ และเมื่อยขบไปทั่งร่างกาย

“พิณรถชนนะสิ แม่พิมโทร.ไปบอกแม่ แม่แทบช็อค ขวัญเอ๊ยขวัญมา” เพ็ญนภาก้มลงจุมพิตหน้าผากที่ยังมีร่องรอยช้ำของพิณนรี

พิณนรีนึกลำดับเหตุการณ์ ตั้งแต่ตนเองระเริงรักกับพสุธาในรถที่จอดสนิท และเมื่อรถออกตัวเธอกลับคิดเล่นสนุกเริ่มเล้าโลมเขาอีกครั้ง สุดท้ายที่เธอรับรู้คือเสียงกระทบกันของเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมสติสัมปชัญญะหล่นหาย เมื่อลำดับเหตุการณ์ได้ พิณนรีถึงกับหน้าซีดสลด ตอนก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุเธอยังสวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย แล้วยังทำ…

อา…สภาพที่คนมาพบเห็นเขาและเธอจะเป็นอย่างไรหนอ อุจาดบาดตาแค่ไหน แล้วจะเป็นข่าวหน้าหนึ่งไหม แล้วเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ถ้าข่าวลงว่ารถเกิดอุบัติเหตุเพราะทั้งสองคนเล่นเสียวในขณะที่รถวิ่ง

พิณนรีหลบสายตาที่มองด้วยความห่วงใยของพ่อและแม่ และไม่กล้าเงยขึ้นไปสบตาพิมราและภูวน เขาเป็นเพื่อนสนิทของพสุธาลองเรื่องนี้รู้ถึงหูเขา แล้วโอกาสที่จะใกล้ชิดภูวนก็ยิ่งยากขึ้นเต็มที

ความรู้สึกอึดอัดใจของพิณนรีเริ่มคลายออกเมื่อหมอและพยาบาลเข้ามาในห้อง ภูวนจึงเสนอพาท่านทั้งสองไปรับประทานอาหาร เพราะเลยเวลาอาหารเย็นมามากแล้ว โดยทิ้งพิมราไว้อยู่เป็นเพื่อนพิณนรี

“พิม” พิณนรีเรียกให้พิมราหันมาสนใจเธอ เมื่อหมอและพยาบาลออกไปแล้ว

พิมราละสายตาจากจอโทรทัศน์ ชำเลืองคนเรียกเพียงแวบ ก่อนหันกลับไปสนใจข่าวสารบ้านเมืองต่อ พิณนรีจึงเกิดอาการฮึดฮัด

“พิม! มานั่งใกล้ๆ นี่ เขามีเรื่องจะถาม”

พิมราจำใจเดินเข้ามานั่งชิดขอบเตียงคนไข้ สายตาที่จับจ้องใบหน้าที่มีริ้วรอยจากอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยของพิณนรี บ่งบอกอะไรหลายอย่าง ผิดหวัง คาดไม่ถึงและเสียใจ

“มีอะไร?

“คุณดินเป็นยังไงบ้าง”

พิมราส่งสายตำหนิมองน้องสาวตรงๆ เมื่อนึกถึงสภาพที่คนไปพบเห็นในที่เกิดเหตุ รถเก๋งของพสุธาชนท้ายรถบรรทุกที่จอดเสียอยู่ข้างทาง พสุธาคอหักเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย พิณนรีที่ฟุบอยู่อยู่บนตักเขาแค่บาดเจ็บเล็กน้อย มีรอยถลอกและรอยบาดของกระจกเพียงเล็กน้อย แต่สภาพของทั้งคู่ทำเอาพิมราแทบเอาปี๊บคลุมหัวเมื่อหน่วยกู้ภัยบอกเล่าให้ฟัง ดีหน่อยที่ภูวนรู้จักกับนักข่าวซึ่งไปถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรกจึงขอไม่ให้ถ่ายภาพและลงข่าวของทั้งคู่ กับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนถนนสายนั้น ถนนที่ภูวนเลี้ยวเข้าไปจอดและจูบเธอ ถนนที่ตำรวจบอกว่าพวกวัยรุ่นรักสนุกชอบไปหาความสุขกัน  พิมราถอนหายใจยาวก่อนตอบ

“ดินตายแล้ว”

“เหรอ?” พิณนรีไม่ได้กรีดร้องอย่างตกใจเช่นที่พิมราคิด เธอแค่ทำตาโตประกอบคำถามสั้นๆ

พิมราเหลืออดเหลือทนกับน้องสาวต่างมารดาผู้ที่นำความอับอายมาให้ เธอแทบมองหน้าภูวนไม่ติดเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เพราะตำรวจโทร.เข้ามือถือพิมราเพื่อแจ้งข่าวจากเลขหมายโทรศัพท์ในกระเป๋าของพิณนรี เนื้อตัวของพสุธาไม่มีเลือดเปรอะเปื้อนมีแต่เหงื่อกาฬชุ่มโชก ซิปกางเกงรูดลงจนสุดอีกทั้งพิณนรีก็ฟุบอยู่ตรงหน้าขา แค่เห็นเป็นใครก็เดาออกว่าพิณนรีกำลังทำอะไรให้พสุธาที่ทำหน้าที่ขับรถไปด้วย เสียงไทยมุงที่มาถึงเป็นพวกแรกเอ่ยสมน้ำหน้า บางคนก็ว่าพสุธาโชคดีที่ตายอย่างมีความสุข พิมราแทบแทรกแผ่นดินหนีถ้าต้องออกหน้ารับเป็นญาติของพิณนรี ดีที่ภูวนจัดการให้หมดทุกอย่าง รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลานี้ด้วย พิณนรีหมดสติไปถึงสองวัน พิมราจึงต้องโทร.ไปบอกพ่อกับแม่เลี้ยงเพราะไม่อยากถูกตำหนิถ้าท่านทราบในภายหลัง

“เหรอ เธอพูดได้ดีแค่นี้หรือ” เธอตำหนิน้องตรงๆ

“แล้วจะให้พิณทำยังไง ร้องไห้คร่ำครวญ ฆ่าตัวตายตามเขาไปหรือ บ้าสิ” พิณนรียักไหล่อย่างติดเป็นนิสัย ไม่สนใจว่าชายหนุ่มที่ตายไปมีความสัมพันธ์กับตนเองลึกซึ้งขนาดไหน เพราะถึงแม้ว่าขาดพสุธาไปเสียคนคู่ขาของพิณนรีก็มีอีกตั้งมากมาย รวมถึงภูวนคนที่เธอหมายมั่นปั้นมือไว้แล้วว่าต้องแย่งมาจากพิมราให้ได้

พิณนรีอยากเห็นพิมราเสียใจร้องไห้เหมือนเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ตอนแย่งของเล่นหรือมีเรื่องทะเลาะกันตามประสาพี่น้อง พิมราจะต้องถูกเพ็ญนภาแม่ของเธอทุบตีเป็นประจำ จากร้องไห้หนักในช่วงแรกสุดท้ายเมื่อเหตุการณ์นั้นวนเวียนซ้ำซากพิมราจึงกลายเป็นเด็กใจแข็งไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นอีกเลย

น้ำตาของพิมราจึงเป็นสิ่งที่พิณนรีอยากเห็น

“ถึงไม่ร้องไห้เสียใจ เธอก็ควรสำนึกผิด” พิมราตำหนิตรงๆ

“สำนึกผิด ตลกแล้ว พิณผิดตรงไหน ดินขับรถไม่ระวังเอง” เธอแสยะยิ้ม สบตาพี่สาวอย่างไม่สะทกสะท้าน

“แล้วเธอทำอะไร ตอนที่รถแล่นอยู่ล่ะ” พิมราพูดเสียงรอดไรฟัน

พิณนรีทำหน้าตกใจ แต่เพียงครู่ก็สลายสีหน้า เชิดคางขึ้นเล็กน้อย

“ดินเขาบังคับให้พิณทำนะ เขาชอบแบบนั้น” เธอโยนความผิดให้คนตายหน้าตาเฉย

พิมราแทบไม่เชื่อหู พสุธาหรือจะยับยั้งชั่งใจตนเองไม่ได้ ขนาดอยากปลดเปลื้องอารมณ์ทันทีที่บังเกิดแม้ขณะรถกำลังแล่นบนท้องถนนเช่นวันนั้น

“คิดไหมถ้าเกิดหนังสือพิมพ์ประโคมข่าวนี้ พวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” สุดท้ายพิมราก็เปรยเสียงเรียบ

เมื่อคิดถึงข่าวที่ตามมา พิณนรีถึงกับหน้าถอดสี ละล่ำละลักถามความจริงกับพิมรา

“แล้วหนังสือพิมพ์ลงว่ายังไง พิม มีรูปพิณไหม โอยแล้วนี่พิณจะไปทำงานได้ยังไง บ้าจริง”

“ไม่มี ภูช่วยวิ่งเต้นไม่ให้นักข่าวกับช่างภาพคนที่ไปเป็นคนแรกทันถ่ายภาพอุจาดของเธอเอาไปลง” พิมราหยุดพูดส่งสายตาเหยียดไปให้น้องสาว

“เสียค่าซื้อภาพข่าวนี้ไปมากพอสมควรนะพิณ ต่อไปก็ประพฤติตัวให้ดีหน่อย อย่าให้การช่วยเหลือครั้งนี้สูญเปล่า”

พิณนรีกัดฟันกรอด พร้อมพูดแดกดัน “พิณต้องไปขอบคุณ พี่เขยสุดหล่อไหมล่ะ”

“พิณ! อย่ามาทำเสียงประชดประชันฉันแบบนี้นะ จำไว้ถ้าเธอทำตัวไม่ดีล่ะก้อ ฉันจะบอกเรื่องนี้กับแม่เธอ” พิมราข่มขู่ หวังให้พิณนรีกลับตัว

“ลองตัวบอกแม่ พ่อก็รู้ เอาสิพ่ออาจเส้นโลหิตในสมองแตกก็ได้นะ พ่อเป็นความดันโลหิตสูงอยู่แล้วนี่ อยากเป็นลูกอกตัญญูก็เชิญ” สุดท้ายพิณนรีกลับพลิกสถานการณ์มาถือไพ่เหนือกว่า เพราะความที่พิมรารักและเป็นห่วงสุขภาพของบิดานั่นเอง

“เออตัวบอกพ่อแล้วหรือว่า คุณภูเป็นใคร” พิณนรียังอดสนใจเรื่องของพี่สาวต่างมารดาไม่ได้

พิมราพยักหน้า

“พ่อว่ายังไง” พิณนรีทำท่าทีสนใจเรื่องส่วนตัวของพิมราอย่างออกนอกหน้า

“จะว่าอะไร ฉันกับเขาจดทะเบียนถูกต้อง ถึงไม่มีพิธีรีตรอง แต่ไม่ใช่พวกลักกินขโมยกินอย่างเธอ”

พิมราส่งคำพูดเสียดแทงใจน้องสาว ก่อนหันไปสนใจเมื่อมีเสียงเปิดประตูพร้อมทั้งสามคนกลับเข้ามา พ่อและแม่เดินตรงมาที่เตียงคนไข้ซึ่งพิณนรีนอนอยู่ พิมราลุกเดินไปหาภูวนพูดคุยกับชายหนุ่มเล็กน้อย ก็หันกลับมาร้องบอกผู้เป็นพ่อ

“พิมไปฟังสวดก่อนนะพ่อ ดึกๆ จะกลับมารับ”

 

ฝากอิบุ๊กด้วยค่ะ คลิกที่ปกได้เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

9 ความคิดเห็น