ตอนที่ 33 : บทที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 พ.ย. 61


สิลานั่งหน้าบอกบุญไม่รับเมื่อภูวนและพิมรามาหาเขาถึงที่บ้านในตอนสายของวันอาทิตย์ วันที่ทั้งหมดว่างเว้นจากการทำงาน สิลาบอกไม่ถูกว่าทำไมเขาถึงอิจฉาภูวนนัก ทั้งที่ทั้งสองคบกันมานานสนิทสนมกันเป็นที่สุด แต่พอมีพิมราก้าวเข้ามา สิลายอมรับว่าหลงรักเธอตั้งแต่แรกพบ

พิมเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก ยังหาที่พักไม่ได้ ขอให้เขาพักกับแกได้ไหม

ประโยคที่ทิ่มแทงใจสิลา เมื่อพสุธาเอ่ยกับภูวน ทำไมพสุธาถึงไม่ฝากให้พิมรามาอยู่กับเขา แต่ก็นั่นแหละ ภูวนพักเป็นสัดส่วนในคอนโดฯ ส่วนตัวเขาอยู่รวมกันแบบครอบครัวใหญ่

แล้วทำไมแกไม่พาไปพักที่บ้านแก

สิลาพ้อในใจและมาทราบคำตอบในภายหลังก็คือ พสุธามีหญิงสาวคนอื่นเข้ามาพักด้วยสรุปก็คือแฟนในช่วงเวลานั้นของพสุธา จึงไม่สะดวกให้พิมราไปอยู่กับเขาด้วยและเมื่อพิมราย้ายเข้าไปพักกับภูวนสิลาจึงเป็นแขกประจำของบ้านเขา

ภูวนวางหนังสือเล่มเก่าที่เยินกว่าเดิมเพราะน้ำปริศนาหกรด โดยที่เขาและพิมราต่างไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำและตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่

เละหมดแล้วภูวนเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม เพราะทราบมาว่าเป็นหนังสือเล่มโปรดของคุณยายตามที่สิลาเคยบอกไว้

สิลายกขึ้นพลิกไปมา ปากสบถเบาๆ ด้วยเกรงใจพิมรา จากนั้นช้อนสายตาขึ้นมองภูวนและเลื่อนไปที่  พิมรา ความคิดบางอย่างวิ่งวุ่นอยู่ภายใน ภูวนก็เจ้าชู้มักมากส่วนพิมราก็ร้อนแรง หรือคู่ข้าวใหม่ปลามันเล่นรักกันในห้องน้ำจนหนังสือที่เอาเข้าไปอ่านเปียกชื้น เมื่อคิดถึงเวลาที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน พิมราจะเร่าร้อนขนาดไหน แล้วรูปร่างสมส่วนอวบอิ่มแบบนี้ยามไร้อาภรณ์ผิวสีน้ำผึ้งจะยวนตามากน้อยเพียงใด ปทุมมาคู่สวยยามที่เขาแอบมองผ่านเสื้อเกาะอก สายเดี่ยวหรือชุดว่ายน้ำ เมื่อไม่มีอะไรปิดบังจะงดงามน่าสัมผัสสักปานใด

คิ้วชายหนุ่มขมวดมุ่น กรามขบแน่นจนเป็นสัน ขณะก้มหน้าลงมองพื้นขบข่มอารมณ์ที่กระเจิงยามคิดวาดภาพเปลือยเปล่าของพิมรา

ภูวนที่เห็นใบหน้าด้านข้างของเพื่อนถึงกับหน้าเจื่อน เพราะคิดว่าสิลาโกรธเรื่องที่เขาทำหนังสือเล่มโปรดของคุณยายพังยับ มากมายถึงขนาดนี้เชียวหรือ

หิน ฉันขอโทษภูวนตบไหล่เพื่อนเบาๆ

สิลาสะดุ้งโหยง เหมือนเด็กที่ทำความผิดแล้วถูกผู้ปกครองจับได้ เงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของเสียงใบหน้า แววตาเขาหลุกหลิกจนแปลกไป ก่อนหลุบตาต่ำอีกครั้ง

อะไร แค่นี้ต้องสะดุ้ง ภูวนแปลกใจในท่าทีของเพื่อนสนิท

แกว่าอะไรนะเขาเสมองไปทางอื่นไม่อยากสบตาของคนทั้งคู่

ภูวนเลิกคิ้วสูง ฉันขอโทษที่ทำหนังสือเสียหาย แต่ไว้ฉันเอาไปซ่อมให้นะ มีร้านรับซ่อมหนังสือเก่าที่ฉันรู้จักอยู่

อืมสิลายังหวั่นไหวในอารมณ์จึงรับคำแกนๆ ไป

ที่เรามานี่ เพราะอยากคุยกับใครก็ได้ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้จนจบแล้ว อยากทราบลักษณะของตัวละครสำคัญอีกตัวน่ะค่ะพิมราบอกจุดประสงค์

สิลาส่ายหน้าโบกไม้โบกมือ ไม่ต้องแล้ว ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น เดี๋ยวจัดหาชุดกันไม่ทัน

รับรองทันนะคะ ภูร่างแป๊บเดียวก็เสร็จขอแค่…” พิมราพูดไม่ทันจบก็ถูกสิลาชิงพูดตัดบท

ไม่ต้องครับ เอาแค่มี ติดภาพร่างมาให้ผมด้วยหรือเปล่า

ทั้งสองพยักหน้า ภูวนส่งซองสีน้ำตาลขนาดใหญ่ให้ สิลารับมาแต่ไม่ได้เปิดดูกลับลุกขึ้นขออนุญาตทั้งสอง

ผมขอเอาไปเก็บก่อน รอประเดี๋ยวนะครับสิลาลุกยืนก่อนเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้าน

ภูวนกับพิมราต่างสบตากัน พ่นลมหายใจยาวอย่างโล่งอก แม้รู้ว่าสิลาคงไม่คิดโกรธเคืองเรื่องทำหนังสือเสียหายไปมากกว่าเดิม แต่อดวิตกจริตไม่ได้

สองคนนั่งทอดอารมณ์ยามมองผ่านกระจกใสออกไปยังสวนไม้ดอกไม้ประดับด้านนอนอก บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้ที่ปลูกสร้างบนที่ดินเก่าแก่ของตระกูล จึงไม่แปลกที่อาณาบริเวณบ้านหลังนี้จะกว้างขวางไม่เหมือนบ้านย่านใจกลางเมืองทั่วไป และในบริเวณเดียวกันยังมีบ้านไม้หลังใหญ่อีกสองหลัง นัยว่าลูกหลานของตระกูลนี้มักอยู่รวมกันในบ้านหรืออาณาบริเวณเดียวกัน

พิมชอบบ้านแบบนี้ไหมภูวนเอ่ยถามหลังแอบเห็นเธอให้ความสนใจกับภาพเบื้องหน้าเป็นพิเศษ

พิมราชำเลืองมองเขาเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าลุกมานั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับเขา

ชอบค่ะ พิมอยากมีบ้านที่มีบริเวณ เอาไว้ปลูกต้นไม้ พวกพรรณไม้ไทยๆ เช่นพวกต้นแก้ว ต้นปีบ ต้นโมกจำพวกดอกหอมๆน่ะค่ะ

ภูวนยิ้มลูบไล้ต้นแขนเปลือยเปล่ายามเธอสวมเสื้อแขนกุดตัวสบาย พูดเนิบช้า

อาทิตย์หน้าไปดูที่กัน ผมดูไว้หลายแปลงแต่อยากให้พิมไปเลือกเอง สร้างบ้านของเรากันนะครับ

พิมราช้อนสายตาขึ้นสบตาที่สื่อแววจริงจังและจริงใจของภูวน รอยยิ้มบางๆ ระบายบนใบหน้าของหญิงสาว ตื้นตันจนไม่อาจพูดอะไรออกมาได้ กับคำว่า บ้านของเราที่ภูวนเอ่ย

 

อาการเพลิดเพลินยามมองสีเขียวของใบไม้ที่ตัดกับสีสันหลากหลายของดอกไม้นานาพันธุ์ และความตื้นตันยามที่คิดว่าอีกไม่นานทั้งสองจะมีบ้านที่มีบริเวณ มีเนื้อที่ว่างให้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ไม่ใช่เป็นเจ้าของอากาศเหมือนยามนี้ พลันต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงกุกกักใกล้เข้ามา

ทั้งสองหันขวับไปทางต้นเสียง

แม่หญิง!!”

เสียงสั่นพร่าพร้อมร่างที่บอกว่าผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน นานจนมีร่องรอยย้ำเตือนและกรีดลึกของวันเวลาจารึกไว้บนใบหน้า ดวงตาเริ่มเป็นสีตะกั่วฝ้าฟาง เส้นผมที่เคยดำขลับบัดนี้ขาวโพลนขมวดไว้เป็นมวยต่ำ

ร่างของหญิงชราเดินมาหยุดตรงหน้าภูวน โดยใช้ไม้เท้าค้ำยันช่วยพยุงกาย มือเหี่ยวย่นแต่สั่นเทายื่นมาจับดวงหน้าของภูวน ดวงตาสีตะกั่วคลอครองไปด้วยหยาดน้ำใส พร้อมเอ่ยเสียงพร่า

แม่หญิงของบ่าว

ภูวนทำหน้ายุ่ง และตกใจสุดขีดเมื่อหญิงชราทิ้งตัวลงหมอบแทบเท้าเขา ชายหนุ่มรีบถอยกรูดก่อนทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าท่าน

ยายครับ อย่าทำแบบนี้

ร่างเหี่ยวย่นโผเข้าสู่อ้อมแขนของชายหนุ่ม มือสั่นเทากอดรัดรอบตัว ร่ำไห้รำพึงรำพัน

ในที่สุดบ่าวก็หาแม่หญิงเจอ โธ ทูลกระหม่อมแก้ว

ภูวนอ้าปากหวองงสุดขีด ชำเลืองมองพิมราที่ยืนนิ่งดุจถูกตรึงด้วยคำพูดแปลกๆ ที่เปล่งออกจากปากเหี่ยวย่นของหญิงชรา พร้อมจิตใต้สำนึกสั่งให้เอ่ยเสียงพร่าแผ่วเป็นชื่อแม่หญิงที่ร่างชราโหยไห้ถึง

แม่หญิงจันทร์เจ้าฉาย!!”

ภูวนเบิกตาโพลง ยิ่งงงหนักเมื่อพิมราเอ่ยชื่อนี้ออกมาอีกครั้ง และก่อนที่เขาจะงงเป็นไก่ตาแตก สิลาก็เดินเข้ามาในห้อง ถลาไปประคองผู้เป็นยายทันที

เป็นอะไรครับคุณยาย

แม่หญิง แม่หญิง บ่าวดีใจเหลือเกิน แม่หญิง…” ท่านยังพร่ำเพ้อออกมา มือเหี่ยวย่นเกาะเกี่ยวแขนภูวนไว้แน่น แม้สิลาจะมาพยุงและรั้งท่านให้ออกห่างภูวน แต่ยิ่งดึงท่านก็ยิ่งกอดรัดแน่น สิลาถึงกับหอบเมื่อท้ายสุดก็รั้งท่านออกห่างภูวนมานั่งที่เก้าอี้รับแขกได้

ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนครับ คุณยายเสียงพูดผสมหอบเหนื่อย แต่สายตาจับจ้องภูวนพร้อมส่งคำถามไปโดยมิต้องพูด

ภูวนส่ายหน้าทันทีที่สบตาของเพื่อน

คุณยายของสิลายังจับจ้องดวงหน้าของภูวน สำรวจทุกซอกทุกมุม เขม่นมองทุกรูขุมขน ก่อนเอ่ยคำที่ทั้งสามแทบจะฮาตรึม ถ้าเพียงจะคิดว่าท่านพูดเล่น

ไม่ว่ากี่ภพกี่ชาติ แม่หญิงของบ่าวก็ยังงดงามไม่มีที่ติ

สิลาถึงกับหัวเราะร่วน แต่ภูวนและพิมรากลับหน้าเคร่งเครียด ภูวนเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก

คุณยาย เรียกผมว่าอะไรนะครับ

แม่หญิง แม่หญิงของบ่าว ทำไมถามบ่าวแบบนี่ เจ้าคะท่าทางสำรวมและกิริยาท่านนอบน้อมยิ่ง ยามเอ่ยกับภูวน

แม่หญิง อะไรคะ?” พิมราทนนั่งฟังเฉยๆ ไม่ติดโยนคำถามออกไป

หญิงชราเอียงคอมาทางเธอเชื่องช้าตามเรี่ยวแรงน้อยนิดของคนอายุเกือบร้อยปี ฉับพลันเมื่อท่านสบตาพิมราเข้าอย่างจัง ใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงชรากลับซีดสลด ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงเข้าครอบครองจิตใจฉายชัดทางดวงตา มือเหี่ยวย่นแต่สั่นเทายกขึ้นพนมสูงท่วมหัว พร้อมกรีดร้องเสียงโหยหวน

โอ๊ย! กลัวแล้ว ปล่อยข้าไปเถิด ข้ากลัวแล้ว…” ร่างเนื้อหนังเหี่ยวย่นฟุบนิ่งคาอ้อมแขนของสิลา ที่ร้องเสียงหลงอย่างตกใจ

คุณยาย!”





ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ










และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

9 ความคิดเห็น