ตอนที่ 32 : บทที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 พ.ย. 61

สลิดามั่นใจที่สุดว่าผู้ชายที่เธอมองตามแผ่นหลังเขาไปใช่ภูวนจริงๆ แต่เขาแต่งงานแล้วจริงหรือเธอไม่แน่ใจนัก คนดังขนาดภูวนแต่งงานทั้งทีต้องมีข่าวครึกโครมแน่

หรือภูแอบแต่งเพื่อหลบเรา เพราะเห็นว่าเรากลับมา

หญิงสาวเม้มปากจนเป็นเส้นตรง ประกาศก้องในใจต้องเห็นดีกันแน่ ภูวน

 

ระหว่างกลับบ้านในรถของภูวนที่พิมรานั่งคู่กับเขาด้านหน้า ตอนหลังมีพิณนรีนั่งอยู่จึงทำให้ทั้งคู่ไม่ค่อยมีอะไรคุยกันมากมายนัก และเมื่อกลับมาถึงที่ห้อง ภูวนก็ช่วยพิมราย้ายข้าวของมานอนห้องเขาแบบถาวรโดยไม่ต้องแวบมานอนในช่วงดึกและกลับออกไปในตอนใกล้รุ่งเพราะกลัวพิณนรีรู้อีกต่อไป

ยามดึกท้องฟ้าพร่างพราย ทางช้างเผือกโรยสีขาวนวลเป็นทางทอดยาวไกลสุดสายตา เสมือนปราการที่กางกั้นขอบจักวาลอันไกลโพ้น เรื่องเล่าปรำปรามักเล่าขานถึงตำนานคู่รัก ที่พลัดพรากจากกันมักรอคอยอีกฝ่ายที่ทางช้างเผือกเสมอ

ในห้องนอนที่วันนี้ดูประหนึ่งเป็นห้องหออย่างเป็นทางการของทั้งคู่ พิมราพลิกหน้าหนังสือเล่มเก่าที่รับจะร่างภาพตัวละครให้สิลา อย่างเบามือ คิ้วโก่งได้รูปขมวดจนย่นยู่

ภู ดูหนังสือเล่มนี้สิ ทำไมชื้นและกระดาษถึงได้ยุ่ยขนาดนี้คะ คุณทำน้ำหกรดหรือเปล่าพิมรายื่นหนังสือนิทานจันทราให้ภูวนดู หน้าปกกระดำกระด่างยังชื้นอยู่ ส่วนเนื้อกระดาษข้างในก็เปียกติดกัน บางแผ่นยุ่ยติดมือเมื่อหญิงสาวเปิดออกอ่าน

โห! เละขนาดนี้เลย แต่ผมไม่ได้ทำน้ำหกรดนะ แล้วนี่เราร่างภาพตัวละครครบหรือยังครับ

ยังเลยค่ะ ทีนี้ทำยังไงล่ะ เยินขนาดนี้เปิดอ่านได้ที่ไหน

แต่เราได้ตัวเด่นๆมาแล้วไม่ใช่หรือ มีแต่เจ้าแห่งนครจันทราที่ชื่ออะไรนะภูวนทำท่าครุ่นคิด

เจ้าสิโรดม

 

แม่หญิงทรงโสมเฝ้าดูแลสวามีเจ้าสิโรดมอย่างใกล้ชิด ทุกครั้งที่ร่างไร้เรี่ยวแรงของพระองค์ขยับเพียงน้อย นางก็ถลาเข้าถึงบัลลังก์ทอง คอยแตะพระวรกายเพื่อจะได้เช็ดตัวถวายยามคลื่นความร้อนแผ่ออกจากพระวรกาย เฝ้ามองสีพระพักตร์ที่ค่อยๆ ดีขึ้นแม้ยังซีดอยู่มาก ไม่ขาวดุจกระดาษเหมือนในช่วงวันแรกๆ ส่วนมหาปุโรหิตสมจันทร์ก็วนเวียนมาดูอาการและปลอบโยนบุตรีเป็นประจำ

เปลือกพระเนตรบางค่อยๆ เคลื่อนไหว ขยับขึ้นลงเล็กน้อยก่อนจะคลี่ขยายเต็มที่ พร้อมความทรงจำในวันที่แสนเจ็บปวดผุดพรายขึ้นมาทำร้ายหัวใจที่เฝ้ารอของพระองค์อีกครั้ง

จันทร์เจ้าฉายรับสั่งเสียงแผ่วรอดออกมาจากพระโอษฐ์หยักสวยแต่แห้งผากที่รับกับพระนาสิกโด่งเป็นสัน ทรงชำเลืองไปทางด้านที่โลงแก้ววางอยู่ ก่อนพยายามพลิกพระวรกายที่ล่ำสันแข็งแกร่งแต่อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงให้ลุกขึ้นนั่ง

ท่าน จะลุกทำไม ต้องการอะไรบอกข้าสิเจ้าคะทรงโสมที่นั่งคุกเข่าหน้าบัลลังก์เอ่ยเตือนพร้อมเข้าพยุงพระวรกายที่ไร้เรี่ยวแรง แต่มีความมุ่งมั่นที่จะลุกขึ้นและดำเนินไปที่โลงแก้วของเจ้าสิโรดม

ข้าจะไปหาจันทร์เจ้าฉายรับสั่งเสียงสั่นพร่า เมื่อยืดพระวรกายขึ้นยืนได้แล้วโดยมีทรงโสมช่วยประคองอยู่ไม่ห่าง โดยนางไม่กล้าท้วงติงหรือขัดพระทัย ยินยอมประคองเจ้าสิโรดมไปที่โลงแก้วซึ่งบรรจุร่างไร้วิญญาณที่กำลังเสื่อมสลายของแม่หญิงจันทร์เจ้าฉายเอาไว้

แววพระเนตรเต้นระริกยามทอดมองร่างที่ยังคงความงามไว้ แม้บางส่วนจะผิดรูปผิดร่างไป จากการแผดเผาของไฟจันทรา แต่ส่วนเครื่องหน้ายังคงงดงามและไร้ร่องรอยของการเผาไหม้ ทรงแบพระหัตถ์ขวาออกมาข้างหน้า เพ่งมองและพยายามเค้นพลังออกมาแต่ไร้ผล พระวรกายของพระองค์ในตอนนี้อ่อนแรงและพลังเวทก็ลดน้อยถอยลงไปมาก ทรงแสดงสีหน้าฉุนเฉียวออกมาเมื่อทอดพระเนตรพระหัตถ์ที่แบค้างว่างเปล่า

เอามีดมาให้ข้ารับสั่งเสียงเข้มกับนางกำนัลที่มาคอยรับใช้

ท่าน จะเอามาทำอะไร เจ้าคะทรงโสมถามขึ้นแทนนางกำนัล

ไม่ใช่เรื่องของเจ้า มีด เอามีดมา!” รับสั่งเกี้ยวกราดสุรเสียงห้วนและดุดัน สายพระเนตรดุปราดจนนางกำนัลกลัวจนรนราน รีบส่งมีดให้เจ้าสิโรดมด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนรีบวิ่งไปหลบนอกห้องมิกล้าสบตาผู้ทรงอำนาจ

ทรงโสมอ้าปากค้างเมื่อเจ้าสิโรดมใช้มีดเล่มเล็กที่คมกริบกดลึกลงบนฝ่าพระหัตถ์ โลหิตสีแดงเข้มไหลย้อย ก่อนที่จะใช้ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยโลหิตลูบไล้ไปตามร่างกายที่ไร้วิญญาณของแม่หญิงจันทร์เจ้าฉาย ส่งผลให้ร่างที่มีโลหิตไปหล่อเลี้ยงค่อยๆคืนรูป ร่องรอยการเผาไหม้จนผิดเพี้ยนเริ่มคืนสภาพกลับมาสวยสมส่วนเช่นเดิม ทรงแย้มพระโอษฐ์กว้าง แม้พระพักตร์จะกลับมาซีดเผือดไร้ซึ่งสีเลือดหมดเรี่ยวแรง และซวนเซจนทรงโสมแทบรับน้ำหนักของพระองค์ไว้ไม่ไหว

ท่าน! ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้าง ท่านยังไม่แข็งแรงนะเจ้าคะนางกล่าวน้ำตานองหน้า ค่อยๆ พยุงร่างพระสวามีกลับไปยังบัลลังก์ทอง ซึ่งเจ้าสิโรดมก็ทำตามแต่โดยดี นางประคองให้บรรทมลง จากนั้นจึงหยิบถ้วยยามาตักป้อนพระองค์ช้าๆ โดยที่น้ำตาของผู้จงรักษ์ยังไหลริน

เจ้าสิโรดมที่มองทรงโสมอย่างสงสารรักใคร่ แม้พระองค์จะใจร้ายกับนางมากเพียงใด ทรงโสมยังคงปรนนิบัติพระองค์ได้ดีเสมอมา ข้อนิ้วพระหัตถ์ที่สั่นเล็กน้อยยื่นมาเกลี่ยน้ำตาให้ พร้อมกล่าวขอบใจเบาๆ

ขอบใจเจ้ามาก

เก็บคำขอบใจของท่านไว้ แล้วช่วยดูแลตัวเองดีกว่า อย่าให้เมียคนนี้ต้องห่วงและเจ็บปวดมากกว่านี้

 ทรงโสมซบหน้าแนบฝ่าพระหัตถ์ของเจ้าสิโรดม อยากเอ่ยถามนักว่า ถ้าในโลกนี้หรือโลกไหนๆ ไม่มีผู้หญิงชื่อจันทร์เจ้าฉาย จะทรงประทานความรักให้นางบ้างได้ไหม

และในทุกๆวัน เจ้าสิโรดมจะใช้พระโลหิตชโลมร่างไร้วิญญาณของแม่หญิงจันทร์เจ้าฉาย เพื่อรักษาร่างนั้นไว้ให้คงสภาพ รอวันที่ดวงจิตจะกลับคืนสู่นครจันทรา

เมื่อพระองค์แข็งแรงและฟื้นเต็มพลังเวทอีกครั้ง





ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ










และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

9 ความคิดเห็น