ตอนที่ 30 : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 ต.ค. 61


ชีวิตในคอนโดฯหรูของภูวนและพิมรา มิได้เป็นส่วนตัวอย่างที่เขาและเธอต้องการ เพราะพิณนรีที่ย้ายมาอยู่ด้วยไม่ยอมหาที่อยู่ใหม่ เธอยืนยันที่จะพำนักกับพี่สาวต่างมารดาต่อไป แม้พิมราจะพูดหว่านล้อมเท่าใดเธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะย้ายออกไปเสียที และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือเธอยังนอนห้องเดียวกับพิมราทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าความสัมพันธ์ของพี่สาวและภูวนเป็นเช่นไร

เงินเดือนพิณนิดเดียวไม่พอค่าเช่าบ้านค่ากินค่าอยู่หรอกพิณนรีค้าน

พอสิ ถ้าเธอลดค่าเสื้อผ้าและเครื่องสำอางลงมาบ้าง จะขนซื้อไปทำไมทุกเดือน

พิณนรีกดมุมปากลงเล็กน้อย ก่อนพูด คนทำงานก็ต้องแต่งชุดสวยๆสิ จะให้แต่งเป็นยายเพิ้งหรือไง

แต่เธอฟุ่มเฟือยเกินไป เสื้อผ้านะสลับกันใส่ให้ครบทั้งสัปดาห์ก็พอ ค่อยๆซื้อเพิ่มเดือนละชุดสองชุดก็มากพอแล้ว นี้ดันซื้อเพิ่มเดือนละกี่ชุด ฉันยังสงสัยเลยว่าเงินเดือนเธอพอค่าเสื้อผ้าเหล่านั้นเหรอ

พิณนรีสบตาพิมรานิ่ง ไม่ยอมเปิดเผยว่าค่าใช้จ่ายเรื่องเครื่องแต่งกายของเธอ ซึ่งมากกว่าเงินเดือนเลขาฯที่ได้รับในแต่ละเดือนได้มาจากไหน เพราะรู้ว่าพิมราจะต้องโวยวายแน่ถ้ารู้ว่าเธอยินยอมที่จะมีอะไกับเจ้านายเพื่อให้ได้เงินในส่วนนี้มา

นายต้องสัญญานะคะว่าจะรักพิณ ไม่ทิ้งพิณ พิณเป็นของนายแล้ว อย่าทอดทิ้งให้พิณต้องกินน้ำตาต่างข้าวนะคะ

แค่วันแรกของการทำงาน พิณนรีนับว่าโชคร้ายที่เจอนายจ้างจอมเจ้าชู้ เสี่ยใหญ่ลงพุงที่หวังจะหาเศษหาเลยกับเลขาสาวๆ และพิณนรีก็ตกเป็นเหยื่อ แต่เป็นเหยื่อที่เต็มใจ ชีวิตหญิงสาวโชกโชนเรื่องแบบนี้มากกว่าพิมราที่มีผู้ชายคนเดียวในชีวิต แม้ตอนนี้จะเริ่มใหม่กับภูวนอีกครั้งแต่ยังไม่ถึงขั้นได้เสียเพราะอาการประหลาดของชายหนุ่ม ส่วนพิณนรีเธอมีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มที่ยกย่องให้เป็นคู่รักมากมาย เพราะเธอเป็นดาวประจำโรงเรียน เพื่อนชายร่วมสถาบันจึงพร้อมใจกันยื่นไมตรีและคนที่หน้าตาดีที่สุดในเวลานั้นจะเป็นคนที่พิณนรีเลือกที่จะรับและสานต่อความสัมพันธ์ พอเลิกรากันไปเธอก็จะมีผู้ชายคนใหม่มาติดพันและลงเอยแบบเดิมๆ พิณนรีจึงผ่านผู้ชายมามากพอสมควรโดยที่พ่อ แม่ รวมถึงพิมราไม่รับรู้เลย

ทำไมถึงอยากให้พิณย้ายไปนัก คุณภูเจ้าของห้องแท้ๆยังไม่ว่าอะไรเลย

ไม่ว่านะสิ ถึงได้เกรงใจ เธอไม่เกรงใจเขาบ้างหรือไง

พิณนรียิ้มเหยียด ทำไมต้องเกรงใจ ทีเขานอนกับตัวฟรี ๆยังไม่เกรงใจพ่อแม่เราเลย

พิณ!!!!”

 

ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงแสงสีนวลที่เปล่งรัศมีแผ่กว้างกลับมีเงาดำพาดผ่านและเลื่อนเข้ามาทาบทับทีละน้อย ทีละน้อย อย่างช้าๆ

 

ว้าย!!”

ชูว์ผมเองภูวนเอามือจุปากกระซิบห้าม เมื่อพิมราตกใจอุทานออกมา หลังจากถูกเขาจู่โจมกระชากตัวหล่อนเข้าห้องนอนของเขา กลางดึกเมื่อเธอออกมาหาน้ำดื่ม

บ้าจริง พิมตกใจหมด ฟืนไฟก็ไม่เปิด พิมคิดว่าขโมยรู้ไหมปากพร่ำบ่นแต่จมูกโด่งของเธอกลับยื่นเข้าไปจนชิดแก้มสากของเขา

ผมคิดถึงพิมนี่ อยากกอดอยากจูบภูวนทำตามที่พูดทันที ปากหยักประทับลงบนปากกระจับของพิมราชอนไชหาความหอมหวานและดื่มด่ำกับความกำซาบซ่าน บดหนักหน่วงสลับกับดูดดื่มนุ่มนวลจนพิมราต้องกอดกระชับรอบคอเขาแน่นเมื่อรสจูบที่แสนรัญจวนเล่นงานจนเธอแทบทรงตัวไม่อยู่

นอนกับผมนะพิมภูวนกระซิบแนบริมฝีปาก ก่อนประทับแนบแน่นไม่รอฟังคำตอบ เขาค่อยๆพา    พิมราถอยช้าๆ แต่ยังไม่หยุดการจุมพิตเร้าร้อนจนไปถึงเตียงนอนหนานุ่ม ก่อนดันให้เธอนอนลงแล้วโถมทับ จากการเหินห่างเนื้อตัวและรสสัมผัสไปนานนับแต่พิณนรีย้ายเข้ามาอยู่ ทำให้ทั้งคู่ลืมเลือนเหตุการณ์เก่าก่อน ยินยอมพร้อมใจที่จะสานต่อความวาบหวาม จากจุมพิตริมฝีปากภูวนเลื่อนไปทั่งทั้งซอกคอและหลังใบหูก่อนวนมาที่ทรวงอกที่บัดนี้ไร้อาภรณ์ใดๆ ของพิมรา จนหญิงสาวบิดกายด้วยความรัญจวน มือเรียวขยุ้มผมตรงท้ายทอยเขาและทึ้งแรงยามอารมณ์เพริดสุดขีด

 

เงาของโลกที่บดบังดวงจันทร์หรือที่คนมักเรียกกันว่าราหูอมจันทร์กินไปกว่าครึ่งดวงและเริ่มคืบคลานเข้าไปบดทับเรื่อยๆ จนเต็มดวง แสงสีนวลถูกบดบังจนสิ้นเหลือเพียงเงาดำที่ทาบทับ

 

มือร้อนผ่าวของหญิงสาวไร้ไปตามข้อกระดูกสันหลังลูบไล้ลงมาถึงตะโพกของเขาก่อนวนไปลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลัง และกอดกระชับมั่นเมื่อทุกอย่างดำเนินไปจนถึงจุดสิ้นสุด พร้อมเสียงครางสุขสมอย่างพึงใจของทั้งคู่

 

หนังสือนิทานจันทราที่วางอยู่ข้างเตียงเปียกชื้น ของเหลวสีแดงซึมจากปกออกมา

 

เกิดอะไรขึ้นนี่ พิม ผมฝันไปใช่ไหมภูวนกระซิบถามทั้งที่ยังหอบหายใจ เมื่อพลิกตัวมานอนแนบข้างพิมรา เหงื่อกาฬแตกชุ่มแต่กลับอิ่มเอม

หญิงสาวช้อนสายตาขึ้นมองเขา นึกขันกับคำพูดของชายหนุ่มจึงแสร้งตอบไปว่า

คุณเมามั้ง

ภูวนหัวเราะร่วนก่อนก้มหน้าแนบชิดวนเวียนจุมพิตไม่ว่าส่วนไหนของพิมรา

คงจะเมาจริง เมารักพิม เมามากเมาจนถอนตัวไม่ขึ้น เมาจนตาลายจนมองเห็นหน้าสวยเป็นหน้าสวยกว่า เห็นอกสวยเป็นอกสวยที่สุด เห็น..”

ทะลึ่งเธอตำหนิเขายิ้มๆ

ทะลึ่งตรงไหน ผมจะบอกว่าเห็นพิมเป็นนางฟ้า พิมคิดอะไรอยู่นะ อ๊ะ อ๊ะ คุณนั่นแหละทะลึ่งเขายิ้มกรุ้มกริ่มมองพิมราด้วยความเสน่หา สุขสมกับความสัมพันธ์ที่ลุล่วงไปด้วยดีกับเธอ

พิม ลองอีกทีได้ไหม จะได้ยืนยันว่าผมไม่ได้ฝันไปชายหนุ่มเริ่มมือไม้ซุกซนลูบไล้วนเวียนหน้าท้องแบนราบ…

 

ในเวลาเดียวกันที่นครจันทรา เจ้าสิโรดมกำลังจะทำอะไรบางอย่างเพื่อนำดวงจิตของจันทร์เจ้าฉายกลับไปยังร่างที่อาบแสงจันทร์อยู่ในโลงแก้ว แต่กลับต้องตะลึงงันเมื่อดวงจันทร์บนโลกมนุษย์ดวงที่ทรงใช้มองความเคลื่อนไหวของภูวน กำลังถูกเทพราหูเข้าจับกิน จากรอยดำที่พาดผ่านทำให้ขอบข่ายการมองเห็นของพระองค์ลดน้อยลง และต้องเบิกพระเนตรอย่างตกใจเมื่อภาพสุดท้ายที่มองเห็น คือทั้งสองกำลังเริ่มเกมพิศวาส

จันทร์เจ้าฉายอย่า!!!” สุรเสียงที่ตรัสก้องหวังให้ได้ยินไปถึงห้องนอนของภูวน ที่บัดนี้ทั้งคู่กำลังพยายามดับไฟราคะที่เร้าร้อนด้วยการแลกผัสัผสรักแก่กัน

 

เมื่อเทพราหูจับดวงจันทร์ได้ทั้งดวงพร้อมภูวนและพิมราดำเนินความสัมพันธ์ไปตามครรลองของธรรมชาติ ร่างในโลงแก้วก็ลุกเป็นไฟ

 

ไม่ จันทร์เจ้าฉายอย่าหนีข้าไปทรงละสายตาจากพระจันทร์ที่มืดมนวิ่งตรงไปยังร่างที่กำลังลุกเป็นไฟ กริชเล่มน้อยถูกเสกมาอยู่ในพระหัตถ์ก่อนจะปักลงบนฝ่าพระหัตถ์ของพระองค์เอง รีดโลหิตสีแดงฉานขึ้นมาก่อนลูบไล้ไปทั่วร่างเพื่อดับไฟที่กำลังเผาไหม้ร่างที่ไร้วิญญาณ ไฟจันทราค่อยๆดับลงเมื่อโลหิตของเจ้าสิโรดมค่อยๆซึมเข้าสู่ร่างกายของจันทร์เจ้าฉาย พร้อมพระพักตร์ของเจ้าสิโรดมค่อยๆซีดเผือดไร้ซึ่งสีโลหิต ทรงหมดเรี่ยวแรงที่จะหยัดยืน ได้แต่เกาะขอบโลงแก้วไว้เพื่อพยุงพระวรกาย แต่พระโอษฐ์ยังกล่าวคำอาฆาตแค้น

นางมนุษย์น้อย เจ้าพรากจันทร์เจ้าฉายไปจากข้า เจ้าต้องตาย!”

กรี๊ดดด!!!”

ทรงโสมกรีอร้องด้วยความตกใจเมื่อเข้ามาพบร่างเย็นเยียบของพระสวามีรูดลงกองแทบพื้น พระหัตถ์ข้างหนึ่งโลหิตยังไหลซึมจากบาดแผลฉกรรจ์ตรงกลางฝ่ามือ อีกข้างยึดขอบโลงแก้วไว้แน่นเป็นเหตุให้พระวรกายมิได้นอนราบลงแทบพื้น ส่วนร่างในโลงแก้วผิวหนังบางส่วนแหว่งวิ่น ผิดรูปผิดร่างไป ทรงโสมหันไปยังท้องฟ้ากว้างทันที

ราหูอมจันทร์!”

แม้จะสงสารพระสวามีแต่ทรงโสมก็อดคิดดีใจไม่ได้ นี่แสดงว่าจันทร์เจ้าฉายในร่างภูวนร่วมสังวาสกับนางมนุษย์คนใดคนหนึ่งได้แล้ว และเมื่อมีความสัมพันธ์กับนางมนุษย์คนที่แปดของภพที่แปด ร่างที่อาบแสงจันทรานี้ย่อมเสื่อมสลายลง แต่ที่ร่างนั้นยังอยู่แม้จะผิดรูปไปบ้างคงเป็นเพราะเจ้าสิโรดมใช้โลหิตของพระองค์หล่อเลี้ยงไว้

ไปตามพ่อข้ามาที

นางตะโกนสั่งนางกำนัลให้ไปตามบิดา ปุโรหิตเฒ่าผู้หยั่งรู้และมีเวทแก่กล้า เพื่อจะให้ช่วยรักษาอาการของเจ้าสิโรดม พระสวามีที่ถึงอย่างไรนางก็รักยิ่ง แม้พระองค์ไม่เคยมีทีท่าว่าจะประทานความรักให้แก่นางเลย

 

ปุโรหิตสมจันทร์มองร่างซีดเซียวของเจ้าสิโรดมอย่างปลงสังเวช ทรงรักแม่หญิงจันทร์เจ้าฉายมากมายขนาดทำเรื่องที่เสี่ยงต่อพระชนม์ชีพของพระองค์เอง การที่ใช้โลหิตจำนวนมากดับไฟจันทราที่ลุกโชนเผาไหม้ร่างไร้วิญญาณที่นอนสงบนิ่งในโลงแก้วมาเป็นเวลาหลายร้อยปีนั้น ทำให้ทรงสูญเสียพลังชีวิตและพลังเวทไปมาก มากพอที่จะทำให้สิ้นพระชนม์ถ้าพลังเวทของพระองค์ไม่กล้าแข็งจนถึงที่สุด

ท่านพ่อ เจ้าสิโรดมจะเป็นเช่นไรนับจากนี้

ทรงโสมเอ่ยถามบิดา ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตายังจับจ้องที่พระพักตร์ซีดเซียวของพระสวามีนิ่ง มือน้อยยังเฝ้าวนเวียนเช็ดเหงื่อที่ซึมซ่านขึ้นมาตลอดเวลาจากร่างที่นอนนิ่งแต่ร้อนดุจไฟรน เมื่อปุโรหติเฒ่าใช้พลังเวทเรียกธาตุไฟที่กำลังดับมอดให้ลุกโชนขึ้นเรื่อยๆ เพื่อจุดพลังชีวิตของเจ้าสิโรดมให้กลับคืน

คงใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้นฟูกำลังและพลังเวทให้เทียบเท่าเก่า

แล้วร่างของแม่หญิงเล่าท่านพ่อทรงโสมยังมิวายเป็นกังวลกับร่างในโลงแก้ว

ปุโรหิตเฒ่าหันมาสบตากับบุตรีก่อนเอ่ยเตือน

อย่าคิดทำอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามลิขิตแห่งโชคชะตา ลองแม่หญิงทิ้งร่างสาวถาวรแล้ว ยากนักที่จะกลับคืน

ถ้าเจ้าสิโรดม กลับมามีพลังเช่นเดิมแล้วทรงคิดที่จะนำดวงจิตแม่หญิงกลับมาเล่า ท่านพ่อ ทรงโสมยังมิคลายวิตกเรื่องนี้

ปุโรหิตเฒ่าสงสารบุตรีของท่านจับใจเมื่อคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ถึงอย่างไรเจ้าสิโรดมจะต้องไม่ปล่อยให้โชคชะตากำหนดชีวิตของแม่หญิงที่ทรงสนิทเสน่หายิ่ง ในเมื่อทรงกำหนดโดยพระองค์เองมาตลอด

ภพแรกที่ดวงจิตจันทร์เจ้าฉายจุติบนโลกมนุษย์ เป็นพ่อค้าเร่ชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงในทุกเมืองที่ไปพำนัก สุดท้ายก็ต้องตายเพราะความหึงหวงของเมียคนแรก

ภพที่สอง เกิดเป็นเศรษฐีชาวอังกฤษ เจ้าชู้และมีภรรยามากมาย สุดท้ายต้องจบชีวิตเพราะหนึ่งในผู้หญิงของเขาแทงด้วยมีดปอกผลไม้

ภพที่สาม เกิดเป็นดาราหนุ่มรูปหล่อแห่งฮอลลีวู้ด สุดท้ายต้องตายเพราะโรคร้ายทางเพศสัมพันธ์

ในทุกภพที่กำเนิดเป็นชายแสนเจ้าชู้และจบชีวิตลงเพราะผู้หญิง ส่วนหนึ่งมาจากการกระทำของเจ้าสิโรดม ทรงส่งเสริมให้ร่างชายของแม่หญิงมากชู้หลายเมียและจบชีวิตลงด้วยเงื้อมมือของอิสตรีในเวลาไม่นานนัก หวังให้กำเนิดในภพสุดท้ายคือภพที่แปดโดยเร็ว คำสาปของดวงจันทราตามที่นางอธิฐานไว้จะเสื่อมลงถ้าร่างมนุษย์จบสิ้น ก่อนที่จะเสพสังวาสกับอิตถีเพศคนที่แปด

แต่บัดนี้ไม่เป็นไปดังที่พระองค์คาดคิด ภูวนร่วมประเวณีกับผู้หญิงคนที่แปดโดยที่เจ้าสิโรดมมิอาจยื่นมือเข้าไปขัดขวางได้ ด้วยมิอาจส่งจิตผ่านทางดวงจันทร์คืนเพ็ญไปได้ เพราะเงาของโลกบดบังสิ้น ส่งผลให้ร่างเดิมเสื่อมสลาย ดวงจิตจะเป็นชายตลอดไปไม่ว่าจะเกิดอีกกี่ภพกี่ชาติ

มีเพียงทางเดียวคือพระองค์ลงไปรับดวงจิตนั้นกลับมาเอง แต่กว่าจะฟื้นพลังจนนิรมิตกายลงไปโลกโน้นได้คงอีกนาน เจ้าดูแลรับใช้พระองค์ไปเถิด บางทีความดีของเจ้าอาจทำให้ตัดใจจากแม่หญิงได้ แต่ข้าขอย้ำห้ามเจ้ายุ่งกับร่างของแม่หญิงโดยเด็ดขาดท่านได้แต่ปลอบใจบุตรสาวและสั่งกำชับไว้

ทรงโสมมองหน้าพ่ออย่างฉงน ทำไมเมื่อมีโอกาสแล้วพ่อไม่ยอมให้นางทำลายร่างในโรงแก้วเสีย

ทำไมเล่าท่านพ่อ

เพราะเจ้าจะทำให้เจ้าสิโรดมกริ้วจนถึงที่สุด ปล่อยร่างนั้นให้เสื่อมสลายไปเองตามธรรมชาติ แม้โลหิตของเจ้าสิโรดมจะช่วยรักษาร่างนั้นไว้แต่เมื่อถึงเวลาอันควรร่างนั้นจะสลายไปเอง ถึงอย่างไรแม่หญิงก็ไม่กลับมาแล้ว เชื่อพ่อ

ทรงโสมรับฟังยิ่งงุนงง ก็เมื่อครู่ท่านบอกว่าถ้าเจ้าสิโรดมลงไปตามดวงจิตเอง แม่หญิงอาจกลับมา

ปุโรหิตที่หยั่งรู้ยิ้มให้บุตรี พ่อไม่อาจเปิดเผยมติสวรรค์ได้ แต่ขอให้เชื่อพ่อ ปรนนิบัติท่านเจ้าไป อีกทั้งช่วงนี้เจ้าต้องดูแลรับผิดชอบนครจันทราในฐานะแม่หญิง คงต้องเหนื่อยหน่อยมีอะไรก็ให้คนไปตามพ่อท่านมองหน้าบุตรีนิ่ง ก่อนสะดุดตากับใบหน้าซูบแก้มตอบและร่างกายที่ผอมบาง มิได้อิ่มเอิบเหมือนสตรีที่ตั้งครรภ์ทั่วไป

ทายาทหายไปไหน เกิดอะไรขึ้น

คำถามของท่านสะท้อนใจจนทรงโสมต้องปล่อยโฮออกมา มือน้อยยกขึ้นลูบหน้าท้องที่แบบราบ นึกเสียดายห่วงหาก้อนเลือดที่จากไป โดยที่นางเองไม่ทราบว่าเจ้าสิโรดมทำเช่นไร รับรู้เพียงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแต่มิใช่ที่ร่างกายกลับเป็นที่จิตใจ ยามรับรู้ว่าทายาทมิได้อยู่กับนางแล้ว

ท่านเจ้ามิยินยอมมีทายาทกับข้า ท่านหวังจะมีทายาทกับแม่หญิงคนเดียวเท่านั้นทรงโสมโผเข้ากอดบิดาร้องไห้สะอึกสะอื้นอีกครั้ง

ท่านปุโรหิตกอดกระชับรับขวัญบุตรีพร้อมเอ่ยปลอบใจ อย่าเสียใจ สักวันหนึ่งทุกอย่างจะเป็นอย่างที่เจ้าหวัง รักษาตัวนะลูกท่านจากไปพร้อมกับทิ้งตัวยาบำรุงไว้ให้ทั้งทรงโสมและเจ้าสิโรดม

 

ยามก่อนสางพิมรายังนอนในอ้อมกอดของภูวน แต่ทั้งคู่มิได้หลับกลับนอนคุยกันกระหนุงกระหนิง และเมื่อเหลือบมองนาฬิกาที่โต๊ะหัวเตียง พิมราถึงกับทำตาโตยันตัวลุกขึ้น แต่ภูวนกลับรวบกอดไว้ทั้งตัว

ปล่อยคะ จวนเช้าแล้ว พิมกลับไปนอนที่ห้องดีกว่า

ไม่เอา นอนมาได้ทั้งคืนแล้ว นอนต่ออีกนิดนะ ผมยังไม่หายคิดถึงท้ายประโยคกระซิบพร้อมส่งสายตาเชื่อม มือปลาหมึกเริ่มไต่ล่วงล้ำใต้เสื้อนอน ลูบไล้วนเวียนเรียกความวาบหวิวให้พิมราได้ไม่น้อย แต่หญิงสาวไม่คิดจะเล่นเกมรักกับเขาในเวลานี้อีกแล้ว

เพี๊ยะ!

มือซนนักพิมราตีมือปลาหมึกของชายหนุ่มก่อนดึงออกจากตัว

ภูวนทำหน้ามุ่ยเหมือนเด็กถูกขัดใจสะบัดมือเร่าๆ ทั้งที่ไม่เจ็บมากมาย พูดแนบชิดแก้มเนียนของพิมรา

ก็ผมรักคุณมากนี่ อยากจะแสดงความรักบ่อยๆ ผมรอมาตั้งนานแล้วนะพิม ตอนนี้มีโอกาสแล้วให้ผมตักตวงให้เต็มที่ไม่ได้หรือ

                พิมราหัวเราะเบาๆกับคำออดอ้อนและสายตาละห้อยของชายหนุ่ม พร้อมยันตัวเขาออกห่าง

ลองคุณผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ครั้งหนึ่งแล้ว พิมว่ามันคงไม่กลับมาซ้ำซากแล้วล่ะค่ะ ตอนนี้ปล่อยพิมเสียที พิมต้องกลับไปที่ห้องก่อนยายพิณจะตื่นขึ้นมา

ตื่นมาแล้วทำไม พิณเขาก็รู้ว่าเรารักกัน ตอนเที่ยงไปจดทะเบียนกันนะพิม ผมรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปเสมอภูวนเอ่ยจริง และนึกแปลกใจที่ทั้งเมื่อคืนและตอนนี้เขามิได้เห็นภาพที่เปลี่ยนไปของร่างกายพิมรา อีกทั้งเมื่อเอ่ยคำฝากรักก็ไม่มีเหตุการณ์กระตุกขวัญอะไรเกิดขึ้นเลย หรือพระเจ้าจะเห็นใจในความรักของเขากับพิมราแล้ว

พิมไม่คิดจะเอาเรื่องเซ็กซ์มาผูกมัดคุณนะ อย่าคิดมาก

ไม่ได้คิดมาก แต่รักมากทำอะไรให้ถูกต้องดีกว่า อีกอย่างผมกลัวมีคนมาแย่งคุณ รู้ไหมทั้งไอ้หิน ทั้งนายวสุต่างจ้องคุณตาเป็นมัน อีกทั้งผู้ชายที่เข้าใกล้คุณด้วยแต่ละคนไม่น่าไว้ใจ ผมหึง ตีตราจองไว้ก่อนแล้วไปไหว้พ่อแม่พิมกัน จากนั้นผมจะลงประกาศในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ว่า พิมเป็นเมียผมห้ามผู้ชายคนไหนมองและห้ามคุณชายตามองผู้ชายคนไหนเด็ดขาด

ประสาท!!” เธอประชดยิ้มๆ

ภูวนหัวเราะร่วนกอดเธอเกลือกกลิ้งไปมาบนที่นอน มีความสุขที่สุดที่ได้ใกล้ชิดและแสดงความรักกับพิมรา เสมือนได้ของล้ำค่ามาครอบครอง เสมือนได้ของที่เฝ้าคอยมานานมาอยู่ในอุ้งมือ เสมือนคู่แท้ที่หากันเจอ?






ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ










และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

9 ความคิดเห็น