ตอนที่ 3 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 508
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    23 ก.ย. 61


พิมราเดินหลังแอ่นออกมาจากห้องนอนของภูวน โดยเจ้าของห้องตามติดพร้อมกล่าวขอโทษขอโพยที่เป็นต้นเหตุให้หลังนวลเนียนมีร่องรอยถลอกและช้ำห้อเลือด

ขอโทษจริงๆ คุณพิม ผมทายาให้นะ คุณไปนั่งรอที่โซฟานั่นก่อน” แม้จะฉงนว่าหนังสือเล่มนั้นไปวางบนที่นอนเขาได้ยังไง เพราะเขาจำได้ว่าหยิบมาวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียงแล้วก่อนออกจากห้อง แต่ชายหนุ่มไม่มีเวลาคิดสงสัยนานเดินไปรื้อค้นยาที่ตู้ใส่ยาสามัญประจำบ้านขนาดเล็กที่วางไว้มุมหนึ่งใกล้ครัว ดีที่พิมราเป็นคนใส่ใจเรื่องสุขภาพ หล่อนจึงมียาสามัญทุกชนิดไว้ประจำตู้ยาเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นในยามที่เกิดเจ็บป่วยเล็กน้อย โดยไม่ต้องพึ่งหมอ ครีมสำหรับแก้เคล็ดขัดหลอดเล็กถือติดมือชายหนุ่มมาเมื่อเจ้าตัวนั่งลงข้างๆหญิงสาวที่โซฟาตัวยาว

หันหลังมาคุณ ผมนวดให้

เจ้าของหลังที่รู้สึกเจ็บหันให้เขาอย่างว่าง่ายก่อนก้มลงซบหน้าไปกับพนักเก้าอี้ ภูวนกล่าวขอโทษเบาๆก่อนเลิกเสื้อตัวหลวมที่หล่อนสวมใส่ขึ้นสูง เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนนวลผิวสีน้ำผึ้งยวนตา แต่ภูวนสนใจที่ร่องรอยห้อช้ำที่เริ่มเด่นชัดมากกว่า เนื้อครีมอุ่นและเริ่มร้อนขึ้นเมื่อนวดเค้นนานเข้าทำให้ความเจ็บปวดคลายลง แต่ชายหนุ่มกลับอ้อยอิ่งนวดเฟ้นเนิ่นนานและเริ่มซุกซนวนนิ้วร้อนไล่ระไปทั่วแผ่นหลังไม่ได้มีจุดหมายแค่รอยช้ำเหมือนทีแรก ทั้งไต่ขึ้นสูงสอดเข้าไปใต้ตะขอเสื้อยกทรงที่เธอสวม ทำทีเหมือนจะปลดมันออกหรือไล่ลงต่ำจนถึงขอบกางเกงเลตัวสบาย

ทำบ้าๆ อีกแล้วนะ” เสียงแหวจากหญิงสาวที่อารมณ์เริ่มกระเจิงกับสัมผัสร้อนผ่าวของชายหนุ่ม พร้อมยันตัวลุกขึ้นดึงเสื้อลงปกปิดผิวกาย ก่อนหันมาขึงตาใส่เจ้าของมือซน ที่ยิ้มล้อแต่ยอมถอยห่างแต่โดยดี

ดีขึ้นไหมคุณ” น้ำเสียงเนิบเสมือนมิมีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่เขาเริ่มทำตัวเป็นปิศาจปลาหมึกก่อน

พิมราค้อนให้ชายหนุ่มก่อนขยับห่างไปสุดเก้าอี้เริ่มแรกก็ดีหรอกแต่เสียตรงคุณทำตัวเป็นปิศาจปลาหมึกนี่แหละ ระวังเถอะสักวันฉันจะจับมาย่างกินเสีย

โอ๊ะ..โอ ผมรอให้คุณกินอยู่ทุกวัน แต่ไม่ยักกะกินซักที” สายตากรุ้มกริ่มส่งให้หญิงสาวพร้อมทำท่าขยับชิด

กริ๊งงงกริ๊งงงกริ๊งงง!


พิมราที่นั่งชิดโต๊ะที่วางเครื่องรับโทรศัพท์ถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อมันแผดเสียงออกมา ก่อนจะตั้งตัวได้รีบขยับลุกหนีพร้อมร้องสั่งชายหนุ่ม

รับทีคุณ ถ้าเป็นของฉันบอกว่าไม่อยู่นะ

ภูวนตวัดสายตามองหญิงสาวอย่างฉงน แต่เจอกับสายตาอ้อนวอนร้องขอของพิมรา ที่พร้อมจะเดินหนีไปไกลลิบลับถ้าเขาไม่ยอมรับโทรศัพท์และเธอก็ทนฟังเสียงกรีดร้องของมันไม่ได้ด้วย ก่อนยักไหล่ขยับไปใกล้และยกหูกรอกสายลงไป

ฮัลโหล ภูวน ครับพร้อมหันมาทำท่าโอเคให้หญิงสาวรับรู้ว่าปลอดภัยเมื่อคนปลายสายกรอกเสียงกลับมา

ภูขา ริต้าเอง คิดถึงจัง ริต้าไปหาที่บ้านนะคะสลิดาสาวสังคมรูปร่างอวบอิ่มคู่ควงคนปัจจุบันของภูวน ออดเสียงอ้อนมาตามสาย

ชายหนุ่มเริ่มปรับเสียงให้นุ่มขึ้นและหวานขึ้นจนพิมราที่ได้ยินแบะปากค่อนในใจ

ผมไปหาริต้าเองดีกว่า คิดถึงจนอยากกลืนกินริต้าเอาไว้ไม่ให้สิ่งมีชีวิตเพศผู้ได้ยลโฉมหรือได้กลิ่นคุณเชียวล่ะ

พิมรายืนอมยิ้มอย่างเปิดเผยเมื่อภูวนเจ้าของสำนวนลิเกที่ลอกเลียนมาหันไปสบตา เจ้าหล่อนทำท่าโก่งคออาเจียนพร้อมทำเสียง แหวะล้อเขา

นิ้วชี้ของชายหนุ่มยกขึ้นอย่างอาฆาตส่งไปที่หญิงสาว ก่อนเริ่มหัวเราะร่วนกับเสียงกระซิกของปลายสาย พร้อมคุยหวานหยด จ้ะจ๋าอีกพักใหญ่ โดยพิมรายืนพิงประตูห้องนอนตนเองมองเขานิ่ง ใบหน้าหญิงสาวประดับไปด้วยรอยยิ้มขบขัน เมื่อนึกถึงช่วงเวลาสองปีที่อยู่ร่วมชายคากับผู้ชายคนนี้ เขาเป็นสุภาพบุรุษที่แสนเจ้าชู้ควงสาวไม่ซ้ำหน้า แต่กับเธอแม้เขาจะชอบทำรุ่มร่ามหาเศษหาเลยแต่ยังให้เกียรติมิบุ่มบ่ามข่มขืนใจถ้าเธอไม่ยินยอม ซึ่งเธอก็มิเคยปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขามากมาย อาจเป็นเพราะยังมีเงาของใครบางคนในใจเธอและเขาก็มีสาวสวยควงคู่ไม่ซ้ำหน้า แต่แปลกตรงที่คู่ควงทั้งหกคนที่ผ่านมาของเขาล้วนจบลงแบบไม่สวยหรูเท่าไหร่ ส่วนสลิดาเจ้าของเสียงออดอ้อนเป็นหญิงสาวคนที่เจ็ดที่เข้ามาพัวพันกับภูวนและดูเหมือนจะคบกันได้นานและไปกันได้ด้วยดีทีเดียว

จะไปกลืนกินน้องริต้าแล้วหรือคะ ภูขาพิมราส่งเสียงหยอกเย้าพร้อมยิ้มยั่วเมื่อภูวนวางสายและลุกขึ้นยืน

ภูวนชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเดินกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้อง เบนหัวเรือไปหาเจ้าของท่าทีกวนประสาท พร้อมส่งเสียงและท่าทีกวนไปไม่แพ้กัน

ค่ะ แต่ก่อนจะกินน้องริต้า ขอกินน้องพิมราคนสวยก่อนไม่พูดเปล่าเขาพุ่งเร็วเข้าหาหญิงสาวที่ยืนพิงประตูโดยมิคิดระแวงหรือระแวดระวัง ยามเมื่อรู้ตัวภูวนก็ถึงตัวเธอเสียแล้ว มือปลาหมึกของเขากอดหมับรอบเอวก่อนก้มจมูกโด่งสวยลงจนชิดแก้มเปลือยเปล่าไร้เครื่องสำอางแต่แดงเรื่อตามธรรมชาติของพิมรา ผมยาวที่ยุ่งระต้นคอเขาเคลียหน้าหญิงสาวจนจักจี้

อย่าเล่นบ้าๆ นะนายภู-วนหญิงสาวดิ้นยุกยิกในวงแขนที่รัดรึงพร้อมเบือนหน้าหนีการรุกรานของชายหนุ่ม

ไม่ได้เล่น ผมจะกินคุณก่อน แล้วค่อยไปกินริต้าทีหลังริมฝีปากหยักยื่นมาหาอย่างเร็วแต่พิมราไวกว่ามือน้อยยกขึ้นทาบปากตนเองเพื่อปิดกั้นรสสัมผัสของริมฝีปากร้อนผะผ่าวของชายหนุ่ม ที่ดูไม่ออกว่าเขาจะทำเล่นหรือทำจริงกันแน่

ไม่เล่นน่า นายภู-วน เดี๋ยวน้องริต้าคอยนะพิมราทำตาโตล้อขณะใช้หลังมือดันปากร้อนผ่าวของชายหนุ่มออกห่าง และรับรู้ว่าเขาแค่ล้อเล่นเมื่อภูวนยอมถอย มือที่กอดรวบบั้นเอวคลายออกและชักกลับ แต่ยังมิยอมขยับออกห่าง

ผมไม่กลับนะคืนนี้ แต่ภูวนใช้ข้อนิ้วไล้ริมฝีปากอวบอิ่มของหญิงสาว พร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่ม ห้ามชวนใครมานอนเป็นเพื่อนนะ

ปากหญิงสาวอ้างับหมายให้ถูกข้อนิ้วรุกรานแต่ช้ากว่าภูวน เขาชักมือกลับทันท่วงทีก่อนยิ้มกว้างหัวเราะหึ หึ เดินเข้าห้อง พิมราได้แต่ส่ายหน้ามองตามร่างสูงสง่าไปด้วยแววตาที่เจ้าตัวไม่รู้ว่าอาลัยยิ่ง

 

หนังสือเล่มหนาถูกยื่นส่งมาตรงหน้าพิมราที่กำลังนั่งดูรายการทีวีอยู่ที่โซฟาตัวเดิม เมื่อหล่อนเงยหน้าขึ้นมองตามมือที่ยื่นส่งมาก็ประสานสายตากับชายหนุ่มที่แต่งตัวใหม่ในชุดลำลองสบายๆแต่ดูดี ผมยาวปะบ่าหวีจัดทรงเรียบร้อย จากการแต่งตัวพิมรารู้ทันทีว่าทั้งสองคงนัดพบกันที่ใดที่หนึ่งซึ่งคงไม่ใช่สถานที่หรูหราหรือโรงแรมดัง

อ่านแก้คิดถึงผมนะ คุณพิมเจ้าของมือที่ยื่นหนังสือพูดประหนึ่งเขาเป็นคนสำคัญของเธอ ถ้าห่างหายไปไม่เห็นหน้าแล้วพิมราอาจทนคิดถึงเขาไม่ไหว

ค่ะ คงคิดถึงคุณแทบใจจะขาดเอ่ยประชดประชันแต่รับหนังสือเล่มดังกล่าวมาแต่โดยดี

นิทานจันทรา ไม่เคยได้ยิน ใครแต่งคะเก่าเชียวเธอพลิกหนังสือเล่มเก่าคร่ำคร่าในมือดูอย่างพินิจพิเคราะห์

ไม่ทราบครับ ชื่อผู้แต่งและสำนักพิมพ์มันขาดหายและก็ลบไปหมด หนังสือเก่าผมได้มาจากบ้านไอ้สิลาภูวนยิ้มให้หญิงสาวก่อนสาวเท้าไปที่ประตูแต่ยังมิวายหันกลับมาร้องบอก

ผมอาจติดลมยาวนะคุณ ว่าจะพาน้องริต้าไปกินที่ชะอำยักคิ้วล้อก่อนเปิดประตูก้าวออกไปจากห้อง ทิ้งให้พิมรานั่งอมยิ้มส่ายหน้าระอากับความทะเล้นขี้เล่นของชายหนุ่ม

 

ถ้าเปรียบพระองค์เป็นดวงตะวัน ส่วนตัวข้าเป็นจันทรา

ในยามที่ทรงหลับใหล ข้ากลับต้องลืมตาตื่น

ในยามที่ทรงแสงแห่งทิวากร แสงแห่งรัตติกาลจะปลิดปลิวจากไป

แล้วเหตุไฉนถึงเปรียบเปรยเช่นนี้

ขอทรงเป็นดวงจันทรา ข้าขอเป็นดาราพร่างพราย

ไม่ว่าคืนไหน ราตรีไม่ขาดจันทร์ ข้านั้นก็ไม่อาจขาดพระองค์

ถ้อยประโยคที่พรั่งพรูออกมาจากปากแม่หญิงจันทร์เจ้าฉาย ส่งถวายไปยังเจ้าสิโรดมพระสวามีที่ทรงตระกองกอดนางไว้แนบแน่นยามยลแสงสีเหลืองนวลของพระจันทร์วันเพ็ญ ยามที่ร่างแข็งแกร่งรองรับร่างแน่งน้อยซึมซับรัศมีแห่งดวงจันทรา ต่างสดับถึงเสียงเต้นระรัวสอดประสานของก้อนเนื้อในทรวง และโดยที่มิทันตั้งตัวร่างสูงสง่าของพระสวามีก็กระหวัดรัดร่างแบบบางหันเข้าหาแผ่นอกกว้าง ก่อนเชยคางเรียวมนให้เงยสบประสานสายพระเนตรที่ส่อความหวานซึ้งสื่อความรักเต็มพระหฤทัย พร้อมพักตร์งามดังรูปสลักของเทพเจ้าก้มลงแนบชิดพระโอษฐ์หยักสวยทาบลงบนริมฝีปากบางประทับความเป็นเจ้าของ อย่างดูดดื่มเนิ่นนานท่ามกลางแสงจันทราที่สาดส่อง ประหนึ่งทรงประกาศศักดาการจุมพิตแสนหวานอวดเทพเจ้าที่อยู่เบื้องบน ให้ทรงทราบว่าทรง

จูบเย้ยจันทร์

หนังสือเล่มหนาค่อยๆ เลื่อนหลุดจากมือหญิงสาววางลงข้างตัว เมื่อเจ้าของมือผลอยหลับลง พร้อมดวงตาคู่หนึ่งเบิกกว้างขึ้นในความว่างเปล่าและโหยหา


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ









และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

9 ความคิดเห็น