ตอนที่ 28 : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    25 ต.ค. 61

บทที่9

                สุดท้ายพิมราก็ขอตามภูวนไปพบตำรวจด้วย เธอไม่อยากให้ชายหนุ่มไปไหนมาไหนคนเดียว ในยามจิตใจไม่ปกตินัก ด้วยต่างเป็นกังวลและมืดแปดด้านว่าใครกันหนอที่คิดแค้นถึงขนาดจะเอาชีวิตเขา

                พิณนรีมีโอกาสได้อยู่คนเดียวในห้องชุดที่เพิ่งเข้ามาขออาศัยอยู่ หญิงสาวไม่ปล่อยโอกาสที่จะทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของเธอกระจ่างแจ้ง เธอเดินมาหยุดหน้าประตูห้องนอนของภูวน ยกมือขึ้นจับลูกบิดลองหมุนดู ประตูห้องนอนของเขาเปิดออกโดยง่ายดายเพราะภูวนติดนิสัยไม่ล็อคประตู ตลอดเวลาที่อยู่ร่วมห้องกับพิมรา หญิงสาวไม่เคยมีทีท่าจะละลาบละล้วงเข้าไปในห้องของเขาเลย

                พิณนรีเดินกรีดกรายไปทั่วห้องของชายหนุ่ม หยิบโน่นจับนี่ขึ้นมาสำรวจตรวจดู และไม่ลืมที่จะเปิดตู้เสื้อผ้าของเขาด้วย หญิงสาวเลิกคิ้วสูงพร้อมเหยียดริมฝีปาก เมื่อเห็นเสื้อผ้าผู้หญิงปะปนอยู่กับเสื้อผ้าของภูวน ไม่ต้องถามเธอก็พอเดาออได้ว่าคงเป็นของพิมรา แล้วไหนจะเสียงคุยจุกจิกที่ได้ยินในยามราตรีที่เธอตื่นขึ้นมา พร้อมที่นอนข้างตัวว่างเปล่า

จะปากแข็งไปได้นานแค่ไหนเชียว

                พิณนรีเดินมาหยุดตรงเตียงนอนของภูวน นั่งลงอย่างถือวิสาสะมือเล็กที่ทุกเล็บแต่งแต้มด้วยสีสันแสบตาลูบไล้ไปบนเบาะนุ่ม พร้อมนึกถึงใบหน้าเข้มคมคาย ภายใต้ทรงผมยาวรุ่ยร่ายแต่กลับทำให้ใบหน้านั้นชวนมองยิ่งขึ้นของภูวน ความปรารถนามาดมั่นขึ้นมาในใจหญิงสาว

สักวันคุณต้องเป็นของพิณ

                และโดยไม่คาดฝัน...

                หวือ....

                โอ๊ย!” พิณนรีร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อของแข็งปะทะเข้าตรงหลังศีรษะอย่างแรง พร้อมสติสัมปชัญญะของหญิงสาวหมดสิ้น สลบพับคาเตียงนอนของภูวน

                ...หนังสือปกแข็งตกอยู่ข้างกายหญิงสาว พร้อมแสงสีนวลวาบขึ้น...

 

                พิณ ทำไมนอนแต่วันเชียว ลุกขึ้นมากินข้าวก่อนพิมราเขย่าร่างที่นอนยาวเหยียดหลับตานิ่งของพิณนรี

                หญิงสาวเจ้าของชื่อลืมตาโพลง พร้อมลุกขึ้นรวดเร็วนึกหาคำแก้ตัวที่ตนเองมานอนในห้องของภูวน ไม่คิดสนใจว่าตนเองสลบไปเพราะอะไร แต่เมื่อสบตาพิมรา พร้อมมองเลยไปเห็นภูวนนั่งยิ้มมุมปากอยู่ไม่ไกล หญิงสาวจึงกวาดสายตามองไปโดยรอบทันที

                เฮ้อ..โล่งใจไปที นี่มันห้องรับแขก

                แต่...เรามานอนที่นี่ได้ยังไง?? ความฉงนวิ่งพล่านในส่วนลึกของความคิด

 

                ร่างอวบอิ่มเริ่มผ่ายผอมใบหน้าที่เคยเปล่งปลั่งเริ่มซีดเซียว ผิวพรรณที่เคยผุดผ่องกลับดูหยาบกร้านยามเจ้าของเรือนร่างอยู่ในสภาพที่หมดอาลัย เสียใจและน้อยใจในโชคชะตา เมื่ออดีตหญิงสาวทั่วนครจันทราได้แต่อิจฉาที่นางสามารถทำให้เจ้าสิโรดมผู้ครองนครที่ต่างทราบกันดีว่า ทรงลุ่มหลงมาตุคามพึงพอใจที่จะเสพสังวาสกับหญิงงามโดยมิรู้จักอิ่มพอ หยุดประพฤติเช่นนั้น ทรงมีนางคนเดียวที่เข้ามาแทนที่แม่หญิงผู้ล่วงลับ แต่ถ้าทุกคนรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในห้องบรรทมบนบัลลังก์รักของนางและพระองค์ในวันนั้น จะมีใครอิจฉานางอีกไหมหนอ

                สายตาที่ทอดมองออกไปในสายหมอกหนานุ่มพร่ามัวเพราะน้ำใสที่คลอครอง มือน้อยยกขึ้นลูบไล้หน้าท้องที่กลับมาแบนราบมากกว่าเดิมเพราะร่างกายนางผ่ายผอมซูบลงไปมาก แม้นางกำนัลจะคอยนำยาบำรุงที่เจ้าสิโรดมรับสั่งให้ปรุงขึ้นมาเพื่อนางมาให้ดื่มกินเป็นประจำ แต่ทรงโสมทำใจที่จะกลืนกินยาจากคนที่กระทำให้ร่างกายนางเป็นแบบนี้ไม่ได้ และเมื่อนึกถึงชีวิตที่ต้องจากไปโดยไม่มีโอกาสลืมตาขึ้นมาสบตาขึ้นมาดูโลก แม่หญิงแห่งนครจันทรายิ่งโทมนัสหนักขึ้น ร่างบางไร้แรงหยัดยืนรูดตัวลงเกาะราวระเบียงร้องไห้กระซิกเสียใจในความพระทัยดำของสวามี

                ฮึ..ฮึ..ทำกับข้าอย่างนี้ได้ยังไง ฆ่าลูกได้ยังไงนางร้องไห้คร่ำครวญอยู่อย่างนี้ทุกวัน จนเป็นที่สังเวชแก่นางกำนัลที่คอยรับใช้

                พระหัตถ์แข็งแรงยื่นมาจับกระชับต้นแขนจากทางด้านหลัง รั้งให้ทรงโสมยืนขึ้น ก่อนประคองให้นางเดินเข้าไปในห้องนอน

เมื่อไหร่จะเลิกคร่ำครวญเสียที น่ารำคาญ

                รำคาญข้า ท่านก็ไม่ต้องมาที่นี่อีกร่างซูบผอมเบี่ยงหลบการเกาะกุมแต่ไม่เป็นผลในเมื่อทรงกระชับต้นแขนนางไว้แน่น ทรงโสมชายตามองเจ้าสิโรดมโดยไม่ยำเกรงอีกต่อไป

รู้ไหมเวลาท่านคร่ำครวญถึงแม่หญิงจันทร์เจ้าฉาย ข้าก็รำคาญ!”

                สิ้นเสียงของทรงโสม พระหัตถ์ที่กระชับต้นแขนบีบแน่นขึ้นจนทรงโสมเจ็บ แต่นางไม่ร้องขอความเห็นใจจากพระองค์อีกแล้ว ในเมื่อทรงใจร้ายใจดำ มีประโยชน์อะไรที่นางจะร้องขออีก

บีบคอให้ข้าตายไปดีกว่าบีบแขนนั่นนะ เจ้าคะนางพูดประชดเข้าให้ ส่งผลให้เจ้าสิโรดมรู้สึกพระองค์จึงคลายพระหัตถ์ออก ท่านพระกรแข็งแรงรวบร่างที่เคยอวบอิ่มลอยพ้นพื้นอุ้มไปวางบนเตียงนอนหนานุ่มผ้าคลุมสีขาวสะอาดตา ก่อนทิ้งองค์ลงทาบทับ

                แม้ร่างกายทรงโสมจะเปลี่ยนแปลงไปแต่ถึงอย่างไรก็ทรงปรารถนาในตัวนางเสมอ นาสิกโด่งซุกไซ้สูดดมความหอมจากดวงหน้าที่นิ่งเฉย ก่อนเลื่อนลงไซ้ซอกคอและทรวงอกที่มือร้อนผะผ่าวกำลังเคล้าคลึง แม้จะทรงเพียรสัมผัสทั่วเรือนร่าง แต่ร่างที่ยินยอมให้ทรงกระทำนั้นกลับนิ่งเฉยมิได้ตอบรับสนองสัมผัสเหมือนเช่นเคย

                เฮ้อ..เจ้าจะทำให้ข้าบ้าตาย นอนนิ่งเป็นท่อนไม้ไปได้ทรงหยุดการเล้าโลมทุกอย่างลุกขึ้นนั่งมอง ร่างที่อาภรณ์สีหวานหลุดรุ่ย เผยให้เห็นทรวงอกและเนินเนื้อบางส่วน

                ทรงปรารถนาเช่นนั้นไม่ใช่หรือ ท่อนไม้ไม่สามารถมีทายาทกับท่านได้เสียงหัวเราะแหลมเล็กของทรงโสมทำเอาเจ้าสิโรดมพระพักตร์เข้มขึ้น และทรงกริ้วโกรธอย่างรุนแรงเมื่อทรงโสมเชิดหน้ามองพระองค์ด้วยสายตาเยาะหยัน

                ความปรานีแต่แรกหมดสิ้น ทรงโถมเข้าหาร่างผ่ายผอมทึ้งอาภรณ์ที่เหลืออยู่จนขาดคามือพร้อมเหวี่ยงหวือไปไกล ลงมือตักตวงรสสวาทจากเนื้อตัวนางโดยไม่ปรานีปราศรัยและไม่สนพระทัยว่าร่างนั้นจะตอบสนองหรือนิ่งเป็นท่อนไม้





ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ










และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

9 ความคิดเห็น